
ภรรยาที่แสนดีได้ตายไปแล้ว
ตอน 3
คุณนิด POV
เสียงของฉันแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน แต่มันกลับทำให้ทุกคนในห้องหยุดชะงักไปชั่วขณะหนึ่ง
เรณูหันกลับมามองฉันด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความโกรธจัด เธอไม่สนใจเสียงของพี่ภูที่ดังขึ้นมาอีกครั้ง
"แกยังจะมีหน้ามาเรียกท่านประธานอีกเหรอ!" เรณูกระแทกส้นรองเท้าเข้าที่สีข้างของฉันอย่างแรงอีกครั้ง
ฉันรู้สึกเหมือนซี่โครงหัก ความเจ็บปวดแสนสาหัสทำให้ฉันสำลักเลือดออกมาเล็กน้อย
"พี่ภูริภัทรเป็นของฉันคนเดียว! แกไม่มีสิทธิ์!" เรณูตะโกนอย่างบ้าคลั่ง
ฉันพยายามจะบอกเธอว่าเราแต่งงานกันแล้ว แต่คำพูดมันจุกอยู่ที่ลำคอ ฉันไม่สามารถเปล่งเสียงออกมาได้เลย
พนักงานคนอื่นๆ ที่ยืนดูอยู่เริ่มแสดงสีหน้าลังเล บางคนเริ่มมองหน้ากันไปมาด้วยความอึดอัด
แต่เรณูก็ไม่ปล่อยให้ใครได้คิดนาน เธอหันไปส่งสายตาดุร้ายให้พนักงานเหล่านั้น
"พวกแกมัวยืนบื้ออะไรอยู่! ไม่เห็นเหรอว่ามันกำลังจะตายอยู่แล้ว!"
เธอหันกลับมามองฉันอีกครั้ง ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความอาฆาต
เรณูมองไปที่เสื้อผ้าที่ขาดวิ่นของฉัน แล้วก็เหลือบมองไปที่กระเป๋าสะพายที่ตกอยู่ข้างตัวฉัน
กระเป๋าของฉันเป็นกระเป๋าผ้าธรรมดาๆ ไม่มียี่ห้อ ไม่ได้ดูแพงหรือหรูหราอะไรเลย
"ดูสิยะ! เสื้อผ้าก็เก่าๆ กระเป๋าก็ห่วยๆ คิดว่าท่านประธานจะสนใจผู้หญิงแบบแกจริงเหรอ!" เธอพูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน
ฉันหายใจหอบถี่ รู้สึกเหมือนอากาศไม่พอ หัวใจของฉันเต้นรัวอย่างผิดจังหวะ
และความปวดที่ท้อง มันรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนฉันแทบจะทนไม่ไหวแล้ว
ฉันรู้สึกเหมือนมีบางอย่างกำลังไหลออกมาจากร่างกายของฉัน
ความรู้สึกเย็นวาบแล่นไปทั่วทั้งร่าง
"เฮ้ย! เลือด!" เสียงพนักงานคนหนึ่งร้องอุทานขึ้นมาด้วยความตกใจ
ฉันพยายามจะก้มลงมอง แต่ร่างกายของฉันมันอ่อนแรงเกินไป
ความกลัวเข้าครอบงำจิตใจ ฉันรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแล้ว
ลูกของฉัน... ลูกของฉันกำลังจะจากไป
ฉันรู้สึกถึงความเจ็บปวดที่ท้อง ความรู้สึกเย็นเฉียบที่หว่างขา และความพร่ามัวที่กำลังเข้ามาปกคลุมดวงตา
เรณูก้มลงมองเลือดที่ไหลซึมออกมาจากร่างของฉัน เธอยิ้มเยาะอย่างโหดเหี้ยม
"แกล้งตายเหรอ? ผู้หญิงอย่างแกนี่มันเก่งจริงๆ นะ" เธอพูดอย่างไม่แยแส
"ไหนบอกว่าท้องไง! เลือดนี่มันอะไรกัน! เลือดประจำเดือนแกเหรอ!" เธอพูดพลางหัวเราะเสียงดัง
พนักงานคนอื่นๆ ต่างเงียบกริบ ไม่มีใครกล้าพูดอะไรเลย
ฉันพยายามจะเอื้อมมือออกไปหาใครสักคน
"ช่วย... ช่วยลูกของฉันด้วย..." เสียงของฉันแผ่วเบาจนแทบจะไม่ได้ยิน
แต่ไม่มีใครยอมยื่นมือเข้ามาช่วยฉันเลย ทุกคนยืนมองด้วยความกลัวและเฉยเมย
