ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย คลั่งรักเมียแต่ง

คลั่งรักเมียแต่ง

รัตติกาลสาวสวยสุดแซ่บตัดสินใจประชดรักด้วยการแต่งงานกับคนแปลกหน้าตามความต้องการของผู้ใหญ่ จนต้องย้ายมาใช้ชีวิตร่วมกับภูวดล เจ้าของสวนองุ่นมาดเข้มวัย 32 ปีในฐานะสามีภรรยา ทว่าความเงียบขรึมและนิสัยดุดันของเขากลับทำให้หญิงสาวผู้อ่อนไหวง่ายต้องเผชิญกับความอึดอัดและน้อยใจอยู่บ่อยครั้ง ท่ามกลางบรรยากาศไร่อันแสนสงบ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะดำเนินไปอย่างไรเมื่อคนหนึ่งก็แสนดุส่วนอีกคนก็ชอบคิดไปเอง เรื่องราวความรักแนวฟีลกู๊ดที่ไม่มีการนอกใจจึงเริ่มต้นขึ้น
ตอน
แชร์

ตอน 2

ตอนที่ 2 สู่ขอ

ช่วงเย็นแม่พรขับรถเข้ามาจอดที่หน้าบ้านของลูกชายในสวนองุ่น ท่านบีบแตรรถอยู่สองสามที แล้วจึงเปิดประตูรถก้าวขาลงมา ภูวดลเดินออกไปดูที่หน้าบ้าน เมื่อรู้สึกว่าเสียงรถที่ขับเข้ามาจอดเสียงมันคุ้นๆ

“ตาภูมิ...” แม่พรเรียกลูกชายเสียงดังมาแต่ไกล ท่าทางอารมณ์ดีซะด้วย

“อ้าวแม่...มีธุระอะไร ทำไมไม่โทรมา”

“แม่ได้ลูกสะใภ้แล้วนะ”

“ห๊ะ! ลูกสะใภ้อะไรของแม่ ไม่สวยผมไม่เอานะ”

“สวยหวาน แกเห็นแล้วจะตะลึง”

“แล้วแม่ไปทำอีท่าไหน ผู้หญิงคนนั้นถึงยอม”

“เห็นว่าเพิ่งเลิกกับแฟน น้องบอกกับแม่ว่าถ้าแกไม่เจ้าชู้ น้องพร้อมแต่งเลย”

“น้อง...”

“เรียนเพิ่งจบ”

“โอ๊ยแม่...เด็กแบบนั้น พูดเล่นมั้ง”

“พูดจริงย่ะ พรุ่งนี้แกเตรียมตัวให้พร้อมแม่จะไปคุยเรื่องแต่งงานแต่เช้า”

“ทางโน้นเขารีบขนาดนี้เลยเหรอ มีอะไรหรือเปล่า..."

“ฉับรีบเอง…มีอะไรมั้ย! แม่กลัวทางโน้นเขาเกิดเปลี่ยนใจไม่เอาแกขึ้นมาจะทำยังไง” ภูวดลยกมือขึ้นเกาหัว...แล้วแต่แม่เลยแล้วกัน

“ครับ...แม่กินข้าวหรือยัง ผมกำลังกิน กินด้วยกันมั้ยครับ”

“ไม่ล่ะ พรุ่งนี้เช้าแกแต่งตัวหล่อๆด้วยล่ะ แม่กลับก่อนนะ เดี๋ยวยัยกลิ่นบ่น” ภูวดลส่ายหน้าให้แม่ตัวเอง ก่อนที่จะเดินกลับเข้าบ้านมานั่งกินข้าวต่อในแบบชิวๆไม่ได้คิดอะไร

“แม่พรมาทำอะไรหรือครับพี่ภูมิ” ในบ้านจะมีลูกน้องอยู่สองคนคอยช่วยทำงานบ้าน ทำกับข้าว ฉัตรกับหาญ สองคนนี้เป็นสามีภรรยากัน จะอยู่ประจำที่บ้านหลังนี้

