ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย หนี้ร้ายพ่ายรัก

หนี้ร้ายพ่ายรัก

หญิงสาวผู้ทรหดต้องชดใช้หนี้แค้นที่เธอไม่ได้ก่อเพื่อกตัญญูต่อพ่อเลี้ยง แต่ความจริงอันเจ็บปวดคือเขาคนนั้นได้พรากคนรักของมาเฟียหนุ่มฮ่องกงไปในอดีต เปลี่ยนให้เขากลายเป็นชายไร้หัวใจที่ปิดตายความรักและเต็มไปด้วยความพยาบาท เมื่อสาวสู้ชีวิตที่ผ่านความลำบากมาเพียงลำพังต้องเผชิญหน้ากับแรงอาฆาตจากเจ้าหนี้ผู้ไร้ความปรานี เธอจะใช้หัวใจที่เข้มแข็งเอาชนะไฟแค้นและพันธนาการหนี้ร้ายที่ผูกมัดทั้งสองไว้ได้อย่างไรในวังวนของมาเฟียที่ไร้ซึ่งความเมตตา
ตอน
แชร์

ตอน 2

1

เจ้าหนี้

ชญานินลุกขึ้นจากพื้นอย่างอ่อนแรง เธอไม่รู้ตัวว่าตัวเองนั่งร้องไห้อยู่ในความมืดนานแค่ไหน แต่เมื่อได้สติเธอจึงเช็ดคราบน้ำตาพลางลุกขึ้นเดินกลับบ้านทันที เมื่อเธอทำอะไรไม่ได้อีกต่อไปและไม่สามารถแก้ไขเหตุการณ์ที่ผ่านไปแล้ว เธอจึงตัดสินใจที่จะก้าวเดินต่อไปข้างหน้า ใช้ชีวิตตามปกติของเธอในทุกๆ วันตามเดิม ชญานินเดินเข้ามาในบ้านและหยุดยืนมองถุงกับข้าวที่วางอยู่บนโต๊ะอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเดินไปยังตู้ที่เก็บอุปกรณ์ทำแผลเมื่อเริ่มรู้สึกร้อนผ่าวที่ขอบตา เธอหยิบอุปกรณ์ทำแผลและเดินไปยังห้องน้ำเพื่ออาบน้ำและจัดการทำความสะอาดแผล เพียงไม่นานเธอก็ทำแผลให้กับตัวเองจนเสร็จหลังจากอาบน้ำเรียบร้อย หลังจากจัดการตัวเองจนเรียบร้อยเธอก็เดินออกจากห้องนอนมาปิดบ้านโดยไม่ลืมที่จะเก็บถุงกับข้าวเพื่อเตรียมอุ่นในรุ่งเช้าพรุ่งนี้ก่อนจะปิดไฟและเดินกลับเข้าห้องนอน

"แม่ค่ะ พ่อค่ะ หนูขอโทษที่รักษาของพ่อกับแม่ไม่ได้" ชญานินเอ่ยพลางนอนมองรูปครอบครัวสมัยเด็กของตัวเองซึ่งวางอยู่บนลิ้นชักข้างหัวเตียงก่อนจะปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาอีกครั้ง เมื่อภาพเหตุการณ์ในวันนี้ย้อนกลับเข้ามา

น้ำตาใสบดบังรูปภาพในกรอบรูปสีขาวหยดแล้วหยดเล่า เธอปลดปล่อยความทุกข์ออกมาอย่างไม่มีกักเก็บ ความรู้สึกเหนื่อยล้า เจ็บปวดและเสียใจ เธอได้ปลดปล่อยออกมาเพื่อที่วันพรุ่งนี้เธอจะได้เข้มแข็งและลุกขึ้นจากการหกล้มให้ไวที่สุด

...

