
คุณหมออาสากับยัยเด็กบนดอย
ตอน 3
ตอนที่ 3 พบเจอ
“ที่นี่แหละครับ ร้านค้า” จ่ายอดหันไปพูดกับคุณหมอ
“ปู่พรครับ นี่คุณหมออาสาคนใหม่ของหมู่บ้านเราครับ ปิ่นอยู่ไหมครับ คุณหมอว่าจะผูกปิ่นโตกับเจ้าปิ่นสักหน่อย” จ่าจอมถามหาแม่ค้าคนสวยของหมู่บ้านด้วยภาษาถิ่น ซึ่งดูเหมือนว่าตอนนี้เธอจะไม่อยู่
“คุณหมอเหรอ” เสียงของคนชราเอ่ยขึ้น ปู่พรค่อยๆลุกขึ้นมาจากเก้าอี้ที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่ แล้วยกมือป้องตามองหน้าคุณหมอชัดๆเนื่องจากสายตาของแกไม่ค่อยจะดีแล้ว ก็ตามวัยของแกนั่นแหละ
“สวัสดีครับ ผมไม่ใช่คนพื้นที่จะหากินเองก็คงลำบากก็เลยว่าจะมาอาศัยฝากท้องกับร้านค้าที่นี่แหละครับ” ปู่พรแกฟังสิ่งที่คุณหมอพูดออกทุกคำ แต่คุณหมอนี่สิอาจจะฟังปู่ออกบ้างไม่ออกบ้าง
“สวัสดีหมอ ตอนนี้เจ้าปิ่นมันไม่อยู่หรอก ไปส่งอาหารบ้านแถวๆนี้นั่นแหละอีกเดี๋ยวก็คงจะกลับมา” คุณหมอหันไปมองพี่จ่าทั้งสองประมาณว่าเขาฟังไม่ออกเลย จ่าจอมเลยช่วยแปลให้ฟัง
“เอาอย่างนี้แล้วกัน” จ่ายอดจึงจัดการเขียนตัวหนังสือใส่กระดาษโน๊ตบอกปิ่นงามให้จัดอาหารใส่ปิ่นโตส่งให้คุณหมออาสาสามมื้อในทุกๆวัน รวมถึงมื้อเย็นนี้ด้วย จากนั้นจึงพาคุณหมอกลับไปส่งที่บ้านพักเพื่อพักผ่อน
“ถ้ายังไงผมขอตัวกลับก่อนนะครับ มีอะไรให้พวกผมรับใช้ก็โทรไปได้เลยครับ”
“ขอบคุณมากเลยนะครับ ว่าแต่อาหารมื้อเย็นของผม...” ซึ่งตอนนี้เขาหิวมากๆ ข้าวกลางวันยังไม่ได้กินเลย หิวจนแสบไส้แสบพุงไปหมดแล้วเนี่ย
“เดี๋ยวมันก็มา เชื่อผม” ว่าแล้วทั้งสองจ่าก็พากันขึ้นรถแล้วขับออกไป ทิ้งให้คุณหมอหนุ่มอยู่เพียงลำพัง
แสงเหนือหันกลับเข้าไปมองบ้านพักของตัวเอง ซึ่งตอนนี้ฝุ่นก็เริ่มเกาะแล้ว อยากจะได้แม่บ้านสักคนมาช่วยทำความสะอาด
บ้านหลังนี้เป็นบ้านไม้แทบจะเรียกได้ว่าไม่มีใต้ถุนเลย อาจจะเป็นเพราะอากาศที่นี่ค่อนข้างเย็นลมแรงจึงไม่เหมาะกับบ้านที่มีใต้ถุนเหมือนบ้านทางภาคกลาง
ภายในบ้านพัก มีโซนครัวเล็กๆไว้ให้หุงต้มชงกาแฟ ห้องนอนหนึ่งห้อง มีระเบียงและชานหลังบ้านทำจากไม้ เป็นที่นั่งรับลมได้เป็นอย่างดี อากาศที่นี่สดชื่นมากๆ และที่ตรงนี้มีเก้าอี้ไม้เล็กๆไว้ให้เอนหลังเป็นแบบกึ่งนั่งกึ่งนอน คุณหมอเห็นดังนั้นจึงทิ้งตัวนั่งลงพักผ่อนสักหน่อย เดินทางมาทั้งวันรู้สึกเมื่อยล้าพอสมควร สักครู่ลมพัดเย็นๆก็ทำให้คุณหมอเผลองีบหลับไป…
“คุณหมอ...คุณหมอ...อยู่หรือเปล่าเนี่ย” ปิ่นงามได้เอาอาหารเย็นมาส่งตามที่ได้โน้ตบอกเอาไว้ เธอตะโกนเรียกอยู่นานสองนานแต่ก็ไม่เห็นมีใครออกมา เธอจึงถือวิสาสะเดินเข้าไปในบ้าน