“มาบอกว่าได้ลูกสะใภ้แล้ว”

“ลูกสะใภ้...เมียพี่ภูมิหรือครับ” หาญถามต่อ...เนื่องจากแม่พรมีลูกชายคนเดียวนั่นก็คือภูวดล

“คงงั้นมั้ง”

“สวยหรือเปล่าครับ”

“ไม่รู้สิ ไม่เคยเห็น” ตอบแบบขอไปที ไม่ได้สนใจอะไรมากนัก

“แล้วถ้าไม่สวยล่ะครับ”

“หลับหูหลับตาเอาๆไปเถอะ” จะได้จบๆไป!

“คิดได้อย่างนี้ก็ดีครับ”

“มีหลานให้ฉัตรเลี้ยงสักคนก็ดีนะคะ” ฉัตรภรรยาของหาญนั่งฟังอยู่นานขอพูดขึ้นมาบ้าง รู้สึกดีใจแทนเจ้านายหนุ่มด้วย

“คิดไกลพอๆกับแม่เลย...ผมอิ่มแล้วเก็บให้ด้วยนะ จะไปนั่งดูบิลวันนี้สักหน่อย”

“ค่ะ”

เช้าวันรุ่งขึ้น

เสียงมือถือดังขึ้นใกล้ๆปลุกให้ภูวดลตื่นแต่เช้า เพื่อลุกขึ้นมาแต่งตัวไปสู่ขอว่าที่ลูกสะใภ้กันในเช้าวันนี้

“แม่...เราจะหน้าแตกกลับไปหรือเปล่าเนี่ย ทำไมบ้านเงียบจัง” สองคนแม่ลูกเดินทางมาถึงหน้าบ้านของเจ้าขาแต่เช้าตรู่

“เถอะน่า...เดินตามมา ก่อนออกจากบ้านแม่โทรมานัดแล้ว คงอยู่กันในบ้านนั่นแหละ อ้าว...นั่นไงมีคนออกมาแล้ว” เป็นจังหวะที่แม่บัวเดินออกมาต้อนรับพอดี

“นึกว่ายังไม่ตื่นกัน บ้านเงียบเชียว” แม่พรทักทายแม่บัวในแบบเป็นกันเอง เนื่องจากพวกท่านรู้จักกันมานาน

“เชิญเข้าบ้านก่อนค่ะพี่พร”

“สวัสดีครับ” ภูวดลยกมือไหว้ว่าที่แม่ยาย

“สวัสดีลูก ตาภูมิเหรอเนี่ย เคยเห็นตอนเป็นเด็กๆไม่คิดว่าโตมาจะหล่อขนาดนี้ มาๆเข้าบ้านก่อน” บ้านของเจ้าขาเป็นบ้านสองชั้นหลังใหญ่แบบปิด ด้านบนเป็นห้องนอน ส่วนด้างล่างเป็นที่นั่งเล่นพักผ่อน ด้านหน้าบ้านติดถนนทำเป็นร้านอาหารอยู่ติดกับบ้าน

วันนี้ฉันถูกแม่บัวปลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวแต่เช้า รอว่าที่เจ้าบ่าวมาสู่ขอ ในใจรู้สึกตื่นเต้นนิดหน่อยแอบลุ้นหน้าตาพี่เขาแหละ หวังเอาไว้ในใจว่าคงจะไม่ขี้เหร่จนเกินไป ขอแบบไปวัดไปวาได้ก็พอ ไม่อยากมีแฟนหล่อหรอก ผู้ชายหน้าตาดีส่วนมากชอบเจ้าชู้ ฉันเบื่อผู้ชายแบบนั้นแล้ว

“สวัสดีครับพี่พร” เสียงพ่อยอดเอ่ยทักทายป้าพร

“สวัสดีค่ะ ตาภูมิสวัสดีพ่อตาสิลูก”

