
นางฟ้าของนักฆ่า
ตอน 2
นิวยอร์กมหานครไม่เคยหลับใหล ท่ามกลางผู้คนพลุกพล่าน แต่มันยังมีบางพื้นที่ในซอกหลืบของตึกสูงระฟ้า ที่เป็นที่ปลอดผู้คน และเหมาะอย่างยิ่งที่จะเป็นแหล่งก่ออาชญากรรมอุกฉกรรจ์
“มันบาดเจ็บ...” เจ้าของเสียงกังวานหยุด มองสำรวจไปทั่วบริเวณอย่างละเอียดลออ “มันหนีไปไหนไม่ไกลหรอก”
“เจ็บขนาดนั้น มันน่าจะกลายเป็นศพซะก็ดี”
“ยังหาศพมันไม่เจอ อย่าวางใจเด็ดขาด”
“ถ้ามันตาย ต้องมีคนเจอศพ”
“นั่นสิ ยังไม่มีเบาะแส หรือว่ามีคนช่วยมันไว้?” อีกคนสันนิษฐาน
“ใครจะยื่นมือไปช่วยเศษสวะอย่างมันวะ!”
“นั่นสิ หน้าโหด ร่างกายบึกบึนอย่างกับโจร ใครจะช่วยมัน”
“ไม่ก็แจ้งตำรวจจับมันน่ะสิ คงคิดว่าเป็นพวกค้ายาหรือโจรปล้นธนาคารที่ถูกตำรวจไล่ล่า”
“ฮ่าๆ กูก็ว่าอย่างนั้นละว่ะ แต่ถึงมันจะใกล้ตาย ยังไงพวกเราก็ต้องหาศพมันให้เจอเว้ย”
“เอาศพมันไปแลกรางวัลกับนายหรือไงลูกพี่?”
“งานนี้มีสองอย่างเว้ย ถ้าไม่ได้รางวัลพวกเราก็จะกลายเป็นศพแทนมันน่ะสิเว้ยเฮ้ย! แม่ง! ริจะลอบยิงท่านประธานใหญ่ มันสมควรตายอย่างหมาข้างถนน” พูดจบ เจ้าของเสียงก็บ้วนน้ำลายลงพื้นอย่างกักขฬะ
“แต่ในย่านนี้ก็เล็กนิดเดียว ถ้ามีคนเห็นมันหนีเข้ามาในนี้ ทำไมเรายังไม่เจอมันอีกล่ะลูกพี่?”
“ไม่เจอก็รีบไสหัวไปหามันเข้าสิโว้ย! ก่อนที่ใครจะมาช่วยมันจำไว้! ไป๊ ออกไล่ล่าหามันให้เจอ!” นักเลงที่ดูท่าแล้วจะเป็นลูกพี่อายุเยอะสุดตะคอกเสียงออกคำสั่ง ก่อนที่ลูกสมุนคนอื่นๆ จะแยกย้ายกันอุตลุตเพื่อออกไล่ล่าตามหาคนบาดเจ็บเป้าหมายที่นักเลงพวกนี้ออกตามหาไล่ล่า
เพียงไม่นานความมืดแห่งรัตติกาล ก็โอบกอดมุมหนึ่งในมหานครนิวยอร์กเอาไว้อย่างเงียบเชียบ ซอกตึกที่ปกคลุมกลบร่างสูงโปร่งหากทว่าร่างกายสะบักสะบอมบอบช้ำและโรยแรงด้วยพิษบาดเจ็บจากกระสุนประทุทะลวงร่างกายหลายจุด เหงื่อผุดพรายโทรมกายอีกทั้งใบหน้าชุ่มเปียก มือหนาใหญ่กุมผ้าหนาอุดแผลเพื่อห้ามเลือดที่พวยพุ่งออกจากร่างดุจน้ำพุร้อน ส่งกลิ่นคาวคลุ้ง ชวนคลื่นเหียนอาเจียน เลือดแดงฉานไหลทะลักออกมาจากแผลที่ได้รับบาดเจ็บอย่างสาหัสนั้นเป็นระยะ ร่างใหญ่หายใจหอบโหย กัดริมฝีปากแน่นราวสะกดกลั้นความเจ็บปวดที่กำลังจู่โจมเจียนตาย
ร่างเจ็บหายใจรวยรินเพราะพิษบาดแผล ที่ตอนนี้เจ็บปวดจนชา มันเกินความเจ็บปวดไปเสียแล้ว นาทีนี้เป็นหรือตาย เท่ากัน
‘ฉันต้องไม่ตาย... ต้องไม่เป็นไร!’
