ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ท่านแม่ทัพข้าคือศรีภรรยา NC25+

ท่านแม่ทัพข้าคือศรีภรรยา NC25+

องค์หญิงหลินฮุ่ยหมินผู้โฉมงามต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวหลังเสียพระมารดา ทั้งยังต้องคำสาปให้กลายร่างในคืนจันทร์เต็มดวง ชะตาพลิกผันเมื่อเหตุบังเอิญทำให้ต้องเข้าพิธีสมรสพระราชทานกับแม่ทัพหยางเอ้อหลางแทนองค์หญิงใหญ่ผู้เป็นพี่สาว ท่ามกลางความระแวงของฮ่องเต้ต่ออำนาจตระกูลหยางและความลับเรื่องร่างอสูรที่ต้องปกปิด ฮุ่ยหมินต้องเผชิญกับความร้าวฉานระหว่างพี่น้องที่เคยรักกันเพียงเพราะบุรุษคนเดียว นางจะจัดการกับความวุ่นวายและรักษาชีวิตรอดในวังวนแห่งอำนาจนี้ได้อย่างไร
ตอน
แชร์

ตอน 2

หลังเรื่องโต้เถียงกันสงบลง เหล่าองค์หญิงก็ต้องเบิกตาค้างเมื่อองค์หญิงใหญ่สั่งให้นางกำนัลนำเครื่องประดับมาให้พวกนางเลือกเพิ่มไปคนละชิ้น เพราะนางเป็นคนใจกว้างเช่นนี้องค์หญิงทั้งหลายจึงยกย่องนางอีกทั้งไม่กล้าที่จะหาเรื่องอันใดให้องค์หญิงใหญ่ขุ่นเคือง อารมณ์ขององค์หญิงใหญ่มีผลต่อพวกนางเสมอหากนางดีก็ดีจนน้ำตาไหลแต่หากผู้ใดกล้าขัดใจนางก็เตรียมทำใจรับความอัปยศได้เลย

"สิบสามพี่หญิงเลือกให้เจ้าได้แล้ว ผ้าผืนนี้อีกทั้งปิ่นปักผมสีแดงงดงามนักคงมีเพียงเจ้าที่ใส่แล้วจะเหมาะสมผู้อื่นเห็นจะไม่คู่ควร"

"ขอบพระทัยเพคะพี่หญิง"

องค์หญิงสิบสามรับมาอย่างไม่ใส่ใจในขณะที่องค์หญิงองค์หญิงทุกคนมองมายังองค์หญิงสิบสาม หลายคนอดที่จะยิ้มออกมาด้วยความสะใจไม่ได้เมื่อวาดภาพคนงามเช่นน้องสิบสามอยู่ในอาภรณ์ตัวนั้น

องค์หญิงห้าตาโตด้วยตกใจที่เห็นอาภรณ์ไหมสีแดงฉ่ำผืนนั้น นางค่อนข้างสนิทสนมกับองค์หญิงสิบสามเห็นชัดเจนว่าแดงสีแรงเช่นนี้องค์หญิงทุกคนล้วนไม่กล้าใส่ด้วยกลัวว่าไทเฮาผู้โปรดการแต่งกายด้วยสีอ่อนหวานจะทรงขัดเคืองพระทัย การแต่งกายที่ดึงดูดมากเกินไปถือเป็นเรื่องไม่งามในราชสำนักเหตุใด พี่หญิงใหญ่จึงยังมอบผ้าไหมแดงชิ้นนี้ให้องค์หญิงสิบสามกันเล่า

ที่น่าประหลาดใจคือองค์หญิงสิบสามกลับรับมาด้วยใบหน้าใสซื่อราวกับไม่รู้ว่าตนเองนั้นต้องตกที่นั่งลำบากเป็นแน่

"เจ้ารีบเอาไปตัดเย็บเสียอีกไม่กี่วันจะถึงวันงานเลี้ยงต้อนรับทหารกล้าแล้ว เราในฐานะฝ่ายในต้องเข้าร่วมด้วยทุกคน พวกเจ้ารู้ความหมายของงานนี้ใช่หรือไม่"