“คุณหมอ...” ระหว่างการเดินเข้ามาเธอก็ส่งเสียงเบาๆเรียกตลอด เพราะกลัวเจ้าของบ้านคนใหม่จะไม่ชอบ ซึ่งบ้านหลังนี้เป็นบ้านพักหลังเล็กๆเท่านั้น กวาดตามองก็รู้แล้วว่าไม่มีใครอยู่ เธอจึงเดินทะลุไปที่หลังบ้าน ก็เห็นผู้ชายรูปงามนอนหลับไม่รู้เรื่องอยู่บนเก้าอี้ไม้และน่าจะหลับสนิทซะด้วย เพราะเธอได้ยินเสียงกรนเบาๆออกมาจากลมหายใจของเขา
“คงจะเหนื่อยจากการเดินทางสินะ” ปิ่นงามนั่งลงมองคนกำลังหลับ รูปร่างสมส่วน ขายาว ผิวขาว ใบหน้าเนียนใส ไว้หนวดบางๆ ทรงผมทันสมัย เขาหล่อโคตรอย่างที่ครูตองนวลบอกจริงๆด้วย
นานๆที่ปิ่นงามจะได้เจอผู้ชายรูปงามหน้าตาดีแบบนี้สักคน เธอนั่งมองหน้าเขาอยู่สักครู่ รอเขาตื่นขึ้นมาเธอจะได้ขอเก็บค่าอาหาร แต่เขาก็ยังไม่ยอมตื่น เธอจึงถือวิสาสะยื่นหน้าเข้าไปดูใกล้ๆ ผิวหน้าของเขาทั้งขาวทั้งเนียนรูขุมขนแทบมองไม่เห็นเลย
และจังหวะนั้นเอง คุณหมอได้ลืมตาตื่นขึ้นมาและด้วยความตกใจ เขาดีดตัวลุกขึ้นนั่งทำให้ริมฝีปากของเขากับเธอชนกันพอดิบพอดี
“ว๊าย!!...ขอโทษค่ะ” ปิ่นงามผละออกอย่างไว หัวใจของเธอเต้นแรง เธอหวังว่าเขาจะไม่โกรธเธอนะ
“เธอเป็นใครน่ะ!” น้ำเสียงเข้มๆเอ่ยถาม พลางคิดไปว่าน่าจะเป็นแม่ค้าที่เขาสั่งข้าว
“ปิ่น!...ปิ่นเอาข้าวมาส่งให้ค่ะ” สำเนียงของเธอชัดแจ๋ว ฟังแล้วไม่รู้สึกขัดหูเลยสักนิด
“เท่าไหร่...” เขาหมายถึงค่าข้าว
“สี่สิบบาทค่ะ”
“คิดไปสามเดือนเลย” ด้วยสมองอันชาญฉลาดของปิ่นงาม แทบจะไม่ต้องคิดเยอะเธอตอบออกมาเดี๋ยวนั้นทันที
“หนึ่งหมื่นแปดร้อยบาทค่ะ” แสงเหนือเดินไปหยิบกระเป๋าสตางค์แล้วหยิบเงินจำนวนที่มากกว่าที่เธอบอกยืนให้เธอไป
“ไม่ต้องทอน” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ปิ่นงามหยิบเงินปึกนั้นมานับ เธอนับได้หนึ่งหมื่นห้าพันบาท ส่วนที่เกินมาเธอจะพิเศษมาให้ในแต่ละมื้อก็แล้วกัน เธอพับเงินจำนวนนั้นใส่กระเป๋าเสื้อแล้วมองหน้าเขานิ่งๆเหมือนกำลังอยากจะพูดอะไรสักอย่าง
“มีอะไร...” แสงเหนือเห็นแววตาของเธอ เขาก็เลยเอ่ยถามขึ้น
“คือ...เรื่องเมื่อกี้คุณหมอห้ามไปพูดที่ไหนเด็ดขาดเลยนะคะ” เรื่องขี้ปะติ๋วแบบนี้เขาไม่เอามาใส่ใจหรอก แล้วเขาก็ไม่ได้เป็นคนเสียเปรียบซะด้วยซิ อีกอย่างถ้าเขาโกรธแล้วใครจะหาข้าวหาน้ำให้เขากิน แต่ริมฝีปากของเธอนุ่มโคตร...แสงเหนือมองไปที่ริมฝีปากนั้นอีกครั้ง พอเธอเม้มปากเขาจึงเสมองไปทางอื่นแทน
“ไปได้แล้ว...” เขาเดินไปนั่งที่โต๊ะพร้อมกับปิ่นโตของเธอที่ในนั้นมีอาหาร ตอนนี้เขาหิวจะแย่อยู่แล้ว เขามองสิ่งที่อยู่ตรงหน้าสี่สิบบาทคือถูกมาก กับข้าวธรรมดาก็จริงเรื่องนี้เขาไม่เรื่องมาก แต่อาหารตรงหน้ามันก็มากโขพอที่จะให้ท้องหิวๆของเขาตอนนี้อิ่มได้ มีน้ำมาให้สองขวดด้วย
“เธอชื่อปิ่นใช่มั้ย” เมื่อสักครู่เหมือนเขาจะได้ยินเธอเรียกชื่อตัวเอง
“ใช่ค่ะ”
