หน้าปกนวนิยาย จมในห้วงความคิด (จบเรื่องหลัก)

จมในห้วงความคิด (จบเรื่องหลัก)

8.8 / 10.0
ท่ามกลางท้องทุ่งแห่งจินตนาการที่ไร้ขอบเขต เสียงสะท้อนในใจของหญิงสาวกลับยิ่งแจ่มชัดขึ้นทุกครั้งในยามที่สายฝนโปรยปราย นี่คือการเดินทางที่เต็มไปด้วยความมหัศจรรย์และร่องรอยแห่งความโศกเศร้าของสองนักฝันผู้โหยหาอิสรภาพในชีวิตใหม่ เมื่อจิตวิญญาณอันแสนโรแมนติกออกโบยบินสู่การผจญภัยเพื่อเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไป ท่ามกลางบททดสอบแห่งโชคชะตาที่นำพาให้พวกเขาได้พบกับความรักอันร้อนแรงซึ่งจะเปลี่ยนแปลงตัวตนของทั้งคู่ไปตลอดกาล

จมในห้วงความคิด (จบเรื่องหลัก) ตอนที่ 1

จุดเริ่มต้นของทุกอย่างเกิดจากหนึ่งคำถามเสมอ ทำไม?

ทำไม ทำไม ทำไม ทำไม ทำไม

ฉันมักได้ยินคำถามหนึ่งดังก้องในหัวทุกวัน อย่างน้อยก็วันละครั้ง มันเป็นคำถามที่ไม่ค่อยมีใครถามฉันเท่าไรเพราะฉันไม่ค่อยเปิดเผยตัวว่าสร้างอีกตัวตนไว้ในโลกตัวอักษรนี้ด้วย

เขียนทำไม?

คำถามปลายเปิดที่ไม่ยาก แต่... บางครั้งการให้คำตอบจะช้าเป็นพิเศษในช่วงหมดไฟหรือตามหาความหมายของชีวิตไม่เจอแล้ว

ฉันเขียนเพื่อสร้างพื้นที่ความสบายใจและปลอดภัยให้ตัวเองในวันที่โลกถูกกลืนด้วยความน่ากลัว

เขียนเพื่อให้ตัวหนังสือที่พวกคุณเห็น เปล่งเสียงแทนฉันในยุคสมัยที่ลมปากเป็นสิ่งต้องห้าม การคิดต่างหรือเห็นโลกอีกด้านกลายเป็นสิ่งผิดบาปสำหรับยุคนี้ ฉันไม่อาจพูดสิ่งที่คิดต่อพื้นที่สาธารณะดังนั้นจึงต้องหลบซ่อนในม่านตัวอักษรเหล่านี้

เขียนเพื่อปลดปล่อยปีศาจ มันไม่ค่อยเชื่องเท่าไหร่ ออกจะหัวรั้นและรุนแรงเสียด้วยซ้ำ มันชื่อว่า ความรู้สึก... มันมักทำตัวน่ากลัวเสมอเมื่ออะไรไม่ได้ดั่งใจ ค่อนข้างเอาแต่ใจ บางครั้งก็อยากร้องไห้หรือไม่ก็หายไปอย่างไร้เหตุผล มันเหมือนสุนัขที่ถูกขังในกรง หากเก็บมันไว้นานเกินไปจะเริ่มเห่าแล้วอาละวาด ต้องปล่อยมันออกมาเดินบนท้องทุ่งของกระดาษเปล่าบ้าง หรือไม่ก็หน้าจอสีขาว มันไม่เรื่องมาก ขอแค่พื้นที่กว้างก็เพียงพอ

ฉันเกลียดมันเหลือเกิน แต่ถ้าไม่มีมัน ฉันคงเป็นคนด้านชา อาจเป็นเพราะฉันเลี้ยงความรู้สึกไว้มากเกินไป ทำให้ต้องมานั่งเขียนตอนตีสามแบบนี้เพราะมันทำให้ฉันนอนเช้ามาเกือบสัปดาห์แล้ว

คำตอบนี้สำคัญที่สุด

เขียนเพื่อเป็นตัวฉัน

ในวันที่ฉันจำความไม่ได้ หรือเกิดอยากหายไปอีกครั้ง เมื่อฉันกลับมาอ่านบันทึกฉบับนี้ มันจะเป็นเครื่องเตือนใจเหมือนกระจกซึ่งสะท้อนตัวตนของฉัน จะได้ไม่ต้องหายไปไหนอีก....

