ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย กลายเป็นท่านเทพ

กลายเป็นท่านเทพ

หลัวเจิงอดีตนายน้อยผู้ตกอับสู่จุดต่ำสุดในฐานะทาสได้ค้นพบความลับในการขัดเกลาร่างกายตนเองให้กลายเป็นสุดยอดอาวุธโดยบังเอิญ ท่ามกลางไฟสงครามและการแย่งชิงความเป็นใหญ่ของเหล่านักรบหลากหลายเผ่าพันธุ์ เขาได้ใช้ความมุ่งมั่นอันแรงกล้าเข้าห้ำหั่นกับศัตรูทั่วสารทิศเพื่อชำระแค้นและทะยานสู่ความฝันอันยิ่งใหญ่ ด้วยร่างกายที่แข็งแกร่งดุจสมบัติวิเศษ เขาจะสามารถฝ่าฟันอุปสรรคบนเส้นทางแห่งเทพเพื่อครอบครองความเป็นอมตะได้สำเร็จหรือไม่
ตอน
แชร์

ตอน 3

“สมพรปาก ข้ายังไม่ตายหรอก” หลัวเจิงตอบกลับมาด้วยเสียงที่อู้อี้

“บังอาจ นี่เจ้าพูดอะไรของเจ้า กล้าพูดกับนายน้อยเช่นนี้ได้อย่างไร?”

“เป็นเพียงทาสในบ้าน ทำไมถึงยังไม่หมอบลงไปอีก รีบลงไปกราบนายน้อยเร็วเข้า และคำนับขอขมาท่านบัดเดี๋ยวนี้ มิฉะนั้นข้าจะทำให้เจ้าต้องเสียใจที่เกิดมาบนโลกใบนี้”

ลูกหลานหลายคนของตระกูลหลัวต่างก็ตะโกนกันขึ้นมา ท่าทางของพวกเขาทำราวกับว่าหลัวเจิงไปขุดหลุมฝังศพของบรรพบุรุษพวกเขาอย่างไรอย่างนั้นแหละ

หลัวเจิงมองไปรอบ ๆ อย่างเย็นชา ลูกหลานในตระกูลหลัวเหล่านี้ ในอดีตก็เคยเป็นเหมือนสุนัขรับใช้ตัวหนึ่งเวลาอยู่ต่อหน้าเขาเช่นกัน พวกเขาไม่กล้าแม้แต่จะหายใจเสียงดังเสียด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้พอเขาตกต่ำ แต่ละคนก็เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ เร็วซะยิ่งกว่าพลิกหนังสือเสียอีก และเปลี่ยนไปเป็นสุนัขรับใช้ของหลัวเผยหลานในทันที

แต่หลัวเผยหลานกลับโบกมือเพื่อห้ามลูกหลานตระกูลหลัวเหล่านั้นที่กำลังตื่นตัวกันอย่างมาก แล้วก็พูดกับหลัวเจิงด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยจะพอใจเท่าไหร่นัก “หลัวเจิง เจ้ารู้หรือไม่ว่าทำไมข้าถึงต้องทำการเก็บตัวฝึกอย่าง?”

หลัวเจิงไม่ได้พูดอะไร แต่กลับมองไปที่หลัวเผยหลานด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

“เจ้าน่าจะรู้ใช่หรือไม่ว่า ตระกูลหลัวของเรามียาวิเศษสองเม็ด? ก่อนหน้านี้ ข้าเคยกินมันเข้าไปหนึ่งเม็ดแล้ว” หลัวเผยหลานพูดด้วยความรู้สึกภาคภูมิใจ “ยาวิเศษนี้มันไม่ธรรมดาจริง ๆ นะ พลังยาที่บริสุทธิ์ช่วยชำระร่างกายของข้า ทำให้ข้าเหมือนได้เกิดใหม่เลย ตั้งแต่อาณาจักรการกลั่นเนื้อไปจนถึงอาณาจักรการกลั่นกระดูก ส่วนประสิทธิภาพของยามีเพียงหนึ่งในสิบเท่านั้นที่ออกฤทธิ์และยังคงอยู่ในร่างกายของข้า การที่ข้าบำรุงร่างกายอย่างต่อเนื่อง มีเพียงเส้นบาง ๆ เท่านั้นที่กั้นการเข้าสู่อาณาจักรการกลั่นอวัยวะเอาไว้ ซึ่งการที่จะได้เข้าถึงอาณาจักรการกลั่นไขกระดูกนั่นเกรงว่าจะเป็นจริงได้ในไม่ช้า!”