เรณูยืนมองฉันอยู่สักพัก เธอดูเหมือนจะสนุกกับภาพที่เห็นตรงหน้า
หลังจากนั้น เธอก็หยิบโทรศัพท์มือถือของเธอขึ้นมา แล้วกดโทรออก
ฉันคิดว่าเธอจะโทรเรียกพยาบาล หรือเรียกรถพยาบาลมาช่วยฉัน
แต่ไม่เลย น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนไปเป็นอ่อนหวานและนุ่มนวลอย่างประหลาด
"ท่านประธานคะ เรณูขอโทษนะคะที่รบกวน พอดีมีผู้หญิงคนหนึ่งมาอาละวาดที่บริษัทค่ะ เรณูจัดการเรียบร้อยแล้วค่ะ"
เธอเงยหน้าขึ้นมองฉันด้วยรอยยิ้มเย็นชา
"อะไรนะคะ? ท่านประธานจะให้เรณูไปหาเหรอคะ? ได้ค่ะ เรณูจะรีบไปเดี๋ยวนี้เลยค่ะ"
เรณูวางสาย เธอหันกลับมามองฉันที่นอนจมกองเลือดอยู่บนพื้น
"ท่านประธานไม่สนใจผู้หญิงอย่างแกหรอก!" เธอพูดด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย
ฉันรู้สึกเหมือนหัวใจของฉันถูกบีบอัดจนแหลกละเอียด
พี่ภู... เขากำลังจะทิ้งฉันไปเหรอ?
เรณูเดินเข้ามาใกล้ฉันมากขึ้น เธอเหยียบลงบนท้องของฉันอย่างแรง
ฉันรู้สึกถึงความเจ็บปวดที่รุนแรงราวกับมีมีดมากรีดแทง
"จำไว้นะ! ถ้าแกไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง แกก็จะเจอแบบนี้แหละ!" เธอพูดด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความแค้น
เรณูหยิบปากกาที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมา เธอยิ้มเยาะอย่างชั่วร้าย
ฉันรู้สึกถึงความกลัวที่เข้าครอบงำจิตใจ เธอจะทำอะไรฉัน?
ก่อนที่เรณูจะทันได้ทำอะไร เสียงโทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้นอีกครั้ง
เธอมองหน้าจอด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะกดรับสาย
"ท่านประธานคะ มีอะไรหรือเปล่าคะ?" เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่พยายามให้เป็นปกติที่สุด
ฉันได้ยินเสียงพี่ภูพูดลอดออกมาจากโทรศัพท์ "เอกสารที่ฉันสั่งไปอยู่ไหน! ฉันจะเข้าประชุมแล้ว!"
เรณูหน้าซีดเผือด "อ๋อ... เอกสารเหรอคะ พอดีมันมีปัญหาเล็กน้อยค่ะ เรณูกำลังจะเอาไปให้ท่านประธานเดี๋ยวนี้เลยค่ะ"
ฉันได้ยินเสียงพี่ภูถอนหายใจอย่างหงุดหงิด "ฉันรออยู่ที่ห้องประชุมเดี๋ยวนี้เลยนะ"
เรณูวางสาย เธอหันกลับมามองฉันด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความอาฆาต
พี่ภู... เขากำลังจะมาแล้ว!
ฉันต้องอดทนไว้! ฉันต้องรอดไปให้ได้!
ฉันพยายามรวบรวมแรงอีกครั้ง เพื่อส่งสัญญาณให้พี่ภูรู้ว่าฉันอยู่ที่นี่
ฉันมองไปที่พื้นพรมสีเทาเข้ม ที่มีคราบแกงมัสมั่นและเลือดของฉันเกรอะกรัง
กลิ่นแกงมัสมั่นที่เคยหอมหวาน ตอนนี้กลับกลายเป็นกลิ่นที่น่าสะอิดสะเอียน
ฉันพยายามจะขยับตัว แต่ร่างกายของฉันมันแทบจะไม่ตอบสนองแล้ว
ฉันได้แต่ภาวนาให้พี่ภูเข้ามาช่วยฉันให้ทันก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป
เขาต้องรู้ว่าฉันอยู่ที่นี่! เขาจะต้องรู้!
คุณอาจจะชอบ





