ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย คลั่งรักเมียแต่ง

คลั่งรักเมียแต่ง

รัตติกาลสาวสวยสุดแซ่บตัดสินใจประชดรักด้วยการแต่งงานกับคนแปลกหน้าตามความต้องการของผู้ใหญ่ จนต้องย้ายมาใช้ชีวิตร่วมกับภูวดล เจ้าของสวนองุ่นมาดเข้มวัย 32 ปีในฐานะสามีภรรยา ทว่าความเงียบขรึมและนิสัยดุดันของเขากลับทำให้หญิงสาวผู้อ่อนไหวง่ายต้องเผชิญกับความอึดอัดและน้อยใจอยู่บ่อยครั้ง ท่ามกลางบรรยากาศไร่อันแสนสงบ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะดำเนินไปอย่างไรเมื่อคนหนึ่งก็แสนดุส่วนอีกคนก็ชอบคิดไปเอง เรื่องราวความรักแนวฟีลกู๊ดที่ไม่มีการนอกใจจึงเริ่มต้นขึ้น
ตอน
แชร์

ตอน 1

ตอนที่ 1 รับปาก

@จังหวัดเชียงราย

บ้านหลังใหญ่บนเนินเขา ที่ใครๆต่างรู้จักกันเป็นอย่างดี นั่นก็คือบ้านแม่พร ทุกคนในจังหวัดนี้ไม่มีใครไม่รู้จักท่าน คนงานส่วนมากมักจะเรียกท่านติดปากว่าแม่พร ส่วนคนอื่นๆ ก็เรียกป้าเรียกน้าแล้วแต่สะดวก

ท่านเป็นผู้ใหญ่ใจดี มีลูกชายหนึ่งคน ลูกสาวหนึ่งคน ลูกชายเป็นคนโตยังไม่มีเมีย ส่วนลูกสาวมีสามีแล้ว ท่านเป็นเจ้าของสวนอ้อย สวนยาง และยังเป็นเจ้าของแผงตลาดสดขนาดใหญ่ในตัวเมืองอีกด้วย

“ตาภูมิ...” ภูวดลลูกชายคนโตของบ้านก้าวขาเดินเข้ามาในบ้านแม่ยังไม่ทันไร เสียงแม่ก็เรียกดังมาแต่ไกล

“ครับ” ภูวดลมีบ้านอยู่ต่างหาก เขาปลูกบ้านอยู่ในสวนองุ่น ซึ่งก็อยู่ไม่ได้ไกลจากบ้านแม่พรมากนัก ระยะทางประมาณสามกิโลขับรถแป๊บเดียวก็ถึง

“อายุก็ไม่น้อยแล้ว เมื่อไหร่จะมีเมียสักทีล่ะ” เป็นคำถามยอดฮิตไปไหนมาไหนคนก็ชอบถามคำถามนี้กับเขา...น่ารำคาญสิ้นดี!

“ยังไม่สะดวกครับ” ตอบแบบขอไปที แล้วเลือกที่จะเดินหนี

“ดูมันตอบเข้า...นี่แม่นะ! คิดว่าเป็นเพื่อนเล่นหรือยังไง” โดนดุจนได้!

“โธ่แม่ครับ ถ้าแม่อยากให้ผมมีเมียมากนัก แม่ไปหามาเลยครับ ขอตัวก่อนนะพอดีผมมีธุระ” ที่จริงก็ไม่ได้มีธุระที่ไหน แต่เลือกที่จะเดินออกไปทั้งๆที่เพิ่งมาถึง

“ดูมันๆ เป็นคนแบบนี้ถึงไม่มีใครเอา” เสียงแม่พรด่าไล่หลังตามไปเสียงดัง มีหรือเขาจะไม่ได้ยิน

“เอาน่าแม่...อย่างหงุดหงิดน่า เดี๋ยวความดันขึ้นนะจ๊ะ” กลิ่นลูกสาวคนเล็ก อยู่บ้านหลังเดียวกับแม่ ช่วยพูดให้แม่ใจเย็นๆ

