
ไม่กี่สัปดาห์ก่อนงานแต่งงาน คู่หมั้นของฉัน ลืมฉันไปคนเดียว
ตอน 3
ไม่กี่วันต่อมา อีธานโทรหาเอวา น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกจอมปลอม
“เอวาเหรอ นี่โคลอี้น่ะ เราอยู่ที่คอนโดผม แล้วเธอ... เธอล้ม หัวไปกระแทกกับโต๊ะกาแฟ ผมว่าอาการน่าจะหนัก”
หัวใจของเอวาไม่เต้นแรงเลยสักนิด ทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งของการแสดงของเขา
“เธอยังมีสติอยู่ไหม” เอวาถาม น้ำเสียงเป็นมืออาชีพเหมือนเจ้าหน้าที่กู้ภัย
“มีสติ แต่เธอบอกว่าเวียนหัว บอกว่าตามัวไปหมด ผมต้องพาเธอไปห้องฉุกเฉิน”
“โอเค” เอวาพูด “งั้นก็ทำสิ”
เธอรู้ว่านี่คือการทดสอบ เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะดึงเธอเข้าไป ทำให้เธอหึงหรือเป็นห่วง
แต่มันไม่ได้ผล
เมื่อเอวาไปถึงห้องฉุกเฉิน – อีธานยืนกรานให้เธอมาเจอเขาที่นั่น “เพื่อเป็นกำลังใจ” – เขากำลังทำโวยวายใหญ่โตเรื่องโคลอี้
โคลอี้นอนอยู่บนเตียงเข็น มีถุงน้ำแข็งวางอยู่บนหน้าผากอย่างพอดิบพอดี ดูซีดเซียวและบอบบาง อีธานกำลังวนเวียนอยู่ใกล้ๆ ลูบผมเธอ
“เธอเป็นเหมือนหลักให้ผมยึดเหนี่ยวในช่วงเวลานี้” อีธานประกาศเสียงดังให้พยาบาลได้ยิน เพื่อให้แน่ใจว่าเอวาจะได้ยินด้วย “เป็นเพื่อนที่ดีมาก ผมไม่รู้จะทำยังไงถ้าไม่มีเธอ”
เขามองมาที่เอวา คาดหวังอย่างชัดเจนว่าเธอจะมีปฏิกิริยา หึงหวง หรือต่อสู้เพื่อเขา
เอวาแค่ยืนกอดอกนิ่งๆ
ในที่สุดหมอก็มาตรวจโคลอี้ สมองกระทบกระเทือนเล็กน้อย หมอบอก ให้คอยดูอาการ
อีธานแสดงท่าทีโล่งใจอย่างใหญ่โต กอดโคลอี้แน่น
“วันนี้ฉันมีนัดตรวจติดตามผลกับหมอระบบประสาทกับเธอนะ อีธาน” เอวาเตือนเขา เสียงเรียบ “เรามีนัดกัน”
อีธานดูร้อนรน “โอ้ จริงด้วย แต่ว่า เรื่องนี้มันสำคัญกว่าเห็นๆ โคลอี้ต้องการฉัน” เขาหันกลับไปหาโคลอี้ แสดงความห่วงใยอย่างอ่อนโยน
เอวาแค่พยักหน้า “อืม”
ฉากหน้าของ “ความทุ่มเท” ของเขาพังทลายลงอีกชิ้น เขากำลังให้ความสำคัญกับเหตุฉุกเฉินจอมปลอมของแฟนสาวจอมปลอม มากกว่าการ “ฟื้นฟู” ความทรงจำของตัวเอง
คืนนั้น โทรศัพท์ของเอวาสั่น
ข้อความรูปภาพ จากเบอร์ที่ไม่รู้จัก
เป็นรูปอีธานกับโคลอี้กำลังจูบกัน เป็นเซลฟี่ที่โคลอี้ถ่ายอย่างชัดเจน แลบลิ้นออกมานิดๆ
คำบรรยายใต้ภาพ: “เขาดีขึ้นเยอะแล้ว ;)”
เอวาลบมันทิ้งโดยไม่คิดอะไร
แล้วก็มีอีกรูป โคลอี้ใส่เสื้อเชิ้ตของอีธาน นอนเหยียดยาวบนโซฟาของเขา ทำหน้าเยาะเย้ย
ลบ
อีกรูป เป็นภาพโคลสอัพมือของพวกเขาสองคนประสานกัน
ลบ