ช่วงสายของวันต่อมา

ชญานินยังคงตื่นเช้าเหมือนทุกๆ วัน แม้เมื่อคืนกว่าเธอจะหลับก็เกือบเช้า ความเคยชินในการตื่นเช้าทำให้เธอไม่ต้องพึ่งพานาฬิกาปลุกและไม่ว่าจะนอนดึกแค่ไหนเธอก็สามารถตื่นนอนแต่เช้าได้เหมือนทุกๆ วัน เธอเดินออกมารดน้ำต้นไม้และดอกไม้หน้าบ้านหลังจากทานมื้อเช้าเสร็จ วันนี้เป็นวันหยุดและเธอคิดที่จะหางานทำหลังจากรดน้ำและทำความสะอาดบ้านเสร็จ หากว่า ไม่มีรถคันหรูสีดำเงาสามคันขับเข้ามา สิ่งที่เธอตั้งใจไว้ก็คงจะสำเร็จ

ชญานินโน้มตัวปิดก๊อกน้ำก่อนจะเดินมายืนมองรถคันหรูสีดำเงาสามคันที่ขับเข้ามาในเขตบ้านของเธอด้วยความสงสัย เมื่อรถทั้งสามคันจอดนิ่งสนิทพร้อมกับบุคคลที่อยู่บนรถเปิดประตูลงจากรถทั้งสามคัน ชญานินมองบุคคลสวมสูทดำจำนวนเก้าคนลงจากรถมายืนกุมมือมองตรงมายังเธอ ก่อนที่เธอจะก้าวเดินไปสอบถามหรือมีบุคคลหนึ่งในเก้าคนเป็นคนพูดออกมา ชายที่สวมสูทดำที่ยืนอยู่ใกล้ประตูรถคันกลางก็เปิดประตูให้อีกบุคคลที่ยังนั่งอยู่บนรถได้ลงจากรถ เธอมองชายหนุ่มที่ลงจากรถมาทีหลัง ซึ่งแต่งตัวต่างจากชายหนุ่มอีกเก้าคน

ชายหนุ่มที่ลงจากรถทีหลังยืนมองชญานินก่อนจะก้าวเดินตรงมายังเธอ ชญานินมองชายหนุ่มร่างสูง ผิวขาว สวมแว่นตากันแดดอย่างไม่วางตาด้วยความสงสัย จนกระทั่งชายหนุ่มเดินมาหยุดอยู่ด้านหน้าของเธอพร้อมเอ่ยถามเสียงเย็น ชญานินจึงได้สติ

"นายธนัทพงษ์อยู่ไหน"

"คุณเป็นใครคะ แล้วถามหาพ่อของฉันทำไม...หรือว่าคุณเป็นเจ้าหนี้ของพ่อ" ชญานินเอ่ยถามก่อนจะเงียบลงเมื่อนึกบางอย่างขึ้นได้ จึงพูดออกไปใหม่ แต่กลับสร้างความรำคาญและช่างน่าหงุดหงิดให้กับชายหนุ่ม

"ใช่ เป็นทั้งเจ้าหนี้และเจ้าชีวิต!" ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเย็นพลางมองหญิงสาวผ่านแว่นตากันแดดด้วยแววตาเย็นชา เขานึกสงสัยว่าหญิงสาวเป็นใครจนน่าหงุดหงิด แต่เมื่อสิ่งที่เธอพูดออกมาทำให้เขาพึงพอใจเล็กน้อย เขาจึงเอ่ยออกไปซึ่งทำให้หญิงสาวต้องขมวดคิ้วไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาพูด เธอจึงยังคงถามต่อและยิ่งสร้างความรำคาญให้กับชายหนุ่ม

"หมายความว่าไงคะ ตกลงคุณเป็นใคร แล้ว โอ๊ย!" ชญานินยังไม่ทันถามจบเธอก็ร้องอุทานออกมาเมื่อชายหนุ่มกระชากแขนของเธอด้วยความแรงและบีบจนเธอรู้สึกเจ็บเหมือนกระดูกจะหัก

"ฉันถามเธอก็ต้องตอบ! พ่อสารเลวของเธออยู่ไหน!"

