ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ข้าจับจิ้งจอกตัวเมียได้หนึ่งตัวในสวนหลังบ้าน

ข้าจับจิ้งจอกตัวเมียได้หนึ่งตัวในสวนหลังบ้าน

เมื่อชายหนุ่มบังเอิญพบจิ้งจอกสาวในสวนหลังบ้านและรับมาเลี้ยงดูเป็นสัตว์คู่กาย ทว่าสัตว์เลี้ยงตัวนี้กลับมีความลับที่คาดไม่ถึงซ่อนอยู่ เพราะในยามราตรีที่แสงจันทร์สาดส่อง ร่างขนฟูนุ่มนิ่มกลับแปรเปลี่ยนเป็นสตรีโฉมงามผู้มีเสน่ห์เย้ายวนใจ ความน่ารักที่เคยมีกลับกลายเป็นความปรารถนาที่ยากจะต้านทาน ในฐานะเจ้านายผู้ครอบครอง เขาจะหักห้ามใจตนเองได้อย่างไรเมื่อจิ้งจอกน้อยตัวนี้ช่างน่าลิ้มลองไปเสียทุกส่วนจนอยากจะกลืนกินเธอเข้าไปทั้งตัวในทุกค่ำคืนที่ผ่านพ้นไป
ตอน
แชร์

ตอน 2

เขาคิดถูกไหมที่เลี้ยงจิ้งจอกตัวนี้ ดูจากอาหารการกินของจิ้งจอกน้อยดูไม่น้อยเท่าตัวเลย หันมองชามที่หมดไปสองชามกับผลไม้อีกหนึ่งชาม

“อาเหยียน แน่ใจนะว่าข้าจับจิ้งจอกมาเลี้ยง ไม่ใช่หมู”

ตวนเหยียนหันมองจิ้งจอกน้อยที่กินอย่างเอาเป็นเอาตาย สีหน้านิ่งไม่แพ้เจ้านายก็ถามต่อ

“ท่านอ๋องจะให้มันชื่อว่าอะไร”

อ๋องหลิวหยาง “ทำไมต้องมีชื่อ”

เอ้อ ตวนเหยียนถึงกับไปไม่เป็น “คือแล้วเราจะเรียกมันว่าอะไร”

“ก็จิ้งจอก”

ตวนเหยียนไม่รู้จะสงสารใครก่อนดี หันมองจิ้งจอกตัวน้อยก็เลยนึกถึงชื่อหนึ่ง “จูหลีดีไหมพ่ะย่ะค่ะ”

จิ้งจอกกับหมูมาร่วมกัน สรุปแล้วนางก็มองเห็นคนนิ่งที่เป็นเจ้าของจวนพยักหน้า “ดี”

เอาอะไรมาเห็นด้วย ข้าไม่ชอบชื่อนี้ท่านฟังข้าด้วยสิ!!

พอไม่ถูกใจก็ทำหน้างอนหันหลังให้เขาเพราะไม่ถูกใจสิ่งนี้ แต่เขากลับพูดขึ้นว่า “ดูเหมือนมันจะชอบมากเสียด้วย”

ใบหน้าจิ้งจอกน้อยหันไปมองอย่างรวดเร็ว มองเขาที่ลุกขึ้นถอดเสื้อออกจากนั้นก็จับดาบแล้วไปฝึกอาวุธที่ลานด้านนอกท่ามกลางหิมะที่กำลังตกลงมา

เจียหลิงจึงขยับไปยังระเบียงแล้วนอนลงบนเบาะนุ่มจากนั้นก็มองเขาฝึกอาวุธอย่างเพลิดเพลินใจ นึกถึงท่านผู้เฒ่าที่เคยตักเตือนไว้ว่าชนเผ่ามนุษย์ไม่ได้มีสิ่งใดน่าสนใจสักนิด

แต่กล้ามแน่นๆ ตรงหน้าทำไมน่ามองนัก มองไปมองมาน้ำลายเหมือนจะไหล เจียหลิงรีบสะบัดหน้าหนีจากนั้นก็หันมองไปยังต้นเหมยแดงหวังชื่นชมหิมะที่กำลังเกาะบนกิ่งไม้

