
หนี้ร้ายพ่ายรัก
ตอน 3
ทาวน์ไนต์คลับ
ร่างสูงของโลแกนเดินแยกไปอีกทางเมื่อมาถึงไนต์คลับโดยไม่ลืมเอ่ยคำสั่งกับลูกน้องให้พาหญิงสาวไปอยู่ที่ห้องชั้นบน ชายหนุ่มเดินตรงไปยังลิฟต์เพื่อขึ้นไปยังห้องวีไอพีซึ่งมีเพื่อนของเขารออยู่
โลแกน เจสัน ชาน ชายหนุ่มลูกครึ่งฮ่องกง อเมริกัน ขยายธุรกิจไนต์คลับของตัวเองจากฮ่องกงและอเมริกามาลงทุนที่เมืองไทย รวมไปถึงกาสิโนแบบสากลที่ถูกกฎหมายโดยมีเพื่อนซึ่งทำงานอยู่ในองค์กรตำรวจคอยช่วยเหลือเป็นแห่งที่สอง แม้กาสิโนของเขาจะไม่ได้อยู่บนเกาะทางตอนใต้ของเมืองไทยที่โด่งดังและได้รับความนิยมมาตลอด แต่กาสิโนของเขาก็มีชื่อเสียงและเป็นที่นิยมไม่แพ้กัน
"ตามตัวเจอมั้ย"
เมื่อชายหนุ่มมาถึงห้องวีไอพีและเปิดเข้าไป บุคคลที่นั่งรออยู่จึงเอ่ยถามขึ้นทันทีเมื่อโลแกนเดินเข้าไป แม้จะเห็นสีหน้าที่ขมวดคิ้วเดินเข้ามาก็ทราบแล้วว่าไม่เป็นอย่างที่ต้องการ แต่อย่างน้อยก็น่าจะได้อะไรกลับมาบ้าง
คริษฐ์ อเนกวานนท์ เพื่อนชาวไทยเพียงคนเดียวที่โลแกนรู้จักและสนิท เขาเป็นคนที่ช่วยเรื่องกาสิโนของโลแกน รวมไปถึงเรื่องกฎหมายบ้านเมืองของเมืองไทยเพื่อที่โลแกนจะได้เข้ามาทำธุรกิจอย่างราบรื่น
"ไม่ แต่ได้ลูกสาวมาแทน" โลแกนเอ่ยตอบพลางยกแก้วไวน์ดื่มก่อนจะเหลือบสายตาไปมองชายหนุ่มที่นั่งฝั่งตรงข้าม
"เฮ้ย! ไม่ได้นะเว้ย แกจะมาทำอะไรตามใจที่นี่ไม่ได้ บ้านเมืองเขามีขื่อมีแป" คริษฐ์โพล่งขึ้นด้วยความตกใจพลางมองโลแกนด้วยสายตาหวาดหวั่น
"ฉันพูดไทยได้ก็จริง แต่ฉันไม่รู้คำยากๆ ช่วยพูดให้เข้าใจด้วย" โลแกนไม่ได้เอ่ยตอบรับคริษฐ์ ทำให้ชายหนุ่มผู้ที่ทำงานอยู่ในองค์กรตำรวจรู้สึกตึงเครียดขึ้นมา แม้โลแกนจะไม่ใช่คนโหดร้ายหรือนึกทำอะไรที่ผิดกฎหมายหรือผิดศีลธรรมก็ตาม แต่ใครจะรู้ได้ว่าความแค้นที่สุมอยู่ในใจของชายหนุ่มจะทำให้เขานึกทำอะไรบ้าง แม้คริษฐ์จะสนิทกับโลแกนมากแค่ไหนและรับรู้เรื่องราวของโลแกนดีก็ตาม แต่เขาก็ไม่สามารถบังคับโลแกนให้เลิกแค้นนอกจากคำแนะนำไปในทางที่ดีและคอยเตือนสติเท่านั้น