องค์หญิงแต่ละคนล้วนพระพักตร์แดงซ่าน ความหมายในงานนี้ทุกคนย่อมประจักษ์แก่ใจ งานเลี้ยงนี้นอกจากจะต้อนรับท่านแม่ทัพและเหล่าทหารแล้ว ไทเฮายังอนุญาติให้ฝ่ายในเข้าร่วมด้วยนั่นย่อมเท่ากับว่าถือเป็นงานเลี้ยงดูตัวของเหล่าองค์หญิง หากคู่ใดที่เหมาะสมฝ่าบาทจะประทานสมรสให้ในงานเป็นแน่ ดังนั้นองค์หญิงทุกคนที่เฝ้าฝันอยากพบบุรุษรูปงาม และตั้งตารอที่จะออกจากวังหลังแห่งนี้มาเนิ่นนานจึงเฝ้ารอคอยนัก

อากาศหนาวเหน็บดูภายในตำหนักขององค์หญิงสิบสามจะมีความโกลาหลที่คนภายนอกไม่อาจล่วงรู้ได้ อ๋องฉางอันก้าวเข้ามาภายในอย่างเงียบเชียบใบหน้าร้อนรน

"อาชิงข้าสั่งเจ้าแล้วว่าให้เฝ้านางให้ดีครานี้กลายร่างเป็นอะไรเจ้ายังไม่รู้เช่นนี้จะหานางเจอได้อย่างไร"

"ทูลท่านอ๋อง องค์หญิงกลายร่างตอนข้าน้อยออกไปตักน้ำเพคะจึงไม่ทันระวังครานี้น่าจะเป็นตัวอะไรสักอย่างที่ว่องไวและกระโดดได้เพราะองค์หญิงกระโดดออกทางหน้าต่างเพคะ"

"ข้าจะส่งข่าวไปยังตำหนักธิดาเทพให้ช่วยกันออกค้นหาอย่างลับๆ เจ้าอยู่นี่คอยรับหน้าคนไว้ข้าจะหานางให้พบในคืนนี้ คงไปได้ไม่ไกลน่าจะทิ้งเบาะแสไว้แถวนี้"

"เพคะ"

กระต่ายขาวตัวหนึ่งมุดรั้วตำหนักกระโดดออกมาอย่างว่องไว มันมองซ้ายขวาอย่างไม่รู้ทิศทางก่อนจะเริ่มสูดดมบางอย่าง แล้วพุ่งตัวออกไปอย่างรวดเร็ว เพราะเป็นกระต่ายปีศาจการเคลื่อนไหวจึงรวดเร็วกว่ากระต่ายทั่วไปหลายเท่า ในไม่ช้าก็กระโดดห่างจากตำหนักองค์หญิงสิบสามมาหลายลี้ ออกนอกเขต วังหลวงได้โดยไม่มีผู้ใดสงสัย

องค์หญิงสิบสามในร่างกระต่ายขาวขนปุกปุย แม้จะรู้ตัวเองว่ากำลังทำอะไรแต่ไม่อาจยับยั้งจิตใจได้ ยังคงวิ่งหน้าตั้งออกมาตามกลิ่นที่จมูกของตนเองนำมาหยุดอยู่หน้าจวนใหญ่ที่น่าเกรงขามที่หนึ่ง กระต่ายน้อยแอบอยู่ข้างกำแพงสูงดมกลิ่นฟุดฟิดแล้วยิ้มออกมาเมื่อพบว่าจุดหมายของตนเองอยู่ภายหลังกำแพงสูงของจวนแห่งนี้

ดูเหมือนว่าจะมีรถม้าจอดอยู่ด้านหน้าจวนคล้ายกำลังขนบางสิ่ง กระต่ายน้อยสบโอกาสกระโดดผลุบเข้าไปในรถม้าอย่างว่องไว เมื่อเข้ามาถึงภายใน กลิ่นหอมของอร่อยช่างรุนแรงยั่วยวนกระต่ายน้อยทนไม่ไหว หลบหลีกร่างกายจวบจนพุ่งเข้าไปสู่สวนผักหลังจวนด้วยความโหยหิว หลังจากนั้นองค์หญิง สิบสามในร่างปีศาจกระต่ายก็ลงมือแทะกินทุกสิ่งที่ขวางหน้า ราวพายุโหมกระหน่ำ นางพังสวนผักของจวนใหญ่พินาศในพริบตา

เมื่อสวนผักแห่งนี้ว่างเปล่า หนังท้องของนางเริ่มตึงกระต่ายน้อยจึงกระโดดออกมาอย่างว่องไว ตามด้วยเสียงโหวกเหวกโวยวายด้านหลังที่ดังขึ้น

"เอะอะอะไรกัน"

"เรียนท่านแม่ทัพ ข้าน้อยจะไปดูเดี๋ยวนี้ขอรับ"

