
ข้าจับจิ้งจอกตัวเมียได้หนึ่งตัวในสวนหลังบ้าน
ตอน 2
เขาคิดถูกไหมที่เลี้ยงจิ้งจอกตัวนี้ ดูจากอาหารการกินของจิ้งจอกน้อยดูไม่น้อยเท่าตัวเลย หันมองชามที่หมดไปสองชามกับผลไม้อีกหนึ่งชาม
“อาเหยียน แน่ใจนะว่าข้าจับจิ้งจอกมาเลี้ยง ไม่ใช่หมู”
ตวนเหยียนหันมองจิ้งจอกน้อยที่กินอย่างเอาเป็นเอาตาย สีหน้านิ่งไม่แพ้เจ้านายก็ถามต่อ
“ท่านอ๋องจะให้มันชื่อว่าอะไร”
อ๋องหลิวหยาง “ทำไมต้องมีชื่อ”
เอ้อ ตวนเหยียนถึงกับไปไม่เป็น “คือแล้วเราจะเรียกมันว่าอะไร”
“ก็จิ้งจอก”
ตวนเหยียนไม่รู้จะสงสารใครก่อนดี หันมองจิ้งจอกตัวน้อยก็เลยนึกถึงชื่อหนึ่ง “จูหลีดีไหมพ่ะย่ะค่ะ”
จิ้งจอกกับหมูมาร่วมกัน สรุปแล้วนางก็มองเห็นคนนิ่งที่เป็นเจ้าของจวนพยักหน้า “ดี”
เอาอะไรมาเห็นด้วย ข้าไม่ชอบชื่อนี้ท่านฟังข้าด้วยสิ!!
พอไม่ถูกใจก็ทำหน้างอนหันหลังให้เขาเพราะไม่ถูกใจสิ่งนี้ แต่เขากลับพูดขึ้นว่า “ดูเหมือนมันจะชอบมากเสียด้วย”
ใบหน้าจิ้งจอกน้อยหันไปมองอย่างรวดเร็ว มองเขาที่ลุกขึ้นถอดเสื้อออกจากนั้นก็จับดาบแล้วไปฝึกอาวุธที่ลานด้านนอกท่ามกลางหิมะที่กำลังตกลงมา
เจียหลิงจึงขยับไปยังระเบียงแล้วนอนลงบนเบาะนุ่มจากนั้นก็มองเขาฝึกอาวุธอย่างเพลิดเพลินใจ นึกถึงท่านผู้เฒ่าที่เคยตักเตือนไว้ว่าชนเผ่ามนุษย์ไม่ได้มีสิ่งใดน่าสนใจสักนิด
แต่กล้ามแน่นๆ ตรงหน้าทำไมน่ามองนัก มองไปมองมาน้ำลายเหมือนจะไหล เจียหลิงรีบสะบัดหน้าหนีจากนั้นก็หันมองไปยังต้นเหมยแดงหวังชื่นชมหิมะที่กำลังเกาะบนกิ่งไม้
แต่ตาเจ้ากรรมก็ยังเหล่มองกล้ามหน้าอกแน่นอยู่ดี คืนนี้ถ้าได้นอนซบอกอุ่นๆ นั่นก็คงดีไม่น้อย คิดเพลินไปหน่อยไม่นานก็หลับพริ้มโดยไม่รู้ตัว
คนที่กินแล้วนอนไม่รู้สึกตั้งแต่เขาฝึกอาวุธจนหมดไปหนึ่งชั่วยาม เหงื่อที่ไหลออกมาเกาะอยู่บนผิวเข้มตามตัว อ๋องหลิวหยางเดินมาก็มองเห็นเจ้าจิ้งจอกขี้เกียจนอนอยู่ก็รู้สึกไม่พอใจ
จึงอุ้มมันขึ้นมาแล้วเขย่า
‘แผ่นดินถล่ม!!’ เจียหลิงตกใจนึกว่าแผ่นดินสะเทือน แต่พอลืมตามองดีๆ ก็พบต้นเหตุของแผ่นดินว่าเกิดจากอะไร เขาเป็นตัวอะไรกันแน่ ทำไมถึงได้ดูแล้วไม่น่าคบเอาเสียเลย
“ไปอาบน้ำกับเปิ่นหวาง”
หา!! เจียหลิงตาโต แล้วพยายามดิ้นรนหนีจากมือหนาที่อุ้มไม่ปล่อย แต่ดิ้นรนไปก็เท่านั้นเมื่อนางถูกพามายังห้องอาบน้ำขนาดใหญ่ ตอนนี้นางกำนัลทั้งหลายกำลังจัดเตรียมน้ำในอ่าง ควันอุ่นลอยฟุ้งไปทั่วห้อง
เจียหลิงที่มีขนนุ่มป้องกันตัวอยู่แล้ว ไม่ได้สนใจความอุ่นแต่น้ำที่หอมลอยแตะจมูกต่างหาก ว่าแต่นางก็ไม่ได้อาบน้ำมาหลายวันแล้ว คิดได้ก็ก้มลงดมตัวเอง พอเงยหน้ากำลังคิดว่าจะเอายังไงดีก็มองเห็นท่านตวนอ๋องหลิวหยางกำลังถอดกางเกง!!