"จะตีห้าแล้ว นอนเหอะ"

เสียงแหบพร่างัวเงียของรูมเมตดังขึ้น เขาลุกขึ้นจากเตียงนอน แสงสีเหลืองนวลจากโคมไฟโต๊ะทำงานสาดกระทบใบหน้ายับของแทน มือยาวของเขาสางกลุ่มผมยุ่งเหยิง วันนี้เขาตื่นนอนก่อนเสียงนาฬิกาปลุกแบบไม่สดชื่นเอาเสียเลย

"อืม เดี๋ยวไปนอน"

"ช่วงนี้เพ้อถึงเช้าบ่อยนะ"

แทนตะโกนออกมาจากห้องน้ำ เขาบีบยาสีฟันกลิ่นมินต์ลงบนขนแปรงสีฟันนุ่ม วันนี้เขามีเรียนกฎหมายตอนสิบโมงเช้า แต่ตื่นเวลานี้ก็ไม่อาจข่มตาหลับได้อีก เขาเปลี่ยนจากชุดนอนเป็นเสื้อฮู้ดกับกางเกงขาสั้น

เจนมองบันทึกบนหน้าจอสีขาวซึ่งเต็มไปด้วยตัวหนังสือพลางหยิบแปรงหวีใหญ่สางเรือนผมยาวสีบลอนด์ แววตาเหนื่อยล้ากวาดมองตัวหนังสือเหล่านั้นเพื่อทบทวน เธอเคยเขียนได้ดีกว่านี้...

"ก็นอนไม่หลับอะ" 

"กินยา" 

"...."

"เราไม่อยากเห็นเธอทำร้ายตัวเองเหมือนตอนอยู่ที่นู่นแล้วอะ กินยาแล้วไปนอนเถอะ" ยาที่แทนพูดถึงคือยานอนหลับและยาคลายเครียด เจนไม่ชอบทานยา... ไม่มีใครชอบทาน แต่วงจรการนอนเสียสุขภาพบังคับให้ยาเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบของชีวิต 

"ก็ได้"

"หลังเรียนเสร็จเข้าเมืองไปช๊อปกัน" แทนบอกหลังจากกลั้วน้ำยาบ้วนปากทิ้งลงอ่าง 

"เอาสิ"

แทนคลี่รอยยิ้ม เขาเตรียมตัวไปยิม 24 ชั่วโมงในหอพัก เจนปิดคอมพิวเตอร์ จำใจทานยาเม็ดขมลงคอ หวังว่าฤทธิ์ยาจะแรงพอทำให้เธอหลับใหลและตื่นอย่างสดชื่นเพื่อเข้าเรียนปรัชญาการเมืองตอนบ่าย หากหลับตอนนี้เธอจะตื่นทันมื้อเที่ยงแสนเรียบง่ายซึ่งก็คือแซนวิชไข่ต้ม

แทน-เจน

คู่หูเพื่อนรักเดินทางยาวไกลนับสิบสองชั่วโมงเพื่อสานฝันที่ไม่อาจทำได้ในบ้านเกิด มันคือแผนระยะยาวเหมือนถนนยาวไกลไม่สิ้นสุด สิ่งที่พวกเขาเดิมพันคือชีวิตอันมีความสุข ใครๆก็รู้ว่าการเติบโตนั้นยากและเจ็บปวด บาดแผลระหว่างทางจะเจ็บเป็นทวีคูณเมื่อถูกพรากสิทธิ์ที่ควรมี แน่นอนว่าพวกเขาถูกพรากมันไป -- อิสระ

แทนไม่สามารถเปิดเผยตัวตนว่าตนเองเป็นชายรักร่วมเพศ เขาชอบผู้ชายแต่ต้องปิดเป็นความลับไม่อย่างนั้นจะถูกไล่ออกจากบ้านเพราะพ่อของเขาเกลียดพวกรักร่วมเพศเข้าไส้ หากเป็นตัวเขาเมื่อสิบปีที่แล้ว การถูกไล่ออกจากบ้านเป็นเรื่องใหญ่มากเพราะเด็กสิบสองขวบไม่สามารถทำงานได้ ต่อให้มีศักยภาพในการทำงานแต่ผลพลอยความซวยจะตกที่ผู้ว่าจ้างโทษฐานใช้แรงงานเด็ก

