ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย สวี่กงเหมย ดวงใจท่านแม่ทัพ

สวี่กงเหมย ดวงใจท่านแม่ทัพ

สวี่กงเหมยบุตรีบุญธรรมของปรมาจารย์พิษได้รับภารกิจสำคัญในการดูแลและปรุงยารักษาเซวียนจางหย่งแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่แห่งแดนเหนือเป็นเวลาหนึ่งปีเต็ม แม้เขาจะเป็นบุรุษสูงศักดิ์ที่ไม่เคยเหลียวแลหญิงใด แต่สาวน้อยชาวป่าที่กล้ายิงธนูใส่เขาตั้งแต่แรกพบกลับสั่นคลอนหัวใจเขาได้อย่างประหลาด ทั้งคู่เป็นดั่งไฟกับน้ำมันที่ขัดแย้งกันเสมอ ทว่าความใกล้ชิดตลอดการเดินทางสู่เมืองหลวงกลับเปลี่ยนความวุ่นวายให้กลายเป็นความผูกพัน จนสายตาของท่านแม่ทัพมีไว้เพื่อเฝ้ามองเพียงนางผู้เดียว
ตอน
แชร์

ตอน 1

เหตุผลหลักที่ทำให้แคว้นจิ้งเข้มแข็งและเรืองอำนาจกว่าแคว้นอื่นใดในอาณาจักรปกครองตนเอง หลักด้วยฮ่องเต้มากความสามารถกรอปกับแม่ทัพกล้าหาญและเชี่ยวชาญการรบ เช่น เซวียนจางหย่ง ผู้พิทักษ์แผ่นดินข้างกายพระปิตุลา

เขาคือบุตรชายของเซวียนกั๋วกงแม่ทัพใหญ่และองค์หญิงรองเยวี่ยหลี พระธิดาในอุทรของไทเฮาผู้เป็นพระขนิษฐาร่วมสายโลหิตของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน(เยวี่ยจั้น) พ่อ แม่ ลูก พร้อมหน้าได้เพียงไม่ถึงหนึ่งหนาวพระมารดาก็ต้องมาจากไปทั้งที่เซวียนจางหย่งยังไม่อาจได้จดจำใบหน้ามารดาได้ด้วยซ้ำ เยวี่ยหลีผู้อาภัพจากลาบุตรและสามีของนางอย่างไม่มีวันกลับ รวดเร็วเกินกว่าที่เซวียนกั๋วกงจะรับโชคชะตาอันเป็นไปนี้ได้

“ขอพระองค์ทรงลงพระราชโองการด้วยเถิด” น้ำเสียงห้าวหาญของแม่ทัพใหญ่เซวียนกั๋วกงก้องกร้าวไปทั่วท้องพระโรง สองเข่าคุกลงก้มหน้าต่อราชบัลลังก์ที่ว่างเปล่าเช่นนั้นอยู่สามชั่วยาม เรื่องถึงพระกรรณฮ่องเต้ พระองค์จึงได้เสด็จออกท้องพระโรงในเวลาต่อมา

“ฮ่องเต้เสด็จ” เสียงเบิกทางขานก้องระหว่างทางพระราชดำเนิน ก่อนที่เงาแห่งอำนาจจะทอดยาวผ่านประตูท้องพระโรงที่ไม่ได้ลงดานตลอดสามวัน

“เหตุใดท่านจึงอยากจะออกทัพเล่า ทหารที่หัวเมืองเหนือของเราก็ยังเข้มแข็ง ทั้งจางหย่งก็เพิ่งจะได้เพียงสามหนาว” ซุ่มเสียงทรงอำนาจเอ่ยเนิบนาบเต็มไปด้วยความปรานี

“หัวเมืองเหนือกำเริบด้วยคนเถื่อนแตกออกเป็นก๊กเป็นเหล่า อาจสั่นคลอนแคว้นจิ้งพ่ะย่ะค่ะ” เซวียนกั๋วกงเอ่ยตอบสิ่งที่มีความจริงเจืออยู่เพียงเสี้ยวด้วยมิอาจเพ็ดทูลความเป็นจริงที่อยู่ภายในใจของเขา เขาจะกราบทูลมูลเหตุว่านับวันที่จางหย่งน้อยเติบโตใบหน้าเล็กของเขาก็ยิ่งละม้ายหญิงอันเป็นที่รักผู้จากไปอย่างไม่มีวันกลับได้อย่างไรกัน ถ้าเขาเพ็ดทูล[ พูดกับเจ้านาย]ออกไปเช่นนั้นนอกจากพระองค์จะไม่ทรงลงราชโองการแล้วเขาอาจจะต้องอาญาในฐานะบิดาที่ทอดทิ้งบุตรได้

