
ชิงเหมย บุปผาซ่อนคม
ตอน 2
ในขณะที่ทุกคนกำลังไปทำตามหน้าที่ของตน จู่ ๆ พวกทหารพม่าที่ยังคงซุ่มอยู่บริเวณนี้ก็ได้นำกำลังกลับมายังหมู่บ้านนี้อีกครา พวกมันใช้กำลังพลนับห้าสิบปิดล้อมหมู่บ้านเอาไว้ เพราะมีทหารลาดตระเวนได้เห็นว่ายังมีชาวบ้านหลงเหลืออยู่
“แย่แล้วนังคำเอื้อย!!! ไอ้พวกข้าศึกมันล้อมพวกเราเอาไว้รอบหมู่บ้านเลย แล้วพวกเราจะทำเยี่ยงไรกันดีรึ”
แม่ลำดวนเอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นตกใจครั้นได้เห็นว่าพวกทหารพม่ามันพากันย้อนกลับมา ทุกคนรีบมารวมตัวกันเพื่อฟังทางออกที่จะออกจากสถานที่แห่งนี้
“ไม่มีหนทางอื่นนอกจากตีฝ่าวงล้อมของพวกมันออกไป”
คำเอื้อยบอกถึงหนทางแก้ปัญหาในเพลานี้ของนาง นางไม่หวั่นเกรงหากว่านางต้องตายไปในวันนี้ แต่นางจะไม่มีวันยอมสวามิภักดิ์ต่อพวกกบฏแน่นอน
นายคล้าวเริ่มวางแผนด้วยการที่จะยอมเป็นตัวหลอกล่อพวกมันแล้วให้พวกสตรีหนีออกไปก่อน คำเอื้อยไม่เห็นด้วยเพราะนางจะไม่มีวันยอมทอดทิ้งสหายร่วมรบของนางเป็นอันขาด ทุกคนก็มีความเห็นเช่นเดียวกันกับคำเอื้อย สุดท้ายทางออกเดียวคือฝ่าออกไปแม้จะต้องสิ้นชีพไปในวันนี้ก็ตาม
ทันทีที่นายคล้าวส่งสัญญาณทุกคนก็หยิบดาบซึ่งเป็นอาวุธคู่กายของตนออกมา เพลานี้แม้จะต้องแลกด้วยเลือดเนื้อก็ไม่มีผู้ใดในพวกเขายอมแพ้ต่อศัตรูเบื้องหน้า ทหารพม่าครั้นเห็นว่าพวกที่ยังมีชีวิตรอดถือดาบออกมาจึงพุ่งเข้าไปปะทะทันที
เสียงของคมดาบที่ฟาดฟันกันดังอยู่นานหลายชั่วยาม ทหารฝั่งพม่าล้มตายไม่น้อย แต่แล้วฝั่งของคำเอื้อยก็พลาดพลั้ง เพราะนายคมถูกพวกทหารพม่ารุมฟันเข้าที่กลางหลังและสังหารเขาอย่างไร้ความปรานี
“ไอ้คม!!! พี่คม!!!!”
ทุกคนที่เห็นภาพนั้นต่างพากันตะโกนชื่อของนายคมสหายร่วมรบออกมา คำเอื้อยเจ็บปวดที่พี่ชายร่วมรบถูกฆ่าตายไปต่อหน้าต่อตา นางฟาดฟันทหารพม่าอย่างไร้ความปรานีเช่นกัน คนแล้วคนเล่าที่เข้ามาปะทะกับนางก็มีอันต้องล้มตายไป
“พี่ลำดวนกับพี่เสือรีบพากันหลบหนีออกไปก่อน รีบไปส่งข่าวให้แก่หมู่บ้านของพวกเราว่าพวกข้าศึกคงจะอยู่อีกไม่ไกลจากแล้ว”
คำเอื้อยร้องบอกสหายร่วมรบของนาง นางลำดวนกับนายเสือมองหน้ากันด้วยความลังเล แต่แล้วทั้งคู่ก็ตัดสินใจฝ่าวงล้อมออกไปตามที่คำเอื้อยบอก เพื่อรีบไปแจ้งข่าวให้พวกชาวบ้านบางระกำได้เตรียมตัว
“พวกเอ็งระวังตัวด้วย อยู่รอดปลอดภัยกลับไปกินปิ้งไก่ด้วยกัน” นายเสือบอกสหายร่วมรบทุกคนก่อนที่จะรีบพาลำดวนฝ่าวงล้อมออกไป
