ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย สวี่กงเหมย ดวงใจท่านแม่ทัพ

สวี่กงเหมย ดวงใจท่านแม่ทัพ

สวี่กงเหมยบุตรีบุญธรรมของปรมาจารย์พิษได้รับภารกิจสำคัญในการดูแลและปรุงยารักษาเซวียนจางหย่งแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่แห่งแดนเหนือเป็นเวลาหนึ่งปีเต็ม แม้เขาจะเป็นบุรุษสูงศักดิ์ที่ไม่เคยเหลียวแลหญิงใด แต่สาวน้อยชาวป่าที่กล้ายิงธนูใส่เขาตั้งแต่แรกพบกลับสั่นคลอนหัวใจเขาได้อย่างประหลาด ทั้งคู่เป็นดั่งไฟกับน้ำมันที่ขัดแย้งกันเสมอ ทว่าความใกล้ชิดตลอดการเดินทางสู่เมืองหลวงกลับเปลี่ยนความวุ่นวายให้กลายเป็นความผูกพัน จนสายตาของท่านแม่ทัพมีไว้เพื่อเฝ้ามองเพียงนางผู้เดียว
ตอน
แชร์

ตอน 3

“ฝ่าบาทเสด็จกลับตำหนักแล้ว พวกเจ้าตระเตรียมแต่งสำรับถวายหรือยัง” ข้ารับใช้ใกล้ชิดองค์ฮ่องเต้อู๋กงกงเดินเข้าไปพูดเบา ๆ กับนางในหน้าห้องเครื่อง

“เจ้าค่ะ อู๋กงกง” นางห้องเครื่องคำนับก่อนที่จะวิ่งหายเข้าไปในห้องเครื่องรีบตระเตรียมสำรับขึ้นให้ทันเวลา เพราะยังต้องเผื่อเวลาให้อู๋กงกงทดสอบพระกระยาหารก่อนนำขึ้นแต่งโต๊ะอีกด้วย

ผ่านไปครู่ใหญ่ อู๋กงกงเข้าทดสอบพระกระยาหารทุกสำรับ ก่อนที่จะนำขึ้นแต่งโต๊ะมื้อกระยาหาร

“เครื่องคาวขึ้นแต่งโต๊ะเรียบร้อยแล้ว ขอเชิญฝ่าบาทเสด็จพ่ะย่ะค่ะ” บุรุษผู้ทรงเครื่องมังกรกำลังเสวนาออกรสกับหลานชายพยักหน้ารับคำของข้ารับใช้คนสนิทข้างกาย

“ร่วมโต๊ะอาหารกันสักมื้อนะจางหย่ง ปะ” เซวียนจางหย่งพยักหน้ารับ เขาลอบมองสีหน้าและแววตาพระปิตุลาที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง จากเข้มขรึมเมื่อครู่จางหายไปราวกับเป็นคนละคนอย่างเห็นได้ชัด ในยามที่ฝ่าบาทไม่ได้ว่าราชการใด ๆ พระปิตุลาของเขาก็เป็นเหมือนคนทั่วไป มียิ้ม มีหัวเราะ เฉกเช่นปุถุชนคนธรรมดา ทว่าบทบาทที่ต้องแยกกันอย่างชัดเจนนำพาบางสิ่งที่เขาต้องการที่ไม่มีใครให้เขาได้นอกจากฝ่าบาทผู้นี้

“สำรับพวกนี้ วิเศษเสียจริง”

“ขอรับ” เซวียนจางหย่งเอ่ยสนับสนุน

“เพียงไม่กี่ฝนเจ้าก็เติบใหญ่เป็นหนุ่มน้อยแล้ว ข้าก็แก่ลงไปอีกสิบสี่ปี ครบสิบสี่หนาวปีนี้เจ้าอยากได้สิ่งใดเป็นของขวัญวันเกิดล่ะ” น้ำเสียงมีความสุขอารมณ์ดีสลับกับหัวเราะร่าออกมา ก่อนที่จะเอ่ยถามผู้มีศักดิ์เป็นหลานชาย

“แค่เสด็จลุงทรงจดจำวันเกิดของกระหม่อมได้ก็ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณแล้วพ่ะย่ะค่ะ!” เซวียนจางหย่งรีบประสานมือคารวะ

“ไม่ต้องพิธีรีตองอะไรให้มาก ไหนบอกมาสิว่าเจ้าอยากได้สิ่งใด” เสียงทุ้มคะยั้นคะยอ แววตาเริ่มใส่อารมณ์ จางหย่งเห็นทีว่าเขาต้องมีอะไรสักอย่างที่ต้องการตามพระประสงค์ของพระปิตุลา

