ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย สวี่กงเหมย ดวงใจท่านแม่ทัพ

สวี่กงเหมย ดวงใจท่านแม่ทัพ

สวี่กงเหมยบุตรีบุญธรรมของปรมาจารย์พิษได้รับภารกิจสำคัญในการดูแลและปรุงยารักษาเซวียนจางหย่งแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่แห่งแดนเหนือเป็นเวลาหนึ่งปีเต็ม แม้เขาจะเป็นบุรุษสูงศักดิ์ที่ไม่เคยเหลียวแลหญิงใด แต่สาวน้อยชาวป่าที่กล้ายิงธนูใส่เขาตั้งแต่แรกพบกลับสั่นคลอนหัวใจเขาได้อย่างประหลาด ทั้งคู่เป็นดั่งไฟกับน้ำมันที่ขัดแย้งกันเสมอ ทว่าความใกล้ชิดตลอดการเดินทางสู่เมืองหลวงกลับเปลี่ยนความวุ่นวายให้กลายเป็นความผูกพัน จนสายตาของท่านแม่ทัพมีไว้เพื่อเฝ้ามองเพียงนางผู้เดียว
ตอน
แชร์

ตอน 2

“โปรดทรงพิจารณาด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ!!” แววตาราชสีห์กวาดมองกลุ่มเสนาบดีตรงหน้าด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เสียงกึกก้องของกลุ่มคนตรงหน้ายังคงดังต่อเนื่องสม่ำเสมอ สองตาคมกวาดมองเนื้อความในกระดาษผืนกว้างตรงหน้า

“ท่านเห็นควรว่าจะให้ข้าแต่งตั้งผู้ใดขึ้นเป็นรัชทายาท องค์ชายเจ็ดหลานของท่านเช่นนั้นน่ะหรือ” สีหน้าของคนนั่งบัลลังก์ราบเรียบทว่ายกยิ้มเยาะหยันความคิดของชายอาวุโส ก่อนที่จะพูดต่อ

“คนที่ไม่รู้หน้าที่ไม่ใฝ่เรียนรู้ เอาแต่ใช้ชีวิตสำราญไปวัน ๆ ท่านคิดว่าแคว้นจิ้งต้องการรัชทายาทเช่นนั้นใช่หรือไหม?”น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลังเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งในผืนทะเลกล่าวกับคนตรงหน้าที่ยึดหน้าผากของตนอยู่บนพื้น

“พระอาญามิพ้นเกล้า ข้าเซี่ยหงจงมิอาจเอื้อมพ่ะย่ะค...” น้ำเสียงสั่นเทาของเสนาบดีอาวุโสเอ่ยยังไม่ทันจบประโยค

“ท่านเสนาบดีเซี่ยหงจงท่านไม่มีชื่อของผู้ใดจะเสนอแต่ท่านกล้าที่เสนอฎีกาถอดถอนราชโองการของเจิ้น[ ฮ่องเต้เรียกแทนตัวเองกับเหล่าเสนาบดี] อย่างนี้เรียกไม่กล้าสินะ” สองตาคมทอดมองคนตรงหน้าจากบัลลังก์ เครื่องเครานุ่งห่มแสดงตำแหน่งของเซี่ยหงจงสั่นเทาอย่างไม่ต้องสังเกตก็สามารถเห็นได้ง่าย

“พระอาญามิพ้นเกล้าพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมสมควรตาย”เสนาบดีอาวุโสโยกตัวคำนับ จดหน้าผากของตนลงกับพื้นแสดงความเคารพคนบนบัลลังก์อีกหลายครั้ง เขารู้ดีว่ากระทำในการล่อแหลมครั้งนี้มีผลต่อชีวิตของตน จึงคิดเอาประเพณีที่มีมาตั้งแต่เก่าก่อนที่เขายกขึ้นเป็นข้อโต้แย้ง

“เซี่ยหงจง!!”น้ำเสียงกร้าวดั่งราชสีห์คำรามดังก้องท้องพระโรง พาให้เหล่าเสนาบดีเผลอเงยหน้าขึ้นสบพระพักตร์ราบเรียบยกเว้นแต่ผู้ที่ถูกขานชื่อ ก่อนที่ฝ่ามือกร้านจะฉวยเอาจอกน้ำชาร่อนกระทบกับพื้นแตกกระจายตรงหน้า เศษเสี้ยวกระเบื้องเนื้อดีกระดอนพื้นเข้าต้องหนังหน้าที่ร่วงโรยตามวัยพาให้โลหิตหยาดออกมาจากบาดแผลตกต้องพื้นท้องพระโรง

