
ในวันแต่งงาน ฉันยิ้มมองนักเรียนที่ได้รับทุนสวมชุดแต่งงาน
ตอน 3
บางทีอาจจะได้ยินคำพูดเมื่อครู่ของฉัน สีหน้าของเสิ่นยวี้ไม่สู้ดีนัก แต่กลับเป็นหลิวเวยที่ยิ้มใสซื่อเดินเข้ามาหาฉัน “คุณเจียงคุณรู้ไหมคะ? เมื่อคืนคุณเสิ่นพาฉันไปงานเลี้ยงสังสรรค์ เป็นครั้งแรกที่ฉันเห็นของกินอร่อย ๆ มากมาย”
“แต่ที่อร่อยที่สุดก็ยังเป็นหมั่นโถวนมข้นหอมหวานที่คุณเสิ่นสั่งให้ฉันโดยเฉพาะ เขาบอกว่าเด็ก ๆ ก็ควรกินสิ่งนี้ค่ะ”
กลิ่นหอมหวานของดอกไม้และผลไม้เต็มไปทั่วพื้นที่เล็ก ๆ ฉันปิดจมูกไอเบา ๆ ไม่สนใจ แต่ผู้ช่วยที่อยู่ข้าง ๆ ก็พูดขึ้นว่า “ในบริษัทต้องเรียกว่าคุณเจียง แม้แต่เรื่องแค่นี้เธอก็ไม่รู้เหรอ? ”
ทั้งที่เป็นเพียงคำพูดเตือนธรรมดา แต่กลับทำให้หลิวเวยมีน้ำตาคลอเบ้าทันที เธอตัวสั่นหลบเข้าไปหลังเสิ่นยวี้ ความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจก็แทบจะล้นทะลักออกมาแล้ว
เสิ่นยวี้เจ็บปวดหัวใจลูบศีรษะของเธอเพื่อปลอบใจ จากนั้นก็หันมากวาดมองฉันด้วยสายตาเย็นชาแวบหนึ่ง “จัดการคนของเธอให้ดี ที่นี่คือบริษัท ไม่ใช่สถานที่ระบายอารมณ์ของเธอ”
หลิวเวยเก็บรอยยิ้มสะใจที่ปรากฏขึ้นแวบหนึ่งในดวงตาไว้ จากนั้นก็ยื่นมือไปคล้องแขนของเสิ่นยวี้ “คุณเสิ่น ฉันผิดเองค่ะ คุณอย่าทำให้คุณเจียงลำบากใจเลยค่ะ...”
เห็นเธอยอมอ่อนข้อเพื่อให้สถานการณ์ดีขึ้น เสิ่นยวี้ก็คิดจะพูดอะไรกับผู้ช่วย แต่ฉันกลับลากเธอออกมาจากลิฟต์ก่อน
“เจียงเหยา ฉันยังพูดไม่จบ! ”
ฉันสูดหายใจลึก ๆ เฮือกหนึ่ง หันกลับไปมองเขา พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ไม่มีความรู้สึกใด ๆ ทั้งนั้น “เจียงเหยา? คุณลืมสิ่งที่ตัวเองเพิ่งพูดไปหรือเปล่า? คุณมีสิทธิ์เรียกชื่อเต็มของฉันด้วยเหรอ? คุณรองเสิ่น! ”
เสิ่นยวี้ชะงักลมหายใจทันที วินาทีนั้นตรงหน้าเขาเหมือนกับเป็นคนแปลกหน้าอย่างนั้น
เขายกมือขึ้นมาทางฉันโดยไม่ตั้งใจ “เหยาเหยา ฉันไม่ได้...”