“ขอฝ่าบาทมีพระราชโองการอนุญาต ให้กระหม่อมเดินทางไปปราบชนเผ่านอกด่านที่ชายแดนเหนือด้วยพ่ะย่ะค่ะ”เซวียนจางหย่งเอ่ยด้วยน้ำเสียงมั่นคง และทันทีที่คนรอฟังคำตอบได้ยินสายตากร้าวก็เพ่งมองเด็กหนุ่มตรงหน้าในทันที

“เหตุใดเจ้าไม่ต้องการ สตรี? จวน? ที่ดิน? สิ่งใดที่ข้าให้แล้วไม่ลำบากใจเล่า”

“กระหม่อมตรึกตรองดีแล้วฝ่าบาท” นอกจากฮ่องเต้จะโกรธมากแล้วซ้ำยังจะไม่ให้อภัย

“เจ้าจะให้ข้ากับไทเฮาน้ำตาตกในตายหรืออย่างไรกัน” แววตาแห่งความเมตตาและสีหน้าอิ่มสุขเมื่อครู่หายวับไปกับตาเซวียนจางหย่งรีบคุกเข่าลงกับจดหน้าผากลงกับพื้น

“อาญามิเกล้าพ่ะย่ะค่ะ”เยวี่ยจั้นลุกยืนหันหลังให้คนคุกเข่าเต็มความสูง ก่อนที่จะเอ่ยปากเรียกอู๋กงกงเข้ามา

“เอาตัวองค์ชายเซวียนกลับจวนกั๋วกง หากไม่มีคำสั่งจากข้า ห้ามมิให้ออกจากจวนเด็ดขาด!”

เซวียนจางหย่งเบิกตาโพลงมองชายฉลองพระองค์ของผู้เป็นพระปิตุลา ระหว่างที่อู๋กงกงเข้ามายืนต่อหน้า เซวียนจางหย่งไม่อาจเลี่ยงอาญาที่องค์ฝ่าบาทลั่นออกมาได้ ทว่าถึงอย่างไรสิ่งที่เขาขอนั้นก็ยังเป็นสิ่งเดียวที่เขาต้องการในตอนนี้อยู่ดี

ถึงแม้สายพระเนตรขององค์ฮ่องเต้จะถูกทอดยาวออกไปอย่างไร้จุดหมาย ทว่าน้ำตาที่ล้นเอ่อหัวใจของเยวี่ยจั้นก็ส่อปริ่มดวงตาเมื่อย้อนนึกถึงในวันที่เซวียนผู้พ่อทำเช่นเดียวกันนี้ หลังจากที่ราชโองการถูกประทับตรา เซวียนจางหย่งน้อยก็ถูกเปลี่ยนสายป่านทันที ถึงเขายังเด็กแต่ก็รู้พอที่จะร้องงอแงถึงผู้เป็นบิดา แม้ตนจะเป็นฮ่องเต้ก็ไม่อาจบังคับให้บุตรไม่คิดถึงบิดาได้ ทั้งเขาและไทเฮาต่างก็ผ่านวันคืนที่ยากลำบากมาด้วยกัน ภาพไทเฮากอดหลานหลับไปทั้งน้ำตายังวนเวียนอยู่ในความทรงจำของเขาไม่เลือนจางไปไหน

‘เจ้าจางหย่ง ครั้งที่ข้ายอมอภัยให้เจ้าตอนที่เจ้ากลับไปอยู่จวนเก่าของพ่อเจ้าตั้งแต่สิบสองหนาวนั่นข้าก็ยอมเจ้ามากแล้ว ครั้งนี้กำเริบเสิบสานนักจะไปจากข้าไกลกว่านี้ทั้งที่เพียงสิบสี่หนาวน่ะเหรอ หรือจะต้องให้ไทเฮาประทานสมบัติมากกว่าครั้งที่แล้วหรืออย่างไรกัน เจ้าเด็กคนนี้นี่นะ’

เสียงร่ำลือแพร่กระจายออกไปเป็นวงกว้างราวกับโยนก้อนหินลงผืนน้ำอย่างรวดเร็วเรื่องฮ่องเต้ทรงกริ้ว[ ราชาศัพท์ โกรธ]เซวียนจางหย่งเป็นอย่างมาก ทั้งที่เขาเป็นผู้ล้ำเลิศทั้งด้านบู๊และบุ๋นสมกับเป็นบุตรผู้เดียวของเซวียนกั๋วกง ถึงกระนั้นเขายังไม่อาจเลี่ยงอาญาขององค์ฮ่องเต้ได้ ถึงแม้จะเป็นแค่เพียงกักบริเวณเฉพาะแค่ในจวน แต่สำหรับเซวียนจางหย่งแล้วพระอัยการู้เป็นอย่างดีว่าโทษเพียงเท่านั้นก็สร้างความอึดอัดใจให้กับม้าป่าอย่างพระราชนัดดาของเขาได้ไม่น้อย