“ท่านคงต้องทนกับความโง่เขลาไร้สามารถที่จะพิจารณาถูกผิดของเจิ้นอย่างข้ามาหลายต่อหลายครั้งสินะ! จากนี้ท่านคงไม่ต้องทนกับสิ่งขวางหูขวางตาท่านอีกแล้ว” น้ำเสียงทุ้มยังคงราบเรียบ ทว่าทรงพลังทุกน้ำคำดำดิ่งเข้ากลางใจของคนตรงหน้า เซี่ยหงจงเสนาบดีอาวุโสได้แต่ภาวนาให้ฮ่องเต้ทรงคล้อยตามเนื้อหาในฎีกาก็เพียงเท่านั้น

เด็กหนุ่มรูปงามสง่าวัยสิบสี่หนาวทรงชุดคลุมสีดำสนิทลงดิ้นทองลายกรงเล็บพยัคฆ์ ยืนนิ่งหน้ามองตรงสีหน้าเรียบอยู่ข้างบัลลังก์ในท้องพระโรงทอดสายตามองเซี่ยหงจงแววตาส่อเยาะในความกำเริบเสิบสาน ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงของเขา

เซี่ยหงจงค้อมตัวอยู่กับพื้นเนื้อตัวสั่นงันงก เขาลอบบีบมือที่ประสานกันคารวะผู้สูงศักดิ์ไว้แน่น

“เป็นพระมหากรุณาธิคุณพ่ะย่ะค่ะ!”

ริ้วลมพัดเข้านอกออกในท้องพระโรง ทว่าก็ไม่อาจหอบเอาความตึงเครียดที่กำลังก่อตัวขึ้นในระหว่างที่ผู้ทรงบัลลังก์กำลังพิจารณาฎีกาที่เซี่ยหงจงยื่นเข้ามาได้ สีหน้าคร่ำเครียดของมหาบัณฑิตข้างบัลลังก์ตั้งอกตั้งใจวาดพู่กันลงบนกระดาษผืนกว้างจารึกลายลักษณ์อักษรตามคำวินิจฉัยขององค์ฮ่องเต้อยู่ครู่ใหญ่ ก่อนที่อู๋กงกงที่ยืนรอถวายงานอยู่หน้าแท่นบัลลังก์จะเดินเข้ามารับม้วนกระดาษที่มหาบัณฑิตยื่นมาให้ตามขั้นตอนตุลาการ

“พระอาญามิพ้นเกล้า อู๋กงกงน้อมรับราชโองการ” ชายอาวุโสก้มศีรษะคำนับต่อหน้าบัลลังก์ก่อนที่จะคลี่กระดาษม้วนหนาในมือออกอ่าน

“พระวินิจฉัยองค์ฮ่องเต้เยวี่ยจั้น ราชวงศ์จิ้ง มีความดังนี้ ขุนนางขั้นสองเซี่ยหงจง ประพฤติตนผิดทำนองคลองธรรม ยื่นมือเข้าไปวุ่นวายกับวังหลังซ้ำยุยงบรรดาองค์ชายให้แตกสามัคคี โทษมหันต์นัก ให้นำตัวเข้าคุกหลวงรอประหารในอีกสามวันจากนี้ เซี่ยเจาอี๋ไม่สามารถควบคุมดูแลบิดาและบุตรชายได้ ส่งเข้าตำหนักเย็น องค์ชายเจ็ดไม่สนใจการเล่าเรียน แอบอ้างบารมีเบื้องสูงข่มบุตรหลานขุนนางใหญ่จนเป็นที่เอือมระอา ให้ขุกเข่าอยู่หน้าศาลบรรพชนสามวัน จากนั้นถอดยศเป็นสามัญชน ชั่วชีวิตห้ามเหยียบเข้าเมืองหลวงอีก หากฝ่าฝืนให้ประหารได้ทันที แล้วจึงรายงานภายหลัง”