รักแรกของเขาคือรุ่นพี่ชมรมบาสเกตบอล การตกหลุกรักครั้งนั้นก็เหมือนกับคนอื่นเพียงแต่ความรักของเขากลับเป็นสิ่งต้องห้ามที่ถูกขีดเส้นแบ่งด้วยเพศสภาพ หากพ่อจับได้ว่าเขาเป็นเกย์ตอนนี้ เขาอาจถูกกระทืบปางตายจนลงหนังสือพิมพ์หน้าหนึ่งก็เป็นได้

ส่วนเจนเป็นความคาดหวังของครอบครัวเพราะเป็นลูกสาวคนโต ผู้จะเป็นลูกสาวแสนดีและสมบูรณ์แบบเป็นแบบอย่างให้น้องๆทั้งสองคน -- จอยและเจค สิ่งที่เจนได้ยินกรอกหูทุกเช้า เจนต้องดูแลตัวเองให้มีใบหน้าสะสวยดั่งเจ้าหญิงในเทพนิยาย ต้องมีผลการเรียนดีเยี่ยมเพื่อสร้างความภูมิใจให้ตัวเองและครอบครัว ต้องเป็นแพทย์หรือสถาปนิกเพราะเงินเดือนสูง

แน่นอนเจนเป็นได้แค่สองอย่างแรก เจนได้รับยีนความงามมาจากแม่ ได้รับยีนความฉลาดมาจากพ่อ เธอเรียนจบชั้นมัธยมปลายด้วยคะแนนที่น่าพึงพอใจแต่เธอเลือกเรียนด้านภาษามากกว่าการเรียนเฉพาะทางในอาชีพแพทย์ เธอไม่กลัวเลือดแต่เธอไม่อยากทำงานใต้ความกดดันที่มีชีวิตคนอื่นแขวนบนเส้นด้าย เจนอยากเป็นนักเขียนตั้งแต่ครั้งแรกที่หยิบนิยายของเฮมิงเวย์มาอ่านตอนอายุสิบหก พ่อแม่มักบอกว่าเป็นนักเขียนไส้แห้ง เจนอยากเถียงว่าทั่วโลกมีนักเขียนตั้งมากมายที่ไม่ไส้แห้งและโด่งดัง ทว่าทำได้เพียงปิดปากเงียบและแอบเขียนทุกคืนก่อนนอน

ทั้งสองเจอกันครั้งแรกตอนได้รับทุนคณะไปเรียนแลกเปลี่ยนที่แมนเชสเตอร์เป็นเวลาสามเดือน พวกเขาคุยกันและแลกเปลี่ยนความลับนี้จนกระทั่งสนิทใจ เมื่อพวกเขากลับมาประเทศไทย ทั้งสองวางแผนเก็บเงินสำหรับค่าเล่าเรียนในแดนไกล แอบทำงานเสริมตามร้านอาหาร กลับบ้านเฉพาะสุดสัปดาห์เพื่อค่าตั๋วเดินทางสู่ประเทศผู้ดี แชร์ห้องอยู่ด้วยกันในหอพักหรูของมหาวิทยาลัยลิเวอร์พูล ยืดอกอย่างภาคภูมิในการเป็นนักศึกษาทุนต่างชาติ แม้ระยะเวลาเรียนสำหรับปริญญาโทจะเป็นเพียงหนึ่งปีสั้นๆ แต่พวกเขาซื้อตั๋วเที่ยวเดียวและจะไม่มีวันกลับไปบ้านที่ไม่ใช่บ้านของพวกเขา

เจนกับแทนเที่ยวด้วยกันแทบทุกวันและกลับหอตอนตะวันลับขอบฟ้า -- ประมาณสี่ทุ่ม พวกเขาชอบไปชมนิทรรศการภาพวาดที่แกเลอรี่และถ่ายรูปด้วยกันที่พิพิธภัณฑ์ พวกเขาตกหลุมรักตัวเองในทุกภาพถ่ายเพราะรอยยิ้มในนั้นไม่ใช่การแสดง วันนี้หลังเลิกเรียนทั้งสองเดินเล่นด้วยกันที่ซิตี้เซนเตอร์ ซื้อเสื้อผ้าแบรนด์เนมราคาสามสิบปอนด์แล้วสนทนาปรัชญาการมีตัวตนด้วยกันในคาเฟ่ขนมหวาน ก่อนกลับหอ... พวกเขานั่งฟังนักร้องเสียงทรงพลังเปิดหมวกกลางเซนเตอร์