"ฉันไม่รู้ค่ะ พ่อขับรถออกไปโดยไม่ได้บอกอะไรเลย แล้วก็กรุณาอย่ามาเรียกพ่อของฉันแบบนั้นนะคะ" ชญานินพูดพลางนิ้วหน้าด้วยความเจ็บ แม้เธอจะตอบออกไปแต่ชายหนุ่มยังคงบีบแขนของเธอไม่ยอมปล่อยจนขึ้นรอยแดงอย่างเห็นได้ชัด เธอพยายามบิดแขนของตัวเองออกจากมือของชายหนุ่ม แต่ยิ่งพยายามก็ยิ่งเจ็บ เธอจึงหยุดและปล่อยให้เขาบีบแขนของเธอจนพอใจ

"เธอโกหก! พ่อลูกกันทำไมจะไม่รู้ สารเลวด้วยกันทั้งคู่!"

"คุณ! มันจะมากเกินไปแล้วนะคะ พ่อฉันไปทำอะไรให้คุณเจ็บปวดเหรอคะ แล้วเขาเป็นหนี้คุณเท่าไหร่ ฉันจะใช้แทนให้เอง" 

คำพูดของชายหนุ่มทำให้ความอดทนของชญานินหมดลง เธอตวาดกลับไปพลางจ้องมองชายหนุ่มอย่างไม่เกรงกลัว สิ่งที่เธอจะต้องกลัวเห็นจะกลัวว่าเธอจะหลุดปากพูดออกไปและทำให้ชายหนุ่มเย็นชาคนนี้เจอพ่อของเธอ ชญานินไม่รู้ว่าชายหนุ่มโหดร้ายและป่าเถื่อนได้มากขนาดไหน หากเขาตามเจอพ่อก็คงจะลำบาก แค่เธอเผชิญหน้ากับเขายังน่ากลัวขนาดนี้แล้วกับพ่อที่เป็นลูกหนี้ตัวจริง คงจะลำบากและแย่กว่าเธอ

"พูดดีนี่ แต่สิ่งที่พ่อของเธอทำ เธอคิดว่าจะชดใช้ได้หรือไง แม่คนเก่ง!"

"แค่หนี้ มันคงไม่ยากจนฉันขาดใจตายหรอกค่ะ แล้วพ่อติดหนี้คุณเท่าไหร่ละคะ"

"หึ! สิบล้านกับหนึ่งชีวิต" ชายหนุ่มเอ่ยตอบเสียงเย็น หากแต่คำว่า 'หนึ่งชีวิต' จากปากเขาทำให้เธอไม่เข้าใจว่าชายหนุ่มหมายถึงอะไร แต่จำนวนเงินที่ทำให้เธอสนใจมากกว่าหนึ่งชีวิตที่เขาหมายถึง เธอจึงไม่ได้ทำออกไปนอกจากตกใจและโพล่งออกมา

"สิบล้าน! ...พ่อ" ชญานินเอ่ยเรียกธนัทพงษ์ด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ตอนนี้เธอเหมือนถูกตบหน้าจากคนนับสิบและดูคนมากมายเผาบ้านหลังเดียวของเธอพร้อมสวนผลไม้ต่อหน้าต่อตาโดยที่เธอไม่สามารถทำอะไรได้และไร้วี่แววจะมีคนช่วย

"เอาตัวเธอไป และให้คนออกตามหานายธนัทพงษ์จนกว่าจะเจอ!" ชายหนุ่มเอ่ยพลางผลักหญิงสาวให้กับลูกน้องพาตัวขึ้นรถก่อนที่เขาจะเดินกลับขึ้นรถของตัวเอง

"ไม่! ฉันไม่ไปไหนทั้งนั้น ปล่อยนะ! ปล่อย ฉันไม่..."