“สวัสดีครับ”

“เจ้าขา...สวัสดีป้าพรกับพี่ภูมิสิลูก” เสียงแม่บัวเอ่ยบอกฉันเบาๆ เนื่องจากตอนนี้ฉันกำลังรู้สึกว่า...ว่าที่เจ้าบ่าวของฉันหล่อเกินไป เกินมาตรฐานที่คิดเอาไว้เยอะเลย

“ป้าพรสวัสดีค่ะ พี่ภูมิสวัสดีค่ะ”

“เรียกแม่เถอะลูก ไม่ต้องเรียกป้าแล้ว จะได้ดูสนิทกัน แต่งแล้วไปอยู่ที่โน่นจะได้ไม่เขิน” แม่พร...

“ค่ะแม่” ฉันแอบมองไปที่ใบหน้าพี่เขานิดหน่อย ซึ่งฉันก็กำลังเห็นเขามองมาที่ฉันเช่นกัน...รู้สึกแปลกๆยังไงก็ไม่รู้ จะยิ้มให้กันสักนิดก็ไม่มี!

“พี่ขอเข้าเรื่องเลยแล้วกันนะ พี่น่ะอยากได้หนูเจ้าขามาเป็นลูกสะใภ้ ถือโอกาสสู่ขอเลยแล้วกัน”

“พี่พรครับ ลูกสาวผมน่ะ ข้อเสียมันเยอะมากเลยนะครับ”

“โอ๊ย…ไม่เป็นไรเลยค่ะ ใช่ว่าตาภูมิจะไม่มี วันนี้พี่มีสินสอดมาให้ไว้เลย นี่ค่ะทองคำแท่งเก้าบาท เงินสดอีกห้าแสน แหวนเพชรหนึ่งวง สร้อยข้อมือหนึ่งเส้น สร้อยคอทองคำอีกหนึ่งเส้น เป็นไงคะ ถ้าไม่พอเรียกเพิ่มได้ไม่อั้นเลยนะคะ” ฉันกำลังอึ้งกับค่าตัวของฉัน ไม่คิดว่าแม่พรจะให้เยอะขนาดนี้

“พอค่ะพอแล้ว! ยังไม่ต้องเอามาให้ตอนนี้หรอกค่ะ เอากลับไปก่อนเถอะ ถึงวันแต่งแล้วค่อยเอามาให้ก็ได้” แม่บัว...

“ไม่ได้ๆ เอาไว้ที่นี่แหละ จะได้รู้ว่าพี่จริงใจ หรือจะคิดว่าหมั้นกันเอาไว้ก่อนก็ได้” แม่พร...

“แต่ที่ให้มานี่มันเยอะเกินไป พวกเราไม่ได้จะขายลูกสาวกินนะครับ” ฉันกำลังนั่งฟังผู้ใหญ่คุยกัน แอบมองหน้าพี่เขาเป็นบางที สิ่งที่ฉันเห็นคือ หน้าพี่เขาเฉยมากค่ะ คนหรือหุ่นยนต์เนี่ย

“อย่าปฏิเสธน่าเสียน้ำใจพี่หมด” พ่อยอดกับแม่บัวมองหน้ากันแล้วก็...อือๆก็ได้

ผู้ใหญ่คุยกันเสร็จแม่พรก็ขอตัวกลับ ส่วนคนที่กำลังจะได้ใช้ชีวิตคู่ด้วยกัน ยังไม่ได้พูดอะไรกันสักคำ ได้แต่มองหน้ากันนิ่งๆเท่านั้น

“แม่...พี่เขาเป็นใบ้หรือเปล่า ไม่พูดกับเจ้าขาสักคำ แถมยังประเคนสินสอดมาให้อย่างกับกลัวว่าลูกชายตัวเองจะไม่มีคนเอา”

“เปลี่ยนใจไม่ทันแล้วมั้ง” พ่อยอดมองสินสอดตรงหน้าแล้วพูดกับฉัน

“ไม่ได้เป็นใบ้ ตอนเข้ามาเขายังสวัสดีครับแม่กับพ่ออยู่เลย” แม่บัว...