"ให้ได้เถอะ แกนี่มัน...ฉันหมายถึงบ้านเมืองมีกฎหมาย แกจะทำอะไรตามใจไม่ได้ แค้นพ่อผู้หญิงคนนั้นมากแค่ไหนก็อย่าทำอะไรที่มันผิดต่อกฎหมาย ไปฉุดลูกเขามาได้ไงวะ" คริษฐ์อธิบายอย่างใจเย็น แต่ในใจกลับร้อนเป็นไฟเพราะนึกกลัวใจชายหนุ่มที่คาดเดายาก ไม่รู้จะทำยังไงกับพ่อลูกคู่นี้ หากตามความจริงแล้วผู้หญิงไม่ได้ทำความผิดอะไรเลยแต่ต้องมารับผิดแทนพ่อแบบนี้เขาก็นึกเห็นใจ
"ฉันไม่ทำอะไรให้ตัวเองเดือดร้อนหรอก ยายนั่นเสนอตัวจะใช้หนี้แทนเอง อีกอย่าง พ่อที่ไหนทิ้งลูกตัวเองให้รับหน้าแทน"
"หมายความว่าไงวะ"
"นายธนัทพงษ์หนีไป ถ้าฉันจับตัวมันได้ก็ส่งตัวให้นายดำเนินคดีแน่ แต่ตอนนี้มันไม่ใช่ เพราะฉะนั้น...ฉันจะจัดการยายนั่นเอง"
"แล้วแกจะจัดการยังไง เธอไม่ได้ทำอะไรผิดเลยนะ"
"แน่นอนว่าฉันไม่ฆ่ายายนั่นหรอก แค่จะให้ทำงานใช้หนี้ เสนอตัวมาเองนี่" โลแกนเอ่ยตอบพลางนึกไปถึงใบหน้าขาวใสไร้เครื่องสำอางกำลังแสดงสีหน้าโกรธเขาที่ต่อว่าพ่อของเธอ เมื่อเขานึกถึงก็ยิ่งหงุดหงิดที่เธอปกป้องคนทำผิดอย่างธนัทพงษ์ เขาไม่เคยเข้าใจเลยว่าทำไมคนทำผิดถึงมีแต่คนปกป้องกันนัก
"ก็ขอให้ทำอย่างที่พูดตลอดก็แล้วกัน แล้วจะเอาไงเรื่องนายธนัทพงษ์" คริษฐ์เอ่ยขึ้นอย่างทำอะไรไม่ได้ก่อนจะถามโลแกนถึงเรื่องธนัทพงษ์
"ตำรวจยังตามตัวอยู่ใช่ไหม"
"อืม เรื่องนี้เรื่องใหญ่ พ่อเลยสั่งให้คนทั้งตามสืบตามจับ ข่าวก็ผิดเงียบให้แล้ว ไม่ต้องห่วง"
"ขอบใจ ฉันจะสั่งให้คนตามหาด้วย ถ้ามันไม่หนีออกนอกประเทศอีกไม่นานก็โดนตำรวจจับ" โลแกนเอ่ยขึ้นพลางกำแก้วไวน์ในมือแน่นเมื่อนึกไปถึงสิ่งที่ธนัทพงษ์ได้ทำเอาไว้ก่อนจะพูดขึ้นอีกครั้ง "แต่ถ้ามันออกนอกประเทศ มันไม่รอดจากลูกน้องของฉันแน่"
"อย่าทำอะไรบุ่มบ่ามละ ฉันไปก่อนนะ ต้องไปรับโมนาที่สนามบิน"
"โมนากลับมาแล้วเหรอ"
"อืม ถ้ายังไม่กลับก็แวะไปหาเธอบ้าง บ่นว่าคิดถึงอยู่"
"อืม ไว้จะแวะไปหา ฝากบอกเธอด้วย" โลแกนเอ่ยขึ้นตอบรับพลางมองคริษฐ์เดินออกจากห้องไป ก่อนจะลุกขึ้นและเดินไปยังห้องชั้นบนทันที
...