แต่ตาเจ้ากรรมก็ยังเหล่มองกล้ามหน้าอกแน่นอยู่ดี คืนนี้ถ้าได้นอนซบอกอุ่นๆ นั่นก็คงดีไม่น้อย คิดเพลินไปหน่อยไม่นานก็หลับพริ้มโดยไม่รู้ตัว

คนที่กินแล้วนอนไม่รู้สึกตั้งแต่เขาฝึกอาวุธจนหมดไปหนึ่งชั่วยาม เหงื่อที่ไหลออกมาเกาะอยู่บนผิวเข้มตามตัว อ๋องหลิวหยางเดินมาก็มองเห็นเจ้าจิ้งจอกขี้เกียจนอนอยู่ก็รู้สึกไม่พอใจ

จึงอุ้มมันขึ้นมาแล้วเขย่า

‘แผ่นดินถล่ม!!’ เจียหลิงตกใจนึกว่าแผ่นดินสะเทือน แต่พอลืมตามองดีๆ ก็พบต้นเหตุของแผ่นดินว่าเกิดจากอะไร เขาเป็นตัวอะไรกันแน่ ทำไมถึงได้ดูแล้วไม่น่าคบเอาเสียเลย

“ไปอาบน้ำกับเปิ่นหวาง”

หา!! เจียหลิงตาโต แล้วพยายามดิ้นรนหนีจากมือหนาที่อุ้มไม่ปล่อย แต่ดิ้นรนไปก็เท่านั้นเมื่อนางถูกพามายังห้องอาบน้ำขนาดใหญ่ ตอนนี้นางกำนัลทั้งหลายกำลังจัดเตรียมน้ำในอ่าง ควันอุ่นลอยฟุ้งไปทั่วห้อง

เจียหลิงที่มีขนนุ่มป้องกันตัวอยู่แล้ว ไม่ได้สนใจความอุ่นแต่น้ำที่หอมลอยแตะจมูกต่างหาก ว่าแต่นางก็ไม่ได้อาบน้ำมาหลายวันแล้ว คิดได้ก็ก้มลงดมตัวเอง พอเงยหน้ากำลังคิดว่าจะเอายังไงดีก็มองเห็นท่านตวนอ๋องหลิวหยางกำลังถอดกางเกง!!

ไม่ใช่กำลังสิ ถอดต่อหน้านางต่างหาก ถอดเสร็จนางก็ได้เห็นแท่งยาวๆ แกว่งอยู่ตรงหน้าไปมา มันคืออาวุธชนิดใดกันที่สามารถหลบซ่อนในกางเกงได้

กำลังคิดเพลินตวนอ๋องก็มาอุ้มนางขึ้นไป ทำให้หางนางแตะเข้ากับแท่งยาวๆ ด้านล่าง ตอนแรกมันนุ่มนิ่มน่าสัมผัสแต่นานไปทำไมรู้สึกมันแข็งขึ้นหันมองคนอุ้มก็ดูจะชอบที่นางเอาหางไกวเล่นเช่นนี้

สองเท้าบุรุษก้าวลงไปยังอ่างอาบน้ำอันใหญ่ จากนั้นก็นั่งลงแล้วอุ้มนางนั่งลงด้วยกัน เจียหลิงถึงรู้ว่าด้านล่างของอ่างมีขอบไว้สำหรับนั่งได้อีกหนึ่งชั้น ส่วนด้านล่างก็จะลึกไปสำหรับนอนแช่ทั้งตัว

เห็นแบบนี้แล้วอยากจะแปลงร่างเหลือเกิน แต่ในเมื่อทำไม่ได้ก็แช่ไปทั้งขนนี่แหละ เจียหลิงหันมองขอบอ่างก็วางหัวไว้ตรงหน้า ส่วนตัวก็ยังแช่อยู่ในอ่างไม่มีทีท่าว่าจะหนีแต่อย่างใด