“เออ...ก็จริง” ฉันทำท่านึก รอยยิ้มสักนิดยังไม่มีเลย งงมาก!

“หรือว่าพี่เขาถูกแม่พรบังคับให้มา”

“แม่จะไปรู้ได้ยังไง”

“แล้วแม่ว่าพี่เขาหน้าตาเป็นไง” ฉันถาม...

“ก็หน้าตาดีนะ”

“พ่อล่ะ พ่อว่าหน้าตาพี่เขาเป็นไง” ฉันหันไปถามพ่อยอดบ้าง

“หล่อเลยแหละ” ตอบคำถามเสร็จ ท่านก็หัวเราะเบาๆ

“พี่ขุน พี่ฟ้า ว่ายังไง” ฉันหันไปถามพี่ชายกับพี่สะใภ้ ที่เพิ่งจะเดินเข้ามาสมทบ

“เขาคงเขินมั้ง พี่รู้จักพี่ภูมิแต่ไม่สนิท” พี่ขุนพี่ชายฉันเองค่ะ

“พี่ขุนรู้จักเขาด้วยเหรอ”

“แค่รู้จักเฉยๆ เขาเป็นคนดังประจำจังหวัดนะ จะไม่รู้จักได้ยังไง”

“เขาเป็นคนยังไง พี่ขุนรู้มั้ย”

“เป็นคนปกตินี่แหละ ไม่มีอะไรหรอก อย่าคิดมาก”

“แล้วที่บอกว่า...พี่เขาไม่เคยมีแฟนจริงหรือเปล่า”

“คงจริงมั้ง พี่ไม่เคยได้ข่าวว่าเขามีแฟนนะ”

“แล้วทำไมไม่มีใครเอา หรือว่า...” ฉันกำลังเดาไปเรื่อย...