ร่างแกร่งกัดฟันกรอด อดทนต่อสู้กับความเจ็บปวด
ท่ามกลางความมืดมิด ได้ยินเพียงเสียงสายลมแผ่ว กระทบใบไม้ร่วง ร่างสูงโปร่ง ถอนจูบจากริมฝีปากบางอย่างอ่อนโยน... แผ่วเบา... และรู้สึกผิด
‘อย่าส่งเสียง... และขอโทษที่จูบคุณ’ เสียงกระซิบเป็นภาษาอังกฤษ ฟังดูบงการ ทว่าเจือไปด้วยแววแห่งความเจ็บปวด ทรมาน แพททรีเซียยังคงอึ้งกับสิ่งที่เกิดขึ้นราวมีพายุจู่โจม
“...” หญิงสาวนิ่งเงียบ ยังอยู่ในอารมณ์ตกตะลึง
“Help!Help me! please” ชายหนุ่มกัดฟันแน่น ร้องขอความช่วยเหลือด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ
แพททรีเซียแปลสิ่งที่เขาพูดได้ว่า ‘ที่ทำไป... เพราะไม่อยากให้คุณร้องโวยวาย ผมได้รับบาดเจ็บ กำลังหนีการตามล่าจากคนร้าย มือของผมเต็มไปด้วยเลือดจึงต้องใช้วิธีนี้ ได้โปรดช่วยผมด้วย”
น้ำเสียงขาดห้วงของเขา ฟังแล้วเห็นได้ชัดว่าเป็นผลมาจากอาการบาดเจ็บในสภาพที่สาหัสเต็มทน
เขาถูกยิง!
หญิงสาวเห็นเงาร่างอันสูงโปร่งของเขา จากแสงไฟเพียงเล็กน้อยที่สาดส่องมา ก่อนผละออกและค่อยๆ ทรุดร่วงลงแทบเท้าของหล่อน
“คะ... คุณ! คุณอย่าตายนะ!! ตะ... ตกลง ฉันจะช่วย แต่คุณรอฉันที่นี่ ฉันจะไปตามคนมาช่วย!” เสียงหวานเปล่งออกไปอย่างคนบ้าคลั่งเมื่อร่างโปร่งฟุบลงหมดสติอยู่แทบเท้าอย่างไร้หนทาง
ห้องน้ำในเพ้นท์เฮ้าส์สุดหรูของแพททรีเซีย ขณะนี้ได้ถูกเปลี่ยนสภาพให้กลายเป็นห้องผ่าตัดเล็กของชายหนุ่มร่างสูงโปร่ง ใบหน้าคม ดูงดงามสมบูรณ์แบบดุจเทพเจ้ากรีก คิ้วหนา ดวงตาคมกริบเหมาะกับจมูกโด่งชูชันคมสัน เป็นความลงตัวโดยแท้เท่าที่บุรุษเพศพึงมี ปลายคางถูกจับจองไปด้วยตอเคราที่เริ่มครึ้มเขียว หากทว่าตอนนี้ใบหน้าคมหล่อนั้น กลับมีสีซีดเผือดจากภาวะทางร่างกายที่เสียเลือดอย่างมากเป็นเวลานาน
ชายหนุ่มมองเงาสะท้อนในกระจกเงาของตนที่กำลังขบกรามแน่น เพื่ออดทนต่อความเจ็บปวดของพิษกระสุน สำลี แอลกอล์ฮอล์ถูกเช็ดไล้ลูบมาช้าๆ ที่รอบปากแผลที่มีเลือดข้นทะลักออกมาอยู่เนือยๆ มือหนาใหญ่จุดไฟที่ปลายเทียนและยื่นปลายแหลมเล็กอันคมกริบของมีดเล่มเล็ก ลนไฟเพื่อใช้เพลิงความร้อนฆ่าเชื้อ ไม่เพียงแค่จากประสบการณ์หากทว่ามันคือสัญชาติญาณของคนที่ไม่รู้จักความตายอย่างเขา