หยางเอ้อหลางที่กำลังชำระร่างกายในอ่างไม้รู้สึกหงุดหงิดเป็นอันมาก เดิมทีเขาอยู่ชายแดนในค่ายทหารต้องอาศัยความเงียบเพื่ออำพรางศัตรูเขาจึงเกลียดเสียงดังเอะอะโวยวายเป็นที่สุด บัดนี้กลับมาถึงจวนได้ไม่นานผู้คนต่างหลงลืมกฎที่เขาตั้งไว้ส่งเสียงเอะอะหนวกหูยิ่ง

คล้ายมีเสียงอยู่อีกด้านของห้องอาบน้ำ หยางเอ้อหลางกระโดดตัวลอยว่องไวไม่ทันได้คว้าเสื้อคลุมนอกจากกระบี่ประจำกายกระโจนไปตามเสียง เขาวาดกระบี่ออกไปยังไม่ทันได้ลงมือก็พบว่าบนพื้นห้องบัดนี้มีกระต่ายสีขาว ตัวค่อนข้างใหญ่กำลังหมอบตัวสั่นงันงกอยู่

"ท่านแม่ทัพ ด้านนอกไม่รู้สิ่งใดทำลายแปลงผักจนพังพินาศขอรับ" องครักษ์ฝานเข้ามาในห้องพร้อมมองผ่านแผ่นหลังของแม่ทัพหนุ่มซึ่งไร้อาภรณ์ยืนวาดกระบี่อยู่ด้านหน้าสัตว์ตัวอ้วนขนปุกปุยสีขาว

"ข้าจับโจรได้แล้ว ไม่ต้องหา" แม่ทัพหนุ่มเอ่ยเสียงเย็นพลางนั่งลงรวบหัวกระต่ายยาวของนางแล้วยกร่างอ้วนตุ้ยนุ้ยขึ้นมาพิจารณา

องค์หญิงสิบสามในร่างของกระต่ายยังคงตกตะลึงนางรู้จักเขาแน่นอน นี่นางบุกเข้ามาในจวนของแม่ทัพผู้เหี้ยมโหดเชียวหรือ บุรุษผู้นี้ไร้ยางอายมายืนเปลือยกายอยู่ต่อหน้านางเช่นนี้ ทำให้นางตื่นตระหนกจนไม่อาจขยับได้ เจ้าสิ่งนั้นที่ห้อยอยู่ตรงกลางร่างกายของเขาช่างดูดุดันน่ากลัวเสียเหลือเกิน

เจ้าบ้านี่ท่าทางจะไม่ปล่อยนางไปง่ายๆ แน่ แย่แล้วจะทำอย่างไรดี

องครักษ์ฝานหยิบเสื้อคลุมมาคลุมร่างให้ผู้เป็นนาย เขาและแม่ทัพเติบโตมาในค่ายทหารเปลือยกายอาบน้ำด้วยกันมานับสิบปี เขาจึงชาชินกับเรือนกายของท่านแม่ทัพไปแล้ว

"กระต่ายตัวเดียวเหตุใดจึงทำลายแปลงผักมากมายภายในพริบตาได้"

"กระต่ายตะกละอย่างไรเล่า ดูสิจะตายอยู่แล้วยังคาบหัวไชเท้าไม่ยอมปล่อย" หยางเอ้อหลางเอ่ยขึ้นพลางดึงหัวไชเท้าออกจากปากของกระต่ายตัวอ้วน

"ตัวอวบอ้วนเสียด้วย" องครักษ์ฝางเอ่ยต่อ

"คิดถึงตอนที่ไปรบหรือไม่ ตอนนั้นเราจับกระต่ายป่าตัวอวบได้แบบนี้ย่างโรยเกลืออร่อยนัก"

หยางเอ้อหลางหัวเราะ กระต่ายตัวนิดเดียวเหตุใดถึงฤทธิ์เดชมากมายเช่นนี้ ดูสิเริ่มดิ้นรนแล้ว หากเขาไม่ใช่นักรบออกทัพจับศึกมามากคงโดนเจ้ากระต่ายตัวนี้ถีบหน้าหงายไปแล้ว แรงเยอะไม่ใช่น้อย

