
นางฟ้าของนักฆ่า
ตอน 3
หลังจากค่ำคืนสุดเร้าระทึกผ่านพ้นไป แพททรีเซียตื่นนอนในตอนเช้าก็เดาว่าตัวเองคงผล็อยหลับไประหว่างนอนเฝ้าอาการของชายหนุ่มนิรนาม แต่เมื่อมองเห็นอะไรได้กระจ่างขึ้นก็พบว่าคนบาดเจ็บลืมตาตื่นอยู่ก่อนแล้ว และขณะนี้กำลังมองจ้องหล่อนอย่างไม่อยากละสายตาหนีไปทางไหน
“คุณตื่นนานแล้วเหรอ?” แพททรีเซียถามขึ้นสีหน้าเริ่มไม่พอใจ เขาตื่นมาแอบดูเธอหรือยังไง
‘แย่มากนะคุณ รู้แบบนี้ ปล่อยให้ตายเพราะเลือดหมดตัวเลยดีมั้ย’
หญิงสาวนึกตำหนิแต่ก็รู้สึกแปลกๆ ที่มีคนมาจ้องตอนเธอหลับ ก็ไม่เคยมีใครทำแบบนี้กับนางแบบดังนี่นา
“ก็ตื่นก่อนคุณไม่กี่นาที” เขาตอบ สีหน้าของเขาเริ่มดีขึ้นกว่าเมื่อคืนมาก คงไม่ตายง่ายๆ แล้วกระมังหญิงสาวคิดในใจ ‘อีตานี่ไว้ใจได้ไหมนะ’
“อาการคุณเป็นยังไงบ้าง เจ็บมากไหม?” แพททรีเซียถามขึ้น พร้อมกวาดตามองเพื่อสำรวจบนร่างแกร่งกำยำตรงหน้าที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็น ที่ดูๆ แล้วน่าจะผ่านการต่อสู้มาอย่างสาหัสสากรรจ์
“มันร้าวไปหมดเลย แต่ทนได้” เขาตอบน้ำเสียงไม่ยี่หระเพราะถูกฝึกมาให้อดทน และห่างไกลความตายอย่างช่ำชอง
“งั้นก็ดีแล้ว คุณต้องดีขึ้นแน่ๆ เดี๋ยวฉันไปทำอะไรให้กินนะ เสร็จแล้วฉันจะได้ไปทำงาน” หญิงสาวบอก เขายังคงมองเธอแน่วนิ่ง ดวงตาคมคู่นั้นเจือแววรู้สึกขอบคุณในความเมตตาของหญิงสาวตรงหน้า โดยไม่มีความรู้สึกอื่นใดแอบแฝงแม้แต่น้อย
“ครับ” เขาตอบ ก่อนที่แพททรีเซียจะลุกขึ้นและเดินออกจากห้องไปเตรียมอาหารตามที่พูดไว้ จากนั้นไม่นานหล่อนก็กลับเข้ามาพร้อมอ่างน้ำเย็นและผ้าขนหนูผืนเล็กลายคิตตี้น่ารัก
“เช็ดหน้าก่อน คุณจะได้สดชื่น แล้วเดี๋ยวค่อยกินข้าวต้ม” แพททรีเซียบอก หยุดเว้นช่วงมองเขาครู่หนึ่ง “คุณคง... ยังไม่หิวมากหรอกนะ ใช่มั้ย?” หล่อนถามขณะวางอ่างน้ำเย็นขนาดเล็กลงที่โต๊ะข้างหัวเตียง ผ้าขนหนูผืนเล็กชุบน้ำเย็นและเช็ดเบาๆ บริเวณแก้มสากที่ตอนนี้ครึ้มไปด้วยเคราเขียวและดวงหน้าที่ดูเข้มดุ เมื่อปราศจากรอยยิ้มแต่พยักหน้าหงึกๆ เป็นเชิงตอบว่า เขามันไม่ใช่พวกผู้ชายเห็นแก่กิน ที่ตื่นนอนก็หิวเลยสักนิด
“ผมเช็ดเอง” เขาพูดขึ้น พร้อมส่งมือไปแย่งผ้าขนหนูจากมือนุ่มนิ่มของหญิงสาว มันทันได้แตะสัมผัสกันเพียงพาดผ่าน หากเกิดความสะท้านหวั่นไหวเบาๆ ได้เช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับฝ่ายหญิงที่หล่อนแทบไม่มีโอกาสได้อยู่กับชายแปลกหน้าอย่างใกล้ชิดตามลำพังแบบนี้