“เมื่อกี้พี่แกบอกว่าให้แม่หาเมียให้มันได้ใช่มั้ย” แววตาของแม่พรเริ่มมีความหวัง

“ขนาดแม่ยังไม่รู้เลยใช่มั้ย ว่าจะไปหาผู้หญิงที่ไหนมาให้พี่ภูมิ” ซึ่งกลิ่นเองก็ยังมองไม่ออกเหมือนกัน ว่าผู้หญิงที่ไหนจะมาชอบคนบ้างานอย่างพี่ภูมิได้ ไม่ได้บ้างานอย่างเดียว ผู้หญิงสักคนก็ไม่เคยมอง

“ใครบอก...ถ้าหาได้แล้วมันไม่ยอมแต่งล่ะน่าดู” แม่พรเป็นผู้หญิงเก่งที่ค่อนข้างกว้างขวาง ท่านรู้จักคนเยอะ ทั้งจังหวัดนี้จะไม่มีผู้หญิงสักคนที่เหมาะสมกับลูกชายของท่านเลยก็ให้มันรู้ไป!

“อ้าว...แล้วแม่จะไปไหนจ๊ะนั่น”

“จะไปเก็บค่าเช่าแผงที่ตลาดสักหน่อย”

“ให้พี่เปลวขับรถไปให้เอามั้ยจ๊ะ” เปลวคือสามีของกลิ่น ลูกเขยของแม่พรนั่นเอง

“ไม่ต้องๆ แม่ไปเองได้ อยากได้อะไรหรือเปล่าล่ะ” บ้านของท่านอยู่ในหมู่บ้านชนบทที่ล้อมรอบไปด้วยภูเขาต้นไม้ มีความอุดมสมบูรณ์เป็นธรรมชาติสุดๆ ส่วนแผงตลาดอยู่ในเมืองโน่น ใช้เวลาเดินทางนานพอสมควร ระยะทางประมาณสามสิบกิโลเห็นจะได้

“ไม่จ่ะ”

“เย็นๆโน่นแหละแม่ถึงจะกลับ” เก็บค่าเช่าแผงที่ตลาดเสร็จ ก็ว่าจะไปดูต้นอ้อยในสวนสักหน่อย น่าจะใกล้ตัดได้แล้ว

@ตลาดสด

#รัตติกาล หรือ เจ้าขา

ฉันชื่อเจ้าขาบ้านอยู่ในตัวจังหวัด ที่บ้านเปิดร้านขายอาหารตามสั่ง มีพ่อกับแม่พี่ชายและพี่สะใภ้ช่วยกันทำ เป็นธุรกิจครอบครัว ส่วนฉันเพิ่งจะเรียนจบ เอาจริงๆก็จบมาเกือบปีแล้วแหละ มีแฟนเป็นลูกเจ้าของร้านขายหมูในตลาด แต่ตอนนี้เลิกกันแล้ว

เหตุผลที่ฉันตัดสินใจเลิกก็คือ ความเจ้าชู้และมักมากของมัน เราคบกันมาสองปี มันพยายามจะขอฉันมีอะไรด้วยมาตลอด แต่ฉันไม่ให้ ฉันบอกกับมันว่าถ้าอยากได้ก็ให้แม่มาขอ แต่งงานกันเมื่อไหร่ฉันจะยอมเป็นของมันทันที แต่มันก็ไม่เห็นมาสักที สุดท้ายมันก็แอบไปกินกับลูกแม่ค้าขายผักในตลาด ฉันก็เลยเลิกแต่ก็เพิ่งจะเลิกกัน ตอนนี้ยังรู้สึกเซ็งๆอยู่เลย

วันนี้แม่ชวนฉันออกมาซื้อของที่ตลาดหวังว่าจะไม่เจอพวกมันสองคนนะ ฉันยังทำใจไม่ค่อยได้ ปกติร้านขายอาหารของเราจะสั่งของไปลงที่ร้านเลย แต่ก็มีบางอย่างที่แม่อยากมาเลือกด้วยตัวเอง โดยเฉพาะของสด แม่ฉันชื่อแม่บัว ส่วนพ่อชื่อพ่อยอดค่ะ

ในขณะที่ฉันกับแม่เดินเลือกซื้อของสดในตลาดกันอยู่นั้น อยู่ๆก็มีผู้หญิงคนหนึ่งแต่งตัวดีท่าทางมีฐานะเดินเข้ามาทักแม่บัวของฉัน

“บัว...”