องค์หญิงสิบสามได้แต่ด่าทอตนเองในใจ จะหนีไปที่ใดก็ย่อมได้เหตุใดต้องกระโดดเข้ามาในนี้ด้วย คราวซวยจริงๆ ต้องตายแน่ๆ แล้วครานี้ คนพวกนี้แม้หน้าตาจะหล่อเหลาแต่จิตใจเหี้ยมโหดนัก นางเคยเห็นภาพวาดเทพสงคราม หยางเอ้อหลางกับองครักษ์ฝานมานับครั้งไม่ถ้วน นับว่าเป็นภาพวาดที่ขายดี ในเมืองหลวงอีกทั้งเรื่องเล่าของพวกเขาที่ติดนิสัยชอบฆ่าสัตว์ตัดชีวิตไม่เว้นแม้แต่สังหารคนก็เลื่องลือ นางคงไม่อาจรอดไปได้แล้ว

"ท่านแม่ทัพเราจะย่างหรือจะตุ๋นดี"

เจ้าบ้าองครักษ์นี่ยังคิดจะตุ๋นนางอีก แย่แล้ว คิดหาวิธีหนีเดี๋ยวนี้ สิบสามคิดสิคิด

"แล้วแต่เจ้าข้ายกให้"

แม่ทัพหยางยื่นกระต่ายขาวไปพร้อมกับคลายมือออก กระต่ายปีศาจอย่างองค์หญิงสิบสามหรือจะปล่อยโอกาสนี้ไป นางรีบดีดกายอย่างว่องไวแล้วกระโดดหนีไม่คิดชีวิต

"ไม่ต้องตาม ปล่อยไปเถอะมันคงไม่อยากตาย"

เสียงของท่านแม่ทัพยับยั้งองครักษ์ฝานเอาไว้ได้ เขาจึงได้แต่มองตาละห้อย

"เสียดายจริงถ้าเอามาตุ๋นคงจะอร่อยน่าดู"

"ออกไปได้แล้วข้าจะพักผ่อน ดึกดื่นเช่นนี้หากหิวก็ไปห้องครัวน่าจะมีอะไรให้กิน"

"แล้วเรื่องกระต่ายล่ะขอรับ"

"เรื่องเล็กน้อยปล่อยให้พ่อบ้านจัดการ มีสวนผักในบ้านพวกสัตว์ย่อมเข้ามาเป็นธรรมดาเจ้าอย่าใส่ใจนักเลย"

"ขอรับ"

องครักษ์ฝานออกไปแล้ว หยางเอ้อหลางมองในมือของตนเอง มีกระพรวนเล็กๆ ที่หลุดออกมาจากลำคอของกระต่ายตัวนั้น หรือจะเป็นสัตว์เลี้ยงของผู้ใดที่ปล่อยให้หลุดออกมา แม่ทัพเพียงแต่เก็บกระพรวนอันนั้นไว้ในสาบเสื้อ เผื่อว่าหากมีโอกาสเจอเจ้าของเขาจะได้คืนสิ่งนี้ให้กับคนผู้นั้น