“คุณถนัดหรือคะ? ถ้าเก่งขนาดนั้นก็ดีสิ นี่แผลก็เพิ่งจะผ่าเมื่อคืนเลือดยังมีซึมออกมาอยู่เลยยังจะอวดเก่งอีก” แพททรีเซียดุในฐานะผู้มีพระคุณได้ไหมนะ
“ผมดีขึ้นแล้ว คุณไปเถอะ” เขาพูดเหมือนไล่แล้วก็ละสายตาจากหญิงสาวไปใส่ใจกับการเช็ดเนื้อเช็ดตัวแทน
“งั้นฉันไปเอาข้าวต้มมาให้” ทันทีที่พูดจบ หล่อนก็หายเข้าไปในครัวเป็นเวลาพักใหญ่ ก่อนออกมาพร้อมกับชามข้าวต้มส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำย่อยในกระเพาะอาหารเป็นอย่างยิ่ง หล่อนวางลงบนโต๊ะหัวเตียง ก่อนจะรับผ้าขนหนูมาเก็บ
“กินเองได้หรือเปล่า?” เสียงหวานถามด้วยกิริยาเรียบนิ่ง
“ไม่ถนัด” ถามคำตอบคำอย่างกับกลัวว่าจะมีดอกพิกุลร่วงออกมาจากปากหยักสวยนั่นเสียจริง ผู้ชายคนนี้ปากสีแดงสดตามธรรมชาติของสีผิวของเขา แลดูมีสุขภาพดี ร่างกายเขา... คงแข็งแรงน่าดู เพราะโดนกระสุนเจาะขนาดนี้ ยังเอาชีวิตรอดมาได้ ถ้าไม่ใช่ไอรอนแมนก็ต้องร่างกายดีสุดๆ หญิงสาวเดาเล่นๆ
“เมื่อกี้ยังทำเก่ง” เธอแกล้งดุเขาเพื่อกลบเกลื่อน เพราะรู้เท่าทันความคิดตัวเองว่าเริ่มใช้สายตามองสำรวจรูปร่างหน้าตาเขาอย่างซุกซนมากเกินไปแล้ว
“มันเหมือนกันเสียที่ไหน” เขาตอบยาวกว่าประโยคที่แล้วมานิดหนึ่ง!
“ก็ได้... ฉันจะป้อนให้” หล่อนนั่งลงข้างตัวเขา ข้าวต้มถูกป้อนเข้าปากเขาทีละคำ กลิ่นหอมกรุ่นชวนหิว ไอร้อนๆ ยังระเหยวนเวียนอยู่เหนือชาม จนหญิงสาวต้องตักขึ้นมาเป่าให้มันเย็นลงก่อนส่งเข้าปากเขา
ปากหยักสวย สีแดงเข้มตามธรรมชาติ ราวกับว่าเขาไม่เคยแตะต้องบุหรี่หรือซิกการ์เลยทีเดียว ข้าวต้มพร่องลงไปอย่างมาก ในที่สุด เขาก็พูดขึ้น
“อิ่มแล้วครับ” ดวงตาคมเข้มหากเจือแววเย็นชา มองจ้องเธอแน่วนิ่ง “ขอบคุณ” เขาเอ่ยเรียบเรื่อย
“งั้น... ฉันเตรียมตัวไปทำงานก่อน” แพททรีเซียสั่งทิ้งท้าย ก่อนที่จะลุกเดินออกจากห้องไป
คนเจ็บเอนตัวลงนอนพักผ่อน และเคลิ้มหลับไปในที่สุด จากนั้นไม่นานหญิงสาวก็ขับรถสปอตมาถึงกองถ่ายซีรี่ส์เรื่องดังที่เธอเป็นนักแสดงรับเชิญด้วยตัวเอง
วันนี้พอลล่าไม่ได้มารับเหมือนเช่นทุกวัน เพราะกลัวเรื่องซ่อนคนเจ็บไว้ที่เพ้นท์เฮ้าส์จะไม่เป็นความลับอีกต่อไป ในคืนนั้นพอลล่ามีบทบาทในการตัดสินใจอย่างมาก ช่วยกันพาร่างบาดเจ็บของเขากลับมารักษาอย่างทุลักทุเล
‘แพททรีเซียไปทำงานเองนะวันนี้ พี่จะไปหาคนมาช่วยดูอาการพ่อหนุ่มนั่น’
‘จะดีเหรอคะพี่พอลล่า มีคนรู้มากขึ้น เรื่องมันจะไปกันใหญ่นะคะ’
‘ไม่หรอกจ้ะ พี่มีคนที่ไว้ใจได้’ พูดจบก็ระบายรอยยิ้มให้หญิงสาว พร้อมเอื้อมมือไปลูบผมของแพททรีเซียเป็นการแสดงความเอ็นดูเพื่อให้หญิงสาวอบอุ่นมั่นใจ