ชญานินดิ้นสุดแรงเพื่อไม่ให้คนของชายหนุ่มพาตัวไปในที่ที่เธอไม่รู้ ความกลัวถาโถมเข้ามาจนเต็มอก ดวงตาร้อนผ่าวเมื่อพบว่าเธอทำอะไรไม่ได้ก่อนที่เธอจะหมดสติไปพร้อมกับหยาดน้ำตาที่ไหลลงอาบแก้มด้วยฝีมือลูกน้องของชายหนุ่มที่ใช้มือทุบที่ท้ายทอยชญานิน

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย มาเฟียทวงสิทธิ์รัก
8.9
ริโอ มาเฟียผู้เพียบพร้อมตั้งกฎเหล็กต่อผู้หญิงทุกคนที่อยู่ข้างกายว่าห้ามตั้งครรภ์เด็ดขาด ทว่ายอดพธูที่ถูกมองว่าเป็นเพียงของเล่นชั่วคราวเพื่อฆ่าเวลากลับพลาดท่าตั้งท้องขึ้นมาจริงๆ ท่ามกลางความคาดหมายว่าเธอจะถูกเขี่ยทิ้งเหมือนคนอื่นๆ ที่ผ่านมา ท่าทีของเขากลับเปลี่ยนไปอย่างน่าประหลาด เมื่อของเล่นที่ควรไร้ค่ากลับถูกยกฐานะให้กลายเป็นคนสำคัญ ริโอเริ่มทวงสิทธิ์ในตัวเธอและลูกจนน่าสงสัยว่าผู้หญิงคนนี้มีดีอะไรที่ทำให้มาเฟียผู้เย็นชาตัดสินใจเลือกเธอเป็นตัวจริง
หน้าปกนวนิยาย รักร้อนเพลิงริษยา
8.3
‘เพี๊ยะ!!...เพี๊ยะ!!...เพี๊ยะ!!...’ ร่างของณิชาถูกผลักลงไปที่พื้น ใบหน้าบวมช้ำที่แก้มมีรอยฝ่ามือทับซ้อนกันหลายแห่ง ที่มุมปากทั้งสองข้างมีเลือดซึมออกมา ลูกน้องทั้งสามไม่มีใครกล้าเข้าไปห้ามปราม ถึงแม้ว่าจะสงสารณิชาจับใจ เพราะเขาไม่เคยเห็นเจ้านายของใครทำร้ายผู้หญิงมากขนาดนี้ อย่างมากก็แค่ตบทีสองทีเป็นการสั่งสอน แต่นี่มันไม่ใช่แค่การสั่งสอน เหมือนกับระบายอารมณ์ที่คั่งค้างมาทั้งวัน ยิ่งมาได้ยินคำพูดที่กวนโทสะด้วยแล้ว เจ้านายของเขาจึงระงับอารมณ์ไม่อยู่ “เธอกล้ามากนักที่ตบหน้าฉัน...ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนกล้าตบฉันเลย” เสียงของเขาตวาดลั่น “ก็มีซะสิ...ไอ้หน้าตัวเมียรังแกได้แม้กระทั่งผู้หญิง” ณิชาลุกขึ้นยืนตวาดออกไปอย่างไม่ยอมแพ้ วาจาที่ถูกเอ่ยออกไปทำให้ร่างของรัฐกฤตญ์สั่นด้วยความโกรธ เขาไม่เคยรู้สึกโกรธใครมากเท่านี้มาก่อน ยิ่งเป็นผู้หญิงด้วยแล้ว ณิชาเป็นคนแรกที่กล้าว่าเขารุนแรงขนาดนี้ ‘อย่างนี้มันต้องสั่งสอนให้รู้สึก...