“องค์ชาย อู๋กงกงขอรับ” เด็กหนุ่มพยักหน้ารับแสดงการอนุญาตใด ๆ ที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้

“องค์ชาย” ชายอาวุโสผ่านประตูเข้ามาหลังจากที่ถูกเปิดออกกว้างเขาค้อมตัวคำนับก่อนที่จะรับกระดาษแผ่นกว้างจากมหาดเล็กมาไว้ในมือ ครั้นก็คลี่กางออกต่อหน้าคนที่กำลังตั้งใจฟังความอยู่อย่างใจจดใจจ่อ

“เซวียนจางหย่งรับราชโองการ”เด็กหนุ่มคุกเข่าลงต่อหน้ากระดาษผืนกว้างในมือของชายอาวุโส

“พระราชานุญาตให้เซวียนจางหย่ง แต่งขบวนทัพออกสมทบกำลังกับทางชายแดนเหนือ มีผลตั้งแต่ยามนี้เป็นต้นไป”

“เป็นพระกรุณาอย่างยิ่ง” เด็กหนุ่มก้มลงคำนับราชโองการในมืออู๋กงกงจดหน้าผากลงกับพื้นอีกครั้ง ก่อนที่จะลุกขึ้นยืนพร้อมด้วยสีหน้าเปี่ยมความยินดี ในที่สุดการรอคอยของเขาก็เป็นผล ม้าป่าเปี่ยมไปพลังเช่นเขาไม่อาจจะถูกกักอยู่ในคอก ข้อนี้พระอัยกาของเขาตระหนักรู้เป็นอย่างดี

เซวียนจางหย่งเร่งตระเตรียมแต่งทัพของตนด้วยตั้งใจจะเคลื่อนขบวนทัพให้เร็วที่สุด

“ฮ่องเต้เสด็จ” เสียงขานที่เขาไม่ได้ยินมาแรมเดือน ดังขึ้นทันทีที่ประตูจวนเปิดออก

“เจ้าไม่มีใจที่จะไปลาข้ากับไทเฮาก่อนจะออกทัพเลยหรือ” ยังไม่ทันที่เซวียนจางหย่งจะเดินออกไปรับเสด็จ ฮ่องเต้ก็พระราชดำเนินเข้ามาในจวนถึงตัวเขาเสียก่อน พลันก็ตรัสด้วยน้ำเสียงอบอุ่นตัดพ้อการกระทำของเขาในทันที

“พระอาญามิพ้นเกล้าฝ่าบาท กระหม่อมคาดว่าจะทูลลาก่อนออกทัพพ่ะย่ะค่ะ” เซวียนจางหย่งกล่าวความตั้งใจจริงของตน

“เจ้าตั้งใจเช่นนั้นหรือ ข้าและไทเฮาจะรอการมาของเจ้าแล้วกันนะ” น้ำเสียงทุ้มกล่าวเพียงเท่านั้นก่อนที่จะหันหลังกลับออกไปจากจวนอย่างไม่ใส่ใจในพิธีรีตองใด

ท้องฟ้ายังไม่ทันจะสาง กองทัพที่ถูกตกแต่งตระเตรียมเรียบร้อยก็ตั้งขบวนเป็นแนวแถว นายกองเซวียนจางหย่งก้มลงคำนับฮ่องเต้และไทเฮาที่เสด็จพระราชดำเนินออกส่งพร้อมหน้า

“กระหม่อมทูลลาพ่ะย่ะค่ะ” เด็กหนุ่มคุกเข่าก้มใบหน้าลง ก่อนที่จะเงยหน้ามองพระพักตร์ของทั้งสองพระองค์ตรงหน้า

แม้สีหน้าของทั้งสองจะมีรอยยิ้มทว่าแววตาทั้งสองของคนทั้งคู่ก็เปี่ยมไปด้วยความเป็นห่วงหาที่มีต่อเขาอย่างไม่มีเสื่อมคลาย เซวียนจางหย่งจดจำแววตาของทั้งสองได้ดี ภาพจำนั้นทำให้เขามีพลังในทุกครั้งที่กรำศึก