"I think i like him." แทนกระซิบบอกเจนซึ่งกำลังถ่ายวิดีโอนักร้องหนุ่มสองคน "A guy with brown hair and blue eyes." ผู้ชายคนที่แทนพูดถึงกำลังร้องไฮโน๊ตของเพลง Stay with me ขับร้องโดย Sam Smith แทนรู้สึกตกหลุมรักวินาทีที่เสียงร้องนั้นจับหัวใจของเขาจนหยุดเต้น เขาซ่อนความปลาบปลื้มเอาไว้ไม่อยู่แต่ก็อดทนรอจนกระทั่งนักร้องสองคนจบการแสดง 

"ชอบเขาก็ไปบอกเขาสิ"

"ได้เหรอ"

"ได้สิ มีอะไรที่แทนทำไม่ได้บ้าง"

เจนเป็นเพื่อนผู้คอยสนับสนุนแทนในทุกเรื่อง โดยเฉพาะความรัก เธออยากให้เพื่อนมีความรักดีๆและไม่กลัวที่จะแสดงออก เธอจึงผลักแทนให้ไปประจันหน้ากับนักร้องหนุ่มผมน้ำตาลผู้มีดวงตาสีฟ้าหายาก เธอมองทั้งสองสบตากัน ความร้อนผ่าวและเขินอายทำให้หน้าของแทนแดงก่ำไปถึงหู นักร้องหนุ่มคนนั้นคลี่รอยยิ้มเมื่อแทนเริ่มขยับปากพูด

"I like your voice. You're so amazing."

แทนยืนคุยกับนักร้องหนุ่มทั้งสองเนิ่นนานและกลับมาพร้อมกับอินสตราแกรมและช่องทางติดตามพวกเขา ก่อนออกจากซิตี้เซนเตอร์ แทนรับรู้ชื่อจริงของชายหนุ่มผมน้ำตาลคนนั้น เขาชื่อ ทิโมธี ฮาร์ทแมน นักร้องและนักเขียนเพลงชาวอังกฤษซึ่งออกอัลบั้มร่วมกับฟีลิกซ์ เพื่อนรักของเขาในนามของวง Lilac boys 

อย่างไรก็ตาม คืนนี้แทนเป็นแฟนเพลงผู้โชคดีที่สุดในโลกเพราะพรุ่งนี้แทนมีนัดดื่มชากับทิโมธี

"มึงพูดยังไงให้เขาชวนไปเดตวะ" 

"กูอยากเริ่มทำเพลงแบบเขาอะ เขาก็เลยบอกว่าพรุ่งนี้เขาไม่มีเปิดหมวก ไปคุยเรื่องทำเพลงด้วยกันได้"

"หูยยยยยย การแสดงมาก"

เมื่อทั้งสองกลับถึงหอพัก แทนรีบอาบน้ำนอนเพื่อไม่ให้หน้าโทรมสำหรับการนัดพบที่เขาทึกทักเอาว่ามันคือเดต ส่วนเจนยังคงนั่งจ้องบันทึกในคอมพิวเตอร์อยู่อย่างนั้นจนกระทั่งถึงเวลาตีสาม เธอมีความคิดบางอย่างพรั่งพรูขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ ดูเหมือนความฝันแต่เธอยังไม่หลับใหล คลับคล้ายเป็นจินตนาการที่มีเสียง

เธอหลับตาและเงี่ยหูฟังเสียงนั้นที่ดังมาจากความเงียบงันของค่ำคืน เธอเห็นมือหนาของคนผิวเข้ม ไหล่กว้างของร่างกำยำ เสียงทุ้มต่ำของชายหนุ่มแสนคุ้นเคย ทว่ากลับจำชื่อเรียกเขาไม่ได้ เจนกระหน่ำปลายนิ้วลงบนแป้นพิมพ์พรรณนารูปพรรณสัณฐานของบุคคลในภาพนิมิตเท่าที่นึกออก เธอปิดคอมพิวเตอร์และนอนลงบนเตียงนุ่มข้างแทนเพื่อพรุ่งนี้เช้าจะเขียนถึง 'เขา' คนนั้นต่อ 