หญิงสาวอยู่ในห้วงคำนึงตอนที่ปรึกษากันกับพอลล่าเรื่องคนเจ็บตัวปัญหา ระหว่างเท้าก็ก้าวเดินจนไปถึงห้องรับรองนักแสดง
“น้องแพทมาแล้ว มาแต่งหน้าทำผมก่อนนะคะ” ช่างแต่งหน้าเดินเข้ามารับหล่อนไปนั่งประจำที่ พร้อมเริ่มแต่งหน้าทำผมให้นางแบบสาว ที่วันนี้มาเล่นละครซีรี่ส์ประเดิมด้วยการเป็นดารารับเชิญก่อนและผลงานต่อไปอาจจะได้รับบทนางเอก
“ขอบคุณค่ะ” เสียงหวานตอบพร้อมรอยยิ้มอ่อนบาง
“เบาๆ ค่ะน้องแพท นั่งนิ่งๆ นะคะเดี๋ยวหน้าเลอะ” ช่างแต่งหน้าสาวประเภทสองร่างอวบแต่หน้าสวยจนหญิงแท้ต้องอาย เมื่อเห็นแพททรีเซียท่องบทแล้วก็ออกแอคติ้งไปด้วยหน้าสวยๆ หวานๆ ของเธอจึงเอียงไปมาทำให้แต่งหน้าไม่ถนัดนัก
“งั้นแพทจะนั่งนิ่งๆ ให้พี่แต่งหน้าเสร็จก่อนดีกว่า” แพททรีเซียไม่แค่พูด แต่หล่อนวางบทลงที่หน้าตัก นั่งนิ่งๆ ตามที่พูด จนกระทั่งช่างแต่งหน้ายิ้มกว้างด้วยความพอใจ
“ดีจ้ะ น่ารักมาก” ช่างแต่งหน้าเอ่ยชม
“ช่วยเน้นบริเวณใต้ตาแพททีนะคะ” นางแบบสาวร้องขอ
“พี่ก็ตั้งใจอย่างนั้นล่ะ แล้วไปทำอะไรมาละคะ? เหมือนคนนอนไม่พอ ดูสิ ตัวเป็นนางแบบ ตาเป็นแพนด้า” ช่างแต่งหน้าได้ทีพูดหยอกจนแพททรีเซียระบายรอยยิ้มออกมาอย่างเนือยๆ
แหม... ช่างเดาจริง ก็นอนไม่เต็มอิ่มน่ะสิ ใครจะรู้ว่าชีวิตของซุปเปอร์โมเดลสาวจะเจอกับชายแปลกหน้าเลือดโชกตัวมาแบบนั้น แล้วนี่ดูสิ สุดท้ายหล่อนต้องรับอุปการะ
เอ๊ะ หรือจะเรียกว่ารับเลี้ยงให้ที่พักพิงดีล่ะ
ตอนนี้หล่อนกับพอลล่ายังเฝ้าภาวนาอยู่เลยว่า ผู้ชายคนนั้น
‘ขออย่าเป็นโจรก็พอ’
“พอดีเมื่อคืนแพททรีเซียนอนดึกน่ะค่ะ ตาก็เลยโบ๋เป็นแพนด้ามาเลย” แพททรีเซียตอบเพราะรู้ตัวว่าสภาพหน้าตาของตนในวันนี้ดูเพลียๆ ไม่สดชื่นคงแต่งหน้ายากพอสมควร
“ไม่ต้องห่วงค่ะน้องแพททรีเซีย ฝีมือดัชนีนางขั้นเทพขนาดนี้แล้ว อีกอย่างน้องแพททรีเซียสวยออกขนาดนี้แต่งเบาๆ ก็สวยค่ะ” ช่างแต่งหน้าคนสวยยังหยอดคำหวานชม
“ขอบคุณค่ะ”
“แหมๆ ก็นี่ขนาดไม่แต่งอะไรเลยยังสวยกว่านางฟ้าอีกนะคะเนี่ย”
“ชมแพทมากไปแล้วนะคะ” แพททรีเซียถ่อมตัวออกอาการเขินอาย ขณะที่แพททรีเซียกำลังแต่งหน้าทำผม พอลล่าก็เดินเข้ามาเห็นนางแบบสาว กำลังนั่งท่องบทไปพลาง ในขณะที่ถูกแต่งหน้าทำผมอยู่นั้น ก็นึกชื่นชมความเป็นมืออาชีพของแพททรีเซียในใจ เมื่อเดินมาใกล้ก็ทักหญิงสาวขึ้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส
คุณอาจจะชอบ





![หน้าปกนวนิยาย Omega's instinct สัญชาตญาณดิบ [Omegaverse]](https://v.melolo.com/b1265344voduse1318177724/9bc437245001834806832436909/brwca7jFjC8A.webp!15491.webp)