“อืม หากท่านเห็นดีเช่นนั้น ข้าก็คงห้ามอะไรไม่ได้สินะ” เซวียนกั๋วกงได้ยินพระบรมราชานุญาตก็เผลอลืมตัวเงยหน้าขึ้นสบพระพักตร์ฮ่องเต้ สายพระเนตรที่ทอดมองเขาเต็มไปด้วยความเมตตา เขาได้แต่นึกคิดอยู่ในใจด้วยไม่รู้จะเอ่ยปากเรื่องจางหย่งน้อยบุตรชายของเขากับองค์ฮ่องเต้อย่างไร

“เป็นพระมหากรุณาธิคุณพ่ะย่ะค่ะ” เขาจรดหน้าผากลงเสมอพื้นแสดงความเคารพบุคคลตรงหน้า ในขณะที่ซุนเหย้าถิงขันทีหน้าหอก้าวเข้าไปยืนต่อหน้าพระพักตร์ พานให้เซวียนกั๋วกงเผลอเงยหน้าขึ้นมอง แต่ก็ไม่ทันที่จะรู้ได้ว่าฮ่องเต้มีคำสั่งใดต่อซุนเหย้าถิง[ ขันทีคนสุดท้ายของจีน]

“บุตรชายของท่าน ฮ่องเต้จะทรงรับอุปการะในฐานะพระราชนัดดาของพระองค์” ทันทีที่ซุนเหย้าถิงเอ่ยจบ ความรู้สึกยินดีสายหนึ่งก็แล่นเข้าสู่กลางใจเซวียนกั๋วกง ทว่าเขาก็ไม่อาจแสดงความดีใจที่มีล้นอกต่อพระพักตร์ฮ่องเต้ได้ ทำได้แต่จรดหน้าผากลงกับพื้นแสดงสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ตนและบุตรได้รับ

“เป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้พ่ะย่ะค่ะ”เขาคำนับอยู่เช่นนั้นสามครั้งจนกระทั่งฮ่องเต้เสร็จออกจากท้องพระโรง เขารีบแต่งทัพทันทีที่พระบรมราชโองการมาถึงเพื่อเดินทางสู่หัวเมืองเหนือในสามวันถัดไป

หลังจากที่กั๋วกงผู้เป็นบิดาแต่งทัพสู่หัวเมืองเหนือในเช้าวันนั้น จางหย่งน้อยก็ได้เดินทางเข้าสู่พระราชวังภายใต้การจัดแจงของซุนเหย้าถิง ความซุกซนน่ารักของจางหย่งน้อยทำให้นางในต่างก็ปั่นป่วนไปด้วยรอยยิ้ม พานให้ความสุขขององค์ไทเฮา[ ตำแหน่งไท่โฮ่ว (ไทเฮา) - เป็นพระอัครมเหสีของฮ่องเต้องค์เก่า อาจเป็นแม่ของฮ่องเต้รัชกาลปัจจุบันหรือไม่เป็นก็ได้]ก็ทวีคูณตามไปด้วย

“องค์ชายน้อยทางนี้เพคะ” เสียงหัวเราะคิกคักสลับเสียงหัวเราะร่าของเด็กน้อยวัยเตาะแตะก้องไปทั่วสวนดอกไม้งดงาม พาให้ข้ารับใช้ต่างก็กระซิบกระซาบในสิ่งที่พวกนางได้เห็น

“ดูรอยยิ้มของไทเฮาสิ ข้าไม่เคยเห็นเช่นนั้นมาก่อนเลย”

“นั่นสิ นั่นสิ”

