ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย คลั่งรักเมียแต่ง

คลั่งรักเมียแต่ง

รัตติกาลสาวสวยสุดแซ่บตัดสินใจประชดรักด้วยการแต่งงานกับคนแปลกหน้าตามความต้องการของผู้ใหญ่ จนต้องย้ายมาใช้ชีวิตร่วมกับภูวดล เจ้าของสวนองุ่นมาดเข้มวัย 32 ปีในฐานะสามีภรรยา ทว่าความเงียบขรึมและนิสัยดุดันของเขากลับทำให้หญิงสาวผู้อ่อนไหวง่ายต้องเผชิญกับความอึดอัดและน้อยใจอยู่บ่อยครั้ง ท่ามกลางบรรยากาศไร่อันแสนสงบ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะดำเนินไปอย่างไรเมื่อคนหนึ่งก็แสนดุส่วนอีกคนก็ชอบคิดไปเอง เรื่องราวความรักแนวฟีลกู๊ดที่ไม่มีการนอกใจจึงเริ่มต้นขึ้น
ตอน
แชร์

ตอน 1

ตอนที่ 1 รับปาก

@จังหวัดเชียงราย

บ้านหลังใหญ่บนเนินเขา ที่ใครๆต่างรู้จักกันเป็นอย่างดี นั่นก็คือบ้านแม่พร ทุกคนในจังหวัดนี้ไม่มีใครไม่รู้จักท่าน คนงานส่วนมากมักจะเรียกท่านติดปากว่าแม่พร ส่วนคนอื่นๆ ก็เรียกป้าเรียกน้าแล้วแต่สะดวก

ท่านเป็นผู้ใหญ่ใจดี มีลูกชายหนึ่งคน ลูกสาวหนึ่งคน ลูกชายเป็นคนโตยังไม่มีเมีย ส่วนลูกสาวมีสามีแล้ว ท่านเป็นเจ้าของสวนอ้อย สวนยาง และยังเป็นเจ้าของแผงตลาดสดขนาดใหญ่ในตัวเมืองอีกด้วย

“ตาภูมิ...” ภูวดลลูกชายคนโตของบ้านก้าวขาเดินเข้ามาในบ้านแม่ยังไม่ทันไร เสียงแม่ก็เรียกดังมาแต่ไกล

“ครับ” ภูวดลมีบ้านอยู่ต่างหาก เขาปลูกบ้านอยู่ในสวนองุ่น ซึ่งก็อยู่ไม่ได้ไกลจากบ้านแม่พรมากนัก ระยะทางประมาณสามกิโลขับรถแป๊บเดียวก็ถึง

“อายุก็ไม่น้อยแล้ว เมื่อไหร่จะมีเมียสักทีล่ะ” เป็นคำถามยอดฮิตไปไหนมาไหนคนก็ชอบถามคำถามนี้กับเขา...น่ารำคาญสิ้นดี!

“ยังไม่สะดวกครับ” ตอบแบบขอไปที แล้วเลือกที่จะเดินหนี

“ดูมันตอบเข้า...นี่แม่นะ! คิดว่าเป็นเพื่อนเล่นหรือยังไง” โดนดุจนได้!

“โธ่แม่ครับ ถ้าแม่อยากให้ผมมีเมียมากนัก แม่ไปหามาเลยครับ ขอตัวก่อนนะพอดีผมมีธุระ” ที่จริงก็ไม่ได้มีธุระที่ไหน แต่เลือกที่จะเดินออกไปทั้งๆที่เพิ่งมาถึง

“ดูมันๆ เป็นคนแบบนี้ถึงไม่มีใครเอา” เสียงแม่พรด่าไล่หลังตามไปเสียงดัง มีหรือเขาจะไม่ได้ยิน

“เอาน่าแม่...อย่างหงุดหงิดน่า เดี๋ยวความดันขึ้นนะจ๊ะ” กลิ่นลูกสาวคนเล็ก อยู่บ้านหลังเดียวกับแม่ ช่วยพูดให้แม่ใจเย็นๆ

“เมื่อกี้พี่แกบอกว่าให้แม่หาเมียให้มันได้ใช่มั้ย” แววตาของแม่พรเริ่มมีความหวัง

“ขนาดแม่ยังไม่รู้เลยใช่มั้ย ว่าจะไปหาผู้หญิงที่ไหนมาให้พี่ภูมิ” ซึ่งกลิ่นเองก็ยังมองไม่ออกเหมือนกัน ว่าผู้หญิงที่ไหนจะมาชอบคนบ้างานอย่างพี่ภูมิได้ ไม่ได้บ้างานอย่างเดียว ผู้หญิงสักคนก็ไม่เคยมอง

“ใครบอก...ถ้าหาได้แล้วมันไม่ยอมแต่งล่ะน่าดู” แม่พรเป็นผู้หญิงเก่งที่ค่อนข้างกว้างขวาง ท่านรู้จักคนเยอะ ทั้งจังหวัดนี้จะไม่มีผู้หญิงสักคนที่เหมาะสมกับลูกชายของท่านเลยก็ให้มันรู้ไป!

