หน้าปกนวนิยาย จอมขวัญเจ้าบัลลังก์ทราย

จอมขวัญเจ้าบัลลังก์ทราย

8.5 / 10.0
จอมขวัญเจ้าบัลลังก์ทราย นิยาย romance เข้มข้น เมื่อมกุฎราชกุมารีต้องอภิเษกเพื่อลี้ภัยสู่ต่างแดน แต่กลับต้องเผชิญศึกริษยาในวังหลวงและแผนกบฏชิงบัลลังก์จากศัตรูที่หมายเอาชีวิต พระสวามีจึงต้องปกป้องเธอท่ามกลางปริศนาและการทรยศ อ่านนิยายออนไลน์ฟรีได้ที่นี่เพื่อลุ้นไปกับบทสรุปของความรักครั้งนี้
เรื่องย่อ จอมขวัญเจ้าบัลลังก์ทราย
เมื่อมกุฎราชกุมารีผู้สูงศักดิ์ต้องเข้าพิธีอภิเษกสมรสอย่างกะทันหันเพื่อลี้ภัยอันตราย เธอจึงต้องมุ่งหน้าสู่พระราชวังของพระสวามีเพื่อความปลอดภัย ทว่าชีวิตในดินแดนทะเลทรายกลับไม่ง่ายอย่างที่คิด เมื่อเธอต้องเผชิญกับแรงริษยาของเหล่านางห้ามและแผนร้ายจากพระญาติที่ร่วมมือกับศัตรูภายนอกเพื่อหวังชิงบัลลังก์และปลิดชีพเธอ ท่ามกลางสมรภูมิแห่งอำนาจและการลอบประทุษร้าย มีเพียงความรักและการปกป้องอย่างใกล้ชิดจากพระสวามีเท่านั้นที่จะช่วยให้เธอรอดพ้นจากวิกฤตครั้งนี้ไปได้
อ่านเพิ่มเติม

จอมขวัญเจ้าบัลลังก์ทราย ตอนที่ 1

หญิงสาวสวยนอนสงบนิ่งปราศจากลมหายใจ แม้ร่างกายเปรอะเปื้อนด้วยเลือดสีแดงฉานกระจายอยู่เต็มเสื้อที่สวมใส่ภายใต้ผ้าคลุมสีขาวก็ไม่อาจบดบังความงดงามล้ำเลิศของนาง ใบหน้างามหลับตาพริ้มเหมือนกำลังอยู่ในนิทรารมย์ ไม่รับรู้ถึงหยาดน้ำตาของบุรุษผู้สูงศักดิ์ที่รินหลั่งอไม่ขาดสาย เสียงรำพึงพร่ำขอโทษของเขาแหบพร่าสั่นเครืออย่างอาดูรสุดอาลัยขาดหายเป็นช่วงจนแทบจะจับใจความไม่ได้

“โอ...คราดิยาห์...พี่ขอโทษ...พี่ขอโทษ...ที่ไม่อาจปกป้องเจ้าได้ ...พี่ขอโทษ...”

สองมือของเขาประคองใบหน้างามอย่างทะนุถนอม จับจ้องด้วยดวงตาพร่ามัวด้วยน้ำตาของบุรุษที่กำลังสูญเสียของรักที่สุดรักสุดหวง บัดนี้ใบหน้าแสนสวยที่เคยอบอุ่นมีเลือดฝาดระเรื่อกลับซีดเซียวเย็นชืดไร้ชีวิตชีวา เพราะเจ้าของสิ้นลมหายใจไปก่อนหน้าที่เขาจะมาพบนานกว่าสามชั่วโมง ถ้าเขามาเร็วกว่านี้นางก็คงยังมีลมหายใจ และใบหน้างดงามนี้จะต้องมีรอยยิ้มแสนสวยที่เขาประทับใจอยู่ไม่เคยรู้ลืม

“ ...คราดิยาห์...พี่รักเจ้า...พี่รักเจ้า...พี่ขอโทษ...”

กิริยาซบหน้าร่ำไห้ลงบนฝ่ามืออย่างโศกเศร้าอาดูรของบุรุษผู้สูงศักดิ์ทำให้องครักษ์คนสนิทถึงกับกลืนน้ำลายฝืดคอ เขาทนรอให้พระองค์แสดงความเสียพระทัยกับการสิ้นพระชนม์ของพระชายาสุดแสนรักมาเกือบหนึ่งชั่วโมงแล้ว จึงเดินเข้าไปคุกเข่าคำนับต่ำและกราบทูลเสียงแผ่วเบา

“ขอประทานอภัยพระเจ้าข้า เกล้ากระหม่อมคิดว่า พระองค์คงต้องมีรับสั่งเกี่ยวกับพระศพ และ...พระธิดา...”

