ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย คุณหมออาสากับยัยเด็กบนดอย

คุณหมออาสากับยัยเด็กบนดอย

หมอแสงเหนือ คุณหมออาสาวัย 32 ปีผู้มีนิสัยขี้เล่นแต่ปากร้าย เขาเชื่อเสมอว่าความรักเป็นเรื่องตลกและไม่เคยคิดจะแต่งงานมีครอบครัวเพราะไม่ต้องการมีลูก ทว่ามุมมองชีวิตของเขากลับต้องสั่นคลอนเมื่อได้พบกับปิ่นงาม สาวสวยวัย 20 ปีที่ใช้ชีวิตเรียบง่ายอย่างมีความสุขอยู่บนดอยสูง การก้าวเข้ามาของหมอหนุ่มผู้แสนอบอุ่นและขี้หึงคนนี้ได้กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้โลกใบเดิมของปิ่นงามเปลี่ยนไปตลอดกาล ท่ามกลางบทพิสูจน์ว่าแท้จริงแล้วอายุอาจไม่ใช่กำแพงของความรักเท่ากับความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ภายในใจ
ตอน
แชร์

ตอน 3

ตอนที่ 3 พบเจอ

“ที่นี่แหละครับ ร้านค้า” จ่ายอดหันไปพูดกับคุณหมอ

“ปู่พรครับ นี่คุณหมออาสาคนใหม่ของหมู่บ้านเราครับ ปิ่นอยู่ไหมครับ คุณหมอว่าจะผูกปิ่นโตกับเจ้าปิ่นสักหน่อย” จ่าจอมถามหาแม่ค้าคนสวยของหมู่บ้านด้วยภาษาถิ่น ซึ่งดูเหมือนว่าตอนนี้เธอจะไม่อยู่

“คุณหมอเหรอ” เสียงของคนชราเอ่ยขึ้น ปู่พรค่อยๆลุกขึ้นมาจากเก้าอี้ที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่ แล้วยกมือป้องตามองหน้าคุณหมอชัดๆเนื่องจากสายตาของแกไม่ค่อยจะดีแล้ว ก็ตามวัยของแกนั่นแหละ

“สวัสดีครับ ผมไม่ใช่คนพื้นที่จะหากินเองก็คงลำบากก็เลยว่าจะมาอาศัยฝากท้องกับร้านค้าที่นี่แหละครับ” ปู่พรแกฟังสิ่งที่คุณหมอพูดออกทุกคำ แต่คุณหมอนี่สิอาจจะฟังปู่ออกบ้างไม่ออกบ้าง

“สวัสดีหมอ ตอนนี้เจ้าปิ่นมันไม่อยู่หรอก ไปส่งอาหารบ้านแถวๆนี้นั่นแหละอีกเดี๋ยวก็คงจะกลับมา” คุณหมอหันไปมองพี่จ่าทั้งสองประมาณว่าเขาฟังไม่ออกเลย จ่าจอมเลยช่วยแปลให้ฟัง

“เอาอย่างนี้แล้วกัน” จ่ายอดจึงจัดการเขียนตัวหนังสือใส่กระดาษโน๊ตบอกปิ่นงามให้จัดอาหารใส่ปิ่นโตส่งให้คุณหมออาสาสามมื้อในทุกๆวัน รวมถึงมื้อเย็นนี้ด้วย จากนั้นจึงพาคุณหมอกลับไปส่งที่บ้านพักเพื่อพักผ่อน

“ถ้ายังไงผมขอตัวกลับก่อนนะครับ มีอะไรให้พวกผมรับใช้ก็โทรไปได้เลยครับ”

“ขอบคุณมากเลยนะครับ ว่าแต่อาหารมื้อเย็นของผม...” ซึ่งตอนนี้เขาหิวมากๆ ข้าวกลางวันยังไม่ได้กินเลย หิวจนแสบไส้แสบพุงไปหมดแล้วเนี่ย

“เดี๋ยวมันก็มา เชื่อผม” ว่าแล้วทั้งสองจ่าก็พากันขึ้นรถแล้วขับออกไป ทิ้งให้คุณหมอหนุ่มอยู่เพียงลำพัง

แสงเหนือหันกลับเข้าไปมองบ้านพักของตัวเอง ซึ่งตอนนี้ฝุ่นก็เริ่มเกาะแล้ว อยากจะได้แม่บ้านสักคนมาช่วยทำความสะอาด

