
ลำนำชานมไข่มุก (ฉันทะลุมิติ ส่วนเขามาเกิดใหม่ในนิยายจีน)
ตอน 2
“เสี่ยวผิง วันนี้วันอะไร?” ฉันยกมือกุมหน้าผากด้วยท่าทางแสนดัดจริต เรียกอีกฝ่ายแบบที่ซื่อไท่ไทเรียก
“วันนี้วัน—” ยังไม่ทันตอบจบ ประตูห้องก็ถูกใครบางคนถีบเข้ามา
“ซื่อเม่ย! มีผู้คิดปลงชีพสามีพวกเราบุกเข้ามา!”
ฉันกับผิงกั่วสะดุ้งโหยง ถึงไม่เคยเห็นหน้าคนที่ยืนถกกระโปรงถีบประตูเข้ามาแบบไม่เคาะ แต่ในนิยาย คนนิสัยโผงผางแบบนี้มีแค่คนเดียว
“ซันเจ้...?”
ใช่ไหม...? ภรรยาหมายเลขสาม สารภาพว่าฉันจำชื่อเธอไม่ได้ แล้วเธอมาทำอะไรที่นี่ตอนดึกๆ แบบนี้?
“อย่าชักช้า มากับข้าพเจ้า!” อีกฝ่ายคว้าแขนฉันแล้วลากวิ่ง ผิงกั่วหอบข้าวของจำเป็นวิ่งหน้าตั้งตามมา
บ้านหลังนี้สร้างจากหินดูราวกับเขาวงกต ซันเจ้ลากฉันผ่านหลืบมากมายสมกับเป็นเจ้าบ้าน ดีแล้ว ถ้าปล่อยฉันไปเองคงต้องให้ผิงกั่วนำทางอย่างเดียว!
ซันเจ้วิ่งฝ่าดงคนรับใช้ ถีบประตูเข้าไปในห้องของต้าไท่ไท ในนั้นมีคนอยู่ก่อนแล้วสองคนคือตัวต้าไท่ไทเองกับเอ้อไท่ไท ทั้งสองคนอายุไม่ห่างกันมาก คนหนึ่งสามสิบกว่าส่วนอีกคนยี่สิบปลายๆ ต่างมีลูกชายหนึ่งคน ไม่รู้ว่าลูกไปอยู่ไหนเพราะในนิยายไม่เคยกล่าวถึง
“ซันเม่ย...” ต้าไท่ไทไม่พูดอะไรมากไปกว่านั้น
“ข้าพเจ้าพาตัวซื่อเม่ยมาแล้ว” พูดจบก็ปิดประตูดังปังตามหลัง ขังผิงกั่วไว้ข้างนอกกับคนรับใช้คนอื่นๆ “ผู้คุ้มกันเล่าอยู่ที่ใด? มิได้อยู่ที่นี่หรอกรึ?”