“เพี๊ยะ” มือของเสิ่นยวี้ค้างอยู่ในอากาศ หลังมือเริ่มแดงเล็กน้อย
พนักงานที่มามุงดูมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ฉันเองก็ไม่อยากสนใจอะไรมากอีกแล้ว “คุณเสิ่น ฉันจ้างคุณมาทำงานที่บริษัทด้วยเงินเดือนสูงไม่ใช่เพื่อให้สามารถทำเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ ได้สะดวกนะคะ”
“ถ้าไม่สามารถแยกแยะเรื่องส่วนตัวกับงานได้จริง ๆ บางทีฉันอาจต้องพิจารณาความสามารถของคุณว่าเหมาะสมกับตำแหน่งตอนนี้หรือเปล่า”
บรรยากาศในห้องโถงเข้าสู่ความเงียบงัน หลิวเวยกรีดร้องเสียงแหลมขึ้นทันที ปกป้องมือของเสิ่นยวี้เข้ามาในอ้อมแขนแล้วลูบเบา ๆ แม้แต่น้ำเสียงก็สะอื้นเล็กน้อย “คุณเสิ่น คุณโอเคไหมคะ? เจ็บไหมคะ? ขอโทษค่ะ เป็นเพราะฉัน ฉันเองที่ทำให้คุณกับคุณเจียงไม่สบายใจ...”
เธอหันกลับมา คุกเข่าลงตรงหน้าฉันทันที พร้อมกับร้องไห้ขอความเมตตา
“คุณเจียงคะ ฉันยังอ่อนประสบการณ์ ไม่เข้าใจการพูดอ้อมค้อมมีเลศนัย ถ้าพูดอะไรทำให้คุณไม่พอใจ คุณจะตบตีด่าฉันก็ได้ค่ะ ฉันยอมรับได้ทั้งหมดค่ะ! แต่ขอร้องคุณอย่าทำแบบนี้กับคุณเสิ่น เขาเป็นคนดีมาก และฉันก็ชอบ...”
คำพูดหลังจากนั้นไม่ถูกพูดออกมา แต่กลับเข้าหูของทุกคนที่อยู่ในนั้นอย่างชัดเจน
เสิ่นยวี้เหมือนตื่นจากความฝันอย่างนั้น มองมาที่ฉัน จากนั้นก็มองหลิวเวยที่คุกเข่าร้องไห้ไม่หยุด
เขาอุ้มเธอขึ้นมาในอ้อมแขน พูดขึ้นต่อหน้าทุกคนทีละคำทีละประโยค “ขอโทษครับคุณเจียง คนของผมสร้างปัญหาให้คุณแล้วครับ ครั้งหน้าผมจะระวัง”
ฉันมองท่าทางเดินออกไปโดยไม่เหลียวหลังมอง เพียงรู้สึกขมขื่นหัวใจ
วินาทีที่ประตูห้องทำงานปิดลง น้ำตาที่กำลังคลอเบ้าก็ไหลออกมาอย่างไม่ทั้งตั้งตัว
ก็ดีเหมือนกัน ก็ถือว่าร้องไห้ให้กับเจียงเหยาเมื่อเจ็ดปีก่อนแล้วกัน
ในงานสัมมนาธุรกิจ ฉันมาคนเดียว หลังจากดื่มไปสามรอบ ก็เห็นเสิ่นยวี้โอบหลิวเวยปรากฏตัวขึ้นหน้าประตูห้องประชุม
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในงานหมั้นเมื่อไม่กี่วันก่อนวุ่นวายอลหม่านมาก คู่ค้าที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับเราชั่วขณะหนึ่งก็ไม่รู้ว่าควรจะเรียกยังไงดี
ฉันเดินไปตรงหน้าเขา ยื่นดราฟคำกล่าวออกไปตรงหน้าเขา ด้วยสีหน้าสงบ
การแนะนำผลิตภัณฑ์ในคืนนี้เดิมทีควรจะเป็นเขาเป็นพิธีกร เสิ่นยวี้ยังไม่ทันยื่นมือออกมา หลิวเวยกลับคว้าแย่งไปก่อน “เอ๊ะ นี่ก็คือเอกสารแนะนำ ฉันดูแล้วก็ไม่เห็นจะยากเลยค่ะ”
“พี่ยวี้...เอ๊ะไม่ใช่ คุณเสิ่น อีกเดี๋ยวสามารถให้ฉันลองได้ไหมคะ? ”
แน่นอนว่าฉันรู้ดีว่าคำว่าลองของเธอหมายถึงอะไร รีบส่งเสียงห้ามขึ้นทันที “การเปิดตัวสำคัญมาก เธอแม้แต่คุณสมบัติของผลิตภัณฑ์...”
