ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย นางมารหมื่นบุปผา

นางมารหมื่นบุปผา

เฉิงจิ้นเหอ ยอดแม่ทัพผู้เก่งกล้าได้รับภารกิจสำคัญให้เดินทางเข้าสู่ดินแดนลี้ลับเพื่อปราบปรามขุมกำลังของเหล่ามารร้าย โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการล้างแค้น นางมารหมื่นบุปผา สตรีเลือดเย็นผู้พรากชีวิตคู่หมั้นของเขาไปอย่างโหดเหี้ยม ทว่าเมื่อการเผชิญหน้าเริ่มต้นขึ้น ความแค้นที่เคยแผดเผากลับสั่นคลอน เมื่อนางมารผู้ถูกตราหน้าว่าเป็นศัตรูตัวร้ายกลับทำให้หัวใจที่เคยด้านชาของจอมทัพหนุ่มเริ่มหวั่นไหวและเบ่งบานด้วยความรู้สึกที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนในชีวิต
ตอน
แชร์

ตอน 2

ไต้ซือเฒ่าช่วยชีวิตเด็กหญิงไว้และนำไปฝากไว้กับ เพ่ยหลิน ประมุขพรรคบุปผาสวรรค์พรรคมาร สตรีที่ครั้งหนึ่งเคยผูกใจรักต่อเขาหากแต่หยางเซิงกลับเลือกที่จะตัดขาดตัวเองจากโลกียะเข้าสู่โลกแห่งธรรมตลอดชีวิต ต่อมาเมื่อฟางซินเติบโตขึ้นนางจึงเก็บเรื่องราวความแค้นไว้ในใจและฝึกวิทยายุทธอันเป็นความสามารถในสายเลือดก่อนขึ้นเป็นประมุขใหญ่แห่งพรรคมารในวัยเพียงสิบเจ็ดปีจากการแต่งตั้งของเพ่ยหลินเพราะนางไม่มีลูก เส้นทางชีวิตของเด็กหญิงคนหนึ่งที่เห็นพ่อแม่ถูกฆ่าต่อหน้าต่อตากลับกลายเป็นหนึ่งในผู้เยี่ยมยุทธและอันตรายที่สุดในยุทธจักร ใครต่างต้องการตัวนางด้วยเชื่อว่านางมารหมื่นบุปผาคือผู้ได้ครอบครองคัมภีร์สะท้านภิภพอย่างเฟิงเหลย

“ข้ามากับเหมยเหม่ยเพียงเท่านั้น”

ฟางซินตอบน้ำเสียงจริงจังขณะสายตาของนางไม่ยอมละไปจากไต้ซือเฒ่าซึ่งถือได้ว่าเป็นผู้ให้ชีวิตสำคัญยิ่ง

“ฟางซิน...ตอนนี้ใครต่างต้องการตัวเจ้า จอมยุทธมากมายต่างควานหาตัวนางมารหมื่นบุปผา”

“หึ...ก็ด้วยเหตุผลเดียวคือคัมภีร์เล่มนั้น”

“ข้าได้เตือนเพ่ยหลินแล้วครั้งหนึ่งตอนฝากเจ้าไว้กับนาง ว่าอย่าให้เจ้าแตะต้องวรยุทธไม่ว่าจะเป็นกระบวนท่าใดก็ตาม”

“ท่านห้ามมิได้ดอก ในเมื่อข้านี้เองเป็นคนขอให้ท่านแม่สั่งสอนมันให้แก่ข้า”

“ยุทธภพนี้หนอวุ่นวาย ใยเจ้าจึงยอมให้กิเลศฝ่ายต่ำครอบงำตัวเอง”

“มิมีอำนาจใดจักครอบครองข้าได้!”

น้ำเสียงหนักของนางบังเกิดลมพัดไหววูบจนเปลวเทียนที่จุดรอบอารามดับไปเกือบททั้งหมด ยังเหลือเปลวสีทองของเทียนต่อหน้าองค์พระและทำให้หยางเซินไต้ซือชะงักงันเมื่อเขานึกอะไรได้บางอย่าง

“นี่คืออำนาจแห่งลมปราณภายในกายเจ้า มันหนักหน่วงและทรงพลังยิ่งจนอาจทำลายอารามเล็ก ๆ นี้ได้ในพริบตา ไม่สิ...มันอาจทำลายอารามในวัดนี้ได้ทีเดียวทั้งหมด ฟางซิน...นี่เจ้าฝึกวรยุทธจากคัมภีร์ฟางเหลยถึงขั้นสูงแล้วใช่หรือไม่”