ยาวิเศษ!

ยาอายุวัฒนะทั้งสองเม็ดนี้เป็นสมบัติของตระกูลหลัว ซึ่งเป็นยาศักดิ์สิทธิ์ที่บรรพบุรุษทิ้งเอาไว้ ว่ากันว่า พวกมันถูกเก็บไว้ในที่ที่ลึกลับที่สุดของตระกูล แล้วก็จะไม่อนุญาตให้คนธรรมดาใช้มันเป็นอันขาด

จากคำสอนของบรรพบุรุษ จะมีเพียงแค่ลูกหลานของตระกูลหลัวที่บรรลุอาณาจักรการกลั่นกระดูกได้ก่อนอายุสิบหกปี แล้วคน ๆ นั้นถึงจะมีสิทธิ์ได้ใช้ยาวิเศษนี้

ซึ่งส่วนต่าง ๆ ในร่างกายแบ่งออกเป็นอาณาจักรห้าระดับ โดยระดับที่หนึ่งคืออาณาจักรการกลั่นหนัง ระดับที่สองคืออาณาจักรการกลั่นเนื้อ ระดับที่สามคืออาณาจักรการกลั่นกระดูก ระดับที่สี่คืออาณาจักรการกลั่นอวัยวะ ระดับที่ห้าคือการกลั่นไขกระดูก แต่ละอาณาจักรจะมีความแตกต่างกันค่อนข้างมาก หากคนธรรมดาอยากจะบรรลุได้นั้นคงเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยากถึงยากมาก ๆ หากไม่มีความชำนาญเชี่ยวชาญมากกว่าสิบปี ยากที่ฟันฝ่าบรรลุไปได้

หากคนธรรมดาสามารถไปถึงระดับสามซึ่งเป็นอาณาจักรการกลั่นกระดูกได้ก่อนอายุสามสิบ แค่นี้ก็นับว่าพวกเขาคือคนที่มีพรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยมแล้ว

ตามกฎในคำสอนของบรรพบุรุษ คนที่จะใช้ยาวิเศษได้ จะต้องบรรลุถึงระดับสามซึ่งเป็นอาณาจักรการกลั่นกระดูกก่อนอายุสิบหกปี จึงจะมีสิทธิ์!

คนที่อายุสิบหกและบรรลุไปถึงอาณาจักรการกลั่นกระดูกได้ นับว่าเป็นคนอัจฉริยะในหมู่คนอัจฉริยะโดยไม่ต้องสงสัยเลย อย่าว่าแต่คนในตระกูลหลัวเลย ต่อให้เป็นคนในเมืองฉงหมิงจวิ้นทั้งหมดก็ยังไม่เคยมีใครที่ทำได้มาก่อน ดังนั้นในช่วงสามร้อยปีที่ผ่านมา ยาวิเศษจึงไม่เคยถูกใช้เลย

เดิมที หลัวเจิงคือคนที่มีความหวังมากที่สุดที่จะได้กินยาวิเศษนี้

เพราะตั้งแต่เขาอายุได้สิบสี่ปี เขาก็สามารถเข้าไปถึงจุดสูงสุดของอาณาจักรการกลั่นเนื้อระดับที่สองได้แล้ว เขาถึงขนาดที่กษัตริย์แห่งมณฑลฉงหยางตั้งความหวังว่าจะเป็นผู้ฟื้นฟูตระกูลหลัวได้ เป็นบุตรที่พระเจ้าโปรดปราน เป็นคนอัจฉริยะในหมู่คนอัจฉริยะ!