บ้านหลังนี้เป็นบ้านไม้แทบจะเรียกได้ว่าไม่มีใต้ถุนเลย อาจจะเป็นเพราะอากาศที่นี่ค่อนข้างเย็นลมแรงจึงไม่เหมาะกับบ้านที่มีใต้ถุนเหมือนบ้านทางภาคกลาง

ภายในบ้านพัก มีโซนครัวเล็กๆไว้ให้หุงต้มชงกาแฟ ห้องนอนหนึ่งห้อง มีระเบียงและชานหลังบ้านทำจากไม้ เป็นที่นั่งรับลมได้เป็นอย่างดี อากาศที่นี่สดชื่นมากๆ และที่ตรงนี้มีเก้าอี้ไม้เล็กๆไว้ให้เอนหลังเป็นแบบกึ่งนั่งกึ่งนอน คุณหมอเห็นดังนั้นจึงทิ้งตัวนั่งลงพักผ่อนสักหน่อย เดินทางมาทั้งวันรู้สึกเมื่อยล้าพอสมควร สักครู่ลมพัดเย็นๆก็ทำให้คุณหมอเผลองีบหลับไป…

“คุณหมอ...คุณหมอ...อยู่หรือเปล่าเนี่ย” ปิ่นงามได้เอาอาหารเย็นมาส่งตามที่ได้โน้ตบอกเอาไว้ เธอตะโกนเรียกอยู่นานสองนานแต่ก็ไม่เห็นมีใครออกมา เธอจึงถือวิสาสะเดินเข้าไปในบ้าน

“คุณหมอ...” ระหว่างการเดินเข้ามาเธอก็ส่งเสียงเบาๆเรียกตลอด เพราะกลัวเจ้าของบ้านคนใหม่จะไม่ชอบ ซึ่งบ้านหลังนี้เป็นบ้านพักหลังเล็กๆเท่านั้น กวาดตามองก็รู้แล้วว่าไม่มีใครอยู่ เธอจึงเดินทะลุไปที่หลังบ้าน ก็เห็นผู้ชายรูปงามนอนหลับไม่รู้เรื่องอยู่บนเก้าอี้ไม้และน่าจะหลับสนิทซะด้วย เพราะเธอได้ยินเสียงกรนเบาๆออกมาจากลมหายใจของเขา

“คงจะเหนื่อยจากการเดินทางสินะ” ปิ่นงามนั่งลงมองคนกำลังหลับ รูปร่างสมส่วน ขายาว ผิวขาว ใบหน้าเนียนใส ไว้หนวดบางๆ ทรงผมทันสมัย เขาหล่อโคตรอย่างที่ครูตองนวลบอกจริงๆด้วย

นานๆที่ปิ่นงามจะได้เจอผู้ชายรูปงามหน้าตาดีแบบนี้สักคน เธอนั่งมองหน้าเขาอยู่สักครู่ รอเขาตื่นขึ้นมาเธอจะได้ขอเก็บค่าอาหาร แต่เขาก็ยังไม่ยอมตื่น เธอจึงถือวิสาสะยื่นหน้าเข้าไปดูใกล้ๆ ผิวหน้าของเขาทั้งขาวทั้งเนียนรูขุมขนแทบมองไม่เห็นเลย

และจังหวะนั้นเอง คุณหมอได้ลืมตาตื่นขึ้นมาและด้วยความตกใจ เขาดีดตัวลุกขึ้นนั่งทำให้ริมฝีปากของเขากับเธอชนกันพอดิบพอดี

“ว๊าย!!...ขอโทษค่ะ” ปิ่นงามผละออกอย่างไว หัวใจของเธอเต้นแรง เธอหวังว่าเขาจะไม่โกรธเธอนะ

“เธอเป็นใครน่ะ!” น้ำเสียงเข้มๆเอ่ยถาม พลางคิดไปว่าน่าจะเป็นแม่ค้าที่เขาสั่งข้าว

“ปิ่น!...ปิ่นเอาข้าวมาส่งให้ค่ะ” สำเนียงของเธอชัดแจ๋ว ฟังแล้วไม่รู้สึกขัดหูเลยสักนิด

“เท่าไหร่...” เขาหมายถึงค่าข้าว

“สี่สิบบาทค่ะ”

“คิดไปสามเดือนเลย” ด้วยสมองอันชาญฉลาดของปิ่นงาม แทบจะไม่ต้องคิดเยอะเธอตอบออกมาเดี๋ยวนั้นทันที

“หนึ่งหมื่นแปดร้อยบาทค่ะ” แสงเหนือเดินไปหยิบกระเป๋าสตางค์แล้วหยิบเงินจำนวนที่มากกว่าที่เธอบอกยืนให้เธอไป