ว่าอย่าบังอาจมาว่าคนอย่างเขา’ ร่างของณิชาถูกลากไปตามพื้นพรม จุดหมายปลายทางคือห้องนอนที่เธอนอนเมื่อคืน ก่อนที่ร่างของเธอจะถูกโยนลงบนที่นอนอย่างแรง พร้อมกับเสียงประตูที่ถูกปิดอย่างแรง ดินแดน วิทยาและอุดมมองหน้ากัน รู้ว่าหญิงสาวที่อยู่ข้างในจะถูกลงโทษยังไง ก่อนที่พวกเขาทั้งสามจะเดินออกไปจากห้องชุดของเจ้านายมีเพียงอย่างเดียวที่เขาได้ยิน คือเสียงหวีดร้องของณิชาที่ดังลอดออกมาเท่านั้น ณิชาร้องสุดเสียงเมื่อมือหนาของเขา กระชากเสื้อผ้าของเธออย่างแรงสองสามครั้ง ก่อนที่มันจะขาดออกจากกัน บางส่วนอยู่ในมือของเขาและบางส่วนอยู่ที่เตียงนอน ณิชาคว้าผ้าห่มที่อยู่ใกล้มือ มาปกปิดท่อนบนที่ไร้อาภรณ์ มีเพียงเสื้อในที่ขาดแหว่งตามแรงกระชาก แต่มันก็ไม่สามารถปกปิดอะไรได้เลย ร่างของณิชากระเถิบหนีร่างของเขาที่เดินเข้ามาที่เตียงอย่างหวาดกลัว ข้อเท้าบางลูกจับด้วยมือหนาแล้วถูกลากเข้ามาหาเขา “คุ...คุณจะทำอะไรฉัน?” ณิชาพูดอย่างหวาดๆ รัฐกฤตญ์ยิ้มมันเป็นรอยยิ้มที่เธอไม่ชอบเลย ยิ้มมุมปาก หากดวงตาเปล่งประกายด้วยความโกรธ “จะกลัวทำไมเก่งนักไม่ใช่เหรอ?...เก่งให้ตลอดสิ...” รัฐกฤตญ์พูดพร้อมกับถอดเสื้อผ้าของเขาออก จนเหลือแต่ร่างเปล่าเปลือย จ้องมองร่างของณิชาอย่างไม่วางตา ณิชาเองที่เป็นฝ่ายเบือนหน้าหนีเขา เพราะเธอไม่เคยเห็นผู้ชายเปลื้องผ้าต่อหน้ามาก่อน นี่เป็นครั้งแรก “ออกไปนะอย่าเข้ามา...บอกให้ออกไป” ของที่อยู่ใกล้มือณิชาถูกโยนออกไปปะทะร่างของเขา แต่มีสิ่งเดียวที่เป็นของหนักนั่นก็คือนาฬิกาตั้งโต๊ะที่ทำจากไม้ ลอยไปโดนที่หางคิ้วของเขาอย่างแรง “โอ๊ย...” รัฐกฤตญ์ใช้มือของเขาคลำที่หางคิ้ว มีความรู้สึกชานิดๆก่อนจะสัมผัสกับน้ำเหนียวๆที่อยู่บริเวณนั้น ลดมือที่คลำที่หางคิ้วมาดู น้ำเหนียวๆที่ว่านี้คือเลือด ดวงตาของรัฐกฤตญ์มองที่ฝ่ามือที่มีเลือดอยู่ สลับกับใบหน้าที่ซีดเซียวของณิชา เมื่อรู้ว่าเธอทำร้ายเขาถึงกับเลือดตกยางออก “เธอ...เธอกล้ามากนักที่ทำฉันถึงขนาดนี้” เสียงกราดเกรี้ยวดังลั่นไปทั่วห้อง “คนอย่างคุณโดนแค่นี้มันยังน้อยเกินไป...ถ้าฉันฆ่าคุณได้...ฉันก็จะฆ่า” ณิชาตวาดกลับไปเสียงดังไม่แพ้กัน ตอนนี้รัฐกฤตญ์โกรธและโมโห จนสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว สิ่งที่เขารับรู้ตอนนี้ก็คือต้องสั่งสอนผู้หญิงคนนี้ให้หลาบจำว่าอย่างมาลองดีกับเขา
หน้าปกนวนิยาย ยั่วรักคุณหนูมาเฟีย
8.7