แต่สิ่งที่น่าเสียดายก็คือ ในปีนี้เกิดความขัดแย้งภายในตระกูลขึ้น เป็นเพราะพ่อของเขามีจิตใจดีบริสุทธิ์เกินไป จึงถูกลูกพี่ลูกน้องของครอบครัวตัวเองฆ่าตาย ทำให้หลัวเจิงถูกลดระดับไปเป็นทาสในบ้าน ต้องกลายมาเป็นเป้านิ่ง แล้วก็กลายเป็นนักโทษ การฝึกฝนของเขาจึงต้องหยุดไว้ก่อน ไม่มีความก้าวหน้าแต่อย่างใด เขาจึงพลาดโอกาสที่จะได้รับยาวิเศษนั้นไป

ส่วนพรสวรรค์ของหลัวเผยหลานนั้นอยู่ในระดับปานกลาง เขาเพิ่งจะเข้าสู่ระดับที่สองของอาณาจักรการกลั่นเนื้อตอนที่อายุสิบหกปี ดังนั้นเขาจึงไม่มีคุณสมบัติที่จะใช้ยาวิเศษนี้ได้ แต่เขาก็ยังใช้มันอยู่ดี

ความจริงแล้วยาวิเศษนี้มันควรจะต้องเป็นของเขา แต่กลับถูกคนไร้ความสามารถที่ไม่มีพรสวรรค์อะไรเลยกินไปเสียแล้ว แม้ว่าจิตใจของหลัวเจิงในช่วงสองปีที่ผ่านมาจะถูกย่ำยีจนมันไม่เหลือชิ้นดีแล้ว แต่เขาก็ยังอดไม่ได้ที่จะตื่นตัวขึ้นมา แล้วก็พูดออกไปด้วยความโมโหว่า “ หลัวเผยหลาน เจ้าไม่คำนึงถึงหลักคำสอนของบรรพบุรุษตระกูลหลัวเลยหรืออย่างไร เจ้าขโมยกินยาศักดิ์สิทธิ์ เจ้านี่มันน่าดูถูก สู้สัตว์เดรัจฉานไม่ได้ด้วยซ้ำ!”