“อ้าว...แล้วแม่จะไปไหนจ๊ะนั่น”

“จะไปเก็บค่าเช่าแผงที่ตลาดสักหน่อย”

“ให้พี่เปลวขับรถไปให้เอามั้ยจ๊ะ” เปลวคือสามีของกลิ่น ลูกเขยของแม่พรนั่นเอง

“ไม่ต้องๆ แม่ไปเองได้ อยากได้อะไรหรือเปล่าล่ะ” บ้านของท่านอยู่ในหมู่บ้านชนบทที่ล้อมรอบไปด้วยภูเขาต้นไม้ มีความอุดมสมบูรณ์เป็นธรรมชาติสุดๆ ส่วนแผงตลาดอยู่ในเมืองโน่น ใช้เวลาเดินทางนานพอสมควร ระยะทางประมาณสามสิบกิโลเห็นจะได้

“ไม่จ่ะ”

“เย็นๆโน่นแหละแม่ถึงจะกลับ” เก็บค่าเช่าแผงที่ตลาดเสร็จ ก็ว่าจะไปดูต้นอ้อยในสวนสักหน่อย น่าจะใกล้ตัดได้แล้ว

@ตลาดสด

#รัตติกาล หรือ เจ้าขา

ฉันชื่อเจ้าขาบ้านอยู่ในตัวจังหวัด ที่บ้านเปิดร้านขายอาหารตามสั่ง มีพ่อกับแม่พี่ชายและพี่สะใภ้ช่วยกันทำ เป็นธุรกิจครอบครัว ส่วนฉันเพิ่งจะเรียนจบ เอาจริงๆก็จบมาเกือบปีแล้วแหละ มีแฟนเป็นลูกเจ้าของร้านขายหมูในตลาด แต่ตอนนี้เลิกกันแล้ว

เหตุผลที่ฉันตัดสินใจเลิกก็คือ ความเจ้าชู้และมักมากของมัน เราคบกันมาสองปี มันพยายามจะขอฉันมีอะไรด้วยมาตลอด แต่ฉันไม่ให้ ฉันบอกกับมันว่าถ้าอยากได้ก็ให้แม่มาขอ แต่งงานกันเมื่อไหร่ฉันจะยอมเป็นของมันทันที แต่มันก็ไม่เห็นมาสักที สุดท้ายมันก็แอบไปกินกับลูกแม่ค้าขายผักในตลาด ฉันก็เลยเลิกแต่ก็เพิ่งจะเลิกกัน ตอนนี้ยังรู้สึกเซ็งๆอยู่เลย

วันนี้แม่ชวนฉันออกมาซื้อของที่ตลาดหวังว่าจะไม่เจอพวกมันสองคนนะ ฉันยังทำใจไม่ค่อยได้ ปกติร้านขายอาหารของเราจะสั่งของไปลงที่ร้านเลย แต่ก็มีบางอย่างที่แม่อยากมาเลือกด้วยตัวเอง โดยเฉพาะของสด แม่ฉันชื่อแม่บัว ส่วนพ่อชื่อพ่อยอดค่ะ

ในขณะที่ฉันกับแม่เดินเลือกซื้อของสดในตลาดกันอยู่นั้น อยู่ๆก็มีผู้หญิงคนหนึ่งแต่งตัวดีท่าทางมีฐานะเดินเข้ามาทักแม่บัวของฉัน

“บัว...”

