ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย กลายเป็นท่านเทพ

กลายเป็นท่านเทพ

หลัวเจิงอดีตนายน้อยผู้ตกอับสู่จุดต่ำสุดในฐานะทาสได้ค้นพบความลับในการขัดเกลาร่างกายตนเองให้กลายเป็นสุดยอดอาวุธโดยบังเอิญ ท่ามกลางไฟสงครามและการแย่งชิงความเป็นใหญ่ของเหล่านักรบหลากหลายเผ่าพันธุ์ เขาได้ใช้ความมุ่งมั่นอันแรงกล้าเข้าห้ำหั่นกับศัตรูทั่วสารทิศเพื่อชำระแค้นและทะยานสู่ความฝันอันยิ่งใหญ่ ด้วยร่างกายที่แข็งแกร่งดุจสมบัติวิเศษ เขาจะสามารถฝ่าฟันอุปสรรคบนเส้นทางแห่งเทพเพื่อครอบครองความเป็นอมตะได้สำเร็จหรือไม่
ตอน
แชร์

ตอน 2

หลัวเจิงถูกคุมตัวเข้าไปในห้องโถงแสดงศิลปะการต่อสู้แล้วเขาก็ยืนรวมอยู่กับบรรดาชายเหล่านั้น

ผู้ชายที่ดูสะบักสะบอมเหล่านี้ ส่วนใหญ่เป็นนักโทษประหารที่ตระกูลหลัวซื้อมาจากเรือนจำท้องถิ่น โดยซื้อพวกเขามาเป็นทาสในบ้านของตระกูลหลัว ส่วนบทบาทของทาสในบ้านของบรรดาชายเหล่านี้ก็คือ เป็นเป้านิ่งให้ลูกหลานตระกูลหลัวได้ทุบตี ฝึกซ้อม และทดสอบความแข็งแกร่งของตนเองได้ตามต้องการ ซึ่งเป้านิ่งเหล่านี้ที่ถูกทำร้ายจนตายหรือที่โดนทำร้ายจนพิการนั้นในแต่ละปีก็มีไม่รู้ตั้งเท่าไหร่

หลัวเจิงไม่ใช่นักโทษประหารที่ถูกซื้อตัวกลับมา เขาเคยเป็นบุตรชายคนโตของตระกูลหลัว เป็นนายน้อยที่มีชื่อเสียง มีตำแหน่งสูงส่งในตระกูลหลัว คนในตระกูลที่มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับเขา เมื่อเจอเขายังต้องทักทายเขาด้วยความเคารพ หรือแม้แต่ผู้อาวุโสของตระกูล ก็ยังสุภาพกับเขา

แต่เมื่อสองปีที่แล้ว มีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นในมณฑลฉงหยาง พ่อของหลัวเจิงซึ่งเป็นหัวหน้าตระกูลหลัวถูกลูกพี่ลูกน้อยของเขาวางยาพิษ จึงทำให้เสียชีวิตอย่างกะทันหัน

ทันใดนั้นบุตรชายคนโตของตระกูลหลัวจึงถูกบุตรชายอนุสามลอบใส่ร้าย ถูกกล่าวหาว่าเป็นกบฏ เกิดความขัดแย้งกันภายใน ทำให้บุตรชายคนโตต้องถึงคราวล้มสลาย

ส่วนหลัวเจิงในฐานะอดีตนายน้อย เขาก็ถูกกล่าวหาว่าเป็นกบฏด้วยเช่นกัน แล้วก็ถูกลดตำแหน่งให้มาเป็นทาสของตระกูลหลัว และกลายมาเป็นเป้านิ่งของตระกูลหลัว เขาถูกลูกหลานของตระกูลลัวทุบตีและฝึกซ้อมทักษะการต่อสู้กับเขา ทำให้เขาไม่สามารถพลิกผันตัวกลับมาได้อีกตลอดไป