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96KVF” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96KVF
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย กลร้ายทรายเสน่หา
8.0
มิลินถูกจับตัวไปผจญภัยในทะเลทรายอันร้อนระอุโดยพระเอกหนุ่มที่ต้องการเอาคืนหลังถูกเธอใส่ร้ายจนเสียชื่อเสียง แม้จะรู้ภายหลังว่าเป็นความเข้าใจผิด แต่เขาก็ยังบังคับให้เธอทำงานหนักเพื่อแลกกับอาหารและที่พัก ท่ามกลางอันตรายจากโจรทะเลทรายและการปะทะคารมที่ดุเดือด ความใกล้ชิดในกระโจมพักกลับค่อยๆ เปลี่ยนความบาดหมางให้กลายเป็นความเสน่หา จากคู่กัดที่พร้อมจะข่วนหน้ากันจึงเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความหวานล้ำที่อบอวลไปทั่วผืนทราย
หน้าปกนวนิยาย HOOD X MANIA จีบเเบบผู้ชายฮาร์ดคอ
8.3
เมื่อหัวใจของฉลาม หนุ่มอาชีวะจอมโหดผู้เป็นหัวโจกสุดแกร่ง ดันไปตกหลุมรักเธอเข้าอย่างจัง งานนี้ความรักฉบับดิบเถื่อนจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ ในเมื่อคนอย่างเขาถ้าลองได้ปักใจชอบใครแล้ว ก็พร้อมจะเดินหน้าลุยจีบในแบบฉบับผู้ชายสายฮาร์ดคอที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครกล้าเลียนแบบ เตรียมพบกับเรื่องราวความรักท่ามกลางสมรภูมิลูกผู้ชายที่เต็มไปด้วยความดุเดือดและจริงใจ เมื่อฉลามต้องงัดทุกกลเม็ดมาพิชิตใจเธอให้สำเร็จในฐานะลูกผู้ชายตัวจริง
หน้าปกนวนิยาย ดาวอังคารผู้ไม่เคยพ่ายแพ้
8.3
เมื่อ 5 ปีก่อน เขาตัดสินใจทิ้งคนรักไปอย่างไร้ร่องรอยด้วยความหวังว่าจะพิสูจน์ตนเองให้มีคุณค่าพอสำหรับเธอ วันนี้เขากลับมาในฐานะผู้ที่มีทั้งความสามารถและเกียรติยศอันสูงสุดเหนือใคร ทว่าสิ่งที่รอคอยเขาอยู่กลับไม่ใช่เพียงแค่หญิงสาวที่โหยหา แต่เขายังได้พบความจริงที่คาดไม่ถึงว่าตนเองมีลูกสาวตัวน้อยเพิ่มมาหนึ่งคน บทพิสูจน์ความรักและความรับผิดชอบในฐานะพ่อและคนรักจึงเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางอุปสรรคที่ถาโถม
หน้าปกนวนิยาย ฮูหยินของข้า แซ่บไม่เบา
9.3
ซูชิงซวู่ยอดสายลับสาวทะลุมิติมาอยู่ในร่างบุตรีผู้ถูกทอดทิ้งของจวนโหวอันติ้ง ซึ่งถูกตราหน้าว่าเป็นตัวกาลกิณีที่นำพาแต่ความโชคร้าย ทว่าหลังจากรอดพ้นจากเงื้อมมือโจร เธอกลับกลายเป็นคนใหม่ที่พร้อมฟาดฟันกับบิดาที่แสนเย็นชา แม่เลี้ยงจอมบงการ และอดีตคู่หมั้นที่ทรยศไปหาน้องสาวต่างแม่ เธอตั้งมั่นจะทวงคืนความยุติธรรมและจัดการคนชั่วให้สิ้นซาก แต่แผนการกลับยุ่งเหยิงเมื่อท่านอ๋องเผ่ยเสวียนจูผู้ที่เธอเคยช่วยชีวิตไว้ กลับตามตื้อเพื่อขอตอบแทนพระคุณด้วยการเอาตัวเข้าแลกในฐานะสามี
หน้าปกนวนิยาย เพลิงสิเน่หามายาลวง
8.5
เมื่ออดีตอันขมขื่นระหว่างรินดากับป้องณวัฒน์หวนกลับมาอีกครั้ง ความโกรธแค้นจากการถูกทอดทิ้งในคืนนั้นทำให้รินดาไม่ยอมอ่อนข้อให้เขาอีก เมื่อป้องณวัฒน์พยายามเข้ามาวิจารณ์และล่วงเกินเธอด้วยการโวมกอด เธอจึงตอบโต้ด้วยการตบหน้าและใช้ทักษะการต่อสู้จัดการจนเขาสิ้นฤทธิ์กองกับพื้น แม้เขาจะพยายามรื้อฟื้นความสัมพันธ์แต่รินดากลับมีเพียงความรังเกียจและคำด่าทอในใจ เธอพร้อมจะปกป้องศักดิ์ศรีของตนเองและไม่ยอมให้ชายที่เคยทำร้ายจิตใจกลับเข้ามาแตะต้องตัวเธอได้ง่ายๆ อีกต่อไป