ไม่ใช่กำลังสิ ถอดต่อหน้านางต่างหาก ถอดเสร็จนางก็ได้เห็นแท่งยาวๆ แกว่งอยู่ตรงหน้าไปมา มันคืออาวุธชนิดใดกันที่สามารถหลบซ่อนในกางเกงได้
กำลังคิดเพลินตวนอ๋องก็มาอุ้มนางขึ้นไป ทำให้หางนางแตะเข้ากับแท่งยาวๆ ด้านล่าง ตอนแรกมันนุ่มนิ่มน่าสัมผัสแต่นานไปทำไมรู้สึกมันแข็งขึ้นหันมองคนอุ้มก็ดูจะชอบที่นางเอาหางไกวเล่นเช่นนี้
สองเท้าบุรุษก้าวลงไปยังอ่างอาบน้ำอันใหญ่ จากนั้นก็นั่งลงแล้วอุ้มนางนั่งลงด้วยกัน เจียหลิงถึงรู้ว่าด้านล่างของอ่างมีขอบไว้สำหรับนั่งได้อีกหนึ่งชั้น ส่วนด้านล่างก็จะลึกไปสำหรับนอนแช่ทั้งตัว
เห็นแบบนี้แล้วอยากจะแปลงร่างเหลือเกิน แต่ในเมื่อทำไม่ได้ก็แช่ไปทั้งขนนี่แหละ เจียหลิงหันมองขอบอ่างก็วางหัวไว้ตรงหน้า ส่วนตัวก็ยังแช่อยู่ในอ่างไม่มีทีท่าว่าจะหนีแต่อย่างใด
“เจ้าแปลกไม่เหมือนจิ้งจอกสักนิด”
แน่ล่ะ ข้าเป็นถึงเซียนจิ้งจอกอายุมากท่านหมื่นปีจะเหมือนจิ้งจอกทั่วไปได้ยังไงกัน
อ๋องหลิวหยางหันมองจิ้งจอกที่นอนหลับสบายก็รู้สึกไม่พอใจจึงกวักน้ำขึ้นใส่หน้าจิ้งจอกจนมันลืมตาสะดุ้งหงายหลังตกไปยังน้ำ ท่าทางตลกนั่นทำให้เขาเผยยิ้มเล็กน้อย
มองมันกำลังใช้ขาตะเกียกตะกายขึ้นจากน้ำ “ดูเหมือนเจ้าจะว่ายน้ำไม่เป็น”
ท่านอ๋องบ้า!! ข้าจะจ่มน้ำตายอยู่แล้ว ยังจะมาบอกว่าข้าว่ายน้ำไม่เป็นอีก พาข้าขึ้นจากน้ำเดี๋ยวนี้เจียหลิงสวดเขาในใจไปหลายจบ จนกระทั่งตัวนางลอยขึ้นจากน้ำ มือเขาที่จับคอนางยกขึ้นมองสภาพของนางที่ตัวเปียกขนลีบไปทั้งตัวแต่ยังมองเห็นพุงอ้วนๆ จากการกินข้าวไปสามชามอยู่
สายตาเขามองไปยังด้านล่างของนาง “เป็นตัวเมียจริงๆ เสียด้วย”