“ไม่ต้องทอน” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ปิ่นงามหยิบเงินปึกนั้นมานับ เธอนับได้หนึ่งหมื่นห้าพันบาท ส่วนที่เกินมาเธอจะพิเศษมาให้ในแต่ละมื้อก็แล้วกัน เธอพับเงินจำนวนนั้นใส่กระเป๋าเสื้อแล้วมองหน้าเขานิ่งๆเหมือนกำลังอยากจะพูดอะไรสักอย่าง

“มีอะไร...” แสงเหนือเห็นแววตาของเธอ เขาก็เลยเอ่ยถามขึ้น

“คือ...เรื่องเมื่อกี้คุณหมอห้ามไปพูดที่ไหนเด็ดขาดเลยนะคะ” เรื่องขี้ปะติ๋วแบบนี้เขาไม่เอามาใส่ใจหรอก แล้วเขาก็ไม่ได้เป็นคนเสียเปรียบซะด้วยซิ อีกอย่างถ้าเขาโกรธแล้วใครจะหาข้าวหาน้ำให้เขากิน แต่ริมฝีปากของเธอนุ่มโคตร...แสงเหนือมองไปที่ริมฝีปากนั้นอีกครั้ง พอเธอเม้มปากเขาจึงเสมองไปทางอื่นแทน

“ไปได้แล้ว...” เขาเดินไปนั่งที่โต๊ะพร้อมกับปิ่นโตของเธอที่ในนั้นมีอาหาร ตอนนี้เขาหิวจะแย่อยู่แล้ว เขามองสิ่งที่อยู่ตรงหน้าสี่สิบบาทคือถูกมาก กับข้าวธรรมดาก็จริงเรื่องนี้เขาไม่เรื่องมาก แต่อาหารตรงหน้ามันก็มากโขพอที่จะให้ท้องหิวๆของเขาตอนนี้อิ่มได้ มีน้ำมาให้สองขวดด้วย

“เธอชื่อปิ่นใช่มั้ย” เมื่อสักครู่เหมือนเขาจะได้ยินเธอเรียกชื่อตัวเอง

“ใช่ค่ะ”

“รับจ้างทำความสะอาดบ้านมั้ย” เขาพยักพเยิดหน้าไปในบ้านบอกให้เธอรู้ว่าฝุ่นมันเยอะมาก ตอนแรกเขาว่าจะจัดของที่อยู่ในกระเป๋าเอาเก็บเข้าที่ให้เรียบร้อย แต่มองดูจากฝุ่นหนาๆนั่นแล้ว เอาไว้ในกระเป๋าก่อนดีกว่า จะทำเองอุปกรณ์ก็มีแค่ไม้กวาดอันเดียวคงจะไม่สะอาดแน่ๆ

“ห้าร้อยค่ะ” เธอแบมือขอ แสงเหนือกรอกตามองบนเอือมในความขี้งกของเธอ เมื่อกี้ก็ให้เกินไปตั้งเยอะ

“ทำก่อนเดี๋ยวค่อยจ่ายได้มั้ย” เขากำลังนั่งกินข้าวอยู่ หิวมากด้วย คนอย่างเขาไม่เบี้ยวเธอหรอก

“โอเค...” พูดจบเธอก็กลับบ้านไปเอาอุปกรณ์มาทำความสะอาดบ้านให้เขา บ้านพักคุณหมอกับบ้านของเธออยู่ห่างกันประมาณห้าร้อยเมตรเห็นจะได้ ได้อุปกรณ์เสร็จเธอก็ปั่นจักรยานกลับมา เห็นคุณหมอกินข้าวอิ่มพอดี

“อิ่มมั้ยคะ เพิ่มได้นะ”

“พอแล้ว ว่าแต่เมื่อกี้แกงอะไรเหรออร่อยดี” หิวจนลืมถามเลยว่าแกงอะไรมาให้กิน เห็นหน้าตาดีรสชาติก็พอไปวัดไปวาได้เขาก็โอเคแล้ว

“ไม่ต้องไปรู้หรอกกินไปเถอะ” เธอกลัวว่าเขาจะกินไม่ได้ แต่เนื้อที่เธอเอามาทำกับข้าวให้เขากินคนที่นี่เขากินกันปกตินะ

“นี่ยัยเตี้ย! อย่าบอกนะ เอาเนื้อประหลาดๆมาให้ฉันกินหรือเปล่าเนี่ย” แสงเหนือเริ่มระแวง

“ฮ่าๆๆๆ” ท่าทางตกใจของคุณหมอหน้าหล่อคนนี้ทำให้ปิ่นงามอดที่จะขำไม่ได้ เธอไม่ทำแบบนั้นกับลูกค้าวีไอพีหรอกน่า...