คำกราบทูลขององครักษ์ผู้จงรักภักดี ช่วยเรียกสติของบุรุษผู้สูงศักดิ์ให้คืนกลับมา เขาลดมือลงจากใบหน้า กะพริบตาถี่สี่ห้าครั้งเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้ ก่อนจะลุกจากเก้าอี้ที่ประทับอยู่นานเรียกหาพระธิดา

“ลูก...ลูกของฉันอยู่ไหน”

“พระธิดาอยู่นี่แล้วเพคะ”

หญิงสาวร่างท้วมสวมชุดสูทกางเกงเครื่องแบบพยาบาลอุ้มทารกที่หลับอยู่แนบอกนั่งเยื้องอยู่เบื้องหลัง กราบทูลก่อนจะรีบนำเข้าไปส่งให้ถึงพระหัตถ์

“โอ...ลูกพ่อ...พ่อขอโทษ...พ่อขอโทษ...ที่ทำให้เจ้าต้องกำพร้าแม่...ลูกรัก...”

พอสัมผัสผ้าอบอุ่นที่ห่อหุ้มร่างเล็กจ้อยของพระธิดา น้ำตาของบุรุษก็หยดหยาดลงมาอีกครั้ง ทรงใช้นิ้วพระหัตถ์ไล้แผ่วเบาบนแก้มยุ้ยที่เจ้าของแก้มกำลังนอนหลับตาพริ้ม แต่เหมือนทารกน้อยจะรับรู้คำพูดของเขาจึงเปล่งเสียงอ้อแอ้และลืมตาขึ้นมองสบพระเนตรพระบิดา ทำให้มุมปากของพระองค์ยกขึ้นด้วยความปลาบปลื้มพระทัยที่เห็นสีพระเนตรของพระธิดาเป็นสีเดียวกับพระองค์

“ลูกมีดวงตาสีเดียวกับฉัน" ทรงหันไปรับสั่งกับนางพยาบาลและองครักษ์ด้วยใบหน้าที่พอจะเปล่งประกายความสดใสออกมาบ้าง

“เพคะ ทรงมีรักยิ้มที่มุมพระโอษฐ์เหมือนพระมารดาและสีพระเนตรเหมือนพระบิดา”

มารีอาผู้ทำคลอดทารกกราบทูลด้วยน้ำตานองหน้า เหตุการณ์ที่ผ่านมากว่าสามชั่วโมงยังฝังติดอยู่ในใจ พระชายาเริ่มเจ็บพระครรภ์มาตั้งแต่หัวค่ำ จนมาคลอดเอาตอนรุ่งสางเห็นแสงอรุณรำไร พอได้เห็นหน้าพระธิดาก็กอดจูบร่ำไห้แล้วสั่งให้นำพระธิดาออกจากโรงแรมหาที่ซ่อนตัวใหม่ให้ปลอดภัย ตนกับองครักษ์คนหนึ่งจึงจำใจรีบพาทารกออกไป ละเป็นเวลาเฉียดฉิวกับฆาตกรที่ลอบบุกเข้ามาปลงพระชนม์ และตามติดพวกตนมาฆ่าองครักษ์ที่ตามคุ้มครองตายต่อหน้าต่อหน้า แต่โชคคดีที่คนของพระราชาธิบดีตามมาช่วยตนกับพระธิดาไว้ทัน

“พระมารดาทรงประทานพระนามไม่เป็นทางการว่า เดหลี เพคะ" หล่อนกราบทูลเสียงสั่นเครือ ก่อนจะยกมือขึ้นปิดปากไม่ให้เสียงสะอื้นเล็ดลอดออกมา

“ ...เดหลี...ใช่สิ...นางชอบดอกไม้ชนิดนี้ เป็นสีขาวที่ปลูกคู่อยู่กับดอกกุหลาบสีขาวไว้เกือบจะทั่วบ้าน...”