“อ้าวพี่พร...ไม่ได้เจอกันนานเลยนะคะ”

“บัวสบายดีมั้ย นั่นลูกสาวเธอเหรอ”

“เจ้าขา สวัสดีป้าพรสิลูก ป้าพรเป็นเจ้าของตลาดที่นี่จ่ะ” ทำไมฉันถึงไม่เคยเจอ...อ่อคงเป็นเพราะฉันไม่ค่อยได้มาเดินตลาดสดแบบนี้สักเท่าไหร่

“สวัสดีค่ะป้าพร”

“สวัสดีจ่ะลูก”

“ป้าพรเป็นเจ้าของไร่อ้อยกับไร่องุ่นด้วยนะ”

“พอๆไร่องุ่นน่ะของลูกชาย ของพี่ซะที่ไหนกัน ว่าแต่...มีลูกสาวน่ารักนะเนี่ย หนูเจ้าขามีแฟนหรือยังลูก”

“มีแล้ว...แล้วก็เลิกไปแล้วค่ะป้า”

“อ้าวทำไมล่ะ”

“ผู้ชายห่วยค่ะป้า” ชีวิตฉันคบกับผู้ชายมาก็หลายคน ทุกคนล้วนแล้วแต่เจ้าชู้ไม่รู้จักพอ ฉันเกลียดผู้ชายแบบนี้ที่สุด!

“มาเป็นลูกสะใภ้ป้าเอามั้ย รับรองลูกชายป้านิสัยดีทำมาหากินเก่ง” ห๊า...

“ลูกชายพี่พร ยังไม่มีเมียอีกเหรอคะ อายุน่าจะมากกว่ายัยเจ้าขาเยอะเลย” เสียงแม่บัวของฉันเองค่ะ

“แหม...พูดเรื่องนี้แล้วมันยาว มาๆหาที่นั่งก่อนรีบกลับหรือเปล่า”

“แม่...กลับช้าเดี๋ยวพ่อก็บ่นอีก” ฉันหันไปสะกิดแม่ แม่ฉันชอบติดคุยรู้จักคนไปทั่ว จะว่าไปแล้วก็เป็นคุณสมบัติอย่างหนึ่งของแม่ค้าแหละ

“เถอะน่า นานๆเจอกันที นั่งคุยก่อนแป๊บนึงไม่เป็นไรหรอก” นี่แหละแม่บัวของฉัน

“มาๆหนูเจ้าขา นั่งลงก่อน” ป้าพรพาแม่บัวมานั่งลงที่โต๊ะไม้หินอ่อน ใกล้ๆจากที่ยืนคุยกันอยู่เมื่อสักครู่นี้

“เจ้าขาไปเดินซื้อของที่เหลือให้แม่ดีกว่าค่ะ”

“เออ...ก็ดีลูกจะได้เสร็จเร็วๆ” ฉันเดินออกไปจากตรงนี้ ปล่อยให้คนแก่เขาคุยกันไป ฉันเป็นเด็กไม่อยากฟัง...

“บัวว่าไง...”