#จมในห้วงความคิด #ในวันที่ฝนตก

อ่านต่อ

สารบัญ จมในห้วงความคิด (จบเรื่องหลัก)

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย เก็บรักมาเฟีย
8.1
"โดมินิก" จะทำยังไงดี คนที่คิดว่าตัวเองตัวคนเดียวไม่มีใครมาตลอด แต่มาวันนี้กลับต้องมามีลูก ใช่ "ลูก" แถมลูกก็อายุ 7 ขวบแล้ว และแม่ของลูกก็ปิดบังเขามาตลอด ทั้งโกรธทั้งโมโหและพิศวาสแม่ของลูก แล้วจะทำยังไงดีเมื่อลูกก็อยากได้ แม่ของลูกก็อยากได้ เขาต้องได้ทั้งสองอย่างไม่มีทางยอมเสียอย่างใดอย่างหนึ่งแน่ "กันตา" เพราะความผิดพลาดในอดีตถึงทำให้เธอมีอีกหนึ่งชีวิตต้องดูแล "กันติชา" หรือ "น้องเดียร์" ลูกสาววัย 7 ขวบที่เธอเลี้ยงดูมาตลอด แต่พอมาวันนี้โชคชะตากลับเล่นตลกทำให้เจอกับพ่อของลูก และแน่นอนว่าเขาอยากได้ลูกของเธอไปอยู่ด้วย แล้วแม่อย่างจะทำยังไงล่ะ จากที่ต้องห่วงลูกกลัวเขาพาลูกหนียังต้องระแวงกลัวว่าเขาจะขมเหงตัวเองด้วย ศึกหนักแบบนี้เธฮจะทำยังไง ก็เขามันมาเฟียเถื่อน แถมหื่นเข้าเส้นอีกต่างหาก ********** “แด๊ดดี้ขา แด๊ดดี้มีน้องให้น้องเดียร์ได้ไหมคะ” “อืม...ว่าไงนะคะน้องเดียร์” โดมินิกไม่เข้าใจคำขอของลูกสาว วันนี้มาแปลก เล่นเอาคนที่กำลังนั่งหน้าตึงอยู่ในรถที่กำลังแล่นบนถนนถึงกับเลิกคิ้วขึ้นทันที “แด๊ดดี้มีน้องให้น้องเดียร์ได้ไหมคะ น้องเดียร์อยากมีน้องเหมือนเพื่อนที่โรงเรียนค่ะ นะคะ น้องเดียร์อยากมีเพื่อนเล่นที่บ้าน” “แด๊ดดี้มีให้ได้ครับ แต่ต้องขึ้นอยู่กับแม่แก้มของน้องเดียร์ด้วยว่าจะยอมมีน้องให้น้องเดียร์รึเปล่า” เสียงอ่อนโยนของมาเฟียหนุ่มส่งกลับมาในสาย “แม่แก้มรักน้องเดียร์ แม่แก้มต้องยอมมีน้องให้น้องเดียร์แน่นอนค่ะ แด๊ดดี้ขา น้องแก้มไม่อยู่นะคะวันหยุดสองวันนี้ คุณปู่และคุณย่าจะพาไปเที่ยวเกาะส่วนตัวที่ฮาวายค่ะ และถ้าน้องเดียร์กลับมาจากเที่ยว น้องเดียร์ต้องได้น้องนะคะ” “น้องนะคะน้องเดียร์ ไม่ใช่ของเล่นนะคะที่จะได้ขอแล้วก็มาเลย แด๊ดดี้ขอเวลาไม่นานนะคะ แด๊ดดี้จะทำน้องน่ารักๆ เหมือนน้องเดียร์ให้นะคะ” “สัญญานะคะ” “สัญญาลูกผู้ชายครับ” ********* “อย่ามาแตะต้องตัวฉันคุณโดม” มือเล็กปัดมือใหญ่ออกจากแก้มนวลของตัวเอง “ผมก็จับ ก็จูบ ก็หอม ก็ดูดของผมทุกคืนตอนคุณหลับ ทำไมผมจะทำไม่ได้ตอนคุณรู้สึกตัวแบบนี้แก้ม” “สารเลว!” หึ! “ผมยังดีกว่าไอ้โทนี่ก็แล้วกันแก้ม” “คุณเลวกว่าเขาต่างหากล่ะคุณโดม