“ยัยเตี้ยบอกมาเดี๋ยวนี้นะ”

“เรียกดีๆ ถึงปิ่นจะเตี้ยแต่ถ้าหน้าสวยแบบนี้เขาเรียกว่าตัวเล็กย่ะ” บังอาจมาเรียกเธอว่ายัยเตี้ย รู้มั้ยว่าในหมูบ้านนี้เธอสวยที่สุดแล้ว

“ปิ่น...” เขายอมเรียกชื่อเธอดีๆก็ได้ ก่อนที่ของอร่อยที่กินเข้าไปจะพุ่งออกมาด้วยความคิดมากของตัวเอง

“เนื้อแพะกินได้หรือเปล่า” เขาโล่งอกทันทีที่ได้ยิน นึกว่าเป็นอย่างอื่นอย่างเช่นสัตว์น่ากลัว

“ได้...ที่นี่มีเนื้อแพะกินด้วยเหรอ”

“แพะชาวบ้านน่ะ ก็เลี้ยงไว้กินเหมือนเนื้อวัว เนื้อควาย เนื้อหมู เนื้อไก่ นั่นแหละ ว่าแต่คุณหมอแพ้อาหารหรือไม่ชอบกินอะไรมั้ย ปิ่นจะได้ไม่ทำมาให้”

“กินได้หมด ถ้าหิวมากๆเนื้อเธอฉันก็กินได้”

“พูดจริง...” เธอถามยิ้มๆ

“แต่คงกินไม่ลงหรอก ปัดกวาดเช็ดถูไป เอ้าค่าแรงเธอ” ว่าแล้วเขาก็ยื่นแบงค์พันให้เธอเพราะไม่มีแบงค์อื่นเลย

“ต้องทอนมั้ยคะ” ที่จริงคำถามแบบนี้ไม่น่าถาม แต่ไหนๆเขาก็ต้องการคนช่วยทำความสะอาดอยู่แล้ว

“อีกห้าร้อย อาทิตย์หน้าค่อยมาทำอีกรอบก็แล้วกัน”

“โอเคค่ะ”

“อือ...” เขาพยักหน้าให้ ปิ่นงามจึงหนุนตัวไปหยิบไม้กวาดก่อนอันดับแรก เธอเริ่มทำไปเรื่อยๆจนมันสะอาด ซึ่งเวลานี้ก็เริ่มมืดแล้วด้วย