“คนเหล่านั้นอยู่กับหนงทัง... หวังว่าโจรผู้ร้ายโสโครกจะมิใคร่สนใจพวกเราเหล่าสตรี” ต้าไท่ไทนวดขมับ
หนงทังที่ใครวะ... ฉันใช้เวลานึกสองสามวิก็บางอ้อว่านั่นคือชื่อคุณชายผู้ไร้ตัวตนของเรานั่นเอง
“เช่นนั้นก็แล้วไป เห็นทีผู้ที่สามารถปกป้องสตรีอย่างเราก็มีเพียงแต่สตรีด้วยกัน ข้าพเจ้าจะคอยคุ้มกันพวกท่านมิให้เหล่าโจรโสโครกแตะต้องได้แม้สักครึ่งรูขุมขน” ซันเจ้พูดเสียงเครียด บิดคอดังกรอบแกรบ ท่าทางเตรียมต่อยเต็มที่ เดี๋ยวนะ...ฉันจำไม่เห็นได้เลยว่าซันเจ้ไปฝึกวิทยายุทธ์ไว้ตั้งแต่ตอนไหน สงสัยยังอ่านไม่ถึง
“ชีวิตพวกเราอยู่กับเจ้าแล้ว...ซันเม่ย” เอ้อไท่ไทพูดเสียงเบาโหวง ก่อนแต่งเข้าบ้านนี้ เธอเป็นลูกช่างเขียนภาพ ปกติไม่ค่อยเสวนาแต่เล่นไพ่นกกระจอกเก่งเป็นบ้า
ฉันมองหน้าสามสาวสลับกัน จำได้รางๆ ว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในเรื่องเหมือนกัน แต่มันออกจะขำขัน เหมือนสี่สาวมาปาร์ตี้ชุดนอนกันกลางดึกนั่งนินทาสามี ไม่ได้มีบรรยากาศกดดันแบบนี้
“ผู้ที่บุกมาเป็นผู้ใด... ใช่...” เอ้อไท่ไทไม่ต่อประโยคให้จบ ไม่รู้เพราะกลัวหรืออะไร
“คิดว่าเป็นผู้ใดรึ?” ต้าไท่ไทถามอีกฝ่าย เธอก็นิ่งไม่ตอบ
“...หรือท่านว่าเป็น ‘มันผู้นั้น’ ?”
“ผู้ใดหรือ ซันเจ้?” ฉันอดถามไม่ได้เพราะไม่อย่างนั้นพวกเธอคงกระซิบกระซาบว่ามันผู้นั้นไปอีกยาว ทุกคนหันมามองฉันแล้วอึกอักเหมือนการเอ่ยชื่อจะทำให้คนที่ถูกกล่าวถึงมาปรากฏตัวต่อหน้า
“เห็นจะมีแต่มันผู้เดียวที่โด่งดังทั่วแคว้นจบแดน... ท่านย่อมทราบว่าข้าพเจ้าหมายถึงผู้ใด” ซันเจ้พูดเสียงเข้ม “มันอย่างไรเล่า!”
“ก็แล้วมันไหนล่ะ?” มันหมู มันเบคอน ใครจะไปรู้?!
“ซื่อเม่ย เจ้าไม่เคยได้ยินเรื่องที่มันท้าพนันกับพ่อค้าแซ่ชาจนพ่อค้าร่ำรวยผู้นั้นสิ้นเนื้อประดาตัวรึ? ทุกคนล้วนว่ามันเป็นดั่งภูตผี ปรากฏตัวแล้วก็หายลับไม่มีผู้ใดจับได้ ฝีมือการพนันของมันหาผู้ใดเปรียบ เล่นร้อยชนะร้อย!” ต้าไท่ไทกดเสียงให้เบา กระซิบกระซาบกันสี่คน “หากจำกัดความมันในสามคำ ย่อมเป็นสามคำว่า หล่อ-เลว-รวย!”
หล่อเลวรวยเลยเหรอ? นี่ผู้บุกรุกหรือพระเอกนิยายรัก?
“คนแบบนั้น...จะหมายเอาชีวิต...?”
“ใช่ เพราะหนงทังปฏิเสธจะพนันกับมัน!”
“กรี๊ด!!!”
เสียงหวีดร้องดังขึ้นด้านนอก ซันเจ้พุ่งทะลุหน้าต่างออกไปที่ทางเดินทันที
“ผู้ใด? ปรากฏตัวออกมาต่อหน้าข้าพเจ้าบัดเดี๋ยวนี้!” เธอท้าเสียงดัง แทบเท้าเธอมีแต่ร่างที่สลบไม่ได้สติของเหล่าคนใช้ ต้าไท่ไทกับเอ้อไท่ไทเกาะตัวฉันไว้แน่น ดันฉันไปอยู่ด้านหลังพวกเธอและใช้ร่างซ่อนฉันไว้ การกระทำนั้นทำให้ฉันรู้สึกซาบซึ้งกับน้ำใจคนเพิ่งรู้จักกันอย่างมาก
รอบตัวเงียบกริบ ไม่มีแม้แต่เสียงฝีเท้า พวกเรากลั้นหายใจ แต่แล้ว
“ซันเจ้ ข้างหลัง!” ฉันร้องลั่น ซันเจ้กระโดดแผล็วถอยจากจุดที่ยืนอยู่ ตรงนั้นมีมีดเล่มหนึ่งปักคาไว้ เธอลอยวืดเหมือนโหนสลิง แม่เจ้า เคยเห็นแต่ในหนัง ไม่นึกว่าจะมีคนฝึกวิชาตัวเบามาให้เห็นจริงๆ!