คุณทำให้ฉันมีแผลในใจมาแล้วในครั้งอดีต คุณยังเลือกจะทำแบบนั้นอีกเหรอ ถ้าคุณข่มเหงฉัน ฉันจะเกลียดคุณกว่าเดิม” “แล้วผมต้องสนใจไหม เพราะผมแค่ต้องการ ผมไม่ได้ต้องการความรักจากคุณเลยแก้ม ผมแค่อยากได้คุณเท่านั้น พอผมเบื่อ ผมก็จะไม่แตะต้องคุณเองคนสวย” มือหยาบกร้านลูบไล้มายังลำคอระหงแล้วโน้มหน้าลงไปหายใจรดใบหน้าสวยชื้นเหงื่อของเธอแล้วพูดต่อ... “ผมแค่อยากได้คุณเท่านั้นแก้ม ไม่ได้คิดจะรักหรือต้องการความรักจากคุณ ถ้าจะเกลียดก็เชิญตามสบาย และถ้าจะมีน้องให้น้องเดียร์อีกคน คุณก็ต้องเป็นแม่ เพราะคุณเลี้ยงน้องเดียร์มาดีและสอนแกมาดียังไง คุณก็ต้องเลี้ยงลูกคนที่สองของผมได้ดีแน่นอนแก้ม” “ฉันเกลียดคุณ...ถุย!” กันตาถุยน้ำลายใส่คนตรงหน้า หาได้หวาดกลัวสายตาดุดันของมาเฟียหนุ่มเลยสักนิด เพราะตอนนี้หล่อนรู้แล้วว่าตัวเองหมดทางหนีรอดแล้ว “อ่า...รู้ไหมว่าคุณเป็นคนแรกที่ตบผม และมาตอนนี้ยังถุยน้ำลายใส่หน้าผมอีก” โดมินิกผละมือจากลำคอระหงมาลูบน้ำลายที่เปื้อนหน้าผากตัวเองมาหยุดอยู่ที่ปากหนาแล้วก็แตะปลายลิ้นกับคราบน้ำลายนั้น “ผมไม่รังเกียจหรอกนะ เพราะตอนจูบกัน ผมก็ต้องกินน้ำลายคุณอยู่ดีแก้ม อ่า...” จบประโยคก็ลากปลายลิ้นถูไถไปมากับฝ่ามือของตัวเอง “ไอ้มาเฟียโรคจิต!” “ขอบคุณที่ชมผมนะแก้ม และผมจะทำให้คุณดูว่าผมโรคจิตหรือเปล่า” เมื่อพูดจบโดมินิกก็โน้มหน้าลงทาบทับริมฝีปากหนาของตัวเองกับริมฝีปากสีระเรื่อของกันตา ทันทีที่ได้ทาบทับเขาก็บดจูบคลอเคลียสอดแทรกปลายลิ้นสากเข้าไปในโพรงปากเล็กที่กำลังเผยออ้าจะร้องค้าน และจังหวะนั้นเองที่เขาได้ดันปลายลิ้นตัวเองเข้าไปในปากหวานของกันตา “อ่ะ...อื้อ...” ***********
หน้าปกนวนิยาย รักต้องลุ้น คุณเจ้านายสุดหล่อ
9.6
จอมขวัญตกหลุมรักมัฆวัฒน์ นักธุรกิจหนุ่มลูกครึ่งสุดเนี้ยบตั้งแต่แรกพบในงานวันเกิดเพื่อน จนเผลอประกาศตัวว่าอยากใช้นามสกุลเดียวกับเขา โชคชะตานำพาให้เธอได้เป็นเลขาของเขา แต่ความเย็นชาและท่าทีดุดันของเจ้านายกลับทำให้เธอเริ่มถอดใจและพยายามถอยห่าง ทว่ามัฆวัฒน์ที่เคยบ้างานจนไม่สนใจใคร กลับเริ่มหวั่นไหวและหลงเสน่ห์ความสดใสของจอมขวัญจนโงหัวไม่ขึ้น เมื่อสาวเจ้าเริ่มจะตัดใจ เขาจึงต้องทำทุกทางเพื่อรั้งเธอไว้และไม่ยอมให้หนีหายไปจากชีวิตเด็ดขาด
หน้าปกนวนิยาย กรงรักร้อนสามีเฉพาะกิจ