“อ้าวพี่พร...ไม่ได้เจอกันนานเลยนะคะ”

“บัวสบายดีมั้ย นั่นลูกสาวเธอเหรอ”

“เจ้าขา สวัสดีป้าพรสิลูก ป้าพรเป็นเจ้าของตลาดที่นี่จ่ะ” ทำไมฉันถึงไม่เคยเจอ...อ่อคงเป็นเพราะฉันไม่ค่อยได้มาเดินตลาดสดแบบนี้สักเท่าไหร่

“สวัสดีค่ะป้าพร”

“สวัสดีจ่ะลูก”

“ป้าพรเป็นเจ้าของไร่อ้อยกับไร่องุ่นด้วยนะ”

“พอๆไร่องุ่นน่ะของลูกชาย ของพี่ซะที่ไหนกัน ว่าแต่...มีลูกสาวน่ารักนะเนี่ย หนูเจ้าขามีแฟนหรือยังลูก”

“มีแล้ว...แล้วก็เลิกไปแล้วค่ะป้า”

“อ้าวทำไมล่ะ”

“ผู้ชายห่วยค่ะป้า” ชีวิตฉันคบกับผู้ชายมาก็หลายคน ทุกคนล้วนแล้วแต่เจ้าชู้ไม่รู้จักพอ ฉันเกลียดผู้ชายแบบนี้ที่สุด!

“มาเป็นลูกสะใภ้ป้าเอามั้ย รับรองลูกชายป้านิสัยดีทำมาหากินเก่ง” ห๊า...

“ลูกชายพี่พร ยังไม่มีเมียอีกเหรอคะ อายุน่าจะมากกว่ายัยเจ้าขาเยอะเลย” เสียงแม่บัวของฉันเองค่ะ

“แหม...พูดเรื่องนี้แล้วมันยาว มาๆหาที่นั่งก่อนรีบกลับหรือเปล่า”

“แม่...กลับช้าเดี๋ยวพ่อก็บ่นอีก” ฉันหันไปสะกิดแม่ แม่ฉันชอบติดคุยรู้จักคนไปทั่ว จะว่าไปแล้วก็เป็นคุณสมบัติอย่างหนึ่งของแม่ค้าแหละ

“เถอะน่า นานๆเจอกันที นั่งคุยก่อนแป๊บนึงไม่เป็นไรหรอก” นี่แหละแม่บัวของฉัน

“มาๆหนูเจ้าขา นั่งลงก่อน” ป้าพรพาแม่บัวมานั่งลงที่โต๊ะไม้หินอ่อน ใกล้ๆจากที่ยืนคุยกันอยู่เมื่อสักครู่นี้

“เจ้าขาไปเดินซื้อของที่เหลือให้แม่ดีกว่าค่ะ”

“เออ...ก็ดีลูกจะได้เสร็จเร็วๆ” ฉันเดินออกไปจากตรงนี้ ปล่อยให้คนแก่เขาคุยกันไป ฉันเป็นเด็กไม่อยากฟัง...

“บัวว่าไง...”

“ว่าอะไรคะ”

“ก็ลูกสาวเธอไง ยกให้พี่นะ เดี๋ยวจะดูแลให้เป็นอย่างดีเลย เรียนจบแล้วไม่ใช่เหรอ”

“เพิ่งจบพี่ แต่เรื่องแต่งงานฉันคงต้องถามลูกก่อน พักนี้แกซึมๆคงเป็นเพราะเพิ่งเลิกกับแฟนนั่นแหละ นี่ก็เพิ่งจะยอมออกจากห้องมา”

“ลูกชายพี่เป็นถึงเจ้าของสวนองุ่น แถมยังมีโรงไวน์ใหญ่โต ไม่สนใจอยากได้ไปเป็นลูกเขยเหรอ”

“โฆษณาขนาดนี้ พี่พรมีอะไรหรือเปล่าจ๊ะ”

“คืออย่างนี้...ไอ้ภูมิมันทำแต่งาน ไอ้พี่น่ะก็อยากมีหลาน อยากเห็นลูกชายมีเมียอยู่กันเป็นครอบครัว แต่มันไม่ยอมหา แฟนก็ไม่เคยมี พี่ก็เลยว่าจะหาให้มันน่ะ” อ๋อ...เป็นแบบนี้นี่เอง

“แล้วลูกชายพี่พรจะชอบจะรักลูกสาวฉันเหรอ”

“อยู่ๆกันไปเดี๋ยวก็ชอบกันเองนั่นแหละ หนูเจ้าขาน่ารักขนาดนี้ ผู้ชายที่ไหนจะอดใจไหน เธอว่ามั้ย”

