
ข้าจับจิ้งจอกตัวเมียได้หนึ่งตัวในสวนหลังบ้าน
ตอน 3
เจียหลิงที่รำคาญคนอุ้มอยู่แล้ว พอเป็นแบบนี้ก็ยิ่งพยายามให้หลุดจากมือเขา ความดิ้นไปดิ้นมาคนอุ้มจึงเริ่มรำคาญ
“เจ้าอยากเป็นเนื้อย่างคืนนี้ใช่ไหม”
นิสัยไม่ดีแล้วมาขู่นางอีก ฝั่งโน่นก็สู้ไม่ได้ ฝั่งนี้ก็จะจับนางกินอย่างเดียว แล้วนางจะเลือกทางไหนได้บ้าง แต่ตอนนี้พลังปราณในร่างนางกำลังอ่อนแรง คิดว่าอีกฝ่ายคงจับไม่ได้ว่าเป็นนางแน่นอน
แต่นางเคยดูตัวเองไหม ว่าลักษณะนางไม่เหมือนจิ้งจอกตัวอื่น
“นักพรตเยว่เทียนมาเยือนถึงถิ่น เปิ่นหวางรู้สึกเป็นเกียรติยิ่งนัก”
เยว่เทียนบุรุษหน้าคมที่ดูดั่งเทพเซียนมาจุติ รีบลุกขึ้นแล้วคุกเข่า “กระหม่อมต่างหากที่เป็นเกียรติที่ได้มาทำงานให้กับราชสำนัก”
งานที่ว่าก็คือการปรุงยาอายุวัฒนะให้กับฮ่องเต้หลิวโจว และตัวยาที่สำคัญก็อยู่ในมือของตวนอ๋องหลิวหยางพอดี
“จิ้งจอกน้อยตัวนี้ดูน่ารักนะพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมขออุ้มได้ไหม” คำว่าขออุ้มเจียหลิงที่กำลังจะกระโดดหนีก็เกาะตวนอ๋องแน่นยิ่งกว่าเดิมเสียอีก
ตวนอ๋องหลิวหยางก้มมองจิ้งจอกน้อยที่ตัวสั่นเทา “ของเปิ่นหวางมิอนุญาตให้ผู้ใดจับ”
เจียหลิงหันมองคนหวงของ อยากตบมือให้เขาเสียอย่างเดียวที่มืออวบๆ นั้นตบไม่ถึง จึงทำได้เพียงเอนซบเขาแน่นกว่าเดิม
ท่านทำดีมาก...ข้าเริ่มชอบท่านแล้ว
คิดได้ก็เกาะเขายิ่งกว่าเดิมเสียอีก ส่วนเยว่เทียนก็เริ่มคิดหาวิธีที่จะจับจิ้งจอกน้อยกลับไปทำยาให้ได้
ความคิดนี้ เจียหลิงได้ยินชัดเจนดังนั้นนางจึงตั้งจิตว่าจะไม่ยอมห่างจากตวนอ๋องหลิวหยางแม้เสี้ยววินาทีแน่นอน
ท่านก็อย่าหวังว่าจะได้เอาข้าไปต้มยาเด็ดขาด!!
ขนนุ่มฟูที่แทบจะสิงร่างคนอุ้มอยู่แล้ว ยังขยับตัวไปมาบนตักเขากระทบแท่งอาวุธจนเริ่มตื่นตัวอีกครั้ง
ตวนอ๋องหลิงหยางก้มลงมองหน้า “เจ้าอยู่นิ่งๆ” คำดุนางไม่ได้สำนึกสักนิดว่านางจะเดือดร้อนตรงไหน แต่ก็ยอมทำตามสั่งเพราะกลัวจะถูกโยนไปให้นักพรตหลิวหยางต้มทำยา
ส่วนตวนอ๋องหลิวหยางเองที่ไม่ชอบหน้าอีกฝ่าย เพราะที่เขาต้องย้ายมาปกครองแคว้นชายแดนครั้งนี้ ก็มาจากคำทำนายโง่ๆ ของคนตรงหน้า ยิ่งคิดก็ยิ่งแค้นเมื่อนักพรตกำลังมัวเมาให้เสด็จพ่อเสาะหายาทั่วแคว้นเพื่อมาทำยาอายุวัฒนะที่ไม่มีอยู่จริง!!