7.8
ปอป่านถูกเรียกตัวกลับไทยเพียงเพื่อจะพบว่าอาเฟื่องรัตน์ได้จัดงานหมั้นสายฟ้าแลบให้เธอกับธราเทพ พี่ชายที่แสนดีในวัยเด็ก ท่ามกลางความสับสนและน้อยใจ ปอป่านไม่เคยรู้เลยว่าอาของเธอกำลังป่วยหนักด้วยเนื้องอกในสมองและต้องการฝากฝังชีวิตหลานสาวไว้กับคนที่ไว้ใจได้ที่สุดก่อนจะจากไป ธราเทพผู้หลงรักเธอมาตลอดจึงต้องรับบทสามีเฉพาะกิจเพื่อปกป้องเธอจากชัยนันท์ อาหนุ่มผู้โลภมากที่หวังฮุบสมบัติมหาศาล เขาจะใช้ความรักและความจริงใจพังทลายกำแพงหัวใจของเธอลงได้หรือไม่ในเกมชิงอำนาจครั้งนี้ได้หรือไม่
หน้าปกนวนิยาย เปย์รัก(แฝดน้อง) 40 กะรัต
8.4
สาวผู้คลั่งไคล้ในสมบัติและของมีค่าอย่างสุดหัวใจ แต่กลับพยายามปฏิเสธความปรารถนาดีจากชายหนุ่มผู้สายเปย์ที่คอยประเคนของขวัญให้เธอไม่หยุดหย่อน แม้เธอจะพยายามหาทางหลบหนีจากความสัมพันธ์นี้มากเพียงใด เขากลับรุกหนักด้วยการส่งสิ่งของล้ำค่ามาให้มากมายราวกับขนมาด้วยรถสิบล้อ ยิ่งหนีเขาก็ยิ่งเปย์ ยิ่งถอยเขาก็ยิ่งรุกใส่ด้วยความร่ำรวย แล้วแบบนี้ผู้หญิงที่แพ้ทางของสวยๆ งามๆ อย่างเธอจะสามารถรอดพ้นจากบ่วงรักมหาเศรษฐีจอมทุ่มคนนี้ไปได้อย่างไร
หน้าปกนวนิยาย ยังคงรักกันอยู่ไหม
9.0
ความรักที่แสนหวานของพลอยฟ้าต้องพังทลายลงเมื่อความจริงปรากฏว่าปราบซ่อนใครอีกคนไว้ แม้เธอจะรักเขาจนหมดหัวใจ แต่เขากลับมองว่าเธอเป็นเพียงผู้หญิงจืดชืดที่น่ารำคาญและไร้ค่า ปราบปฏิเสธความผิดและบีบคั้นหัวใจเธอด้วยคำพูดที่โหดร้าย โดยให้เธออดทนรอในฐานะผู้ถูกเลือก ท่ามกลางความเจ็บปวดจากการถูกหลอกลวง พลอยฟ้าจึงตัดสินใจยุติความสัมพันธ์และขอหย่าเพื่อคืนอิสรภาพให้แก่กัน แม้ต้องกลายเป็นแม่หม้ายเธอก็ยอมเดินจากไปเพื่อรักษาศักดิ์ศรีของตนเอง
หน้าปกนวนิยาย รอรักกลับมา
8.9
ตลอดสามปีในฐานะภรรยา ซูป้านเซี่ยทุ่มเทดูแลมู่หนานจืออย่างสุดความสามารถ แต่สิ่งที่ได้กลับมามีเพียงความหมางเมิน เมื่อคนรักเก่าของเขากลับมา ความสัมพันธ์ก็ยิ่งพังทลายจนเธอตัดสินใจขอหย่า แม้เขาจะปรามาสว่าเธอต้องซมซานกลับมาอ้อนวอน แต่เธอกลับเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่สดใสในบาร์พร้อมเปิดตัวคนรักใหม่ ทิ้งให้มู่หนานจือที่เคยลำพองใจต้องเริ่มกระวนกระวาย เมื่อพบว่าผู้หญิงที่เคยรักเขาจนหมดใจ บัดนี้ไม่มีที่ว่างให้เขาอีกต่อไปแล้ว
ตอน
อ่านเลย
แชร์