คำรับสั่งว่า บ้าน หมายถึงพระตำหนักไวท์โรส ( With Rose-กุหลาบขาว ) ที่ทรงสร้างไว้เป็นที่พำนักของพระชายาที่แสนรัก หลังจากพานางเข้ามาอยู่ในประเทศของตน และรับนางเข้าเป็นพระชายาลำดับสองอย่างเป็นทางการ

พอพระชายามีพระครรภ์ก็เกิดเหตุการณ์เกือบจะทำให้นางเสียชีวิตหลายครั้งหลายครา จึงทรงขอร้องให้นางเดินทางออกนอกประเทศ โดยหาที่พำนักอันปลอดภัยไว้ให้ แต่นางก็ไม่ยินยอมตาม เพราะไม่ปรารถนาที่จะอยู่ห่างไกลพระสวามี

เวลาล่วงเลยมาจวนใกล้จะคลอด เมื่อเห็นว่าผู้ปองร้ายไม่ยอมรามือ นางจึงยอมตามคำร้องขอของพระสวามี ด้วยการปลอมตัวเล็ดลอดออกมาพำนักอยู่ที่โรงแรมแห่งนี้ เพื่อจะรอพระสวามีเดินทางไปส่งให้ถึงที่หมาย แต่ก็ไม่อาจพ้นเงื้อมมือของผู้ปองร้ายที่ส่งคนตามมาฆ่านางเสียก่อน

“ฉันจะนำศพของนางกลับไปที่ตำหนักไวท์โรส นางจะอยู่อย่างมีความสุขในสวนดอกไม้ที่นางรักตรงด้านหลังตำหนัก”

“ส่วนศพองครักษ์ที่พลีชีพทั้งสองคนเราจะตอบแทนให้สมค่า เจ้าช่วยจัดการให้สมเกียรติต่อพวกเขาด้วย”

“พระเจ้าข้า แล้ว พระธิดา”

เขามองไปยังร่างทารกที่นอนหลับใหลอย่างไม่รู้ชะตากรรม ด้วยความรู้สึกตีบตันอย่างเวทนา แม้พระชายาจะเป็นเพียงหญิงสาวสามัญต่างชาติ แต่กิริยามารยาทอันสมเป็นกุลสตรีและการอ่อนน้อมถ่อมตนก็ทำให้เป็นที่ชื่นชมของเหล่าองครักษ์ใกล้ชิด ทุกคนจึงยอมพลีชีวิตด้วยความจงรักภักดี

“ฉันติดต่อผู้เลี้ยงดูเอาไว้แล้ว อีกครึ่งชั่วโมงคงจะมาถึงเจ้าเตรียมตัวให้พร้อมเถอะ”

บุรุษผู้สูงศักดิ์กอดหอมด้วยความรักอาลัยก่อนจะส่งร่างทารกให้แก่มารีอาพยาบาลประจำองค์พระชายา นับถือต่อความจงรักภักดีและความซื่อสัตย์ของนาง ทรงดำเนินไปยังร่างที่นอนสงบนิ่ง ประทับนั่งลงจับมือบอบบางที่เย็นชืดขึ้นมาแนบใบหน้า

“ ...คราดิยาห์...ไม่ต้องเป็นห่วงลูกนะ...พี่จะดูแลลูกของเราให้ดีที่สุด จะส่งไปอยู่ในที่ที่ปลอดภัยที่สุดต่อชีวิตของแก พี่จะไม่ยอม...ให้ใครมาทำร้ายลูกของเราเป็นอันขาด... แม้จะต้องแลกกับชีวิตของพี่ก็ตาม...”

คำรับสั่งกระซิบใกล้ใบหน้าพระชายาขาดหายเป็นช่วงด้วยความรู้สึกถึงอาการตีบตันให้ลำคอเพราะทรงพยายามหักห้ามใจเก็บกลั้นความเสียใจ ก่อนจะกล่าวคำสัญญาหนักแน่น

“พี่สัญญาคราดิยาห์ สัญญาว่าจะดูแลลูกของเราอย่างดี จะไม่ให้ต้องมีอันตราย...พี่สัญญา...”