ฉันซื้อของที่เหลือเสร็จจึงเดินกลับมา เห็นแม่บัวกับป้าพรยังคุยกันไม่เสร็จอีก

“โน่น...เจ้าตัวเดินหน้าเป็นตูดมาโน่นแล้วถามเลย ลูกว่ายังไง ฉันก็ว่าอย่างนั้น” ระหว่างที่ฉันเดินผ่านร้านขายหมูของแม่ภพ ภพคือแฟนเก่าของฉันเอง เจอมันกำลังหยอกเย้าจับแก้มยิ้มหวานอยู่กับลูกสาวร้านขายผักพอดี เห็นแล้วอารมณ์ขึ้นเลย เจ็บจี๊ด! ที่จริงฉันไม่ควรจะรู้สึกอะไรแต่มันอดไม่ได้จริงๆ

“หนูเจ้าขาจ๊ะ ป้าอยากได้หนูมาเป็นลูกสะใภ้ หนูสนใจจะแต่งงานกับลูกชายป้ามั้ย สินสอดไม่อั้น อยากได้เท่าไหร่เรียกมาได้เลย”

“เอ่อ...” ฉันหันไปมองหน้าแม่

“ว่ายังไงล่ะ ป้าเขาถาม” ฉันหันกลับไปมองหน้าป้าพรที่กำลังส่งยิ้มมาให้ฉันอีกครั้ง

“ลูกชายป้าพรเจ้าชู้หรือเปล่าคะ”

“ไม่เลยจ่ะ ข้อนี้ป้ารับประกันได้ มันไม่เคยมีแฟนเลยด้วยซ้ำ”

“ตกลงค่ะ”

“ห๊ะ!! หนูพูดจริงเหรอลูก” ป้าพรถามย้ำ

“ค่ะ”

“เจ้าขา...หนูคิดดีแล้วเหรอลูก พูดกับผู้ใหญ่พูดเล่นไม่ได้นะ” แม่บัวสะกิดแขนฉันยิกๆ

“ค่ะ ถ้าไม่เจ้าชู้เจ้าขาโอเค เจ้าขาเกลียดผู้ชายเจ้าชู้!” ภาพเมื่อสักครู่ยังคงติดตาติดใจอยู่เลย ทุเรศสิ้นดี!

“ถ้าอย่างนั้น พรุ่งนี้เช้าพี่จะไปหาเธอที่บ้าน ไปคุยเรื่องนี้กันให้เรียบร้อย”

“เอาอย่างนั้นก็ได้ค่ะ”

“พี่กลับก่อนนะ” และแล้วป้าพรก็เดินออกไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

“เจ้าขา! รู้ตัวหรือเปล่าว่าพูดอะไรออกไป”

“รู้ค่ะ ผู้ชายสมัยนี้ หาไม่เจ้าชู้ได้จากที่ไหนคะ ถ้าผู้ชายคนนั้นไม่เจ้าชู้ เจ้าขายินดีใช้ชีวิตร่วมกับเขาค่ะ”

“แล้วรู้หรือเปล่าว่ากลับคำไม่ได้แล้วนะ”

“เจ้าขาคิดน้อยไปเหรอคะ” ช่างเถอะ...

“รู้ตัวหรือเปล่าว่าหนูกำลังประชดตัวเองอยู่ เคยเห็นหน้าพี่เขาแล้วเหรอ เคยศึกษานิสัยใจคอกันแล้วหรือไง ถึงได้พูดกับผู้ใหญ่ออกไปแบบนั้น” ฉันกำลังโดนแม่บัวตำหนิ

“ขอให้ไม่เจ้าชู้อย่างเดียวก็พอแล้วค่ะ”

“แล้วแต่หนูแล้วกัน”

“ป้าพร...เป็นคนยังไงคะ”

“ป้าพรก็เป็นผู้ใหญ่ที่ดีคนหนึ่งนั่นแหละ แต่ชีวิตคู่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ สามีมีเมียน้อยตลอด”

“นั่นไงเห็นมั้ย ผู้ชายเจ้าชู้โคตรเยอะ แล้วตอนนี้คุณลุงไปไหนแล้วล่ะคะ” ฉันหมายถึงสามีของป้าพร

“เสียไปนานแล้วลูก เราอย่าไปพูดถึงครอบครัวเขาเลย กลับบ้านกันดีกว่า ซื้อของครบแล้วใช่มั้ย”