เจียหลิงหน้าแดงจนไม่รู้จะแดงไปถึงไหนเพราะขนนางปิดหมด ส่วนเขาก็วางนางบนขอบอ่างแล้วหยิบผ้าขนหนูวางห่มนางทั้งตัวจนอุ่น
“สตรีโง่เขลาจริงๆ แม้แต่สัตว์ก็ไม่เว้น”
ข้าไม่ได้โง่เสียหน่อยแค่ข้าไม่มีพลังจัดการท่านเท่านั้น ความรู้สึกตอนแรกอยากขอบคุณเขาที่ช่วยชีวิต แต่ตอนนี้เริ่มรู้สึกอยากระบายความโมโหที่เขาว่านางโง่เขลา
กำลังจะเงยหน้าทำสายตาไม่พอใจ คนในอ่างก็ลุกขึ้นมาทำให้มองเห็นแท่งยาวๆ แกว่งไปมาอีกรอบ
สวรรค์อาวุธนี้มันใช่ทำอะไรกันแน่บอกข้าหน่อย
แต่ดูเหมือนข้าบ่นไปก็เท่านั้น เพราะเขาก็ยังเปลือยต่อหน้าข้าจนผ่านไปครึ่งชั่วยาม ตอนที่นางกำนัลมาแต่งตัวข้าถึงได้เห็นใบหน้าพวกนางแดงก่ำเขินอาย จากนั้นก็รีบแต่งตัวให้เขาแล้วออกไป
ก็แค่อาวุธติดกาย เหตุใดต้องทำเหมือนเป็นของดีขนาดนั้นเชียว เจียหลิงหันมองหางของตัวเอง มันก็เหมือนกันไม่ใช่เหรอ นางเลิกสนใจแท่งอาวุธนั่น แล้วมาสะบัดขนตัวเองให้แห้ง จากนั้นก็กระโดดขึ้นเตียงนุ่มมุดลงไปในผ้าห่ม ความเย็นก็หายไปจนสิ้น
“เปิ่นหวางควรจะเป็นฝ่ายเย็นมากกว่า เจ้ามีขนนุ่มอยู่แล้วจะหนาวอะไรกัน” พูดจบก็ดึงผ้าห่มออกจากร่างของนาง
เอ๊ะท่านนี่ทำตัวเหมือนบิดาไม่รัก!!
เจียหลิงเริ่มจะหมดความอดทนจึงลุกขึ้นพยายามรวบรวมกำลังจากนั้นก็กระโดดขึ้นหวังจะใช้ขาข่วนหน้าอกเปลือยตรงหน้า ภาพที่นางจิตนาการนั้นคืออีกฝ่ายตกใจจนล้มลงพื้นหงายหลัง ยิ่งคิดก็ยิ่งดีใจอย่างมีความสุข
แต่...ทำไมเป็นแบบนี้ มือหนาจับที่คอนางห้อยโตงเตง
นาง..นาง หายใจไม่ออก คนบ้า!!! นอกจากบิดาไม่รักแล้ว สงสัยมารดาก็ไม่สนใจแน่นอนถึงได้นิสัยเสียแบบนี้!!