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96GSR” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96GSR
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เพื่อนที่แปลว่าเมีย
9.2
ความสัมพันธ์แบบเพื่อนสนิทต้องสั่นคลอน เมื่อฝ่ายชายประกาศกร้าวว่าไม่ต้องการเป็นเพียงแค่เพื่อน แต่อยากข้ามเส้นไปเป็นสามี ทว่าเมื่อถูกถามถึงความรัก เขากลับนิ่งเงียบพร้อมตั้งคำถามว่าการมีสัมพันธ์ลึกซึ้งจำเป็นต้องมีความรู้สึกรักด้วยหรือ ทำให้เธอตระหนักได้ทันทีว่าเขาเพียงต้องการแค่เรื่องบนเตียงโดยไม่ได้มีใจให้กันเลยแม้แต่น้อย บทสรุปของมิตรภาพที่ไร้ความรักแต่เต็มไปด้วยความต้องการครั้งนี้จะลงเอยอย่างไรในรูปแบบไหน
หน้าปกนวนิยาย ถึงเฮียจะร้าย…หนูก็จะรัก (Jay & Aeng Aei )
8.3
เมื่อความสัมพันธ์มาถึงจุดที่ความลับถูกเปิดเผย หญิงสาวตั้งคำถามด้วยความสงสัยว่าเหตุใดชายหนุ่มที่เคยประกาศตัวว่าไม่สนใจในเพศหญิง กลับมีความเชี่ยวชาญและล่วงรู้ถึงจุดอ่อนไหวในร่างกายของเธอไปเสียทุกสัดส่วน แต่แทนที่จะได้รับคำอธิบายที่ชัดเจน เขากลับตอบโต้ด้วยการกระทำที่เร่าร้อนพร้อมออกคำสั่งให้สาวน้อยผู้ใสซื่อโอนอ่อนผ่อนตามแต่โดยดี ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดและความปรารถนาอันยากจะต้านทานระหว่างคนทั้งสองในค่ำคืนนี้
หน้าปกนวนิยาย NightZ [I] THE LOST MEMORIES
9.2
เมื่อพายุ Nightshade ตั้งคำถามเพื่อความแน่ใจในสิ่งที่เธอเลือก หญิงสาวจึงพยักหน้าพร้อมยืนยันความรู้สึกอย่างหนักแน่น เธอตัดสินใจแล้วว่าการต้องตกอยู่ในสถานะผู้หญิงของเขานั้นยังไม่เลวร้ายเท่ากับการที่ครั้งหนึ่งเธอเคยรักเขา แต่กลับสูญเสียความทรงจำเหล่านั้นไปจนหมดสิ้น เรื่องราวความรักที่ปะปนด้วยกลิ่นอายแอคชั่นท่ามกลางความทรงจำที่ขาดหายจึงเริ่มต้นขึ้น เมื่ออดีตที่ลืมเลือนกลายเป็นบาดแผลที่เจ็บปวดกว่าสถานะอันตรายในปัจจุบัน
หน้าปกนวนิยาย ร้ายรัก กลซาตาน
9.3
อคิน นฤปนาถ เจ้าของอาณาจักรการเงินระดับประเทศ ใช้เวลากว่าทศวรรษเพื่อตามหาฝาแฝด ดาหลาและกาสะลอง โดยหวังจะชดใช้ความผิดในอดีตที่เขาเคยทำลายครอบครัวของพวกเธอ ทว่าโศกนาฏกรรมในคืนนั้นที่ทำให้ทั้งคู่ต้องกลายเป็นกำพร้า กลับกลายเป็นรอยแผลลึกที่ไม่อาจเยียวยา แม้เวลาจะผ่านไปนานเพียงใด แต่ความแค้นของสองพี่น้องยังคงฝังรากลึก เปลี่ยนดอกไม้ที่เคยอ่อนโยนให้กลายเป็นอาวุธเคลือบยาพิษที่พร้อมจะทำลายล้างชายที่พรากทุกอย่างไปจากชีวิตของพวกเธอ
หน้าปกนวนิยาย ไม่เล่นแล้ว ฉันคือคุณนาย
9.7
ตลอดสามปีที่หลูเฉียนหนิงอยู่เคียงข้างโจวเป่ยจิ้ง เขาคิดเพียงว่าเธอคือผู้ช่วยที่ยอมแลกตัวเพื่อเงินรักษาแม่ จนกระทั่งความอดทนสิ้นสุดลงเมื่อเธอขอหย่าและตราหน้าว่าเขาเป็นคนชั่วที่มีคนอื่นในใจ ทว่าเขากลับต้องตกตะลึงเมื่อพบว่าแท้จริงแล้วเธอคือภรรยาลึกลับที่จดทะเบียนกันเมื่อหกปีก่อน จากท่านประธานผู้เย่อหยิ่งจึงต้องกลายเป็นคนคลั่งรักที่ยอมทุ่มเททรัพย์สินทั้งหมดเพื่อตามง้อเมีย แม้ใครจะดูถูกว่าเธอต่ำต้อย แต่ปัจจุบันเธอกลายเป็นประธานหลูผู้มั่งคั่งที่ทำเอาเขาถอนตัวไม่ขึ้น
หน้าปกนวนิยาย เจ้าหญิงน้อยของพี่ๆ ทั้งสาม
9.8
ซูหลีถูกตระกูลซูขับไล่หลังความจริงเปิดเผยว่าเธอไม่ใช่ลูกแท้ๆ จนต้องกลับไปหาครอบครัวชาวนาตามคำดูถูก แต่เธอกลับพบว่าพ่อแม่ที่แท้จริงคือตระกูลลั่วมหาเศรษฐีอันดับหนึ่ง พี่ชายทั้งสามที่เป็นผู้ทรงอิทธิพลระดับโลกต่างทิ้งทุกอย่างเพื่อมาปกป้องน้องสาวที่รัก ขณะที่ตระกูลซูและอดีตคู่หมั้นต่างเสียดายในภายหลัง ซูหลีกลับกลายเป็นดาวเด่นของสังคมชั้นสูงเมื่อตระกูลชือผู้ทรงอำนาจสูงสุดในกองทัพเรือก้าวเข้ามาเสนอการแต่งงานที่สั่นสะเทือนไปทั้งเมืองจิง