เซี่ยหงจงผู้ถูกพิพากษาพลันก็ทรุดเข่าลงกับพื้นทันทีที่ได้ยินพระราชวินิจฉัยที่ส่งผลกระทบไปยังลูกสาวและหลานชายทำให้เขาทุกข์จนแทบกระอักเลือด ใบหน้าของเขาถอดสีไม่มีเค้าความอวดดีหลงเหลืออยู่ เขาไม่นึกว่าเวลาล่มสลายของสกุลเซี่ยจะมาถึงเพราะการกระทำของเขา ยุครุ่งโรจน์ที่สืบมาแต่บรรพบุรุษนับร้อยปีมาจบลงภายในชั่วจิบชา

“พระอาญามิพ้นเกล้า ขอฝ่าบาททรงเมตตากระหม่อมด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ”สองเข่าของเซี่ยหงจงรีบคลานเข้าไปยังหน้าบัลลังก์อย่างรู้งาน ด้วยหวังจะอุทธรณ์โทษที่ตนได้รับ อย่างน้อยเขาก็เคยมีความดีความชอบสะสมมาบ้าง ทว่าเซวียนจางหย่งชักกระบี่ออกจากฝักเข้าขวางหน้า บ่งบอกให้เขารับรู้ว่าไม่ได้รับสิทธิ์แม้กระทั่งขออุทธรณ์ ทั้งยังเล็งปลายคมจ่อเข้ากับใบหน้าน่ารังเกียจห่างจากดวงตาของเขาไม่ถึงสองชุ่น

ร่างของชายอาวุโสสิ้นสติกลางท้องพระโรงท่ามกลางเสียงโหวกเหวกและโวยวายของสายเลือดสกุลเซี่ย ฮองเต้เห็นต่อตาเช่นนั้นก็ได้แต่โบกพระหัตถ์ไล่อย่างมิได้ใส่ใจ อู๋กงกงพยักหน้าให้ข้าหลวงพาร่างไร้ซึ่งสติของอดีตขุนนางใหญ่ออกจากท้องพระโรงไป

เจ้าของดวงตาพยัคฆ์กวาดมองความวุ่นวายในท้องพระโรง ก่อนที่จะทรงพระราชดำเนินออกจากบัลลังก์พร้อมกับเซวียนจางหย่งพระราชนัดดาโดยมีอู๋กงกงรีบตามไปติด ๆ ยังตำหนักกลาง ก่อนจะเดินลัดออกไปทางห้องเครื่อง