“เจ้าแปลกไม่เหมือนจิ้งจอกสักนิด”

แน่ล่ะ ข้าเป็นถึงเซียนจิ้งจอกอายุมากท่านหมื่นปีจะเหมือนจิ้งจอกทั่วไปได้ยังไงกัน

อ๋องหลิวหยางหันมองจิ้งจอกที่นอนหลับสบายก็รู้สึกไม่พอใจจึงกวักน้ำขึ้นใส่หน้าจิ้งจอกจนมันลืมตาสะดุ้งหงายหลังตกไปยังน้ำ ท่าทางตลกนั่นทำให้เขาเผยยิ้มเล็กน้อย

มองมันกำลังใช้ขาตะเกียกตะกายขึ้นจากน้ำ “ดูเหมือนเจ้าจะว่ายน้ำไม่เป็น”

ท่านอ๋องบ้า!! ข้าจะจ่มน้ำตายอยู่แล้ว ยังจะมาบอกว่าข้าว่ายน้ำไม่เป็นอีก พาข้าขึ้นจากน้ำเดี๋ยวนี้เจียหลิงสวดเขาในใจไปหลายจบ จนกระทั่งตัวนางลอยขึ้นจากน้ำ มือเขาที่จับคอนางยกขึ้นมองสภาพของนางที่ตัวเปียกขนลีบไปทั้งตัวแต่ยังมองเห็นพุงอ้วนๆ จากการกินข้าวไปสามชามอยู่

สายตาเขามองไปยังด้านล่างของนาง “เป็นตัวเมียจริงๆ เสียด้วย”

เจียหลิงหน้าแดงจนไม่รู้จะแดงไปถึงไหนเพราะขนนางปิดหมด ส่วนเขาก็วางนางบนขอบอ่างแล้วหยิบผ้าขนหนูวางห่มนางทั้งตัวจนอุ่น

“สตรีโง่เขลาจริงๆ แม้แต่สัตว์ก็ไม่เว้น”

ข้าไม่ได้โง่เสียหน่อยแค่ข้าไม่มีพลังจัดการท่านเท่านั้น ความรู้สึกตอนแรกอยากขอบคุณเขาที่ช่วยชีวิต แต่ตอนนี้เริ่มรู้สึกอยากระบายความโมโหที่เขาว่านางโง่เขลา

กำลังจะเงยหน้าทำสายตาไม่พอใจ คนในอ่างก็ลุกขึ้นมาทำให้มองเห็นแท่งยาวๆ แกว่งไปมาอีกรอบ

สวรรค์อาวุธนี้มันใช่ทำอะไรกันแน่บอกข้าหน่อย

แต่ดูเหมือนข้าบ่นไปก็เท่านั้น เพราะเขาก็ยังเปลือยต่อหน้าข้าจนผ่านไปครึ่งชั่วยาม ตอนที่นางกำนัลมาแต่งตัวข้าถึงได้เห็นใบหน้าพวกนางแดงก่ำเขินอาย จากนั้นก็รีบแต่งตัวให้เขาแล้วออกไป

ก็แค่อาวุธติดกาย เหตุใดต้องทำเหมือนเป็นของดีขนาดนั้นเชียว เจียหลิงหันมองหางของตัวเอง มันก็เหมือนกันไม่ใช่เหรอ นางเลิกสนใจแท่งอาวุธนั่น แล้วมาสะบัดขนตัวเองให้แห้ง จากนั้นก็กระโดดขึ้นเตียงนุ่มมุดลงไปในผ้าห่ม ความเย็นก็หายไปจนสิ้น

“เปิ่นหวางควรจะเป็นฝ่ายเย็นมากกว่า เจ้ามีขนนุ่มอยู่แล้วจะหนาวอะไรกัน” พูดจบก็ดึงผ้าห่มออกจากร่างของนาง

เอ๊ะท่านนี่ทำตัวเหมือนบิดาไม่รัก!!