“ถ้ากระหม่อมจะขอพักที่จวนตวนอ๋องเพื่อทำภารกิจให้สำเร็จไม่ทราบว่าท่านอ๋องจะว่าอะไรไหม”
ตวนอ๋องหลิวหยางมองคนตรงหน้า ในราชสำนักเขาได้รับการนับถือทุกคนต้องก้มหน้า ฮ่องเต้ยังต้องเกรงใจ แต่สำหรับเขาไม่ใช่
“บังเอิญตวนอ๋องกำลังปรับปรุงซ่อมแซม ถ้าจะมีก็คงเป็นเรือนหลังเล็กที่ท้ายจวน ไม่ทราบว่าท่านจะอยู่ได้ไหม”
นักพรตเยว่เทียนรีบตอบ “กระหม่อมไม่ยึดติดสิ่งของนอกกายอยู่แล้ว ไม่ว่าตรงไหนกระหม่อมก็อยู่ได้พ่ะย่ะค่ะ”
แต่คนที่ไม่อยากให้อยู่ตอนนี้กำลังขุ่ยเขี่ยคนบนตัก ตวนอ๋องหลิวหยางก้มลงแล้วขมวดคิ้วไม่เข้าใจจิ้งจอกตัวนี้
“จูหลีทำตัวดีๆ ถ้าทำให้เปิ่นหวางรำคาญตัวเจ้าจะไปอยู่ในหม้อต้มแน่นอน”
นางอยากจะบ้าตาย คนหนึ่งก็จะจับนางต้มยา อีกคนก็จะจับนางกินสรุปแล้วไม่ว่าทางไหนก็ไม่ดีทั้งนั้น แต่ถ้าทำตัวดีเขาก็จะชอบนางดังนั้นแล้วนางจึงหยุดเท้าอวบๆ แล้วนิ่งสงบดังหินผา
“พูดง่ายๆ แบบนี้เปิ่นหวางถึงชอบ”
ท่านชอบแต่ข้าไม่ชอบ ถ้าท่านไม่มีประโยชน์ข้าก็ไม่สนท่านหรอกคนนิสัยไม่ดี!!
พอเห็นว่านักเพตเยว่เทียนยอมถอยตั้งหลักก่อน นางจึงเบาใจลงได้มองคนผู้นั้นหายไปด้านหลังของจวน ส่วนนางก็ถูกเจ้าของตักอุ้มวางบนโต๊ะแทน
“ให้คนของเราจับตาให้ดี ว่าเขามามีจุดประสงค์อื่นใดแอบแฝงหรือไม่”
ตวนเหยียนรีบรับคำสั่ง “พ่ะย่ะค่ะ”
เจียหลิงมององครักษ์หน้าหล่ออีกคน ในจวนเขาคงคัดแต่คนหน้าตาดีแต่นิสัยไม่ดีทั้งหมด เพราะนางยังไม่เคยเห็นใครยิ้มสักครั้ง
ใบหน้าขนปุยหันมองเขาที่กำลังเหมือนคิดทำอะไรอยู่ จากนั้นก็อุ้มนางขึ้น “เปิ่นหวางจะไปข้างนอกเจ้าก็อยู่ที่จวนแล้วกัน”
จูหลีส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ใช้ขาเกาะแขนเขา
‘ได้โปรดอย่าทิ้งข้า เพราะไม่แน่ตอนท่านกลับมาข้าอาจจะอยู่ในหม้อแล้ว’
ทำไมเขารู้สึกว่าเจ้าจิ้งจอกนี้รู้เรื่องทุกอย่างจริงๆ ถ้าไม่เห็นรูปร่างมันอาจจะคิดว่าเป็นคนจริงๆ “เจ้าจะไปกับเปิ่นหวางด้วย”
เขาพูดจบเจ้าจิ้งจอกน้อยก็เอาใบหน้าคลอเคลียเอาใจต่อ แบบนี้แล้วเขาก็เลยต้องหิ้วติดมือไปด้วย
ตอนที่ทหารเวรยามหน้าประตูเมือง มองเห็นจิ้งจอกน้อยที่เดินตามหลังตวนอ๋องไม่ห่าง ก็สะกิดมองใบหน้าที่เชิดเหมือนว่าตัวเองเป็นคนของเขา
เขาเดินเข้าห้องทำงานเพื่อตรวจงานด้านในห้องส่วนตัว เจียหลิงเห็นดังนั้นก็หันมองรอบห้อง ก่อนพบเตียงเล็กๆ ซ่อนอยู่อีกมุมของโต๊ะ จึงเดินไปยังฝั่งนั้น จากนั้นก็กระโดดขึ้นเตียงแล้วนอนพักงีบสักหน่อยปล่อยให้เขาทำงานของเขา