“พอๆๆ เลิกคิดได้แล้ว ครั้งหน้าเจอกันก็ถามเขาซะสิ”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เขาเลือกที่จะโกหก ฉันเลือกที่จะจากไป
8.5
หลังตามหาน้องสาวสามีจนพบในสภาพวิกฤต ฉันรีบพาเธอไปส่งโรงพยาบาลจนเกิดอุบัติเหตุชนกับรถหรู คู่กรณีกลับบีบบังคับให้ฉันคุกเข่ากราบขอโทษพร้อมเรียกเงินล้านโดยไม่สนชีวิตคนเจ็บ เธอโอ้อวดว่าสามีผู้เป็นทายาทมหาเศรษฐีตระกูลฟูจะหนุนหลังให้ทุกลมหายใจ คำพูดนั้นทำให้ฉันตระหนักได้ทันทีว่าผู้หญิงจองหองตรงหน้าคือชู้รักของสามีตัวเอง ความจริงที่น่ารังเกียจนี้กำลังทำลายทุกอย่าง รวมถึงแผนการดองกับลูกสาวมหาเศรษฐีที่คุณลุงคาดหวังไว้ด้วย
หน้าปกนวนิยาย ดีไซเนอร์สาวทะลุมิติมาเปิดร้านเสื้อผ้าในปี1980
8.1
ลิลลี่ ดีไซเนอร์สาวผู้มั่งคั่งแต่โดดเดี่ยว ต้องจบชีวิตลงด้วยความเครียดในวัยเพียง 30 ปี ทว่าเธอกลับได้รับโอกาสครั้งที่สองด้วยการตื่นขึ้นในร่างของ ฉินเสี่ยวหราน เด็กสาวมัธยมปลายในปี 1980 เธอเป็นลูกสาวคนโตของบ้านฉินที่มีพ่อเป็นพันตรีและแม่เป็นหญิงชนบท แม้ต้องเผชิญกับความแตกต่างของยุคสมัยและความกดดันในฐานะพี่สาวของฉินเสี่ยวหลิง แต่ด้วยทักษะแฟชั่นระดับโลกที่ติดตัวมา ลิลลี่จึงต้องเริ่มต้นชีวิตใหม่ในครอบครัวที่อบอุ่นและสร้างอนาคตที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน
หน้าปกนวนิยาย จแมารลงทะเบียนรัก
8.7
ณิรินต้องเผชิญกับคราวเคราะห์ครั้งใหญ่ในวัยเบญจเพศ เมื่อแผนการแอบติดตามว่าที่พี่เขยกลับทำให้เธอถูกเข้าใจผิดว่าเป็นสาวเอ็นเตอร์เทน ซ้ำร้ายชายหนุ่มคู่กรณีที่ทั้งปากร้ายและเอาแต่ใจยังเป็นนักลงทุนคนสำคัญที่เธอต้องดูแลในฐานะคู่ค้าของครอบครัว เขาคอยคัดค้านและดูถูกเธอด้วยอคติเกี่ยวกับอาชีพเสริมที่เขาจินตนาการไปเอง ณิรินจึงต้องอดทนรับมือกับความงี่เง่าและสถานการณ์สุดซวยที่ถาโถมเข้ามาอย่างไม่หยุดหย่อนในระหว่างการเจรจาธุรกิจครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย กุหลาบในม่านเพลิง
8.5
“ความเกลียด กับ ความแค้น” หลอมใจผู้ชายสุขุมเยือกเย็นให้กลายเป็นผู้ชายปากร้ายไร้เหตุผล เพียงเพราะเธอก้าวเข้ามา... ทว่าเหยื่อแค้นกลับยั้งความสุข คนทุกข์กับเป็นคนเริ่มก่อ เมื่อความเกลียดได้แปรเปลี่ยนเป็นความรักอย่างไม่รู้ตัว ................................................................................. “แล้วนี่อย่าบอกนะ...ว่าทุกคนรู้เรื่องกันหมดแล้ว” “ใช่” ทุกคนตอบพร้อมกัน “ถ้าอย่างนั้นก็วิวาห์เหาะมันเลยก็แล้วกัน วางแผนดีนัก...” พ่อเลี้ยงหนุ่มรวบร่างบางเข้าในวงแขนแกร่งแล้วช้อนร่างบางกระชับอ้อมแขนอุ้มปารวีขึ้น แล้วเดินขึ้นบันไดไปบนบ้านทันที แต่ก็ไม่วายตะโกนมาลงสั่งน้องสาว “ยัยรษา! สั่งทุกคนห้ามรบกวนพี่จนกว่าจะเช้า... แล้วก็...