เจียหลิงเริ่มจะหมดความอดทนจึงลุกขึ้นพยายามรวบรวมกำลังจากนั้นก็กระโดดขึ้นหวังจะใช้ขาข่วนหน้าอกเปลือยตรงหน้า ภาพที่นางจิตนาการนั้นคืออีกฝ่ายตกใจจนล้มลงพื้นหงายหลัง ยิ่งคิดก็ยิ่งดีใจอย่างมีความสุข

แต่...ทำไมเป็นแบบนี้ มือหนาจับที่คอนางห้อยโตงเตง

นาง..นาง หายใจไม่ออก คนบ้า!!! นอกจากบิดาไม่รักแล้ว สงสัยมารดาก็ไม่สนใจแน่นอนถึงได้นิสัยเสียแบบนี้!!

เขาคงเห็นว่านางกำลังจะหมดลมหายใจตายเสียก่อนแล้วคงทำให้ไม่มีอะไรเล่นอีก จึงยอมปล่อยนางแต่โดยดี เจียหลิงได้แต่เก็บอาการแล้วหลบไปอยู่ปลายเตียง

มองเขาอย่างระแวดระวังเดินไปยังโต๊ะทำงานจากนั้นก็มองจดหมายที่วางอยู่ อ่านได้เพียงครู่แจกันแตกก็ดังขึ้น

เพล้ง!! เจียหลิงที่กำลังจะหลับก็สะดุ้งหลบเข้ามุมยิ่งกว่าเดิม นอกจากบิดามารดาไม่รัก แม้แต่คนรอบข้างก็คงกลัวเขากันหมด นางมองทหารองครักษ์ด้านนอกที่รีบเข้ามา พอมองเห็นว่าแค่แจกันแตกก็พากันคุกเข่าลงพื้น

“มีสิ่งใดที่ทำให้เคืองพระทัยพ่ะย่ะค่ะ”

สองมือเขากำจดหมายในมือไว้แน่น จากนั้นก็เขวี่ยงลงพื้นให้กับตวนเหยียน อีกฝ่ายก็รีบหยิบขึ้นมาอ่าน

“กระหม่อมจะไปสืบข่าวเดียวนี้พ่ะย่ะค่ะ”

พูดจบก็รีบออกไป ส่วนนางกำนัลก็รีบก้มหน้าก้มตาเก็บแจกันแต่แตกออกไป เหลือเพียงนางกับบุรุษขี้โมโหตรงหน้า นางจะทำยังได้ก็ต้องหาทางหนีนะสิ

ขืนอยู่ต่อมีหวังได้เป็นศพหลังบ้านแน่นอน!!

ว่าแล้วก็ยกตัวขึ้นคิดหมายจะกระโดดลงจากเตียง เท้าที่ก้าวก็ก้าวทีละนิด คิดหมายจะกระโดดหนีอีกรอบ ก็ถูกคนบ้าคว้าตัวเอาไว้ เจียหลิงได้แต่กร่นด่าในใจ

อะไรของท่านอ๋องนักหนาไม่ทราบ!!

“จะไปไหนเปิ่นหวางจะนอนแล้ว”

นอนแล้วเกี่ยวอะไรกับท่าน ไม่ใช่เรื่องของข้าเสียหน่อย คิดไปก็เท่านั้นเมื่อเขาวางนางลงบนเตียงนอน จากนั้นก็เอนนอนแล้วใช้ท่อนแขนหนักทับพุงอ้วนๆ ของนาง

เดี๋ยวนางจุก อิ่มเพราะกินไปเยอะ แม้จะไปว่ายน้ำมาก็ใช่ว่ามันจะละลายพลังงานของนางไปหมดเสียเมื่อไร ตอนนี้นางกำลังอิ่มและเขากำลังทับท้องของนาง

เรียกว่าจุก กำลังจะแหกปากส่งเสียง แต่รู้ว่าพูดไม่ได้เลยเปลี่ยนเป็นยกปากจะกัดแทน เขาก็หยิบเนื้อแห้งใส่ปากนางอีก