“ได้สิครับ”
เสิ่นยวี้ยื่นมือขวางระหว่างฉันกับหลิวเวย และมองฉันด้วยสายตาไร้ความรู้สึก “นี่เป็นส่วนที่ฉันรับผิดชอบ หลิวเวยเป็นเลขาของฉัน มากล่าวแทนฉันมันก็สมเหตุสมผล”
ฉันกัดริมฝีปากมองเขา ผลิตภัณฑ์นี้เป็นผลิตภัณฑ์ที่ฉันกับทีมร่วมกันวิจัยมาเกือบสามปีจนในที่สุดก็ออกสู่ตลาด เสิ่นยวี้ไม่มีทางไม่รู้ว่ามันสำคัญกับฉันมากแค่ไหน
“เจียงเหยา เธอต้องการโอกาสฝึกฝน ไม่ใช่ทุกคนจะมีข้อได้เปรียบเหมือนกับเธอ”
ฉันมองการตัดสินใจแน่วแน่ในสายตาของเสิ่นยวี้ ก็ตกใจจนพูดไม่ออก
ทุกก้าวที่ก้าวออกมาฉันลำบากมากขนาดไหนเสิ่นยวี้ก็เห็นทั้งหมด แต่ตอนนี้...
ไม่ให้โอกาสฉันโต้แย้งอีก พิธีกรแจ้งรายการแสดง หลิวเวยเดินขึ้นเวทีท่ามกลางสายตาของนักข่าวและคนในวงการมากมาย
สิ่งที่เธอกล่าวก็เป็นดั่งที่ฉันคิดไว้ แย่จนถึงขีดสุด จนกระทั่งกลางทางหลิวเวยเองก็กล่าวต่อไปไม่ได้ ยืนบนเวทีมองเสิ่นยวี้ตาแดงน้ำตาคลอเบ้า “พี่ยวี้...”
ในเวลานี้ผู้ชายข้าง ๆ กัดริมฝีปากแน่น ในที่สุดก็เหมือนตัดสินใจแน่วแน่ลุกขึ้นทันที สายตากวาดมองมาที่ฉันด้วยความรู้สึกผิด จากนั้นก็เดินขึ้นไปบนเวทีพร้อมกับเสียงฮือฮาในงาน
นิ้วมือเรียวยาวยื่นผ่านหลิวเวยจับไมโครโฟนไว้ เขาโอบเธอไว้ในอ้อมแขน “ขอโทษครับ เลขาของผมยังไม่ค่อยเชี่ยวชาญธุรกิจของตลาดมากนัก การแนะนำต่อไปจะเป็นผมทำหน้าที่แทนนะครับ”
ฉันก็นั่งอยู่ด้านล่างเวทีแบบนั้น มองดูนิ้วที่ประสานกันไม่เคยปล่อยออกจากกันเลยอย่างเหม่อลอย
เสิ่นยวี้พูดได้ดีมาก จนกระทั่งกล่าวจบเสียงปรบมือก็ยังดังไม่หยุด
นักข่าวมากมายรุมกันออกมาข้างหน้า กล้องจับภาพตรงมาที่เขากับหลิวเวยในอ้อมแขน
“คุณเสิ่น ได้ยินมาว่าในงานหมั้นคุณกับคุณเจียงแยกกันด้วยความไม่พอใจ ขอถามหน่อยนะคะตอนนี้คือหาคนใหม่แล้วใช่ไหมคะ? ”
“ระหว่างคุณกับคุณเจียงระเบิดความขัดแย้งขึ้นอย่างที่แก้ไขไม่ได้หรือเปล่าคะ? ”
“สามารถเล่าความสัมพันธ์ระหว่างคุณผู้หญิงคนนี้...”
ท่ามกลางเสียงเซ็งแซ่ สายตาของเสิ่นยวี้มองมาที่ฉันอีกครั้ง
ทุกคนกำลังตั้งตารอคำตอบของเขา มีเพียงฉันที่มองหน้าจอโทรศัพท์ที่สว่างขึ้นเมื่อครู่อย่างสงบ
คุณอาจจะชอบ