ทรงก้มลงจุมพิตบนหน้าผากพระชายาสุดที่รัก ก่อนจะสั่งให้เหล่าองครักษ์นำพระศพออกไป แล้วหันมากล่าวกับมารีอานางพยาบาลผู้ถูกว่าจ้างมาดูแลพระชายาตั้งแต่เริ่มตั้งพระครรภ์ และนางก็จงรักภักดียอมเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายติดตามมาอยู่รับใช้คราดิยาห์จนลมหายใจสุดท้าย

“มารีอา ถ้าฉันจะขอให้เจ้าเดินทางไปกับธิดาของฉัน เจ้าจะไปหรือไม่”

“ฝ่าพระบาท มารีอาเป็นข้ารับใช้ของพระองค์กับพระชายา หม่อมฉันยินดีจะตามไปรับใช้พระธิดาเพคะ”

“แต่เจ้าอาจจะไม่ปลอดภัย หรือไม่ได้กลับมาประเทศนี้อีกเลย”

“มิเป็นไร พระธิดาอยู่ที่ไหน หม่อมฉันก็จะอยู่ที่นั่นเพคะ”

“ถ้าอย่างนั้น เราก็ขอฝากลูกของเราด้วย เจ้าช่วยดูแลให้ดี เราจะส่งพวกเจ้าไปอยู่ในที่ที่ปลอดภัยที่สุด”

“รับด้วยเกล้าเพคะ หม่อมฉันยอมสละชีพเพื่อความปลอดภัยของพระธิดาเพคะ”

“ ขอบใจ ...ขอบใจมากมารีอา...ส่งเด็กมาเถอะ ขอเรากอดลูกอีกสักหน่อย”

บุรุษผู้สูงศักดิ์รับร่างพระธิดามากอดแนบอก แม้จะทรงอดกลั้นความโศกเศร้าเสียใจอย่างไร ก็ไม่อาจเก็บกลั้นน้ำตาเอาไว้ได้ พลางก้มลงจุมพิตพวงแก้มป่องยุ้ยด้วยพลานามัยสมบูรณ์ของพระธิดาอย่างแสนรัก ทารกน้อยสะดุ้งตื่นลืมตาขึ้นมองจับจ้อง โดยไม่มีเสียงร้องไห้ ยิ่งทำให้ทรงปลาบปลื้มใจ

“ลูกรักของพ่อ...ดวงใจของพ่อ...จอมขวัญของพ่อ...พ่อขอให้พระเจ้าจงคุ้มครองเจ้าให้ปลอดภัย และเจริญวัยเติบโตอยู่เป็นดวงใจเป็นจอมขวัญของพ่อตลอดไปนะลูกนะ”