“เจ้าหิวอีกแล้วถึงได้อ้าปากเช่นนี้ โชคดีที่เปิ่นหวางเตรียมพร้อมเสมอ”

เจียหลิงตาโตมองถุงในมือเขา ด้านในมีกลิ่นเนื้อชัดเจน นางที่รู้สึกว่าอิ่มแล้วท้องก็ยังร้องขึ้นมาจึงได้ยินเสียงเขากลั้วขำครั้งแรกในลำคอ

“นอกจากกินจุแล้วเจ้ายังตลกด้วย”

นางเป็นสตรีนะ หาใช่ตัวตลกของผู้ใด พอเขาบอกว่านางตลกนางก็เขินอายจริงๆ กับการกระทำของตัวเอง ดังนั้นแล้วนางจึงเอนนอนไม่ยอมขยับตัวอีกแล้วปิดตา

ส่วนเขาก็ดึงนางเข้ากอด “ว่าไปเจ้าก็นุ่มน่ากอดเหมือนกัน”

แน่นอนตัวข้าน่ากอด แต่ใช่ว่าท่านจะกอดได้ ข้าเป็นถึงบุตรสาวจิ้งจอกหาใช่คนทั่วไปเสียหน่อย แต่ตอนนี้นางหมดฤทธิ์แถมแผ่นอกเขาก็อุ่นใช้ได้ มองเขาที่ยังไม่หลับแต่ใช้มือลูบขนนางไปมา

สบายจัง....

“ดูเหมือนเปิ่นหวางจะต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว”

ทำอะไรของท่านข้าไม่เข้าใจ ข้าจะนอน

“หากไม่ทำคนผู้นั้นก็จะได้ใจ”

ก็ช่างเรื่องเขาสิ ตอนนี้ข้าง่วงแล้ว

“แต่เปิ่นหวางจะทำยังไงให้เขาไม่สงสัยในตัวเปิ่นหวาง”

ข้าจะไปรู้ได้ยัง ไม่เอาแล้วข้าจะนอน!!

อ๋องหลิวหยางก้มมองจิ้งจอกน้อยที่นอนหลับไปแล้ว เขาจึงลุกขึ้นจากเตียงเดินออกไปด้านนอกจากนั้นก็เรียกคนของเขามาปรึกษา

องครักษ์เงากำลังคุกเข่ารายงานสิ่งที่พบว่า

“คนผู้นั้นกำลังจะมาเมืองเหอหนานในอีกสามวันพ่ะย่ะค่ะ ให้กระหม่อมทำเช่นไร”

“ในเมื่อกล้ามาเหยียบถึงถิ่นเปิ่นหวาง ถ้าเช่นนั้นแล้วก็เตรียมต้อนรับให้ดีเถิด”

ปลายเสียงเหมือนจะไม่ได้บอกว่าเตรียมต้อนรับแบบอบอุ่นแต่คงเลือดสาดกระเซ็นไปข้างหนึ่งแน่นอน

พอจัดการเสร็จเขาก็กลับมายังเตียงนอนของตน มองเจ้าจิ้งจอกน้อยกำลังนอนยึดเตียงเขา ดูๆ ไปแล้วเหมือนเขาจะต้องเสียสละเตียงให้เจ้าจิ้งจอกน้อยดี หรือว่านอนทับไปเสียอย่างนั้น

แต่พอคิดถึงขนอุ่นๆ เขาก็เลือกที่จะกอดขนนุ่มแทน ยิ่งอากาศเย็นขนอุ่นก็ทำให้อุ่นไปทั้งกาย เขานอนหลับไปตลอดทั้งคืนจนเมื่อรู้สึกตัวก็รู้สึกว่ามือที่กอดจากขนนุ่มจะกลายเป็นผิวนุ่มลื่นมากกว่า

ตวนอ๋องตกใจลืมตาตื่นขึ้นมา เหมือนมองเห็นเป็นสตรีนอนเปลือยข้างตน แต่พอกะพริบตาขึ้นลงอีกครั้งภาพสตรีก็กลายเป็นเจ้าขนนุ่มแทน หรือเขาจะตาฝาด จิ้งจอกจะกลายเป็นคนได้ยัง...