นอนได้ไม่นานตัวนางก็หลับไปจริงๆ ตั้งแต่ลมปราณหายไปเกือบหมด นางก็กินกับนอนจริงๆ ระหว่างกำลังปรับสภาพนั้นนางไม่เคยรู้เลยว่าร่างตัวเองได้เปลี่ยนไป
คนที่กำลังยุ่งกับงานอยากพักสายตาก็เงยหน้าขึ้นมามองไปยังเตียงที่เจ้าจิ้งจอกน้อยกำลังนอนอยู่ แต่ไฉนกลับมองเห็นเป็นขาคนแทน ครั้งที่สองแล้วที่เขาตาฝาด
ครั้งนี้เขาแน่ใจว่าไม่ได้ตาฝาดแน่นอน จึงเดินไปยังเตียงสายตามองจากฝ่าเท้าขึ้นไปก็พบสตรีนอนเปลือยอยู่ตรงหน้าเขากำลังตะลึงกับภาพที่เห็น
“ท่านอ๋องกระหม่อมมีข่าวมารายงาน” เสียงองครักษ์ตวนเหยียนดังขึ้น
ทำให้สตรีที่นอนอยู่รู้สึกตัว สายตาที่เขามองไปยังร่างนั้นจู่ ๆ ก็กลายร่างกลายเป็นจิ้งจอกน้อยจูหลีต่อหน้าเขาในทันใด ถ้าบอกว่าเขาตาฝาดก็คงไม่ใช่แล้ว
ตวนเหยียนที่เดินเข้ามามองเห็นท่านอ๋องก็คุกเข่า แต่อีกฝ่ายไม่ได้สนใจเขาเลยกลับมองแต่เจ้าจิ้งจอกน้อยที่ลุกขึ้นมาแล้วกระโดดลงคิดหมายจะตรงมาหาเขาคงจะหิวแล้ว
แต่แล้วจู่ ๆ ก็มีมือของท่านอ๋องคว้าตัวมันเอาไว้ จากนั้นก็สั่ง
“ต่อไปห้ามใครเข้าใกล้จูหลีอีกนอกจากเปิ่นหวาง”
อะ อะไรนะ ตวนเหยียนไม่เข้าใจ ก่อนหน้าท่านอ๋องไม่มีทีท่าว่าจะสนใจมันด้วยซ้ำ อาหารการกินเขาก็เป็นคนหาให้ตลอด มาตอนนี้แม้แต่...
อาหารบนโต๊ะท่านอ๋องยังให้เจ้าจิ้งจอกนั้นกินแทนตนอีก
ส่วนจิ้งจอกที่ไม่ได้สนใจอะไรนอกจากอาหารตรงหน้าก็กินอย่างเอร็ดอร่อยต่อไป ไม่ได้สนใจสายตาตวนอ๋องที่กำลังมองนางสำรวจความแปลกที่เขาได้พบว่า
เขาว่ากันว่าทุกสรรพสัตว์ในใต้หล้าล้วนมีสิ่งที่พวกเราล้วนไม่เคยพบเจอมาก่อน แต่เขาก็ไม่เคยเชื่อว่าจะมีสิ่งประหลาดอย่างเช่นเรื่องนี้ จิ้งจอกที่กลายเป็นสตรีได้ แถม...นึกถึงเรือนร่างหญิงสาวที่งามดุจเทพธิดา เขาก็แทบไม่อยากให้ใครเห็นแล้ว
“ประกาศออกไปห้ามมิให้ผู้ใดเข้าใกล้จูหลีเด็ดขาด หากเปิ่นหวางพบเห็นก็เตรียมไปอยู่หน้ากำแพงเมืองได้เลย”
ถึงกับแขวนประจานหน้ากำแพงเมือง ตวนเหยียนถึงกับกลืนน้ำลาย ส่วนจิ้งจอกเจียหลิงก็เงยหน้ามองคนสั่งความ แม้ไม่เข้าใจความคิดเขาแต่นางก็คิดว่าเป็นความปลอดภัยสำหรับนาง เพื่อเป็นการเอาใจเขานางจึงกระโดดไปนั่งบนตัก จากนั้นก็เอาคอวางบนแขนเขาอย่างเคย
ตวนอ๋องหลิวหยางยังคงทำหน้านิ่งเหมือนเดิมหากแต่มือกลับยกขึ้นลูบขนนุ่มๆ แล้วจินตนาการถึงผิวนิ่มที่ได้สัมผัสเมื่อคืน เขาไม่ได้ตาฝาดมันคือเรื่องจริง!!