หลังจากที่องค์ฮ่องเต้รับเซวียนจางหย่งไว้ในพระราชอุปการะ เด็กน้อยวัยสามหนาวก็ได้เข้าพำนักในวังหลวง สายป่านชีวิตของเขาถูกเปลี่ยนจากมือคุณชายจวนกั๋วกงมาเป็นองค์ชายชั้นรองฐานะพระราชนัดดาของฮ่องเต้และองค์ไทเฮา เขาถูกชุบเลี้ยงเฉกเช่นกับเหล่าองค์ชายองค์อื่น ๆ ท่ามกลางความรักของพระปิตุลา[ ราชาศัพท์ แปลว่า ลุง]และพระอัยยิกา[ ราชาศัพท์ แปลว่า ย่า,ยาย]บนวิถีชีวิตที่เรียบง่ายจนเติบใหญ่ เขาเข้านอกออกวังเล็กวังน้อยที่อยู่ภายในวังหลังได้อย่างทะลุปรุโปร่งและมักแวะเวียนไปหาองค์ไทเฮาที่วังโซ่วคังกง ทั้งยังร่วมเสวยพระกระยาหารมื้อเช้ากับฮ่องเต้ที่ตำหนักกลางเสมอ ก่อนที่จะไปร่วมชั้นเรียนกับเหล่าองค์ชายที่วังนอก

ถึงแม้จางหย่งจะเป็นองค์ชายแต่เขาก็เป็นเพียงได้แค่องค์ชายรองไม่อาจมีพระศักดิ์เทียบเท่ากับองค์รัชทายาทผู้เป็นราชบุตรสายตรงจากองค์ฮ่องเต้

ถึงกระนั้นก็ยังมีคำล่ำลือกันเป็นวงกว้างว่าจางหย่งน้อยอาจได้รับการแต่งตั้งให้เป็นองค์รัชทายาทเมื่อเติบใหญ่ ด้วยนับวันความปรีชาชาญทั้งบู๊และบุ๋นของเขาก็ทวีขึ้นรอบด้าน คำล่ำลือนั้นจึงใกล้ที่จะเป็นจริงขึ้นในทุกวัน

“ขอฝ่าบาท ได้โปรดพิจารณาด้วยเถิด!”

“ได้โปรดทรงพิจารณาด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ!!”เสียงอื้ออึงของเหล่าเสนาบดีกึกก้องท้องพระโรงอยู่ซ้ำ ๆ ต่อหน้าบัลลังก์ เพื่อให้พิจารณาการวินิจฉัยแต่งตั้งองค์รัชทายาทนอกสายเลือดนั้นเป็นเรื่องนอกรีต[ จารีต ประเพณี การปฏิบัติกันสืบเนื่องมายาวนาน ]