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ข้ามภพมารักเธอ
9.1
ในวินาทีที่ชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้ายท่ามกลางพายุคลั่งและท้องฟ้าที่แปรปรวนอย่างหนัก ผมกลับต้องเผชิญกับสถานการณ์ระทึกขวัญเมื่อเสียงตะโกนด่าทอของกลุ่มคนร้ายดังประสานไปกับเสียงร้องโหยหวนอย่างน่าเวทนา ท่ามกลางความวุ่นวายนั้น ปรากฏร่างมหึมาของเสือลายพาดกลอนที่มีเขี้ยวแหลมคมน่าเกรงขาม มันคำรามก้องพร้อมจู่โจมอย่างดุร้าย กลายเป็นจุดเริ่มต้นของโชคชะตาบทใหม่ที่เต็มไปด้วยอันตรายและเรื่องราวเหนือจินตนาการที่ผมไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ในต่างภพ
หน้าปกนวนิยาย อะไรนะ! เจ้าอยากเป็นเซียนอย่างงั้นเหรอ!?
9.6
เสียงตะโกนที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นดังกึกก้องไปทั่วสวรรค์ เมื่อชายหนุ่มผู้หนึ่งตั้งคำถามกับโชคชะตาว่าเหตุใดความปรารถนาที่จะเป็นเซียนของเขาถึงถูกกีดกันอย่างโหดร้าย ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยจิตสังหารอันรุนแรง เขายืนหยัดอย่างไม่เกรงกลัวขณะแหงนหน้าเผชิญหน้ากับเงาลึกลับทั้งเก้าที่คอยขัดขวางเส้นทางสู่ความเป็นอมตะ การต่อสู้เพื่อพิสูจน์เจตนารมณ์ท่ามกลางอุปสรรคจากเบื้องบนจึงเริ่มต้นขึ้นในมหากาพย์แห่งการล้างแค้นและการฝึกตน
หน้าปกนวนิยาย เล่ห์รักในรอยทราย
9.1
มินทราภาต้องเผชิญกับจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่เมื่อถูกชายปริศนาบุกรุกเข้าหาถึงในห้องพักโรงแรม แม้เธอจะพยายามป้องกันตัวแต่กลับพบว่าเขาคือแขกคนสำคัญ ความเข้าใจผิดนำไปสู่ความสัมพันธ์อันซับซ้อน เมื่อจอมโอหังอย่างเจ้าชายคริสตินเริ่มมีใจให้สาวงามที่เขาเคยสบประมาท เขาจึงวางแผนพาเธอไปยังดินแดนของตนเพื่อพิสูจน์รักแท้ ทว่ามินทราภากลับถูกลักพาตัวไปหมายเอาชีวิตท่ามกลางทะเลทรายอันกว้างใหญ่ ทั้งคู่ต้องร่วมกันฟันฝ่าอันตรายเพื่อรักษาชีวิตและความรักที่เพิ่งก่อตัวขึ้น
หน้าปกนวนิยาย คู่หมั้นที่ทิ้งเธอให้ตาย
8.0
ท่ามกลางพายุหิมะอันโหดร้าย ฉันถูกคู่หมั้นทรยศอย่างเลือดเย็นด้วยการมอบอุปกรณ์รอดชีวิตที่เป็นผลงานทั้งชีวิตของฉันให้แก่หญิงคนใหม่ของเขา เขาปล้นโทรศัพท์ดาวเทียมและผลักฉันลงหลุมหิมะให้ตายทั้งเป็น ขณะที่ชู้รักของเขายิ้มเยาะพร้อมทำลายชุดกันหนาวชุดสุดท้ายของฉันทิ้งอย่างไร้ความปราณี พวกเขาจากไปโดยทิ้งฉันไว้กับความหนาวเหน็บที่กัดกินกระดูก ทว่าสิ่งที่พวกเขาไม่รู้คือฉันได้ซ่อนสัญญาณลับไว้ในแขนเสื้อ และฉันได้รวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายเพื่อเปิดใช้งานมันเพื่อโอกาสในการรอดชีวิต
หน้าปกนวนิยาย สาวน้อยผู้นำพาครอบครัวสู่ความมั่งคั่ง เล่ม 3
9.0
จากอดีตผู้รอดชีวิตในยุคซอมบี้ล้างโลก ฉินหลิวซีได้โอกาสเกิดใหม่เป็นเด็กหญิงวัยห้าขวบในครอบครัวที่แสนยากจน แถมยังถูกญาติพี่น้องรุมกดขี่ข่มเหงอย่างไม่เป็นธรรม เมื่อโชคชะตาเล่นตลกเธอจึงขอประกาศกร้าวว่าจะไม่ยอมก้มหัวให้โชคชะตาอีกต่อไป ถึงเวลาที่เธอต้องลุกขึ้นมาใช้ความสามารถที่มีเพื่อพลิกฟื้นฐานะและนำพาทุกคนในครอบครัวก้าวข้ามความลำบากมุ่งสู่ความมั่งคั่งร่ำรวยอย่างที่ใครก็คาดไม่ถึงในโลกใบใหม่นี้
หน้าปกนวนิยาย ปล้นรัก(ว่าที่)คุณสามี
9.7
เมื่อโชคชะตาเล่นตลกให้ มีนา หัวขโมยสาวมือฉกาจโคจรมาพบกับ เมฆา นายตำรวจหนุ่มฝีมือเยี่ยมผู้ยึดมั่นในความถูกต้อง แม้ความผิดในอดีตที่เธอเคยบุกปล้นบ้านเขาจะกลายเป็นชนักติดหลัง แต่ความใกล้ชิดกลับแปรเปลี่ยนเป็นความผูกพันที่ยากจะถอนตัว ท่ามกลางกำแพงของสถานะที่ต่างกันสุดขั้ว เมฆาพยายามพิสูจน์ว่าความรักไม่มีกฎเกณฑ์และพร้อมจะปรับตัวเข้าหาเธอ ขอเพียงแค่มีนามอบโอกาสให้เขาได้ดูแลหัวใจโจรสาวคนนี้ตลอดไปในฐานะคนรักที่มั่นคง