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย บุตรเช่นข้า หาได้ต้องการบิดาเช่นท่าน
9.4
หลินตงหยาง โปรแกรมเมอร์ผู้จบชีวิตลงเพราะตรากตรำทำงานหนัก กลับตื่นขึ้นมาในร่างเด็กชายวัย 10 ขวบที่มีชื่อเดียวกันในโลกย้อนยุค เขาพบว่าเจ้าของร่างเดิมเสียชีวิตจากการถูกย่าแท้ๆ ทำร้ายเพื่อแย่งชิงอาหาร ทั้งที่ครอบครัวฝ่ายพ่อเคยทอดทิ้งพวกเขาไปอย่างไม่ใยดีเพื่อแสวงหาความร่ำรวยในเมืองหลวง ทิ้งให้แม่และลูกๆ ต้องเผชิญความลำบากเพียงลำพัง เมื่อได้รับโอกาสมีชีวิตใหม่พร้อมความทรงจำเดิม เขาจึงกำหมัดแน่นด้วยความแค้นและสาบานว่าจะปกป้องแม่กับน้องสาวจากคนสารเลวเหล่านั้นให้จงได้
หน้าปกนวนิยาย อัศวินดำโค่นอำนาจ
8.5
ห้าสิบปีหลังวันสิ้นโลก อารยธรรมล่มสลายเหลือเพียงความป่าเถื่อน ท่ามกลางการปกครองของขุนนางผู้โฉดชั่วและเหล่าอมนุษย์ มนุษย์สายเลือดบริสุทธิ์กลับไร้พลังและถูกกดขี่จนถึงขีดสุด ทว่าเด็กหนุ่มคนหนึ่งได้ลุกขึ้นสู้พร้อมดาบยาวคู่ใจ เขาบุกตะลุยผ่านดินแดนมิคสือจากจุดเริ่มต้นที่เป็นเพียงคนนิรนาม สู่การเป็นศาลเตี้ยผู้มอบความตายให้ศัตรู จนทั่วทั้งโลกต่างต้องสั่นสะท้านและยำเกรงในนามของอัศวินดำผู้พลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์ในยุคที่ไร้กฎเกณฑ์
หน้าปกนวนิยาย จากนางแบบสู่สตรีอ้วนหมู่บ้านโจวตง
9.6
ชิงหลิง นางแบบสาวและอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังผู้มีไลฟ์สไตล์สมบูรณ์แบบ ทั้งการดูแลตัวเองและทำคอนเทนต์สุขภาพจนมีผู้ติดตามมหาศาล วันหนึ่งขณะกำลังไลฟ์สดทานอาหารและพูดคุยกับแฟนคลับอย่างสนุกสนาน อุบัติเหตุไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อเศษอาหารติดคอจนเธอเริ่มขาดอากาศหายใจ แม้จะพยายามช่วยเหลือตัวเองแต่เธอกลับห่วงภาพลักษณ์จนไม่กล้าลงแรงกระแทกท้องแรงๆ สุดท้ายเธอสิ้นใจลงอย่างโดดเดี่ยวหน้ากล้องไลฟ์สดที่ยังคงทำงานอยู่ โดยไม่มีใครสามารถส่งความช่วยเหลือไปได้ทันเวลาเพราะเธอปกปิดที่อยู่เป็นความลับมาตลอด
หน้าปกนวนิยาย สนมคนงามเรามาเล่นกันเถอะ
7.9
หญิงสาวผู้หนึ่งต้องเผชิญกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เมื่อเธอหลุดเข้าไปอยู่ในร่างของนางร้ายจากนิยายที่เพิ่งจะก่นด่าไปหยกๆ ชีวิตใหม่ของเธอเริ่มต้นด้วยวิกฤตครั้งใหญ่ เพราะถูกตราหน้าว่าเป็นฆาตกรผู้ลงมือสังหารพี่สาวแท้ๆ ของตนเอง ท่ามกลางศัตรูที่จ้องจะเอาชีวิตรอบด้านและความลับที่ซ่อนอยู่ เธอต้องพยายามหาทางรอดพ้นจากชะตากรรมอันเลวร้ายนี้ไปให้ได้ พร้อมกับความปรารถนาเดียวคือการหนีออกไปจากโลกนิยายที่แสนอันตรายแห่งนี้
หน้าปกนวนิยาย เกิดใหม่ไปทำภารกิจหยุมหัวป๊ะป๋ากลับบ้าน
8.6
สายลม นักศึกษาสายวิทย์ผู้ยึดมั่นในหลักการเหตุผลและเคยเชื่อว่าความตายคือจุดสิ้นสุดของทุกสิ่งตามกฎธรรมชาติ แต่ทัศนคติของเขากลับต้องเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงเมื่ออุบัติเหตุรถชนบนทางม้าลายพรากชีวิตเขาไปในพริบตา แทนที่จะสูญสลายกลายเป็นเพียงเถ้าถ่าน เขากลับลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้งในร่างใหม่พร้อมเสียงเรียกอันแสนอ่อนโยนว่า เจ้าเม่นน้อย จากหญิงสาวที่เรียกเขาว่าลูก การฟื้นคืนชีพที่เหนือคำบรรยายนี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตใหม่ที่เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนในโลกที่วิทยาศาสตร์อธิบายไม่ได้
หน้าปกนวนิยาย ปราบพยัคฆ์ แม่ทัพตัวร้าย
7.8
ซุนเหยาผู้เป็นเจ้าของกิจการร้านอาหารจีนชื่อดังที่มีสาขาอยู่ทั่วประเทศ เธอทุ่มเททำงานหนักจนกระทั่งร่างกายรับไม่ไหวและหมดสติไปอย่างกะทันหัน ทว่าเมื่อฟื้นคืนสติขึ้นมาอีกครั้ง เธอกลับพบว่าตนเองหลุดมาอยู่ในโลกโบราณ โดยกำลังนั่งอยู่บนเกี้ยวแปดคนหามในชุดมงคลสีแดงสะดุดตา ซึ่งเป็นสัญญาณว่าเธอกำลังถูกส่งตัวเข้าสู่พิธีวิวาห์กับใครบางคนอย่างไม่คาดฝันในดินแดนที่ไม่รู้จักแห่งนี้