“ว่าอะไรคะ”

“ก็ลูกสาวเธอไง ยกให้พี่นะ เดี๋ยวจะดูแลให้เป็นอย่างดีเลย เรียนจบแล้วไม่ใช่เหรอ”

“เพิ่งจบพี่ แต่เรื่องแต่งงานฉันคงต้องถามลูกก่อน พักนี้แกซึมๆคงเป็นเพราะเพิ่งเลิกกับแฟนนั่นแหละ นี่ก็เพิ่งจะยอมออกจากห้องมา”

“ลูกชายพี่เป็นถึงเจ้าของสวนองุ่น แถมยังมีโรงไวน์ใหญ่โต ไม่สนใจอยากได้ไปเป็นลูกเขยเหรอ”

“โฆษณาขนาดนี้ พี่พรมีอะไรหรือเปล่าจ๊ะ”

“คืออย่างนี้...ไอ้ภูมิมันทำแต่งาน ไอ้พี่น่ะก็อยากมีหลาน อยากเห็นลูกชายมีเมียอยู่กันเป็นครอบครัว แต่มันไม่ยอมหา แฟนก็ไม่เคยมี พี่ก็เลยว่าจะหาให้มันน่ะ” อ๋อ...เป็นแบบนี้นี่เอง

“แล้วลูกชายพี่พรจะชอบจะรักลูกสาวฉันเหรอ”

“อยู่ๆกันไปเดี๋ยวก็ชอบกันเองนั่นแหละ หนูเจ้าขาน่ารักขนาดนี้ ผู้ชายที่ไหนจะอดใจไหน เธอว่ามั้ย”

ฉันซื้อของที่เหลือเสร็จจึงเดินกลับมา เห็นแม่บัวกับป้าพรยังคุยกันไม่เสร็จอีก

“โน่น...เจ้าตัวเดินหน้าเป็นตูดมาโน่นแล้วถามเลย ลูกว่ายังไง ฉันก็ว่าอย่างนั้น” ระหว่างที่ฉันเดินผ่านร้านขายหมูของแม่ภพ ภพคือแฟนเก่าของฉันเอง เจอมันกำลังหยอกเย้าจับแก้มยิ้มหวานอยู่กับลูกสาวร้านขายผักพอดี เห็นแล้วอารมณ์ขึ้นเลย เจ็บจี๊ด! ที่จริงฉันไม่ควรจะรู้สึกอะไรแต่มันอดไม่ได้จริงๆ

“หนูเจ้าขาจ๊ะ ป้าอยากได้หนูมาเป็นลูกสะใภ้ หนูสนใจจะแต่งงานกับลูกชายป้ามั้ย สินสอดไม่อั้น อยากได้เท่าไหร่เรียกมาได้เลย”

“เอ่อ...” ฉันหันไปมองหน้าแม่

“ว่ายังไงล่ะ ป้าเขาถาม” ฉันหันกลับไปมองหน้าป้าพรที่กำลังส่งยิ้มมาให้ฉันอีกครั้ง

“ลูกชายป้าพรเจ้าชู้หรือเปล่าคะ”

“ไม่เลยจ่ะ ข้อนี้ป้ารับประกันได้ มันไม่เคยมีแฟนเลยด้วยซ้ำ”

“ตกลงค่ะ”

“ห๊ะ!! หนูพูดจริงเหรอลูก” ป้าพรถามย้ำ

“ค่ะ”

“เจ้าขา...หนูคิดดีแล้วเหรอลูก พูดกับผู้ใหญ่พูดเล่นไม่ได้นะ” แม่บัวสะกิดแขนฉันยิกๆ

“ค่ะ ถ้าไม่เจ้าชู้เจ้าขาโอเค เจ้าขาเกลียดผู้ชายเจ้าชู้!” ภาพเมื่อสักครู่ยังคงติดตาติดใจอยู่เลย ทุเรศสิ้นดี!