อ่านต่อ

สารบัญ จอมขวัญเจ้าบัลลังก์ทราย

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย หนี้รักซาตาน
8.8
อนวัฒน์ไม่เคยลืมความแค้นที่มีต่อพ่อของธัญญาธร แม้เวลาจะผ่านไปนานเพียงใด เขายังคงปฏิเสธคำขอโทษและเลือกที่จะลงทัณฑ์เธอด้วยความรุนแรง ชายหนุ่มกระชากตัวเธอเข้ามารับจูบที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นและโหยหา แม้ธัญญาธรจะพยายามขัดขืนแต่ก็ไม่อาจต้านทานพละกำลังของเขาได้ สัมผัสที่ดุดันแปรเปลี่ยนเป็นความสับสนในหัวใจของหญิงสาว เมื่อเขาถอนจูบออกเธอกลับมองเขาด้วยสายตาเย็นชาที่แฝงความเจ็บปวดลึกซึ้ง แต่อนวัฒน์ยังคงยืนยันที่จะทำลายความรู้สึกของเธอให้ย่อยยับเพื่อชดใช้ความแค้นในอดีต
หน้าปกนวนิยาย ช่วยเลิกงี่เง่าสักที
8.8
เฉียวหนานซีตั้งครรภ์หลังแต่งงานมาสี่ปี ทว่าความหวังพังทลายเมื่อพบว่าฟู่จิงหวย สามีของเธอแอบซุกซ่อนหญิงอื่นพร้อมลูกไว้ เมื่อเขาประกาศรับแฟนเก่าที่กำลังท้องเข้าบ้าน เธอจึงตื่นจากความรักที่ไร้ค่าและตัดสินใจหย่าขาดโดยระบุว่าเขาบกพร่องหน้าที่สามี เฉียวหนานซีเดินจากไปเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่รุ่งโรจน์ในฐานะเจ้าของแกลเลอรีชื่อดัง แต่เมื่อเธอเริ่มมีเสน่ห์ดึงดูดใจชายอื่น อดีตสามีที่เคยละเลยกลับตามหึงหวงและอ้างสิทธิ์ในตัวเธอ ทว่าเธอกลับตอกกลับเขาอย่างเย็นชาว่าตนเองโสดและห้ามมายุ่งเกี่ยวอีก
หน้าปกนวนิยาย ฉันจะไม่มีวันพบผู้ชายที่ฉันรักมาหลายปี
8.0
ตลอดเก้าปีที่เธอทุ่มเทดูแลชายผู้พิการบนรถเข็นด้วยความรัก เธอกลับพบความจริงที่น่าตกใจเมื่อเห็นเขาลุกขึ้นยืนได้ปกติและกำลังพร่ำบอกรักหญิงอื่นอย่างเร่าร้อน ชายที่เธอคิดว่าเย็นชาแท้จริงแล้วแกล้งพิการเพียงเพื่อรอคอย ‘จิ๋นจิ๋น’ พี่สะใภ้ม่ายทรงเสน่ห์ของเขาเอง ความทุ่มเททั้งหมดของเธอพังทลายลงทันทีเมื่อรู้ว่าตนเองเป็นเพียงส่วนเกินในแผนการหลอกลวงเพื่อครอบครองผู้หญิงที่เขาถวิลหามานานนับสิบปีโดยไม่สนความถูกต้องใดๆ
หน้าปกนวนิยาย บ่วงรักคนไร้ใจ
8.7
คำเตือนสุดเย็นชาจากชายหนุ่มผู้ไร้หัวใจย้ำเตือนหญิงสาวถึงสถานะที่เธอเป็นเพียงผู้หญิงขายตัวแลกเงิน เขาประกาศชัดเจนว่าจะไม่มีการป้องกันและสั่งให้เธอจัดการตัวเองเพื่อไม่ให้เกิดการตั้งครรภ์ เพราะเขาไม่มีวันรับผิดชอบชีวิตที่เกิดมาและไม่อาจยอมรับให้เธอเป็นแม่ของลูกได้ หากเธอยังดื้อรั้นจนพลาดพลั้งมีพยานรักขึ้นมาจริงๆ เขาพร้อมจะลงมือจัดการกำจัดเด็กในท้องด้วยน้ำมือของตนเองอย่างไร้ความปรานี เพื่อทำลายพันธะที่เขาไม่เคยต้องการให้เกิดขึ้นในชีวิต
หน้าปกนวนิยาย The Rider สิงห์นักบิดพิชิตใจนายหน้าหวาน
9.1
เมื่อความสูญเสียกัดกินใจ 'เมฆ' สิงห์นักบิดผู้ยึดมั่นในนิยามว่ารักคือการให้ กลับได้พบกับ 'ก๊อป' เด็กหนุ่มผู้มีใบหน้าละม้ายคล้ายน้องชายที่จากไปอย่างไม่มีวันกลับ โชคชะตาขีดเขียนให้เขาอยากดูแลอีกฝ่ายเพื่อทดแทนความคะนึงหา ทว่าความผูกพันที่ตั้งมั่นในฐานะพี่น้องกลับพังทลายลงเพียงเพราะอารมณ์ชั่ววูบที่เปลี่ยนความปรารถนาดีให้กลายเป็นรอยแค้นและความเกลียดชัง เมฆจะจัดการกับความรู้สึกที่บิดเบี้ยวนี้อย่างไร เมื่อความสัมพันธ์ที่วาดหวังไว้กลับไม่เป็นอย่างที่คิด
หน้าปกนวนิยาย จมในห้วงความคิด (จบเรื่องหลัก)
8.8
ท่ามกลางท้องทุ่งแห่งจินตนาการที่ไร้ขอบเขต เสียงสะท้อนในใจของหญิงสาวกลับยิ่งแจ่มชัดขึ้นทุกครั้งในยามที่สายฝนโปรยปราย นี่คือการเดินทางที่เต็มไปด้วยความมหัศจรรย์และร่องรอยแห่งความโศกเศร้าของสองนักฝันผู้โหยหาอิสรภาพในชีวิตใหม่ เมื่อจิตวิญญาณอันแสนโรแมนติกออกโบยบินสู่การผจญภัยเพื่อเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไป ท่ามกลางบททดสอบแห่งโชคชะตาที่นำพาให้พวกเขาได้พบกับความรักอันร้อนแรงซึ่งจะเปลี่ยนแปลงตัวตนของทั้งคู่ไปตลอดกาล
ตอน
อ่านเลย
แชร์