เขาใช้ชีวิตโดยถูกคนอื่นทุบตีตามอำเภอใจอยู่แบบนี้มาสองปีแล้ว ซึ่งในช่วงสองปีที่ผ่านมา หลัวเจิงไม่รู้เลยว่าเขาโดนต่อยและโดนดูถูกมากี่ครั้งแล้ว

“วันนี้การฝึกมวยสิ้นสุดลงเพียงเท่านี้ ลูกหลานของตระกูลหลัวทุกท่าน เลือกเป้านิ่งของตัวเองได้เลย! การได้ต่อสู้กับร่างกายของมนุษย์จริง ๆ จะทำให้พวกท่านเข้าใจทักษะในการต่อสู้จริง ๆ อย่างถ่องแท้ ทำความคุ้นเคยกับจุดอ่อนของร่างกายมนุษย์ และส่วนต่าง ๆ ของกระดูก!”

หลังจากที่ครูฝึกตระกูลหลัวออกคำสั่ง เหล่าลูกหลานของตระกูลหลัวก็มองหาเป้านิ่งของตัวเอง แล้วในไม่ช้า เสียงโอดครวญและเสียงร้องขอความเมตตาในห้องโถงศิลปะการต่อสู้ก็ดังขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง เหล่าลูกศิษย์ของตระกูลหลัวต่างก็มองว่าทาสเหล่านี้เป็นคู่ต่อสู้จริง ๆ เมื่อพวกเขาต่อยไปที่ร่างกายของทาสเหล่านี้ พวกเขาจึงไม่มีการออมมือใด ๆ ทั้งสิ้น

มีหลายคนในนี้ที่ตามหาหลัวเจิง แล้วพวกเขาก็ออกแรงต่อสู้อย่างแข็งขันมากยิ่งขึ้น มีความกระปรี้กระเปร่ามากขึ้น เพราะพวกเขาจะรู้สึกอิ่มเอมใจมากขึ้นเมื่อได้เหยียบย้ำอดีตนายน้อย!

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับกำปั้นของเหล่าลูกหลานของตระกูลหลัว หลัวเจิงก็ปกป้องส่วนสำคัญของร่างกายของเขา โดยสีหน้าของเขายังคงไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ ออกมา การตอบสนองของเขาดูสงบนิ่งมาก เพราะสิ่งเหล่านี้...... เขาคุ้นเคยกับมันแล้ว

หลังจากนั้นไม่นาน ทันใดนั้นก็มีคนจำนวนหนึ่งเดินเข้ามาจากทางเข้าของห้องโถงศิลปะการต่อสู้ ซึ่งผู้เดินนำเข้ามานั้นเป็นชายหนุ่มที่สวมชุดหรูหรางดงามวิจิตรตระการตา ใบหน้าดูมีความสุขเบิกบานใจเป็นอย่างมาก

“นายน้อยมาแล้ว!”

“นายน้อย ในที่สุดท่านก็ออกจากการฝึกแล้ว ดูท่าทางท่านสดชื่นแจ่มใสเช่นนี้ แสดงว่าท่านต้องมีความก้าวหน้าในการฝึกฝนอย่างมากเป็นแน่!”

“นายน้อยเป็นผู้มีพรสวรรค์และเฉลียวฉลาด เขาเป็นอัจฉริยะของตระกูลหลัวของพวกเรา เขาจะต้องเข้าสู่อาณาจักรการกลั่นกระดูกได้อยู่แล้ว!”

เหล่าลูกหลานของตระกูลหลัวที่อยู่ในสถานที่แห่งนี้ต่างก็หยุดชกต่อย แล้วก็ทยอยเข้ามาพูดคุยกับชายหนุ่มที่สวมชุดหรูหรางดงามมากขึ้นเรื่อย ๆ สีหน้าของพวกเขาดูประจบสอพลอเป็นอย่างมาก