“ถ้าอย่างนั้น พรุ่งนี้เช้าพี่จะไปหาเธอที่บ้าน ไปคุยเรื่องนี้กันให้เรียบร้อย”

“เอาอย่างนั้นก็ได้ค่ะ”

“พี่กลับก่อนนะ” และแล้วป้าพรก็เดินออกไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

“เจ้าขา! รู้ตัวหรือเปล่าว่าพูดอะไรออกไป”

“รู้ค่ะ ผู้ชายสมัยนี้ หาไม่เจ้าชู้ได้จากที่ไหนคะ ถ้าผู้ชายคนนั้นไม่เจ้าชู้ เจ้าขายินดีใช้ชีวิตร่วมกับเขาค่ะ”

“แล้วรู้หรือเปล่าว่ากลับคำไม่ได้แล้วนะ”

“เจ้าขาคิดน้อยไปเหรอคะ” ช่างเถอะ...

“รู้ตัวหรือเปล่าว่าหนูกำลังประชดตัวเองอยู่ เคยเห็นหน้าพี่เขาแล้วเหรอ เคยศึกษานิสัยใจคอกันแล้วหรือไง ถึงได้พูดกับผู้ใหญ่ออกไปแบบนั้น” ฉันกำลังโดนแม่บัวตำหนิ

“ขอให้ไม่เจ้าชู้อย่างเดียวก็พอแล้วค่ะ”

“แล้วแต่หนูแล้วกัน”

“ป้าพร...เป็นคนยังไงคะ”

“ป้าพรก็เป็นผู้ใหญ่ที่ดีคนหนึ่งนั่นแหละ แต่ชีวิตคู่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ สามีมีเมียน้อยตลอด”

“นั่นไงเห็นมั้ย ผู้ชายเจ้าชู้โคตรเยอะ แล้วตอนนี้คุณลุงไปไหนแล้วล่ะคะ” ฉันหมายถึงสามีของป้าพร

“เสียไปนานแล้วลูก เราอย่าไปพูดถึงครอบครัวเขาเลย กลับบ้านกันดีกว่า ซื้อของครบแล้วใช่มั้ย”