ร่างบางถูกวางลงบนเตียงนุ่มด้วยมือของลูกน้องของโลแกนก่อนจะออกจากห้องไปเมื่อทำตามคำสั่งเจ้านายเสร็จได้เพียงสิบนาที ชญานินก็เริ่มรู้สึกตัวลืมตาขึ้นก่อนจะมองไปรอบๆ ด้วยความสงสัย แต่เมื่อเธอนึกขึ้นได้ว่าก่อนหน้านี้เกิดเรื่องอะไรขึ้น เธอจึงลุกขึ้นนั่งทันทีพลางยกมือลูบที่ท้ายทอยเมื่อรู้สึกเจ็บเบาๆ ก่อนจะมองไปรอบๆ ห้องอีกครั้งเมื่ออาการเจ็บเบาลง
ชญานินสำรวจห้องก็พบว่าเป็นห้องนอนสุดหรูหราครบครัน เธอขมวดคิ้วมองหาสิ่งที่จะยืนยันได้ว่าห้องนี้เป็นห้องของใครแต่ก็หาไม่เจอนอกจากห้องที่ถูกจัดไว้อย่างมีระเบียบเรียบร้อย เธอลุกขึ้นจากเตียงเพื่อลุกขึ้นไปยังประตู แต่ไม่ทันที่เธอจะหมุนลูกบิด ประตูก็ถูกเปิดออกมาก่อนพร้อมการปรากฏร่างสูงของเจ้าหนี้ ชญานินมองโลแกนด้วยสีหน้าตกใจพลางถอยหลังหนีด้วยความกลัว
"คิดจะทำอะไร" โลแกนเอ่ยถามเมื่อเขาเปิดเข้ามาพบกับหญิงสาวกำลังจะเปิดประตูออกจากห้องพลางก้าวเท้าเดินเข้าหาเธอด้วยใบหน้าเฉยชา
"ฉันจะกลับบ้าน ฉันตกลงจะใช้หนี้คุณโดยไม่ยื่นข้อเสนออะไรเลย แต่ไม่ได้หมายความว่าจะยอมให้คุณจับตัวฉันมา" ชญานินทำใจดีสู้เสือเอ่ยออกไปพลางจ้องมองชายหนุ่มที่ก้าวเข้ามาใกล้เธอทุกนาที แต่เธอก็ไม่ยอมให้เขาได้เข้าใกล้มากไปกว่านี้ เธอก้าวถอยหลังโดยไม่ทันสังเกต ทำให้เธอก้าวชิดขอบเตียงเป็นเหตุให้เธอล้มลงไปนอนหงายบนเตียง
โลแกนมองหญิงสาวพลางกระตุกยิ้มมุมปากขบขันหญิงสาวพลางก้าวเท้ายาวให้ไปถึงเตียงก่อนจะคุกเข่าลงบนเตียงโน้มตัวคร่อมหญิงสาว มือใหญ่กดข้อมือเล็กของหญิงสาวเอาไว้กับเตียง ทำให้ชญานินรีบเอ่ยออกไปด้วยความตกใจปนหวาดกลัว
"คุณจะทำอะไร ปล่อยนะ ฉันไม่หนีแล้ว จริงๆ น่ะ ฉันไม่หนีแล้ว" ชญานินรีบเอ่ยออกไปด้วยความกลัวพลางจ้องมองใบหน้าชายหนุ่มที่เริ่มเคลื่อนต่ำลงมาอย่างช้าๆ หัวใจของเธอเต้นแรงจนเหมือนจะหลุดออกมาจากอก พยายามบิดข้อมือเล็กของตนให้หลุดออกจากมือใหญ่ของชายหนุ่ม
...แม่ แม่ช่วยด้วย ช่วยหนูด้วยค่ะแม่
ชญานินภาวนาในใจพลางมองชายหนุ่มที่ยังล็อกตัวเธอด้วยร่างใหญ่ของเขา หัวใจเริ่มเต้นแรกทุกครั้งที่ใบหน้าของชายหนุ่มเข้าใกล้ทุกนาที ขอบตาเริ่มร้อนผ่าวด้วยความหวาดกลัวในสิ่งที่คิด เธอแค่อยากทำงานใช้หนี้ ไม่ใช่มาเสียตัวเสียศักดิ์ศรีให้กับผู้ชายที่เธอยังไม่รู้จักแม้แต่ชื่ออย่างชายหนุ่ม
คุณอาจจะชอบ