เมื่อถูกเตือนสติอารมณ์ของฟางซินจึงสงบลง นางตวัดสายตาเพียงน้อยเปลวไฟก็จุดขึ้นบนเทียนไขจนอารามเล็กสว่างไสวขึ้นอีกครั้งแต่ยังความตระหนกแก่ไต้ซือเฒ่ายิ่งนัก นางไม่ยอมตอบขณะหยางเซินไต้ซือส่ายหน้าและทอดถอนใจ

“ฟางซิน...เจ้าไม่บอกข้าก็ไม่เป็นไร เมื่อเจ้ามาที่นี่ก็ดีแล้ว ข้ามีเรื่องที่อยากถาม...เมื่อไม่กี่วันมานี้มีคนจากราชสำนักเดินทางมายังเขาหวงซานแต่ถูกฆ่าตายทั้งหมด เจ้า...คือผู้ปลิดชีพคนเหล่านั้นใช่หรือไม่?”

“ข้าไม่รู้ไม่เห็นกับเรื่องที่ท่านว่ามา”

ผู้ฟังเลิกคิ้วขาวโพลนด้วยความฉงน “เจ้าว่าอย่างไรนะ นี่เจ้าแกล้งไม่รู้หรือว่าไม่รู้เรื่องจริง ๆ กันแน่”

“ผิดก็ว่าผิด ถูกก็ว่าถูก ถึงข้าจะอยู่พรรคมารแต่ก็รู้ถึงคุณของสัจจะว่ามีค่ามากแค่ไหน สิ่งใดที่ข้าไม่ได้ทำจะให้ข้ารับว่าทำได้อย่างไร”

“แต่มีหลักฐานบ่งบอกว่าคนของราชสำนักเหล่านั้นตายด้วยกลีบดอกไม้ปลิดวิญญาณซึ่งใคร ๆ ก็รู้ดีว่ามันเป็นอาวุธของนางมารหมื่นบุปผา”

ฟางซินเลิกรอยคิ้วโก่งคมของนางขึ้นบ้าง แม้จะล่วงรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างในยุทธภพหากนางมารแห่งวังหมื่นบุปผาให้รู้สึกฉงนต่อคำบอกเล่าของไต้ซือเฒ่า กลีบดอกไม้ปลิดวิญญาณคืออาวุธอันน่ากลัวเกรงของนางที่แปรเปลี่ยนกลีบดอกไม้บอบบางเป็นอาวุธคมกริบเด็ดชีพคนทีเดียวได้นับร้อยนับพัน สักครู่นางจึงยืดไหล่ขึ้นนัยน์ตาของฟางซินสะท้อนแสงจากตะเกียงดูกล้าแข็งขณะจ้องหน้าคู่สนทนาซึ่งอยู่ห่างไปเพียงไม่กี่ก้าว

“แล้วข้าจะทำเช่นนั้นเพื่อจุดประสงค์อันใดเล่า ฆ่าคนที่มิใช่ศัตรูนั้นหาใช่สิ่งที่ข้าจะกระทำไม่”