อดีตนาวิกโยธินมาสู่นักฆ่ามืออาชีพผู้ถูกฝึกมาอย่างเจนโลกต่างหาก ขั้นตอนการผ่าตัดเล็ก สะกิดเม็ดกระสุน ที่ฝังแน่นเหนือไหล่ขวาของตนเอง นี่ไม่ใช่ครั้งแรก แต่วิถีกระสุนและจุดที่โดนยิงครั้งนี้ มันทำให้เขาไม่ค่อยถนัดและทุลักทุเลอย่างยิ่ง
ร่างกายของเขาเริ่มชาไปทั้งตัวเพราะพิษบาดแผลความเจ็บปวดจนเกินเจ็บ แผลแค่นี้เขาไม่ยี่หระสักเท่าไร แต่ที่อ่อนแรงลงไปมากนั่นเป็นเพราะการเสียเลือดมาก ภาวะขาดความสมดุลของน้ำ น้ำตาลและเลือดในร่างกายมากกว่า
เวลาผ่านไปเกือบ 3 ชั่วโมง
“คุณต้องช่วยผม”
“ช่วย?” หญิงสาวเสียงอึกอัก หล่อนเป็นนางแบบนะ ไม่ใช่นางพยาบาล
“เย็บแผลให้ผมที”
“หา? ฉะ... ฉันทำไม่ได้หรอก” ตอบเสียงสั่น
“คิดว่าผม เป็นหนังจระเข้สิ ผมไม่เจ็บหรอก” เขาหยุดจ้อง ดวงตาที่สั่นระริก เต็มไปด้วยแววแห่งความกลัว
หญิงสาวกัดริมฝีปากแน่นอย่างชั่งใจ
“แต่ถ้าคุณไม่ทำ... ผมตาย” เขาบอก เสียงเขาหนักแน่น สม่ำเสมอ แต่ความเจ็บร้าวซ่อนอยู่ในนั้นลึกเหลือเกิน หญิงสาวตัดสินใจ ลงมือด้วยหัวใจรัวระทึก เธอทำมันเป็นครั้งแรก ด้วยความระมัดระวัง ความประหวั่นพรั่นพรึงยังไม่จางหาย
ในที่สุดฝีเข็มสุดท้ายก็เสร็จสิ้น เขาหยัดร่างที่บาดเจ็บขึ้น เดินออกจากห้องน้ำด้วยความยากลำบาก เจ็บปวดจนชาไปหมดแล้วทั้งตัวแม้ลมหายใจก็หอบถี่ เพราะมันสะเทือนแผลทุกครั้งที่สูดลมหายใจเข้าออก
“คุณ!” เสียงแพททรีเซียร้องขึ้น ชายหนุ่มตรงหน้า อยู่ในสภาพเปลือยท่อนบน ร่างแกร่งมีเพียงผ้าขนหนูสีขาวผืนเดียว ใบหน้าคมกริบชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ อาจจากภาวะความเจ็บปวดของร่างกาย
“คุณเป็นยังไงบ้าง?” แพททรีเซียถามอาการร้อนลน
“หน้าคุณซีดหมดแล้ว จะไม่ไปโรงพยาบาลจริงๆ หรือคะ? ฉะ... ฉันกลัว”
“ไม่ นั่นไม่ปลอดภัยสำหรับผม” เขาตอบ
“ละ... แล้วจะทำยังไงดี? คุณแน่ใจว่าตัวเองจะรอดไหมเนี่ย?” แพททรีเซียตื่นตระหนก
“ผมคงต้องพักกับคุณสักพัก... จนกว่าแผลจะดีขึ้น” เขาขอร้องเสียงพร่า
“ไม่ได้นะ!” แพททรีเซียแผดเสียง
ทำแบบนั้นไม่ได้ นางแบบเบอร์หนึ่งอย่างแพททรีเซียจะมีผู้ชายมาอยู่ใต้ชายคาเดียวกันได้ยังไง
“งั้น พาผมไปส่งที่เดิมที่คุณพบผมจมกองเลือดก็ได้” น้ำเสียงเรียบนิ่งเย็นชา จนคนฟังเป็นฝ่ายสะท้านเสียเอง
“ไม่นะ ฉันทำอย่างนั้นไม่ได้หรอก ให้พาไปทิ้งไว้แบบนั้นก็เท่ากับว่าพาคุณไปตายน่ะสิ”
“แล้วคุณต้องการแบบไหน?”