เขาคงเห็นว่านางกำลังจะหมดลมหายใจตายเสียก่อนแล้วคงทำให้ไม่มีอะไรเล่นอีก จึงยอมปล่อยนางแต่โดยดี เจียหลิงได้แต่เก็บอาการแล้วหลบไปอยู่ปลายเตียง
มองเขาอย่างระแวดระวังเดินไปยังโต๊ะทำงานจากนั้นก็มองจดหมายที่วางอยู่ อ่านได้เพียงครู่แจกันแตกก็ดังขึ้น
เพล้ง!! เจียหลิงที่กำลังจะหลับก็สะดุ้งหลบเข้ามุมยิ่งกว่าเดิม นอกจากบิดามารดาไม่รัก แม้แต่คนรอบข้างก็คงกลัวเขากันหมด นางมองทหารองครักษ์ด้านนอกที่รีบเข้ามา พอมองเห็นว่าแค่แจกันแตกก็พากันคุกเข่าลงพื้น
“มีสิ่งใดที่ทำให้เคืองพระทัยพ่ะย่ะค่ะ”
สองมือเขากำจดหมายในมือไว้แน่น จากนั้นก็เขวี่ยงลงพื้นให้กับตวนเหยียน อีกฝ่ายก็รีบหยิบขึ้นมาอ่าน
“กระหม่อมจะไปสืบข่าวเดียวนี้พ่ะย่ะค่ะ”
พูดจบก็รีบออกไป ส่วนนางกำนัลก็รีบก้มหน้าก้มตาเก็บแจกันแต่แตกออกไป เหลือเพียงนางกับบุรุษขี้โมโหตรงหน้า นางจะทำยังได้ก็ต้องหาทางหนีนะสิ
ขืนอยู่ต่อมีหวังได้เป็นศพหลังบ้านแน่นอน!!
ว่าแล้วก็ยกตัวขึ้นคิดหมายจะกระโดดลงจากเตียง เท้าที่ก้าวก็ก้าวทีละนิด คิดหมายจะกระโดดหนีอีกรอบ ก็ถูกคนบ้าคว้าตัวเอาไว้ เจียหลิงได้แต่กร่นด่าในใจ
อะไรของท่านอ๋องนักหนาไม่ทราบ!!
“จะไปไหนเปิ่นหวางจะนอนแล้ว”
นอนแล้วเกี่ยวอะไรกับท่าน ไม่ใช่เรื่องของข้าเสียหน่อย คิดไปก็เท่านั้นเมื่อเขาวางนางลงบนเตียงนอน จากนั้นก็เอนนอนแล้วใช้ท่อนแขนหนักทับพุงอ้วนๆ ของนาง
เดี๋ยวนางจุก อิ่มเพราะกินไปเยอะ แม้จะไปว่ายน้ำมาก็ใช่ว่ามันจะละลายพลังงานของนางไปหมดเสียเมื่อไร ตอนนี้นางกำลังอิ่มและเขากำลังทับท้องของนาง
เรียกว่าจุก กำลังจะแหกปากส่งเสียง แต่รู้ว่าพูดไม่ได้เลยเปลี่ยนเป็นยกปากจะกัดแทน เขาก็หยิบเนื้อแห้งใส่ปากนางอีก
“เจ้าหิวอีกแล้วถึงได้อ้าปากเช่นนี้ โชคดีที่เปิ่นหวางเตรียมพร้อมเสมอ”
เจียหลิงตาโตมองถุงในมือเขา ด้านในมีกลิ่นเนื้อชัดเจน นางที่รู้สึกว่าอิ่มแล้วท้องก็ยังร้องขึ้นมาจึงได้ยินเสียงเขากลั้วขำครั้งแรกในลำคอ
“นอกจากกินจุแล้วเจ้ายังตลกด้วย”
นางเป็นสตรีนะ หาใช่ตัวตลกของผู้ใด พอเขาบอกว่านางตลกนางก็เขินอายจริงๆ กับการกระทำของตัวเอง ดังนั้นแล้วนางจึงเอนนอนไม่ยอมขยับตัวอีกแล้วปิดตา
ส่วนเขาก็ดึงนางเข้ากอด “ว่าไปเจ้าก็นุ่มน่ากอดเหมือนกัน”
แน่นอนตัวข้าน่ากอด แต่ใช่ว่าท่านจะกอดได้ ข้าเป็นถึงบุตรสาวจิ้งจอกหาใช่คนทั่วไปเสียหน่อย แต่ตอนนี้นางหมดฤทธิ์แถมแผ่นอกเขาก็อุ่นใช้ได้ มองเขาที่ยังไม่หลับแต่ใช้มือลูบขนนางไปมา
สบายจัง....
