
ภรรยาที่แสนดีได้ตายไปแล้ว
ตอน 2
คุณนิด POV
หัวใจฉันเต้นระรัวด้วยความหวังอันริบหรี่
ฉันพยายามรวบรวมแรงทั้งหมดที่มี เพื่อเงยหน้าขึ้นมองคนที่เพิ่งเข้ามาในห้อง
ประตูห้องประชุมถูกเปิดออกอย่างแรง เผยให้เห็นร่างสูงสง่าของพนักงานคนหนึ่งที่ดูเหมือนกำลังจะรายงานอะไรบางอย่าง
เรณูรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติอย่างรวดเร็ว เธอหันไปยิ้มให้พนักงานคนนั้นอย่างสุภาพ
"มีอะไรคะคุณสมศักดิ์" น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนไปจากเมื่อครู่ราวเป็นคนละคน
คุณสมศักดิ์ดูเหมือนจะมองไม่เห็นฉันที่นอนอยู่บนพื้น เขายังคงยืนอยู่ตรงหน้าประตู
"ท่านประธานกำลังจะมาถึงแล้วครับคุณเรณู เขาบอกว่าจะขอประชุมด่วน" คุณสมศักดิ์รายงานด้วยน้ำเสียงรีบร้อน
เรณูหันกลับมามองฉันด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหงุดหงิด เธอทำท่าเหมือนจะสั่งอะไรบางอย่าง
ชายร่างใหญ่คนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างๆ ฉันรีบก้มลงมา
"เธอฟังนะ ถ้าแกพูดอะไรไม่เข้าหู แกจะเจอดีกว่านี้แน่" เขาขู่เสียงกระซิบ
ฉันพยายามจะพูด แต่ริมฝีปากของฉันมันแห้งผากไปหมด เสียงที่เปล่งออกมาได้มีเพียงเสียงครางในลำคอเบาๆ
เรณูหันไปทางประตูอีกครั้ง เธอกลับมามีสีหน้าเรียบเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"คุณสมศักดิ์ ช่วยจัดเตรียมเอกสารที่ใช้ในการประชุมให้พร้อมด้วยนะคะ" เธอสั่งคุณสมศักดิ์ด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
คุณสมศักดิ์พยักหน้า ก่อนจะเดินจากไปอย่างเร่งรีบ
เรณูเดินเข้ามาหาฉันที่ยังคงนอนอยู่บนพื้น น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนกลับมาเย็นชาทันที
"แกคงคิดว่าแกจะได้โอกาสใช่ไหมล่ะ ผู้หญิงอย่างแกไม่มีทางได้ใกล้ชิดท่านประธานหรอก"
ฉันพยายามรวบรวมแรงอีกครั้ง เพื่อพูดอะไรบางอย่าง
"พี่ภู... ฉันมาหาพี่ภู..." เสียงของฉันขาดหายไปเป็นห้วงๆ
เรณูหัวเราะเยาะ "ยังจะเรียกท่านประธานว่าพี่ภูอีกเหรอคะ คิดว่าตัวเองเป็นใครกันแน่"
ฉันเห็นโทรศัพท์มือถือของฉันตกอยู่ไม่ไกลจากตัว ฉันพยายามเอื้อมมือไปคว้ามัน
แต่ก่อนที่ฉันจะแตะถึง เรณูก็กระแทกเท้าลงบนมือของฉันอย่างแรง
"โอ๊ย!" ฉันร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด มือของฉันชาไปหมด
เรณูหยิบโทรศัพท์ของฉันขึ้นมา เธอจ้องมองหน้าจอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรังเกียจ
ภาพหน้าจอเป็นรูปฉันกับพี่ภูที่ถ่ายคู่กันตอนไปเที่ยวทะเล
ดวงตาของเรณูเบิกกว้างด้วยความตกใจและโกรธจัด เมื่อเห็นภาพนั้น
"แก! ผู้หญิงตอแหล! นี่แกมีรูปถ่ายคู่กับท่านประธานได้ยังไง!" เธอตะโกนเสียงแหลม
เรณูจ้องหน้าฉันราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ เธอไม่รอให้ฉันตอบอะไร
เธอขว้างโทรศัพท์ของฉันลงกับพื้นอย่างแรงจนมันแตกเป็นเสี่ยงๆ
"แก! ผู้หญิงชั้นต่ำ! แกไม่มีสิทธิ์ที่จะมายุ่งกับท่านประธานของฉัน!" เธอตะโกนเสียงดังลั่น
หลังจากนั้น เธอก็ยกเท้าขึ้นเตะเข้าที่สีข้างของฉันอย่างแรง
ฉันจุกจนพูดไม่ออก ความรู้สึกเจ็บปวดแล่นแปลบไปทั่วร่าง
"พอแล้ว!" เสียงพนักงานหญิงคนหนึ่งที่ยืนดูอยู่ตะโกนขึ้นมาเบาๆ
แต่เรณูก็ไม่สนใจ เธอหันไปมองพนักงานคนนั้นด้วยสายตาที่ดุร้าย
"ใครไม่เกี่ยวก็หุบปากไปซะ หรืออยากจะโดนแบบมันบ้าง!"