การอยู่กับเขาไม่ใช่เรื่องแย่อะไร เพราะนอกจากนิสัยขี้โมโหแล้วอาหารการกินก็แทบจะดีกว่าเผ่าของนางด้วยซ้ำ ยิ่งนางออดอ้อนบนตักเท่าไรเขาก็เหมือนจะพอใจ

เพราะมืออุ่นก็จะลูบขนนางเหมือนเคยชินไปแล้ว แต่ไอ้แท่งอาวุธลับเขาทำไมถึงได้แข็งเช่นนี้ พอรู้สึกไม่สบายนางก็พยายามขยับหนีไปนอนที่อื่นแทน

แต่พอจะลุกขึ้นคนเอาแต่ใจก็กดนางให้นอนต่อ เสียงประตูดังขึ้นเมื่อเปิดออกมา ก็พบว่าเป็นองครักษ์ตวนเหยียนคนเดิม

“ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้กำลังรอที่เรือนตะวันออกขอรับ”

ตั้งแต่เมื่อสามวันก่อนแล้ว ที่พวกเขาพูดกันแต่นางก็ไม่เข้าใจว่าหมายถึงสิ่งใด จนกระทั่งถูกอุ้มพาไปยังเรือนตะวันออกที่อยู่อีกฝั่งของจวน

นางมองเห็นในศาลามีบุรุษนั่งอีกหนึ่งคน คนผู้นั้นยิ่งไม่เข้าใจเหตุไฉนถึงได้หน้าตาเหมือน...นักพรตที่ทำร้ายนาง!!!