เมื่อน้องวีตัดสินใจใช้เสน่ห์อันเย้ายวนเข้าหาพี่เวย์ด้วยความตั้งใจที่จะทำให้เขาตกหลุมรักเธอให้ได้ เธอจึงเอ่ยถามอย่างทีเล่นทีจริงว่าการยั่วยวนครั้งนี้จะทำให้เขาตบะแตกและเริ่มจริงจังกับเธอขึ้นมาบ้างหรือไม่ ทว่าพี่เวย์กลับไม่ปล่อยให้เธอคุมเกมฝ่ายเดียว เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงท้าทายที่แฝงไปด้วยความนัยว่าเธอมั่นใจจริงๆ หรือว่าหากเขาเอาจริงขึ้นมาแล้วเธอจะรับมือไหว กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์สุดเร่าร้อนท่ามกลางบรรยากาศมาเฟียสุดอันตราย
หน้าปกนวนิยาย งี่เง่าเอาแต่รัก
8.9
งี่เง่าเอาแต่รัก (ภาคต่อ อวบอยู่ไหนจ๊ะ) เป็นเรื่องของเดอะแก๊งสี่หนุ่มเพื่อนพี่คิงและอวบค่ะ #คนงี่เง่าก็มีหัวใจ #คนเอาแต่ใจก็รักจริง “ลุงเย็กๆ ๆ” อุ้ยอ้ายหรือเด็กหญิงขนิษฐายังคงเรียกวรฤทธิ์แบบนั้นไม่หยุด “บอกให้เรียกอาๆ ๆ ๆ” “ฮี่ๆ” หมูน้อยไม่สะทกสะท้านซ้ำยังยิ้มแฉ่ง “เดี๋ยวตีเลย” วรฤทธิ์ขู่เด็กพร้อมกับทำตาโตดุๆ แล้ววางเจ้าตัวกลมให้ยืนบนพื้น ขณะที่เขาก็หย่อนก้นลงนั่งที่เก้าอี้รับแขกในสวนข้างๆ ขุนพล “ลุงเล็กอย่าตี อย่าตีน้อง” คราวนี้ยัยตัวกลมเรียกชื่อเขาชัดแจ๋วเสียงอ้อนน่าสงสารเชียว ก่อนจะหันไปหาคุณพ่อที่กำลังนั่งจิบกาแฟและมองมาพร้อมรอยยิ้ม “พ่อขา...” ฝากพี่เล็กกับผองเพื่อนไว้ในอ้อมใจของทุกคนด้วยนะค้า ขอบคุณทุกคนมากๆ เลยนะคะ
หน้าปกนวนิยาย สงครามรักต่างแดน (WAR OR LOVE)
8.4
กล้วยไม้ต้องเผชิญกับค่ำคืนอันโหดร้ายเมื่อถูก อาเล็ก เจ้าพ่อกาสิโนผู้บ้าคลั่งทำร้ายและพยายามขืนใจในสภาพที่ไร้ทางสู้ ทว่าในขณะที่เธอกำลังตกอยู่ในอันตรายถึงขีดสุด เดวิด พี่ชายต่างมารดาของอาเล็กก็ได้ก้าวเข้ามาขัดจังหวะด้วยความโกรธแค้น แม้เดวิดจะไม่เคยรู้จักหญิงสาวคนนี้มาก่อน แต่เขากลับรู้สึกสงสารและต้องการปกป้องเธอจากน้ำมือของน้องชายสารเลวอย่างประหลาด ท่ามกลางความขัดแย้งของสองพี่น้อง กล้วยไม้ที่บอบช้ำทั้งกายและใจกลับเริ่มมีอาการผิดปกติบางอย่างจากฤทธิ์ยาที่ซ่อนเร้นอยู่
หน้าปกนวนิยาย เลขาคุณมาเฟีย
7.9
รติรสตัดสินใจสมัครงานเป็นแม่บ้านในบริษัทเก่าของแม่เพื่อสืบหาเบาะแสการหายตัวไปอย่างปริศนา ทว่าโชคชะตาพลิกผันทำให้เธอต้องกลายเป็นเลขาฯ ส่วนตัวของประธานบริษัทคนใหม่ผู้ทรงอิทธิพล ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ถลำลึกเกินกว่าเรื่องงานเมื่อเธอต้องรับหน้าที่คู่นอนของเขาด้วย ท่ามกลางความเจ็บปวดจากการตามหาครอบครัวที่ไร้ร่องรอย รติรสต้องเผชิญกับความกดดันและพันธนาการลับที่เธอไม่อาจหลีกหนีได้ในโลกของมาเฟียที่เต็มไปด้วยอันตรายและความลับที่รอการเปิดเผย