“โอ้ย... ปวดหัวจริงๆ เลย ทำไมฉันต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ด้วยนะ”
ชายหนุ่มหน้านิ่ง แววตาอิดโรยปากซีดเซียว เขาพาร่างโทรมๆ เดินตามหญิงสาวที่กำลังพยุงเขาไปนอนพักฟื้นชั่วคราวในห้องนอนของเธอเอง ร่างโปร่งทรุดยวบลงบนที่นอนหนานุ่มที่มีกรุ่นกลิ่นน้ำหอมจากตัวหญิงสาวแต่เพียงอ่อนๆ
จากนั้นแพททรีเซียจึงจัดระเบียบร่างกายของเขาในท่านอนที่สบายปกติ
“พักตรงนี้ล่ะ”
“โอ๊ะ” ชายหนุ่มร้องเจ็บเพราะการเคลื่อนกายมันบากเสียดลึกไปถึงแผล
“ตายละ มีเลือดซึมออกมาจากแผลด้วย” แพททรีเซียตกใจ
“ไม่เป็นไร อย่าห่วง”
“คุณจะดีขึ้นใช่ไหม?” แพททรีเซียถามเสียงสั่นเพราะไม่เคยเห็นคนเจ็บปางตายขนาดนี้มาก่อน
“ปล่อยผมได้พักสักครู่” ชายหนุ่มร้องขอ ก่อนที่หญิงสาวจะวางมือจากเขาและมองสำรวจไปทั่วทั้งร่างโปร่งนั้น ก็ได้ความคิดว่าถ้าเขาได้เสื้อผ้าที่สวมใส่ง่ายๆ คงดีและไม่กระทบกับรอยแผลที่บาดเจ็บ
“ฉันว่าคุณน่าจะใส่กางเกงบ็อกเซอร์ตัวเดียวได้นะ คนตัวโตๆ อย่างคุณ คงหาเสื้อผ้าใส่ยาก พอดีว่าฉันชอบใส่บ็อกเซอร์นอนน่ะเลยพอมี ไว้มีเวลาฉันจะไปหาซื้อเสื้อผ้ามาให้คุณก็แล้วกัน โอเคมั้ย?” แพททรีเซียพูดขึ้น
เขาพยักหน้ารับรู้ขณะที่สีหน้าซีดเผือดลงไปเรื่อยๆ เหงื่อยังคงผุดพรายไปทั่วไรผมของเขา
“คุณนอนพักในห้องของฉันก็แล้วกัน เพราะอีกห้องเป็นของพอลล่า” แพททรีเซียพูดจบเขาก็ขยับปากจะพูด
“แพททรีเซีย...”
“คะ”
“ผมติดหนี้ชีวิตคุณ... แพททรีเซีย” สุดเสียงเอ่ย เขาก็ทนความเจ็บปวดที่เริ่มแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กายไม่ไหวจนหมดสติลงไปต่อหน้าต่อตานางพยาบาลเฉพาะกิจอย่างหล่อน
“คะ... คุณ! คุณคะ!” แพททรีเซียเรียกเขา ตายล่ะเขาเป็นใคร มาจากไหน เป็นคนดีหรือคนร้ายก็ไม่รู้ ตอนนี้เขาอยู่ในห้องเธอเสียแล้ว
คุณอาจจะชอบ





![หน้าปกนวนิยาย Omega's instinct สัญชาตญาณดิบ [Omegaverse]](https://v.melolo.com/b1265344voduse1318177724/9bc437245001834806832436909/brwca7jFjC8A.webp!15491.webp)