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย Deva Or Devil เทวามาร
8.5
เมื่อศิลากาฬหวนคืนพลังหลังถูกแยกส่วนนานห้าศตวรรษ คุณชายรองแห่งคานวาเรสจึงต้องมุ่งหน้าสู่เมืองซีซานเพื่อทำลายวัตถุอาถรรพ์นี้ ทว่าซาเรย์ โทจิน กลับทำลายข่ายเวทจนดวงจิตแม่มดร้ายหลบหนีไปพร้อมศิลา สร้างความหวาดกลัวแก่ชาวไซโดเวียตามคำทำนายโบราณว่าหากศิลามีอำนาจสมบูรณ์ จอมปีศาจจะฟื้นคืนเพื่อรับใช้เทวามารผู้ทรงฤทธิ์ที่ทวยเทพยังครั่นคร้าม เขาจะทำลายศิลาก่อนจอมมารทวงคืนแผ่นดินได้หรือไม่ และใครคือเทวามารที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางการไล่ล่าครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย เชลยรักพิทัก์บัลลังก์
9.6
แม้เขาจะถูกเหยียดหยามว่าไร้ค่าและต่ำต้อยเพียงใด แต่ในสายตาของนาง เขายังคงเป็นยอดบุรุษที่สง่างามเหนือใครเสมอ ความเจ็บปวดและความอัปยศที่เขาเคยถูกกระทำในอดีตกำลังจะสิ้นสุดลง เพราะต่อจากนี้นางจะเป็นผู้ลุกขึ้นมาทวงคืนความยุติธรรมและปกป้องเกียรติยศให้เขาเอง ใครก็ตามที่กล้าข้ามเส้นเข้ามาทำร้ายชายผู้นี้ จะต้องเผชิญหน้ากับความโกรธเกรี้ยวของนางอย่างถึงที่สุด นางพร้อมเดิมพันทุกอย่างเพื่อพิทักษ์บุรุษเพียงคนเดียวที่นางรักและเทิดทูนไว้ด้วยชีวิต
หน้าปกนวนิยาย ลลิตจะปกป้องหม่าม้าเอง
9.3
ใบไผ่ชายโสดวัยสามสิบปีต้องเผชิญกับจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่เมื่อเขาได้กลับมาเกิดใหม่เป็น ลลิต ทารกน้อยผู้น่ารักซึ่งเป็นลูกชายของ ลออจันทร์ ตัวประกอบในนิยายชื่อดังที่เขาเคยอ่าน ทว่าในเส้นทางเดิมนั้นแม่ของเขาต้องพบกับจุดจบที่แสนเศร้าและน่าอนาถใจอย่างยิ่ง เมื่อได้รับโอกาสครั้งที่สองในร่างเด็กทารกเช่นนี้ ลลิตจึงตั้งมั่นอย่างแน่วแน่ว่าจะต้องใช้ความสามารถและหัวใจทั้งหมดที่มีเพื่อปกป้องหม่าม้าให้พ้นจากชะตากรรมอันเลวร้ายเหล่านั้นให้จงได้
หน้าปกนวนิยาย ท่านแม่ผู้นี้คืออดีตสุดยอดนักฆ่า
8.2
เมื่ออดีตสปายนักฆ่าฝีมือฉกาจต้องทะลุมิติมาอยู่ในร่างของแม่ใจยักษ์ผู้แสนชั่วร้าย ท่ามกลางโลกแฟนตาซีที่เต็มไปด้วยการต่อสู้ด้วยพลังลมปราณและอันตรายรอบด้าน เธอจึงต้องใช้ทักษะการเอาตัวรอดที่มีทั้งหมดเพื่อปกป้องเด็กน้อยผู้บริสุทธิ์และใสซื่อที่ร่วมเดินทางไปด้วยกัน การผจญภัยครั้งใหม่นี้เต็มไปด้วยอุปสรรคที่คาดไม่ถึงและการต่อสู้สุดระทึกเพื่อรักษาชีวิตรอดในดินแดนที่ความแข็งแกร่งคือทุกสิ่ง พวกเขาจะฝ่าฟันวิกฤตครั้งนี้ไปได้อย่างไรในโลกที่ศัตรูจ้องเล่นงานทุกย่างก้าว
หน้าปกนวนิยาย นางหน้าพระพักตร์ ห้ามรักฝ่าบาท
8.1
เตรียมพบกับเรื่องราวความรักสุดเย้ายวนในโลกแฟนตาซีที่อาจทำให้คุณต้องใจสั่นหวั่นไหวไปกับฉากรักอันร้อนแรง นิยายเรื่องนี้คัดสรรเนื้อหาที่เน้นความสัมพันธ์ลึกซึ้งและฉากบนเตียงที่จัดเต็มจนอาจไม่เหมาะสำหรับผู้อ่านที่อ่อนไหวต่อเรื่องราวแนวอีโรติกหรือผู้ที่กำลังเหงาเปล่าเปลี่ยวใจ หากคุณพร้อมที่จะสัมผัสความรัญจวนใจและบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยเสน่หาท่ามกลางรั้วรอบขอบชิดของราชสำนัก ขอเชิญก้าวเข้าสู่โลกของนางหน้าพระพักตร์ที่ความรักและความปรารถนาถูกถักทอเข้าด้วยกันอย่างแยกไม่ออก
หน้าปกนวนิยาย ค่ำคืนชวนรัญจวน
8.1
คนางค์บังเอิญพบหนังสือเก่าสภาพทรุดโทรมที่ถูกลืมไว้ในร้านย่านจัตุจักร แต่ลวดลายบนปกที่วิจิตรบรรจงกลับดึงดูดใจเธออย่างประหลาด เมื่อเปิดอ่านเธอก็ต้องตะลึงกับภาพวาดชายหนุ่มในชุดนักรบผู้มีใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มราวกับดาราดัง ความหลงใหลทำให้เธอตัดสินใจซื้อหนังสือเล่มนี้กลับบ้าน โดยไม่รู้เลยว่ามันเต็มไปด้วยอาถรรพ์ลี้ลับที่ซุกซ่อนอยู่มาอย่างยาวนาน และกำลังจะนำพาเธอไปพบกับดวงวิญญาณที่เฝ้ารอการปลดปล่อยจากพันธนาการแห่งศตวรรษด้วยความรัญจวนใจ