“ค่ะ”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย กว่าจะรู้ว่ารักเธอ
9.5
ความแตกต่างของชนชั้นและฐานะกลายเป็นกำแพงสูงที่กั้นขวางหัวใจของเขาให้ทำได้เพียงเฝ้ามองเธออยู่ไกลๆ ท่ามกลางการกีดกันจากครอบครัวที่ไม่มีวันยอมรับ ความรักครั้งนี้จึงดูมืดมนและไร้ทางออก แต่สำหรับเขาที่เผชิญชีวิตอันขมขื่นมาโดยตลอด เธอคือแสงสว่างและกำลังใจเพียงหนึ่งเดียวที่ทำให้เขาอยากสู้ต่อ แม้เส้นทางข้างหน้าจะเต็มไปด้วยอุปสรรคหนาหู เขายังคงมุ่งมั่นพิสูจน์ตัวเองให้เธอเห็นว่า พลังแห่งความรักที่มีต่อเธอนั้นยิ่งใหญ่พอที่จะเปลี่ยนอนาคตที่เคยมืดมิดให้กลับมามีความหวังอีกครั้ง
หน้าปกนวนิยาย รักแท้ในคืนหลอกลวง
8.7
ซ่งหยุนหยุนต้องเผชิญกับความอัปยศในวันวิวาห์ เมื่อเจ้าบ่าวของเธอไม่ยอมปรากฏตัวออกมาเลยแม้แต่น้อย ด้วยความโกรธแค้นและต้องการประชดประชันโชคชะตา เธอจึงตัดสินใจมอบความสาวให้กับชายแปลกหน้าคนหนึ่งในคืนเข้าหอแทน ทว่าการตัดสินใจเพียงชั่ววูบนั้นกลับเปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาล เมื่อชายหนุ่มลึกลับคนดังกล่าวไม่ยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ และเริ่มติดตามความเคลื่อนไหวของเธออย่างใกล้ชิดนับตั้งแต่วินาทีนั้นเป็นต้นไป
หน้าปกนวนิยาย ฉันเลิกกับแฟนเพราะเขาลืมเปลี่ยนธนบัตร
9.6
หลังทุ่มเทจีบสวี่อี้มานานถึงแปดปี ฉันตัดสินใจจบความสัมพันธ์ทันทีที่เห็นเขายังใช้ชื่อเล่นเรียกแฟนเก่าว่าที่รัก แม้เขาจะเยาะเย้ยและเพื่อนๆ จะมองว่าฉันไร้เหตุผล แต่ฉันก็เลือกเดินจากไปพร้อมผลตรวจสุขภาพที่เป็นความลับในมือ สวี่อี้ท้าทายว่าอย่ากลับมาอ้อนวอนขอคืนดีภายหลัง โดยไม่รู้เลยว่าฉันกำลังเผชิญกับวาระสุดท้ายของชีวิต ความพยายามสร้างฝันอันสวยงามก่อนตายกลับกลายเป็นความขมขื่นที่เกินทน และฉันตั้งใจว่าจะไม่ขอกลับมาพบเจอความเจ็บปวดเช่นนี้อีกในชาติหน้า
หน้าปกนวนิยาย วางแผนลับจับเพื่อนพี่ชาย
8.1
เมื่อความรักที่ควรจะลงตัวกลับถูกปฏิเสธอย่างไม่ใยดีจากเพื่อนสนิทของพี่ชาย ทั้งที่ความรู้สึกในใจของทั้งคู่ตรงกันอย่างชัดเจน แต่เขากลับเลือกที่จะผลักไสเธอออกไปอย่างไร้ความปรานี ทิ้งให้เธอจมอยู่กับความสงสัยและความเจ็บปวดว่าเหตุผลใดกันแน่ที่ทำให้ความสัมพันธ์ครั้งนี้ดำเนินต่อไปไม่ได้ เธอจึงต้องเริ่มต้นค้นหาความลับที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังคำปฏิเสธนั้น เพื่อทลายกำแพงที่กั้นกลางระหว่างหัวใจสองดวงให้หมดสิ้นไปในที่สุด
หน้าปกนวนิยาย เมื่อรักย่อมต้องเจ็บ
8.4
เสิ่นซูเคยมีทุกอย่างที่ใครต่างอิจฉา ทว่าชีวิตที่เคยสมบูรณ์แบบกลับพังทลายลงอย่างไม่เป็นท่าจนเธอต้องสูญเสียทุกสิ่ง ทั้งการสูญเสียลูกจากการทำแท้ง ใบหน้าที่เสียโฉม หน้าที่การงานที่ดับวูบ รวมถึงชื่อเสียงที่ป่นปี้จนกลายเป็นที่ดูแคลนไปทั่ว สภาพอันน่าเวทนานี้ล้วนมีต้นเหตุมาจากผู้ชายที่ชื่อฟู่เซินเหยียนเพียงคนเดียวเท่านั้น เหตุการณ์ทั้งหมดตอกย้ำความจริงที่แสนเจ็บปวดว่า ความรักที่ผิดพลาดสามารถทำลายชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่งให้ย่อยยับได้อย่างแท้จริง
หน้าปกนวนิยาย เจ้าหญิงน้อยของพี่ๆ ทั้งสาม
9.8
ซูหลีถูกตระกูลซูขับไล่หลังความจริงเปิดเผยว่าเธอไม่ใช่ลูกแท้ๆ จนต้องกลับไปหาครอบครัวชาวนาตามคำดูถูก แต่เธอกลับพบว่าพ่อแม่ที่แท้จริงคือตระกูลลั่วมหาเศรษฐีอันดับหนึ่ง พี่ชายทั้งสามที่เป็นผู้ทรงอิทธิพลระดับโลกต่างทิ้งทุกอย่างเพื่อมาปกป้องน้องสาวที่รัก ขณะที่ตระกูลซูและอดีตคู่หมั้นต่างเสียดายในภายหลัง ซูหลีกลับกลายเป็นดาวเด่นของสังคมชั้นสูงเมื่อตระกูลชือผู้ทรงอำนาจสูงสุดในกองทัพเรือก้าวเข้ามาเสนอการแต่งงานที่สั่นสะเทือนไปทั้งเมืองจิง