ข้อความยังคงส่งมาไม่หยุด เป็นการแสดงความใกล้ชิดที่จัดฉากขึ้นมา
โคลอี้ หรืออีธานผ่านโคลอี้ กำลังพยายามทำลายเธอ
พวกเขาไม่รู้เลยว่าเอวาแตกสลายไปแล้ว และกำลังสร้างตัวเองขึ้นมาใหม่เป็นคนที่พวกเขาจะจำไม่ได้
เอวานั่งอยู่บนพื้นห้องนอน กล่องใบเดียวที่เก็บอดีตร่วมกันของพวกเขายังคงอยู่ในตู้เสื้อผ้า
เธอจำได้เมื่อหลายปีก่อน ตอนที่เธอเป็นไข้หวัดใหญ่ อีธานอยู่กับเธอสามวันเต็ม ทำซุปให้เธอ อ่านหนังสือให้ฟัง จับมือเธอ
ความห่วงใยที่แท้จริง ความรักที่แท้จริง
หรือว่านั่นก็เป็นการแสดงเหมือนกัน เป็นส่วนหนึ่งของการหลอกลวงที่ยาวนาน
ความคิดนั้นทำให้เธอปวดท้อง
อีธานที่ส่งรูปพวกนั้นมา คนที่โอ้อวดเรื่องความจำเสื่อมจอมปลอมและแฟนใหม่ของเขา คือปีศาจ
น้ำตาที่เธอกลั้นไว้ในที่สุดก็ไหลออกมา ไม่ใช่เพื่ออีธานที่เธอกำลังจะสูญเสียไป แต่เพื่อเอวาที่เคยเชื่อในตัวเขามานานแสนนาน
เพื่อความโง่เขลาของตัวเอง
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา มายาลากเอวาไปงานเปิดนิทรรศการศิลปะ “เธอต้องออกไปข้างนอกบ้าง ไปเจอคนที่ไม่ใช่อีธานหรือกิ๊กใหม่ของเขา”
และแน่นอน อีธานกับโคลอี้ก็อยู่ที่นั่น
พวกเขากลายเป็นศูนย์กลางของกลุ่มคนที่หัวเราะร่า โคลอี้แทบจะเกาะติดอีธาน มือของเธอวางบนอกเขาอย่างแสดงความเป็นเจ้าของ
มายาตัวแข็งทื่อข้างๆ เอวา “พวกสารเลว”
เอวาแค่มองพวกเขา ความรู้สึกห่างเหินอย่างประหลาดเข้ามาแทนที่ พวกเขาดูเหมือนตัวละครในละครที่เขียนบทได้ห่วยแตก
อีธานสบตาเธอ เขายิ้มเยาะ แล้วก้มลงจูบโคลอี้ จูบที่ยาวนานและจงใจ เพื่อให้เอวาเห็น
เอวาหันหลังเดินไปที่บาร์
ขณะที่เธอกำลังจะหยิบแก้วไวน์ มีมือหนึ่งยื่นมาจับมือเธอไว้
มือของอีธาน
“อย่า” เขาพูดเสียงต่ำ เกือบจะเป็นเสียงคำราม “เธอแพ้ไวน์แดง จำไม่ได้เหรอ”
เอวาตัวแข็ง
ชั่ววินาทีหนึ่ง ดวงตาของเขาดูปลอดโปร่ง เป็นอีธานคนเดิม คนที่รู้จักเธอ
แล้วหมอกควันก็กลับมาอย่างรวดเร็ว หรือเขาดึงมันกลับเข้าที่
เขากระพริบตา ดูสับสน “ขอโทษครับ ผม... พูดอะไรผิดไปหรือเปล่า” เขาถอยหลัง หันไปทางโคลอี้ที่ตอนนี้เดินเข้ามาใกล้ ดวงตาหรี่ลง
“มีอะไรหรือเปล่าคะ ที่รัก” โคลอี้ถาม พลางสอดแขนเข้ากับแขนของอีธาน
“เปล่า ไม่มีอะไร” อีธานพูด พลางส่ายหัวเหมือนจะไล่ความสับสน “แค่... รู้สึกแปลกๆ”
เขาปล่อยให้โคลอี้นำทางไป โดยไม่หันกลับมามองเอวา
แวบหนึ่ง ความผิดพลาด หรือเป็นอีกหนึ่งการกระทำที่คำนวณมาแล้ว
เอวาไม่รู้ และเธอก็เริ่มจะไม่สนใจแล้ว
คุณอาจจะชอบ