องครักษ์ตวนเหยียนที่กำลังสงสัยกับท่าทางท่านอ๋อง จนลืมเรื่องสำคัญไปเลย “กระหม่อมมีเรื่องจะรายงานพ่ะย่ะค่ะ ตอนที่ท่านอ๋องออกมาไม่ถึงครึ่งชั่วยาม นักพรตเยว่เทียนก็ออกจากจวนทันที กระหม่อมให้คนติดตามไป แต่ไม่นานก็ถูกสลัดจนหลุดไม่แน่ใจว่าเขาไปที่ใด”
สีหน้าตวนอ๋องดูไม่พอใจที่ลูกน้องทำงานพลาด ตวนเหยียนเห็นสีหน้าแบบนั้นก็เหงื่อตกยิ่งกว่าเดิมอีก
“แต่กระหม่อมให้คนออกค้นหาทั่วเมืองแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
ตวนอ๋องก็ยังทำสีหน้านิ่งเหมือนเดิม คนสัมผัสไอเย็นสังหารได้ก็ขยับตัวจากนั้นก็ใช้หัวนุ่มๆ กลิ้งไปมาบนอกเขา คนโกรธหันมองจิ้งจอกน้อยก็รู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมา
ปกติถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ องครักษ์ตวนเหยียนคิดว่าคงถูกเฆี่ยนลงโทษไม่ต่ำกว่ายี่สิบไม้แน่นอน แต่คราวนี้แทนที่จะได้ยินคำนั้นกลับกลายเป็นอีกคำ
“มีข่าวเคลื่อนไหวอะไรก็กลับมารายงานเปิ่นหวาง เปิ่นหวางจะไปพักที่เขาหลินฉางสักสองสามวัน”
จู่ ๆ ก็ขึ้นเขา แถมเขายังไม่ถูกลงโทษ ไม่รู้ว่าเพราะว่าเจ้าจิ้งจอกนำโชคหรือสวรรค์เข้าข้างเขาวันนี้แน่ แต่ที่แน่ ๆ เขามองเห็นสายตายิ้มเมื่อตวนอ๋องมองมัน!! รอยยิ้มปีศาจยากนักที่จะได้เห็น
แต่เจ้าตัวหรือจะรู้เพราะอุ้มจิ้งจอกน้อยขึ้นเขาไปพิสูจน์ความจริงคืนนี้แล้ว!!
ถ้าเป็นจิ้งจอกปีศาจหรืออะไรก็แล้วแต่ ถ้าเขาจับกินแล้วคิดว่าคงไม่มีทางหนีไปได้ไหนดี
เขาหลินฉางในสภาพอากาศที่หนาวเย็น จิ้งจอกน้อยไม่เข้าใจว่าเขาจะหาเรื่องลำบากขึ้นเขามาทำไม แต่พอนึกถึงนักพรตเยว่เทียนที่ยังอยู่ในจวน นางก็เริ่มเห็นด้วยที่เขาทำโดยไม่รู้ชะตากรรมของตัวเองสักนิด
ยามฤดูเหมันต์ที่แสนหนาวเหน็บจิ้งจอกน้อยถูกหลอกให้กินจนอิ่มหมดข้าวไปสามชามในที่สุดก็หลับสักที ตวนอ๋องที่ทำทีเป็นสนใจงานตนเองก็วางตำราลง จากนั้นก็ขยับเข้าใกล้นั่งมองเจ้าจิ้งจอกบิดขี้เกียจจากนั้นขนสีขาวนุ่มก็กลายร่างเป็นหญิงสาวงดงามเช่นเคย
สายตาคมหันมองตั้งแต่ปลายเท้าจนถึงเนินอกด้านบน เลื่อนไปถึงริมฝีปากของนางดูดั่งราวกับสารทฤดูผลิใบแรกแย้ม ที่ผ่านมาสตรีมากมายล้วนไม่เคยอยู่ในสายตาเขา
แต่นางดูพิเศษกว่าใคร แบบนี้แล้วเขาจะปล่อยนางไปได้เช่นไร จับไว้ลูบๆ คล้ำ ๆ เล่นไม้เล่นมือให้หายเบื่อดูท่าแล้วจะดีไม่น้อย
“จูหลีเจ้าจะรู้ไหมว่าตัวเองไม่สามารถหนีเปิ่นหวางได้อีกแล้ว”
ถ้าคนหลับได้ยินคงสะดุ้งไม่ใช่น้อย แต่ในเมื่อไม่ได้ยินแถมดูเหมือนจะหลับลึกเสียด้วย เขาจึงใช้มือลูบสัมผัสเนื้อตัวอีกฝ่าย ก่อนจะจบลงที่ซาลาเปาลูกใหญ่ จากนั้นก็ใช้มือนวดคลึงอย่างเบามือก่อนจะก้มลงจูบปากนาง
“ถ้าเปิ่นหวางกินเจ้าตอนนี้จะผิดไหม?”