พรุ่งนี้เช้าเชิญนายอำเภอกับเตรียมชุดธูปเทียนแพขอขมาให้พี่ด้วย คืนนี้พี่จะโกนหนวดให้เกลี้ยง แล้วจะทดลองงานตำแหน่งแม่เลี้ยงไร่ปกรักด้วยเลย ทุกคนปาร์ตี้กันให้สนุก...แต่ขอย้ำ ว่าห้ามรบกวนเด็ดขาด...” เสียงกองเชียร์ส่งเสียงเชียร์กันอย่างครื้นเครง ปารวีอายหน้าแดงแทบจะแทรกหน้าเข้าไปในแผงอกแกร่ง หยิกหมับเข้าที่หน้าอกกำยำอย่างหมั่นไส้ “โอ๊ย!” เสียงร้องของพ่อเสียงหนุ่มยิ่งสร้างความสนุกครื้นเครงให้กองเชียร์มากขึ้น และยังส่งเสียงแข่งกันอย่างสนุกสนาน “เต็มที่เลยพี่รวี...รษาเชียร์สุดใจขาดดิ้น...มีพี่ชายซื่อบื้ออย่างนี้...น้องเพลีย!” “แม่เลี้ยงรวี เราเชียร์เธออยู่นะ...จัดหนัก อย่าให้มันกล้าหือ มีหน้ากลับมาทำโง่ได้อีกนะ” ก้องหล้าร้องเพลงเย้า ส่งเสียงเชียร์ปารวี “รวี...พี่ขอโทษนะ คราวนี้พี่เข้าข้างพ่อเลี้ยงว่ะ เล่นตัวอยู่ได้ น่าหมั่นไส้ กำราบให้หนักเลยนะพ่อเลี้ยง อย่าให้มันได้หนีไปไหนอีก” ปรินทร์ร่วมสนุก “ตายละ...ไม่รู้ใครจะแย่กว่าใคร...สู้ๆ นะคะคุณรวี อย่าได้ให้เผยอหน้าขึ้นมาต่อกรกับเราได้” มัดไหมเอาบ้าง “อย่าให้เสียชื่อนะพ่อเลี้ยง...” นนท์ปวิธนึกสนุกตามร้องบอกไปบ้าง ทั้งที่ตัวเองก็หงอยังกับอะไรดี “คุณธามส์...มุกยินดีกับคุณด้วยนะ แต่ถ้าให้ดีคุณยอมคุณรวีไปเถอะ...เค้าว่ากลัวเมียแล้วจะได้ดี” “ขอบคุณสำหรับทุกคำอวยพรครับทุกคน พรุ่งนี้ถ้ายังไม่ออกจากห้องก็ขอไข่ลวกสี่ฟอง อยากรู้ว่าใครจะกำราบใครต้องติดตามต่อในวันพรุ่งนี้”
หน้าปกนวนิยาย จำเลยแค้น สามีเถื่อน
9.5
โชคชะตาเล่นตลกกับหญิงสาวผู้ไร้เดียงสา เมื่อเธอต้องกลายเป็นเป้าหมายในการชำระความแค้นของชายหนุ่มผู้เต็มไปด้วยความเกลียดชัง เพียงเพราะเธอคือบุตรสาวของสตรีที่เคยสร้างบาดแผลลึกในใจให้แก่เขาในอดีต ความผิดที่เธอไม่ได้ก่อกลับกลายเป็นพันธนาการที่บีบคั้นให้เธอต้องชดใช้ด้วยหยาดน้ำตา ท่ามกลางเพลิงโทสะที่แผดเผาและความสัมพันธ์อันแสนเจ็บปวด เขาจะเลือกเดินหน้าทำลายชีวิตเธอให้พังพินาศ หรือจะยอมปล่อยวางความหลังเพื่อหัวใจตัวเองในท้ายที่สุด
หน้าปกนวนิยาย เจ้านายขา....ว่าไงคะ?
9.2
เมื่อเลขาฯ สาวสุดเฉิ่มต้องตกเป็นของเจ้านายหนุ่มหล่อผู้แสนเย่อหยิ่งและเจ้าชู้โดยไม่ตั้งใจ ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากความผิดพลาดกลับทำให้เธอถูกมองข้ามอย่างไร้ค่า ทว่าคนอย่างเธอจะไม่ยอมถูกเอาเปรียบอยู่ฝ่ายเดียว แผนการดัดหลังบอสหนุ่มจึงเริ่มต้นขึ้น เธอพร้อมจะเปลี่ยนเสือผู้หญิงให้กลายเป็นคนคลั่งรักจนโงหัวไม่ขึ้น เตรียมพบกับบทพิสูจน์หัวใจในความสัมพันธ์สุดเร่าร้อนที่แฝงไปด้วยชั้นเชิงของเลขาฯ สาวที่จะทำให้อีกฝ่ายต้องสยบแทบเท้า