“หากท่านเป็นชาวยุทธจักรก็จงออกมาสู้กันต่อหน้า อย่าได้หลบซ่อน” เธอท้า “หรือท่านเกิดหวาดผวาเราผู้เป็นสตรีขาดการฝึกฝนจนมิกล้าแม้แต่จะออกมาจากกระดองเต่าน้อยๆ ของท่าน?”
ร่างสีดำกระโดดตุ้บลงมาจากคาน ล้อมหน้าล้อมหลังซันเจ้ไว้ เธอเหงื่อตก ไม่คิดว่าศัตรูจะมีจำนวนมากมายอย่างนั้น
พอคนที่ดูเหมือนหัวหน้าให้สัญญาณ พวกมันก็ตรงเข้าจับกุมตัวซันเจ้ เธอปัดการโจมตีสองสามครั้งแรกได้แต่เพราะศัตรูมีจำนวนมากเกินไปจึงเสียท่า
“ซันเจ้!!!!” ฉันเผ่นพรวดออกทางหน้าต่าง ใช้ศีรษะโขกใส่ชายชุดดำคนหนึ่ง เขาล้มกลิ้งเพราะไม่คิดว่าฉันจะโผล่มา
“จับพวกที่เหลือ” ตัวหัวหน้าสั่ง และพวกนั้นก็พังประตูเข้าไปลากตัวอีกสองสตรีที่อยู่ภายในออกมาจัดการจี้จุดจนตัวแข็ง จากหางตาเห็นซันเจ้โดนจี้จุดแล้วเหมือนกันแต่ปากยังขยับบอกให้ฉันหนี มือมากมายจับตัวฉันไว้ แต่ฉันสะบัดแล้ววิ่งป่าราบแบบไม่คิดชีวิต
“จับตัวยาโถว!” ได้ยินเสียงไล่หลัง ตามมาด้วยเสียงคนพุ่งปราดผ่านอากาศ มีหรือที่คนมีวิชาตัวเบาจะวิ่งช้ากว่าคนขาสั้นอย่างฉัน...?!
ตอนนั้นเอง มีบางอย่างพุ่งเฉี่ยวหน้าไป ได้ยินเสียงลมวูบปะทะหูก่อนจะมีเสียงร้องโอดโอยดังมาจากข้างหลัง ฉันไม่หันหน้าไปมอง รีบวิ่งท่าเดียว ไม่รู้ว่าอีตาคุณชายอยู่ไหนแต่วิ่งๆ ไปเดี๋ยวก็เจอเองแหละวะ! ไม่รู้ว่าใครช่วยฉันไว้ แต่ถ้าวิ่งตรงไปต้องเจอตัวแน่!
“ว้าก!” ฉันสะดุดชายชุดนอนตัวเองเกือบล้ม ได้ยินเสียงฝีเท้าตามมาติดๆ ขณะหลับตาปี๋ยื่นแขนออกไปเตรียมรับแรงปะทะกลับมีอะไรบางอย่างรั้งร่างฉันไว้
“รีบไปไหน เสี่ยวเจ้” เสียงผู้ชายดังขึ้นเหนือหัว แต่ยังไม่ทันมองคนที่ช่วย ฉันก็ดันถูกเขาหนีบไว้ใต้รักแร้ พาวิ่งหนีซะงั้น!
คุณอาจจะชอบ