“ดูเหมือนเปิ่นหวางจะต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว”
ทำอะไรของท่านข้าไม่เข้าใจ ข้าจะนอน
“หากไม่ทำคนผู้นั้นก็จะได้ใจ”
ก็ช่างเรื่องเขาสิ ตอนนี้ข้าง่วงแล้ว
“แต่เปิ่นหวางจะทำยังไงให้เขาไม่สงสัยในตัวเปิ่นหวาง”
ข้าจะไปรู้ได้ยัง ไม่เอาแล้วข้าจะนอน!!
อ๋องหลิวหยางก้มมองจิ้งจอกน้อยที่นอนหลับไปแล้ว เขาจึงลุกขึ้นจากเตียงเดินออกไปด้านนอกจากนั้นก็เรียกคนของเขามาปรึกษา
องครักษ์เงากำลังคุกเข่ารายงานสิ่งที่พบว่า
“คนผู้นั้นกำลังจะมาเมืองเหอหนานในอีกสามวันพ่ะย่ะค่ะ ให้กระหม่อมทำเช่นไร”
“ในเมื่อกล้ามาเหยียบถึงถิ่นเปิ่นหวาง ถ้าเช่นนั้นแล้วก็เตรียมต้อนรับให้ดีเถิด”
ปลายเสียงเหมือนจะไม่ได้บอกว่าเตรียมต้อนรับแบบอบอุ่นแต่คงเลือดสาดกระเซ็นไปข้างหนึ่งแน่นอน
พอจัดการเสร็จเขาก็กลับมายังเตียงนอนของตน มองเจ้าจิ้งจอกน้อยกำลังนอนยึดเตียงเขา ดูๆ ไปแล้วเหมือนเขาจะต้องเสียสละเตียงให้เจ้าจิ้งจอกน้อยดี หรือว่านอนทับไปเสียอย่างนั้น
แต่พอคิดถึงขนอุ่นๆ เขาก็เลือกที่จะกอดขนนุ่มแทน ยิ่งอากาศเย็นขนอุ่นก็ทำให้อุ่นไปทั้งกาย เขานอนหลับไปตลอดทั้งคืนจนเมื่อรู้สึกตัวก็รู้สึกว่ามือที่กอดจากขนนุ่มจะกลายเป็นผิวนุ่มลื่นมากกว่า
ตวนอ๋องตกใจลืมตาตื่นขึ้นมา เหมือนมองเห็นเป็นสตรีนอนเปลือยข้างตน แต่พอกะพริบตาขึ้นลงอีกครั้งภาพสตรีก็กลายเป็นเจ้าขนนุ่มแทน หรือเขาจะตาฝาด จิ้งจอกจะกลายเป็นคนได้ยัง...
การอยู่กับเขาไม่ใช่เรื่องแย่อะไร เพราะนอกจากนิสัยขี้โมโหแล้วอาหารการกินก็แทบจะดีกว่าเผ่าของนางด้วยซ้ำ ยิ่งนางออดอ้อนบนตักเท่าไรเขาก็เหมือนจะพอใจ
เพราะมืออุ่นก็จะลูบขนนางเหมือนเคยชินไปแล้ว แต่ไอ้แท่งอาวุธลับเขาทำไมถึงได้แข็งเช่นนี้ พอรู้สึกไม่สบายนางก็พยายามขยับหนีไปนอนที่อื่นแทน
แต่พอจะลุกขึ้นคนเอาแต่ใจก็กดนางให้นอนต่อ เสียงประตูดังขึ้นเมื่อเปิดออกมา ก็พบว่าเป็นองครักษ์ตวนเหยียนคนเดิม
“ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้กำลังรอที่เรือนตะวันออกขอรับ”
ตั้งแต่เมื่อสามวันก่อนแล้ว ที่พวกเขาพูดกันแต่นางก็ไม่เข้าใจว่าหมายถึงสิ่งใด จนกระทั่งถูกอุ้มพาไปยังเรือนตะวันออกที่อยู่อีกฝั่งของจวน
นางมองเห็นในศาลามีบุรุษนั่งอีกหนึ่งคน คนผู้นั้นยิ่งไม่เข้าใจเหตุไฉนถึงได้หน้าตาเหมือน...นักพรตที่ทำร้ายนาง!!!
คุณอาจจะชอบ