คำเอื้อยมองตามพี่สาวและพี่ชายร่วมรบทั้งสองไปด้วยแววตาที่แสนเศร้า ไม่รู้ว่านางและพวกพี่ๆ ที่ช่วยกันต่อสู้กับพวกข้าศึกในเพลานี้จะอยู่รอดกลับไปกินปิ้งไก่กับพี่น้องที่หมู่บ้านบางระกำอีกไหม
แต่หากนางจะต้องสิ้นชีพไปในวันนี้นางก็จะไม่เสียใจ เพียงแค่เสียดายที่ไม่ได้ร่ำลาทุกคนที่รอพวกนางอยู่ คนที่เหลืออยู่ช่วยกันป้องกันพวกทหารพม่าให้แก่ทั้งสอง จนนางลำดวนและนายเสือสามารถฝ่าวงล้อมหนีออกไปได้
“ถึงวันนี้ข้าจะตายเป็นผีอยู่ที่นี่ข้าก็ไม่มีสิ่งใดให้ต้องเสียดายแล้วล่ะพี่คล้าว ไอ้อ้น”
ในขณะที่ฟาดฟันพวกทหารพม่าที่พุ่งเข้ามาหาตน หลังของคำเอื้องชนเข้ากับหลังของคล้าว พี่ชายร่วมรบนางจึงได้กล่าวออกมา
“เพื่อแผ่นดินสยามนี้แล้ว...ข้าสละชีวานี้ให้ได้” นายอ้นตะโกนออกมาเสียงดัง คำเอื้อยพยักหน้าทั้งน้ำตาที่ได้ยินเยี่ยงนั้น
“จงภูมิใจเสียเถิดที่พวกเอ็งได้หลั่งเลือดเพื่อแผ่นดินสยามของเรา”
คล้าวบอกเพียงเท่านั้นก็พุ่งกายออกไปปะทะฝีดาบกับพวกทหารพม่าอย่างองอาจ คำเอื้องเองก็ไม่ต่างกัน
โลหิตของพวกทหารข้าศึกหลั่งรินลงบนแผ่นดินสยามคนแล้วคนเล่า แต่น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟนั้นไม่ผิดนัก เพราะสหายร่วมรบของคำเอื้อยถูกฟาดฟันจนชีวาวายร่วงหล่นลงผืนแผ่นดินสยามไปทีละคน จนเพลานี้เหลือเพียงแค่นาง นายคล้าว และนายอ้นที่ยังคงยืนหยัดกัดฟันสู้อยู่แม้จะได้รับบาดเจ็บอยู่ไม่น้อย
ภายในใจของคำเอื้องนางนั้นยังคงเป็นห่วงสหายร่วมรบทั้งสองที่ตีฝ่าวงล้อมของพวกทหารพม่าออกไปเพื่อส่งข่าวให้แก่หมู่บ้านบางระกำ นางได้แต่หวังให้ทั้งสองคนไปถึงที่หมู่บ้านอย่างแคล้วคลาดปลอดภัย เสียงของการปะทะกันดังขึ้นอีกไม่นานนักเสียงนั้นก็สงบลง ร่างของวีรสตรีและวีรบุรุษแห่งแดนสยามนอนจมกองโลหิตอยู่บนผืนแผ่นดินที่เต็มไปด้วยศพของทหารที่ถูกฆ่าตายไปนับสามสิบ ชาวบ้านเพียงแปดคน แต่ทว่ากลับฟาดฟันทหารพม่าไปเกือบหมดกองให้ตายตกไปตามกัน
จากวันนี้ไปไม่มีอีกแล้ว คำเอื้อยสตรีหาญกล้าแห่งบ้านบางระกำ ไม่มีอีกแล้วคำเอื้อยสตรีที่เป็นแบบอย่างให้แก่เหล่าสตรีลุกขึ้นมาจับดาบช่วยบุรุษต่อสู้กับพวกข้าศึกที่มารุกรานผืนแผ่นดินเกิด นางสิ้นใจไปด้วยความภาคภูมิ แม้นจะไม่มีโอกาสได้เห็นอนาคตภายภาคหน้าของแผ่นดินสยามอีกก็ตาม ความดีของนางแม้ลูกหลานจะไม่ได้รับรู้ แต่นางเองนั้นรู้แก่ใจดี ว่านางได้ทำหน้าที่ตอบแทนคุณแผ่นดินเกิด… ตายไปก็ไม่เสียชาติเกิดแล้ว
คุณอาจจะชอบ