พนักงานคนนั้นรีบหุบปากลงทันทีด้วยความกลัว
เรณูหันกลับมาหาฉันอีกครั้ง เธอจิกปลายเท้าลงบนหน้าท้องของฉัน
"แกมันก็แค่ผู้หญิงไร้ค่า! ผู้หญิงตอแหล! แกไม่คู่ควรกับท่านประธาน!"
ฉันรู้สึกเหมือนท้องของฉันถูกบิดเป็นเกลียว ความเจ็บปวดทวีคูณขึ้นเรื่อยๆ
"ไม่นะ... ลูกของฉัน..." ฉันพึมพำกับตัวเอง
ฉันพยายามดิ้นรนอีกครั้งเพื่อหลบเท้าของเธอ
แต่เรณูก็ใช้เท้าอีกข้างกดลำตัวของฉันไว้แน่น ทำให้ฉันขยับตัวไปไหนไม่ได้เลย
"แกไม่ต้องมาทำเป็นสำออย! ผู้หญิงอย่างแกจะไปมีลูกกับใครได้!" เรณูพูดด้วยน้ำเสียงดูถูก
เธอหัวเราะเยาะอย่างบ้าคลั่ง
"ไหนดูสิว่าข้างในมันดียังไง" เธอพูดพลางหยิบกรรไกรคมกริบที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมา
ฉันเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ความกลัวแล่นพล่านไปทั่วทั้งร่าง
"ไม่นะ! อย่า!" ฉันพยายามตะโกน แต่เสียงของฉันมันช่างเบาหวิวเหลือเกิน
เรณูใช้กรรไกรกรีดลงบนเสื้อผ้าของฉันอย่างช้าๆ เธอยิ้มเยาะอย่างชั่วร้าย
เนื้อผ้าขาดวิ่น เผยให้เห็นผิวหนังที่บอบบางของฉัน
พนักงานคนอื่นๆ ต่างมองมาที่ฉันด้วยสายตาที่หลากหลาย มีทั้งความสงสาร ความกลัว และความเฉยเมย
บางคนพยายามจะหันหน้าหนี แต่ก็ถูกเรณูส่งสายตาจ้องมองอย่างเขม็ง
"ใครกล้าหันหน้าหนี ฉันจะไล่ออก!" เธอตะโกนเสียงกร้าว
เรณูมองมาที่ฉันด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความพยาบาท
"แกกำลังตั้งท้องใช่ไหมล่ะ? อยากให้ใครเป็นพ่อของเด็กในท้องแกเหรอ?"
ฉันพยายามจะพูด แต่เสียงของฉันมันช่างเบาหวิวเหลือเกิน
เรณูหัวเราะเยาะ "ไหนดูสิว่าแกท้องจริงไหม!" เธอพูดพลางยกเท้าขึ้นหมายจะเตะเข้าที่ท้องของฉันอีกครั้ง
ทันใดนั้น เสียงประตูห้องประชุมที่อยู่ห่างออกไปก็ดังขึ้นอีกครั้ง
"เรณู! เอกสารที่ฉันสั่งไปอยู่ไหน! ฉันจะเข้าประชุมแล้ว!" เสียงอันทรงอำนาจของพี่ภูดังลอดเข้ามาในห้อง
ทุกคนในห้องชะงักงันด้วยความตกใจ
เรณูหน้าซีดเผือด เธอเงยหน้ามองประตูด้วยความตื่นตระหนก
พี่ภู! เขามาแล้ว!
ฉันพยายามจะส่งเสียง แต่ร่างกายของฉันมันอ่อนแรงเต็มที
ฉันรู้สึกถึงความปวดที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เลือดเริ่มไหลซึมออกมาจากหว่างขา
ความเจ็บปวดแสนสาหัสกำลังจะพรากสิ่งที่ฉันรักไปจากฉัน
ฉันต้องเรียกเขา! ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ฉันต้องเรียกพี่ภู!
"พี่... พี่ภู..." เสียงของฉันแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน
ฉันรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังมืดลง หัวใจของฉันเต้นช้าลงเรื่อยๆ
ฉันพยายามรวบรวมแรงเฮือกสุดท้าย
"พี่ภู... ช่วยด้วย..." เสียงของฉันขาดหายไปในความมืดมิด
ฉันไม่รู้ว่าพี่ภูจะได้ยินหรือไม่ แต่ฉันหวังว่าเขาจะได้ยิน ฉันฝากความหวังทั้งหมดไว้ที่เขา
เขาจะต้องรู้ เขาจะต้องมาช่วยฉัน!
คุณอาจจะชอบ