สายตาของหลัวเจิงมองไปที่ชายหนุ่มที่สวมชุดหรูหรางดงามนั่น แล้วความโกรธที่ไม่อาจมองเห็นได้ก็เพิ่มขึ้นมาอย่างเงียบ ๆ ชายหนุ่มที่สวมชุดหรูหรางดงามท่านนั้น ที่เหล่าลูกหลานของตระกูลหลัวต่างก็เรียกเขาว่า ‘นายน้อย’ นี้ มีนามว่าหลัวเผยหลาน เขาเคยเป็นบุตรชายคนโตของอนุรอง ซึ่งมีอายุเท่า ๆ กับหลัวเจิง

หลังจากที่หลัวเจิงถูกลดระดับไปเป็นทาสในบ้านแล้ว หลัวเผยหลานก็เข้ามาแทนที่หลัวเจิงทันที เขาได้กลายเป็นนายน้อยของตระกูลหลัวแทน

เมื่อไม่นานมานี้ได้ยินมาว่า หลัวเผยหลานได้ทำการเก็บตัวฝึก เขาไม่ได้มาปรากฏตัวอยู่พักหนึ่งแล้ว ตอนนี้พอออกจากการฝึกมาแล้ว ดูเหมือนว่าความแข็งแกร่งของหลัวเผยหลานจะดีขึ้นมากไปอีก!