“ค่ะ”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เขาเลือกที่จะโกหก ฉันเลือกที่จะจากไป
8.5
หลังตามหาน้องสาวสามีจนพบในสภาพวิกฤต ฉันรีบพาเธอไปส่งโรงพยาบาลจนเกิดอุบัติเหตุชนกับรถหรู คู่กรณีกลับบีบบังคับให้ฉันคุกเข่ากราบขอโทษพร้อมเรียกเงินล้านโดยไม่สนชีวิตคนเจ็บ เธอโอ้อวดว่าสามีผู้เป็นทายาทมหาเศรษฐีตระกูลฟูจะหนุนหลังให้ทุกลมหายใจ คำพูดนั้นทำให้ฉันตระหนักได้ทันทีว่าผู้หญิงจองหองตรงหน้าคือชู้รักของสามีตัวเอง ความจริงที่น่ารังเกียจนี้กำลังทำลายทุกอย่าง รวมถึงแผนการดองกับลูกสาวมหาเศรษฐีที่คุณลุงคาดหวังไว้ด้วย
หน้าปกนวนิยาย ดีไซเนอร์สาวทะลุมิติมาเปิดร้านเสื้อผ้าในปี1980
8.1
ลิลลี่ ดีไซเนอร์สาวผู้มั่งคั่งแต่โดดเดี่ยว ต้องจบชีวิตลงด้วยความเครียดในวัยเพียง 30 ปี ทว่าเธอกลับได้รับโอกาสครั้งที่สองด้วยการตื่นขึ้นในร่างของ ฉินเสี่ยวหราน เด็กสาวมัธยมปลายในปี 1980 เธอเป็นลูกสาวคนโตของบ้านฉินที่มีพ่อเป็นพันตรีและแม่เป็นหญิงชนบท แม้ต้องเผชิญกับความแตกต่างของยุคสมัยและความกดดันในฐานะพี่สาวของฉินเสี่ยวหลิง แต่ด้วยทักษะแฟชั่นระดับโลกที่ติดตัวมา ลิลลี่จึงต้องเริ่มต้นชีวิตใหม่ในครอบครัวที่อบอุ่นและสร้างอนาคตที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน
หน้าปกนวนิยาย จแมารลงทะเบียนรัก
8.7
ณิรินต้องเผชิญกับคราวเคราะห์ครั้งใหญ่ในวัยเบญจเพศ เมื่อแผนการแอบติดตามว่าที่พี่เขยกลับทำให้เธอถูกเข้าใจผิดว่าเป็นสาวเอ็นเตอร์เทน ซ้ำร้ายชายหนุ่มคู่กรณีที่ทั้งปากร้ายและเอาแต่ใจยังเป็นนักลงทุนคนสำคัญที่เธอต้องดูแลในฐานะคู่ค้าของครอบครัว เขาคอยคัดค้านและดูถูกเธอด้วยอคติเกี่ยวกับอาชีพเสริมที่เขาจินตนาการไปเอง ณิรินจึงต้องอดทนรับมือกับความงี่เง่าและสถานการณ์สุดซวยที่ถาโถมเข้ามาอย่างไม่หยุดหย่อนในระหว่างการเจรจาธุรกิจครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย กุหลาบในม่านเพลิง
8.5
“ความเกลียด กับ ความแค้น” หลอมใจผู้ชายสุขุมเยือกเย็นให้กลายเป็นผู้ชายปากร้ายไร้เหตุผล เพียงเพราะเธอก้าวเข้ามา... ทว่าเหยื่อแค้นกลับยั้งความสุข คนทุกข์กับเป็นคนเริ่มก่อ เมื่อความเกลียดได้แปรเปลี่ยนเป็นความรักอย่างไม่รู้ตัว ................................................................................. “แล้วนี่อย่าบอกนะ...ว่าทุกคนรู้เรื่องกันหมดแล้ว” “ใช่” ทุกคนตอบพร้อมกัน “ถ้าอย่างนั้นก็วิวาห์เหาะมันเลยก็แล้วกัน วางแผนดีนัก...” พ่อเลี้ยงหนุ่มรวบร่างบางเข้าในวงแขนแกร่งแล้วช้อนร่างบางกระชับอ้อมแขนอุ้มปารวีขึ้น แล้วเดินขึ้นบันไดไปบนบ้านทันที แต่ก็ไม่วายตะโกนมาลงสั่งน้องสาว “ยัยรษา! สั่งทุกคนห้ามรบกวนพี่จนกว่าจะเช้า... แล้วก็...