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ข้ามภพมารักเธอ
9.1
ในวินาทีที่ชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้ายท่ามกลางพายุคลั่งและท้องฟ้าที่แปรปรวนอย่างหนัก ผมกลับต้องเผชิญกับสถานการณ์ระทึกขวัญเมื่อเสียงตะโกนด่าทอของกลุ่มคนร้ายดังประสานไปกับเสียงร้องโหยหวนอย่างน่าเวทนา ท่ามกลางความวุ่นวายนั้น ปรากฏร่างมหึมาของเสือลายพาดกลอนที่มีเขี้ยวแหลมคมน่าเกรงขาม มันคำรามก้องพร้อมจู่โจมอย่างดุร้าย กลายเป็นจุดเริ่มต้นของโชคชะตาบทใหม่ที่เต็มไปด้วยอันตรายและเรื่องราวเหนือจินตนาการที่ผมไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ในต่างภพ
หน้าปกนวนิยาย อะไรนะ! เจ้าอยากเป็นเซียนอย่างงั้นเหรอ!?
9.6
เสียงตะโกนที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นดังกึกก้องไปทั่วสวรรค์ เมื่อชายหนุ่มผู้หนึ่งตั้งคำถามกับโชคชะตาว่าเหตุใดความปรารถนาที่จะเป็นเซียนของเขาถึงถูกกีดกันอย่างโหดร้าย ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยจิตสังหารอันรุนแรง เขายืนหยัดอย่างไม่เกรงกลัวขณะแหงนหน้าเผชิญหน้ากับเงาลึกลับทั้งเก้าที่คอยขัดขวางเส้นทางสู่ความเป็นอมตะ การต่อสู้เพื่อพิสูจน์เจตนารมณ์ท่ามกลางอุปสรรคจากเบื้องบนจึงเริ่มต้นขึ้นในมหากาพย์แห่งการล้างแค้นและการฝึกตน
หน้าปกนวนิยาย เล่ห์รักในรอยทราย
9.1
มินทราภาต้องเผชิญกับจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่เมื่อถูกชายปริศนาบุกรุกเข้าหาถึงในห้องพักโรงแรม แม้เธอจะพยายามป้องกันตัวแต่กลับพบว่าเขาคือแขกคนสำคัญ ความเข้าใจผิดนำไปสู่ความสัมพันธ์อันซับซ้อน เมื่อจอมโอหังอย่างเจ้าชายคริสตินเริ่มมีใจให้สาวงามที่เขาเคยสบประมาท เขาจึงวางแผนพาเธอไปยังดินแดนของตนเพื่อพิสูจน์รักแท้ ทว่ามินทราภากลับถูกลักพาตัวไปหมายเอาชีวิตท่ามกลางทะเลทรายอันกว้างใหญ่ ทั้งคู่ต้องร่วมกันฟันฝ่าอันตรายเพื่อรักษาชีวิตและความรักที่เพิ่งก่อตัวขึ้น
หน้าปกนวนิยาย คู่หมั้นที่ทิ้งเธอให้ตาย
8.0
ท่ามกลางพายุหิมะอันโหดร้าย ฉันถูกคู่หมั้นทรยศอย่างเลือดเย็นด้วยการมอบอุปกรณ์รอดชีวิตที่เป็นผลงานทั้งชีวิตของฉันให้แก่หญิงคนใหม่ของเขา เขาปล้นโทรศัพท์ดาวเทียมและผลักฉันลงหลุมหิมะให้ตายทั้งเป็น ขณะที่ชู้รักของเขายิ้มเยาะพร้อมทำลายชุดกันหนาวชุดสุดท้ายของฉันทิ้งอย่างไร้ความปราณี พวกเขาจากไปโดยทิ้งฉันไว้กับความหนาวเหน็บที่กัดกินกระดูก ทว่าสิ่งที่พวกเขาไม่รู้คือฉันได้ซ่อนสัญญาณลับไว้ในแขนเสื้อ และฉันได้รวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายเพื่อเปิดใช้งานมันเพื่อโอกาสในการรอดชีวิต
หน้าปกนวนิยาย สาวน้อยผู้นำพาครอบครัวสู่ความมั่งคั่ง เล่ม 3
9.0
จากอดีตผู้รอดชีวิตในยุคซอมบี้ล้างโลก ฉินหลิวซีได้โอกาสเกิดใหม่เป็นเด็กหญิงวัยห้าขวบในครอบครัวที่แสนยากจน แถมยังถูกญาติพี่น้องรุมกดขี่ข่มเหงอย่างไม่เป็นธรรม เมื่อโชคชะตาเล่นตลกเธอจึงขอประกาศกร้าวว่าจะไม่ยอมก้มหัวให้โชคชะตาอีกต่อไป ถึงเวลาที่เธอต้องลุกขึ้นมาใช้ความสามารถที่มีเพื่อพลิกฟื้นฐานะและนำพาทุกคนในครอบครัวก้าวข้ามความลำบากมุ่งสู่ความมั่งคั่งร่ำรวยอย่างที่ใครก็คาดไม่ถึงในโลกใบใหม่นี้
หน้าปกนวนิยาย ปล้นรัก(ว่าที่)คุณสามี
9.7
เมื่อโชคชะตาเล่นตลกให้ มีนา หัวขโมยสาวมือฉกาจโคจรมาพบกับ เมฆา นายตำรวจหนุ่มฝีมือเยี่ยมผู้ยึดมั่นในความถูกต้อง แม้ความผิดในอดีตที่เธอเคยบุกปล้นบ้านเขาจะกลายเป็นชนักติดหลัง แต่ความใกล้ชิดกลับแปรเปลี่ยนเป็นความผูกพันที่ยากจะถอนตัว ท่ามกลางกำแพงของสถานะที่ต่างกันสุดขั้ว เมฆาพยายามพิสูจน์ว่าความรักไม่มีกฎเกณฑ์และพร้อมจะปรับตัวเข้าหาเธอ ขอเพียงแค่มีนามอบโอกาสให้เขาได้ดูแลหัวใจโจรสาวคนนี้ตลอดไปในฐานะคนรักที่มั่นคง