หลัวเผยหลานเป็นคนที่มีประสาทสัมผัสด้านการรับรู้ที่ว่องไวมาก เขาสังเกตได้ถึงสายตาที่จ้องมองมาอย่างไม่เป็นมิตรของหลัวเจิง เขาจึงหันหน้าไปมองหลัวเจิง แล้วรอยยิ้มขี้เล่นก็ปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าของเขา เขาเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าของหลัวเจิงพลางพูดว่า “หลัวเจิง ตอนที่ข้าทำการเก็บตัวฝึกอยู่นั้น ไม่นึกเลยนะว่าเจ้าจะยังไม่ถูกซ้อมจนตาย”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ซ่อนรักปถวี
9.1
ฟาสต้องเผชิญกับโทสะของปถวีอย่างเลี่ยงไม่ได้ หลังเธอถูกเขากระชากตัวมาเค้นความจริงเพราะบังเอิญไปล่วงรู้ความลับที่ไม่ควรได้ยิน แม้เธอจะพยายามปฏิเสธท่ามกลางความหวาดกลัวและรอยช้ำจากการถูกใช้กำลัง แต่เขากลับยิ่งทวีความเกรี้ยวกราดและไม่ไว้หน้าใครทั้งสิ้น ปถวีในวันนี้เปลี่ยนไปจนฟาสแทบไม่เหลือเค้าลางของคนที่เคยรู้จัก เขาประกาศกร้าวตัดความสัมพันธ์และข่มขู่เอาชีวิตอย่างไร้ความปราณี เพียงเพื่อปกปิดสิ่งที่เขาต้องการเก็บเป็นความลับตลอดไป
หน้าปกนวนิยาย พิศวาสเถื่อน
8.7
เบน คริสเตียนเซน สาบานว่าจะต้องทวงแค้นให้มาเรียส น้องชายฝาแฝดที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ เขาเชื่อว่าพลอยพิชญาคือต้นเหตุที่ต้องรับผิดชอบ เบนจึงลวงเธอมายังเกาะสกรูวาเพื่อกักขังและทรมานให้เหมือนตกนรกทั้งเป็น แม้หญิงสาวจะยอมจำนนชดใช้ความผิดด้วยชีวิตท่ามกลางความเกลียดชัง แต่ความใกล้ชิดกลับสร้างความปรารถนาที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นพันธนาการพิศวาสที่มัดตัวเขาไว้เสียเอง ท่ามกลางไฟแค้นและการลงทัณฑ์ที่แปรเปลี่ยนเป็นเสน่หาอันยากจะถอนตัว
หน้าปกนวนิยาย ตัดบัวไม่ให้เหลือใย ตัดใจไม่ให้เหลือรัก
8.7
เมื่อการเลือกคู่ครองผิดพลาดกลายเป็นตราบาปที่ทำลายทั้งชีวิต นางจึงต้องเผชิญกับความสูญเสียอันแสนสาหัสเกินกว่าจะทานทนได้ ในฐานะเจ้าเมืองผู้ทรงเกียรติ เขากลับเลือกปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัดจนสามารถปกป้องผู้คนได้มากมายมหาศาล ทว่าเขากลับละเลยชีวิตของนางและคนในครอบครัวไปอย่างเลือดเย็น ทิ้งให้นางต้องสูญเสียลูกรักไปอย่างไม่มีวันกลับ พร้อมกับความพลัดพรากจากพ่อแม่และพี่ชายที่ไม่อาจหวนคืน ความเจ็บปวดครั้งนี้คือบทเรียนที่แลกมาด้วยชีวิตและหัวใจที่แตกสลายจนยากจะประสานคืน
หน้าปกนวนิยาย เพลิงสิเน่หามายาลวง
8.5
เมื่ออดีตอันขมขื่นระหว่างรินดากับป้องณวัฒน์หวนกลับมาอีกครั้ง ความโกรธแค้นจากการถูกทอดทิ้งในคืนนั้นทำให้รินดาไม่ยอมอ่อนข้อให้เขาอีก เมื่อป้องณวัฒน์พยายามเข้ามาวิจารณ์และล่วงเกินเธอด้วยการโวมกอด เธอจึงตอบโต้ด้วยการตบหน้าและใช้ทักษะการต่อสู้จัดการจนเขาสิ้นฤทธิ์กองกับพื้น แม้เขาจะพยายามรื้อฟื้นความสัมพันธ์แต่รินดากลับมีเพียงความรังเกียจและคำด่าทอในใจ เธอพร้อมจะปกป้องศักดิ์ศรีของตนเองและไม่ยอมให้ชายที่เคยทำร้ายจิตใจกลับเข้ามาแตะต้องตัวเธอได้ง่ายๆ อีกต่อไป
หน้าปกนวนิยาย ดวงใจองครักษ์เถื่อน
9.4
ความต่างของฐานะและหน้าที่อันหนักอึ้งบีบบังคับให้ 'ฮะมีส' ต้องสะกดกลั้นความรักที่มีต่อ 'จัสทีน่า' ไว้ภายใต้ความเย็นชา เขาทำได้เพียงเฝ้าคุ้มครองเธออยู่ห่าง ๆ จนกระทั่งวันหนึ่งที่เขาตัดสินใจจากไปโดยไร้คำร่ำลา ทิ้งไว้เพียงบาดแผลลึกในใจที่กรีดกินความรู้สึกของหญิงสาว การหายตัวไปอย่างกะทันหันของเขาเปรียบเสมือนฝันร้ายที่ตามหลอกหลอนและสร้างความทุกข์ทรมานให้แก่เธออย่างแสนสาหัส จนเกือบจะพรากลมหายใจสุดท้ายของเธอไปพร้อมกับความทรงจำที่แตกสลายในอดีต
หน้าปกนวนิยาย หนี้รักชีคทมิฬ
8.9
องค์ชายเฟซานแห่งทะเลทรายเคยรักและคิดจะแต่งงานกับเมริสา สาวสวยชาวไทยที่เขาปักใจรัก ทว่าความเชื่อใจกลับถูกทำลายด้วยการหักหลังอย่างเจ็บปวด เมื่อเวลาผ่านไปหกเดือน กงล้อแห่งโชคชะตาเหวี่ยงเธอกลับมาหาเขาอีกครั้งในวันที่ความรักกลายเป็นความแค้น แม้เมริสาพยายามจะอธิบายความจริงเรื่องเธอกับชายอื่นเพื่อขอโอกาส แต่เฟซานที่เย็นชาและไร้หัวใจกลับมองเธอเป็นเพียงเครื่องมือบำบัดความใคร่เพื่อชำระหนี้แค้นในอดีตเท่านั้น โดยไม่สนคำว่ารักหรือน้ำตาของเธอเลยสักนิด