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ซ่อนรักปถวี
9.1
ฟาสต้องเผชิญกับโทสะของปถวีอย่างเลี่ยงไม่ได้ หลังเธอถูกเขากระชากตัวมาเค้นความจริงเพราะบังเอิญไปล่วงรู้ความลับที่ไม่ควรได้ยิน แม้เธอจะพยายามปฏิเสธท่ามกลางความหวาดกลัวและรอยช้ำจากการถูกใช้กำลัง แต่เขากลับยิ่งทวีความเกรี้ยวกราดและไม่ไว้หน้าใครทั้งสิ้น ปถวีในวันนี้เปลี่ยนไปจนฟาสแทบไม่เหลือเค้าลางของคนที่เคยรู้จัก เขาประกาศกร้าวตัดความสัมพันธ์และข่มขู่เอาชีวิตอย่างไร้ความปราณี เพียงเพื่อปกปิดสิ่งที่เขาต้องการเก็บเป็นความลับตลอดไป
หน้าปกนวนิยาย พิศวาสเถื่อน
8.7
เบน คริสเตียนเซน สาบานว่าจะต้องทวงแค้นให้มาเรียส น้องชายฝาแฝดที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ เขาเชื่อว่าพลอยพิชญาคือต้นเหตุที่ต้องรับผิดชอบ เบนจึงลวงเธอมายังเกาะสกรูวาเพื่อกักขังและทรมานให้เหมือนตกนรกทั้งเป็น แม้หญิงสาวจะยอมจำนนชดใช้ความผิดด้วยชีวิตท่ามกลางความเกลียดชัง แต่ความใกล้ชิดกลับสร้างความปรารถนาที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นพันธนาการพิศวาสที่มัดตัวเขาไว้เสียเอง ท่ามกลางไฟแค้นและการลงทัณฑ์ที่แปรเปลี่ยนเป็นเสน่หาอันยากจะถอนตัว
หน้าปกนวนิยาย ตัดบัวไม่ให้เหลือใย ตัดใจไม่ให้เหลือรัก
8.7
เมื่อการเลือกคู่ครองผิดพลาดกลายเป็นตราบาปที่ทำลายทั้งชีวิต นางจึงต้องเผชิญกับความสูญเสียอันแสนสาหัสเกินกว่าจะทานทนได้ ในฐานะเจ้าเมืองผู้ทรงเกียรติ เขากลับเลือกปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัดจนสามารถปกป้องผู้คนได้มากมายมหาศาล ทว่าเขากลับละเลยชีวิตของนางและคนในครอบครัวไปอย่างเลือดเย็น ทิ้งให้นางต้องสูญเสียลูกรักไปอย่างไม่มีวันกลับ พร้อมกับความพลัดพรากจากพ่อแม่และพี่ชายที่ไม่อาจหวนคืน ความเจ็บปวดครั้งนี้คือบทเรียนที่แลกมาด้วยชีวิตและหัวใจที่แตกสลายจนยากจะประสานคืน
หน้าปกนวนิยาย เพลิงสิเน่หามายาลวง
8.5
เมื่ออดีตอันขมขื่นระหว่างรินดากับป้องณวัฒน์หวนกลับมาอีกครั้ง ความโกรธแค้นจากการถูกทอดทิ้งในคืนนั้นทำให้รินดาไม่ยอมอ่อนข้อให้เขาอีก เมื่อป้องณวัฒน์พยายามเข้ามาวิจารณ์และล่วงเกินเธอด้วยการโวมกอด เธอจึงตอบโต้ด้วยการตบหน้าและใช้ทักษะการต่อสู้จัดการจนเขาสิ้นฤทธิ์กองกับพื้น แม้เขาจะพยายามรื้อฟื้นความสัมพันธ์แต่รินดากลับมีเพียงความรังเกียจและคำด่าทอในใจ เธอพร้อมจะปกป้องศักดิ์ศรีของตนเองและไม่ยอมให้ชายที่เคยทำร้ายจิตใจกลับเข้ามาแตะต้องตัวเธอได้ง่ายๆ อีกต่อไป
หน้าปกนวนิยาย ดวงใจองครักษ์เถื่อน
9.4
ความต่างของฐานะและหน้าที่อันหนักอึ้งบีบบังคับให้ 'ฮะมีส' ต้องสะกดกลั้นความรักที่มีต่อ 'จัสทีน่า' ไว้ภายใต้ความเย็นชา เขาทำได้เพียงเฝ้าคุ้มครองเธออยู่ห่าง ๆ จนกระทั่งวันหนึ่งที่เขาตัดสินใจจากไปโดยไร้คำร่ำลา ทิ้งไว้เพียงบาดแผลลึกในใจที่กรีดกินความรู้สึกของหญิงสาว การหายตัวไปอย่างกะทันหันของเขาเปรียบเสมือนฝันร้ายที่ตามหลอกหลอนและสร้างความทุกข์ทรมานให้แก่เธออย่างแสนสาหัส จนเกือบจะพรากลมหายใจสุดท้ายของเธอไปพร้อมกับความทรงจำที่แตกสลายในอดีต
หน้าปกนวนิยาย หนี้รักชีคทมิฬ
8.9
องค์ชายเฟซานแห่งทะเลทรายเคยรักและคิดจะแต่งงานกับเมริสา สาวสวยชาวไทยที่เขาปักใจรัก ทว่าความเชื่อใจกลับถูกทำลายด้วยการหักหลังอย่างเจ็บปวด เมื่อเวลาผ่านไปหกเดือน กงล้อแห่งโชคชะตาเหวี่ยงเธอกลับมาหาเขาอีกครั้งในวันที่ความรักกลายเป็นความแค้น แม้เมริสาพยายามจะอธิบายความจริงเรื่องเธอกับชายอื่นเพื่อขอโอกาส แต่เฟซานที่เย็นชาและไร้หัวใจกลับมองเธอเป็นเพียงเครื่องมือบำบัดความใคร่เพื่อชำระหนี้แค้นในอดีตเท่านั้น โดยไม่สนคำว่ารักหรือน้ำตาของเธอเลยสักนิด