“รับจ้างทำความสะอาดบ้านมั้ย” เขาพยักพเยิดหน้าไปในบ้านบอกให้เธอรู้ว่าฝุ่นมันเยอะมาก ตอนแรกเขาว่าจะจัดของที่อยู่ในกระเป๋าเอาเก็บเข้าที่ให้เรียบร้อย แต่มองดูจากฝุ่นหนาๆนั่นแล้ว เอาไว้ในกระเป๋าก่อนดีกว่า จะทำเองอุปกรณ์ก็มีแค่ไม้กวาดอันเดียวคงจะไม่สะอาดแน่ๆ
“ห้าร้อยค่ะ” เธอแบมือขอ แสงเหนือกรอกตามองบนเอือมในความขี้งกของเธอ เมื่อกี้ก็ให้เกินไปตั้งเยอะ
“ทำก่อนเดี๋ยวค่อยจ่ายได้มั้ย” เขากำลังนั่งกินข้าวอยู่ หิวมากด้วย คนอย่างเขาไม่เบี้ยวเธอหรอก
“โอเค...” พูดจบเธอก็กลับบ้านไปเอาอุปกรณ์มาทำความสะอาดบ้านให้เขา บ้านพักคุณหมอกับบ้านของเธออยู่ห่างกันประมาณห้าร้อยเมตรเห็นจะได้ ได้อุปกรณ์เสร็จเธอก็ปั่นจักรยานกลับมา เห็นคุณหมอกินข้าวอิ่มพอดี
“อิ่มมั้ยคะ เพิ่มได้นะ”
“พอแล้ว ว่าแต่เมื่อกี้แกงอะไรเหรออร่อยดี” หิวจนลืมถามเลยว่าแกงอะไรมาให้กิน เห็นหน้าตาดีรสชาติก็พอไปวัดไปวาได้เขาก็โอเคแล้ว
“ไม่ต้องไปรู้หรอกกินไปเถอะ” เธอกลัวว่าเขาจะกินไม่ได้ แต่เนื้อที่เธอเอามาทำกับข้าวให้เขากินคนที่นี่เขากินกันปกตินะ
“นี่ยัยเตี้ย! อย่าบอกนะ เอาเนื้อประหลาดๆมาให้ฉันกินหรือเปล่าเนี่ย” แสงเหนือเริ่มระแวง
“ฮ่าๆๆๆ” ท่าทางตกใจของคุณหมอหน้าหล่อคนนี้ทำให้ปิ่นงามอดที่จะขำไม่ได้ เธอไม่ทำแบบนั้นกับลูกค้าวีไอพีหรอกน่า...
“ยัยเตี้ยบอกมาเดี๋ยวนี้นะ”
“เรียกดีๆ ถึงปิ่นจะเตี้ยแต่ถ้าหน้าสวยแบบนี้เขาเรียกว่าตัวเล็กย่ะ” บังอาจมาเรียกเธอว่ายัยเตี้ย รู้มั้ยว่าในหมูบ้านนี้เธอสวยที่สุดแล้ว
“ปิ่น...” เขายอมเรียกชื่อเธอดีๆก็ได้ ก่อนที่ของอร่อยที่กินเข้าไปจะพุ่งออกมาด้วยความคิดมากของตัวเอง
“เนื้อแพะกินได้หรือเปล่า” เขาโล่งอกทันทีที่ได้ยิน นึกว่าเป็นอย่างอื่นอย่างเช่นสัตว์น่ากลัว
“ได้...ที่นี่มีเนื้อแพะกินด้วยเหรอ”
“แพะชาวบ้านน่ะ ก็เลี้ยงไว้กินเหมือนเนื้อวัว เนื้อควาย เนื้อหมู เนื้อไก่ นั่นแหละ ว่าแต่คุณหมอแพ้อาหารหรือไม่ชอบกินอะไรมั้ย ปิ่นจะได้ไม่ทำมาให้”
“กินได้หมด ถ้าหิวมากๆเนื้อเธอฉันก็กินได้”
“พูดจริง...” เธอถามยิ้มๆ
“แต่คงกินไม่ลงหรอก ปัดกวาดเช็ดถูไป เอ้าค่าแรงเธอ” ว่าแล้วเขาก็ยื่นแบงค์พันให้เธอเพราะไม่มีแบงค์อื่นเลย
“ต้องทอนมั้ยคะ” ที่จริงคำถามแบบนี้ไม่น่าถาม แต่ไหนๆเขาก็ต้องการคนช่วยทำความสะอาดอยู่แล้ว
“อีกห้าร้อย อาทิตย์หน้าค่อยมาทำอีกรอบก็แล้วกัน”
“โอเคค่ะ”
“อือ...” เขาพยักหน้าให้ ปิ่นงามจึงหนุนตัวไปหยิบไม้กวาดก่อนอันดับแรก เธอเริ่มทำไปเรื่อยๆจนมันสะอาด ซึ่งเวลานี้ก็เริ่มมืดแล้วด้วย
คุณอาจจะชอบ




![หน้าปกนวนิยาย เมียทาสสวาท [Forbidden Love]](https://v.melolo.com/b1265344voduse1318177724/78c812225001834806828247560/MSzVTGxFsIkA.webp!15491.webp)