พรุ่งนี้เช้าเชิญนายอำเภอกับเตรียมชุดธูปเทียนแพขอขมาให้พี่ด้วย คืนนี้พี่จะโกนหนวดให้เกลี้ยง แล้วจะทดลองงานตำแหน่งแม่เลี้ยงไร่ปกรักด้วยเลย ทุกคนปาร์ตี้กันให้สนุก...แต่ขอย้ำ ว่าห้ามรบกวนเด็ดขาด...” เสียงกองเชียร์ส่งเสียงเชียร์กันอย่างครื้นเครง ปารวีอายหน้าแดงแทบจะแทรกหน้าเข้าไปในแผงอกแกร่ง หยิกหมับเข้าที่หน้าอกกำยำอย่างหมั่นไส้ “โอ๊ย!” เสียงร้องของพ่อเสียงหนุ่มยิ่งสร้างความสนุกครื้นเครงให้กองเชียร์มากขึ้น และยังส่งเสียงแข่งกันอย่างสนุกสนาน “เต็มที่เลยพี่รวี...รษาเชียร์สุดใจขาดดิ้น...มีพี่ชายซื่อบื้ออย่างนี้...น้องเพลีย!” “แม่เลี้ยงรวี เราเชียร์เธออยู่นะ...จัดหนัก อย่าให้มันกล้าหือ มีหน้ากลับมาทำโง่ได้อีกนะ” ก้องหล้าร้องเพลงเย้า ส่งเสียงเชียร์ปารวี “รวี...พี่ขอโทษนะ คราวนี้พี่เข้าข้างพ่อเลี้ยงว่ะ เล่นตัวอยู่ได้ น่าหมั่นไส้ กำราบให้หนักเลยนะพ่อเลี้ยง อย่าให้มันได้หนีไปไหนอีก” ปรินทร์ร่วมสนุก “ตายละ...ไม่รู้ใครจะแย่กว่าใคร...สู้ๆ นะคะคุณรวี อย่าได้ให้เผยอหน้าขึ้นมาต่อกรกับเราได้” มัดไหมเอาบ้าง “อย่าให้เสียชื่อนะพ่อเลี้ยง...” นนท์ปวิธนึกสนุกตามร้องบอกไปบ้าง ทั้งที่ตัวเองก็หงอยังกับอะไรดี “คุณธามส์...มุกยินดีกับคุณด้วยนะ แต่ถ้าให้ดีคุณยอมคุณรวีไปเถอะ...เค้าว่ากลัวเมียแล้วจะได้ดี” “ขอบคุณสำหรับทุกคำอวยพรครับทุกคน พรุ่งนี้ถ้ายังไม่ออกจากห้องก็ขอไข่ลวกสี่ฟอง อยากรู้ว่าใครจะกำราบใครต้องติดตามต่อในวันพรุ่งนี้”
หน้าปกนวนิยาย จำเลยแค้น สามีเถื่อน
9.5
โชคชะตาเล่นตลกกับหญิงสาวผู้ไร้เดียงสา เมื่อเธอต้องกลายเป็นเป้าหมายในการชำระความแค้นของชายหนุ่มผู้เต็มไปด้วยความเกลียดชัง เพียงเพราะเธอคือบุตรสาวของสตรีที่เคยสร้างบาดแผลลึกในใจให้แก่เขาในอดีต ความผิดที่เธอไม่ได้ก่อกลับกลายเป็นพันธนาการที่บีบคั้นให้เธอต้องชดใช้ด้วยหยาดน้ำตา ท่ามกลางเพลิงโทสะที่แผดเผาและความสัมพันธ์อันแสนเจ็บปวด เขาจะเลือกเดินหน้าทำลายชีวิตเธอให้พังพินาศ หรือจะยอมปล่อยวางความหลังเพื่อหัวใจตัวเองในท้ายที่สุด
หน้าปกนวนิยาย เจ้านายขา....ว่าไงคะ?
9.2
เมื่อเลขาฯ สาวสุดเฉิ่มต้องตกเป็นของเจ้านายหนุ่มหล่อผู้แสนเย่อหยิ่งและเจ้าชู้โดยไม่ตั้งใจ ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากความผิดพลาดกลับทำให้เธอถูกมองข้ามอย่างไร้ค่า ทว่าคนอย่างเธอจะไม่ยอมถูกเอาเปรียบอยู่ฝ่ายเดียว แผนการดัดหลังบอสหนุ่มจึงเริ่มต้นขึ้น เธอพร้อมจะเปลี่ยนเสือผู้หญิงให้กลายเป็นคนคลั่งรักจนโงหัวไม่ขึ้น เตรียมพบกับบทพิสูจน์หัวใจในความสัมพันธ์สุดเร่าร้อนที่แฝงไปด้วยชั้นเชิงของเลขาฯ สาวที่จะทำให้อีกฝ่ายต้องสยบแทบเท้า