หยางเซิงไต้ซือลูบเคราสีดอกเลาและมีสีหน้าครุ่นคิด

“บ้านเมืองกำลังวายวุ่น แคว้นต่าง ๆ แตกแยกออกราวแขนงสายน้ำ ผู้ใดได้ชื่อว่ากล้าแข็งจักต้องถูกโค่นล้มอำนาจเพื่อมิให้เป็นขวากหนามทางเดิน หากการตายของคนเหล่านั้นมิได้เป็นเพราะน้ำมือเจ้าก็อาจมีใครสวมรอยเพื่อป้ายสีความผิดให้ผู้คนยิ่งเกลียดชัง”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เทพเจ้าแห่งอสูร: พิชิตทุกพิภพด้วยหมื่นภูตผี
8.9
เมื่อสุดยอดทหารรับจ้างจากศตวรรษที่ 26 กลับชาติมาเกิดเป็นลูกเลี้ยงไร้ค่าในตระกูลดัง นางจึงลุกขึ้นสู้เพื่อทวงคืนความยิ่งใหญ่ด้วยพลังทุกธาตุและศาสตร์ลัทธิภูตผีที่สร้างขึ้นเอง จนก้าวข้ามอัจฉริยะทั้งห้าภพในฐานะราชาผีผู้สั่งการวิญญาณนับหมื่น ทว่าท่ามกลางการแก้แค้นและการสยบศัตรู นางกลับต้องรับมือกับจักรพรรดิหนุ่มลึกลับที่ตามตื้อไม่เลิก แม้เย่วเฉิงเฟิงจะมองว่าบุรุษคือตัวถ่วง แต่ความสัมพันธ์อันยุ่งเหยิงนี้กลับท้าทายหัวใจของนางในเส้นทางสู่การเป็นเทพเจ้าแห่งอสูร
หน้าปกนวนิยาย สาวน้อยผู้นำพาครอบครัวสู่ความมั่งคั่ง เล่ม 1
9.0
หลังจบชีวิตลงในโลกที่ล่มสลายเพราะฝูงซอมบี้ ฉินหลิวซีก็ได้โอกาสเกิดใหม่ในร่างเด็กหญิงวัยห้าขวบผู้แสนอาภัพ เธอต้องเผชิญกับความยากจนข้นแค้นและถูกเหล่าญาติมิตรคอยกดขี่ข่มเหงอย่างไม่เป็นธรรม เมื่อเป็นเช่นนี้เธอจึงตัดสินใจลุกขึ้นสู้เพื่อเปลี่ยนแปลงโชคชะตาของตนเองและคนในบ้าน โดยตั้งปณิธานไว้อย่างแน่วแน่ว่าจะใช้ความสามารถที่มีนำพาครอบครัวก้าวข้ามความลำบากและสร้างฐานะให้มั่งคั่งร่ำรวยเหนือใครให้จงได้
หน้าปกนวนิยาย นักตกสาว
6.9
ชายหนุ่มรูปร่างอ้วนท้วมผู้ใช้ชีวิตอย่างเงียบเชียบต้องพบกับจุดพลิกผัน เมื่อเขาถูกดึงเข้าสู่วังวนของระบบประหลาด เสียงลึกลับของสตรีในโสตประสาทได้มอบหมายภารกิจสุดหฤโหด นั่นคือการเปลี่ยนตัวเองจากคนไร้เสน่ห์ให้กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการล่อลวงสตรี เงื่อนไขเดียวที่จะทำให้เขารอดพ้นจากมัจจุราชคือการพิชิตใจผู้หญิงให้ได้ภายในเวลาสามสิบวัน หากพลาดพลั้ง ลมหายใจของเขาจะถูกพรากไปตลอดกาล ชะตากรรมบนเส้นด้ายบีบบังคับให้เขาต้องงัดทุกกลเม็ดเพื่อก้าวสู่การเป็นสุดยอดนักรักและเอาชนะความตายให้จงได้
หน้าปกนวนิยาย เด็ดบุปผาสะเทือนถึงดวงดารา
8.4
เมื่อชะตาของลั่วฟางหยุนในโลกขนานพังพินาศจนถึงขีดสุด ทั้งถูกขายเป็นทาสและโดนย่ำยีอย่างโหดร้าย ลั่วฟางหยุนจากอีกเส้นเรื่องที่จบสิ้นไปแล้วจึงต้องหวนกลับมาเพื่อกอบกู้สถานการณ์และนำพาทุกอย่างไปสู่บทสรุปที่ควรจะเป็น ทว่าแผนการกลับไม่ง่ายอย่างที่คิด เมื่อเขาตื่นขึ้นมาสวมรอยแทนร่างเดิมในจังหวะที่น่าอับอายที่สุด นั่นคือตอนที่เจ้าของร่างกำลังสิ้นใจคาสนามรักบนเตียงกับแม่ทัพใหญ่เยี่ยนฮวาฮู่พอดี
หน้าปกนวนิยาย บำเรอพิศวาสจอมมาร
8.5
เมื่ออดีตคนรักอย่างแอรอนกลับมาในฐานะนายจ้างผู้ทรงอิทธิพล ณัฐกานต์จึงต้องเผชิญหน้ากับความโกรธแค้นที่แฝงไปด้วยความโหยหา เขาใช้หน้าที่การงานข่มขู่บังคับให้เธอเข้าใกล้ แม้หญิงสาวจะพยายามรักษาระยะห่างเพื่อปกป้องหัวใจที่ยังรัก แต่สุดท้ายก็ไม่อาจต้านทานอำนาจมืดและความเร่าร้อนที่เขามอบให้เพื่อลงโทษที่เธอเคยทิ้งไป รสจูบที่รุนแรงและป่าเถื่อนในรอบสี่ปีกลายเป็นจุดเริ่มต้นของเกมพิศวาสที่เต็มไปด้วยความแค้นที่เธอไม่อาจปฏิเสธได้เพื่อรักษาทีมอารักขาของตนไว้