กินคนตอนหลับถามว่าผิดไหม สำหรับเขาแล้วถือว่าผิด แต่สำหรับนางแล้วเขาเห็นว่าสมควร เพราะถ้านางตื่นก็จะกลายเป็นสัตว์ขนปุยทันที แบบนี้ถ้าไม่ทำตอนนี้เขาจะทำตอนไหน!!
ใบหน้าคมก้มลงจูบนางก่อนจะเลื่อนขยับไปยังซอกคอสัมผัสกลิ่นหอมราวกับดอกกุ้ยฮวายิ่งเร่งเร้าให้เขาต้องการตัวนางมากกว่าเดิม แรงมือสัมผัสจึงค่อยๆ เพิ่มระดับจนกระทั่งเผลอบีบหน้าอกนางจนจิ้งจอกนางกลายร่างเป็นจิ้งจอกน้อยทันที
เจียหลิงลืมตาขึ้นทำตาปริบๆ มองเขาที่กำลังทำสีหน้าเหมือนจะบีบคอนาง เจียหลิงเห็นแบบนั้นก็รีบขยับหนี ส่วนตวนอ๋องก็กำลังคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้น
คราวก่อนนางแปลงร่างกลายเป็นมนุษย์เพียงไม่นาน แต่คราวนี้ได้เกือบหนึ่งเค่อก็แสดงว่ายิ่งนางหลับลึกเท่าไรเขาก็จะได้กินนางนานขึ้นเท่านั้น แล้วจะทำให้นางหลับลึกได้ยังไงเขาก็พอรู้วิธี
“เด็กๆ เอาอาหารให้จูหลีกินอีก”
หา!! นางกินไปสามชามหลับไปหนึ่งตื่น พอตื่นขึ้นมาเขาก็หาอาหารมาป้อนถึงปากแล้ว ถามว่านางจะกินไหม?
ไม่กินก็โง่สิ พ่อครัวจวนเขาทำอาหารอร่อยนางจะปฏิเสธให้โง่ทำไม ว่าแต่ทำไมจู่ๆ เขาก็ใจดีกับนาง
เจียหลิงที่ไม่รู้ชะตากรรมตอนหลับเงยหน้ามองเขา แต่อีกฝ่ายก็ยังทำหน้านิ่งดังหินผาเช่นเดิม ลุกขึ้นแล้วกลับไปหยิบตำราขึ้นมาอ่านต่อ นางคิดว่าตัวเองคงคิดมากไปเองจึงก้มลงกินอาหารให้อิ่ม รู้สึกว่าลมปราณในร่างกายกำลังค่อยๆ ฟื้น
เขาพานางมาเขาหลินฉางพอดี นางก็ยิ่งได้โอกาสหลบหนีได้ง่ายขึ้นแบบนี้แล้วนางจะไม่ดีใจได้ยังไง
คนหนึ่งคิดหนี ส่วนอีกคนหนึ่งก็กำลังคิดกักขังเจ้าตัวนุ่มนิ่มกินได้ทั้งกลางวันกลางคืนไว้กับตัว มาดูกันว่างานนี้ใครจะสำเร็จ
คุณอาจจะชอบ





