
ลำนำชานมไข่มุก (ฉันทะลุมิติ ส่วนเขามาเกิดใหม่ในนิยายจีน)
ตอน 3
ฉันเอามืออุดปากไม่ให้ส่งเสียง ไม่รู้ว่าโดนใครจับมา แต่ถ้าไอ้พวกชุดดำยังวิ่งไล่หลังพลางตะโกนด่าไม่ขาดปากแบบนี้แสดงว่าเขากำลังช่วยฉันอยู่ ยังไงก็ขอบใจแล้วกัน!
ฉันโดนพาวิ่งเข้าซอกหลืบจนมาถึงห้องหนึ่ง
“หยุดเท้า!” เสียงไม่เป็นมิตรดังขึ้น ฉันลืมตาที่โดนลมตีจนต้องหลับไว้ก็เห็นคนใส่ชุดสีเข้มท่าทางมีสง่าราศีกลุ่มหนึ่งยืนอยู่ ยังไม่ทันพูดกันก็มีกระบี่มาจ่อคอหอยคนที่ช่วยฉันไว้
“วางตัวนางลง” เจ้าของกระบี่สั่งเสียงเย็น
“ทุกคนโดนจับไป!” ฉันพูดขึ้นทันทีที่พอปะติดปะต่อได้ว่าคนนี้คงเป็นผู้คุ้มกัน เพราะด้านหลังเขาคือเรือนใหญ่ที่ฉันแน่ใจว่าเป็นเรือนของคุณชายไม่ผิดแน่ และฉันไม่ควรปล่อยให้พวกเขาทำร้ายคนที่มีพระคุณช่วยฉันเอาไว้
“ถูกต้อง ระหว่างที่พวกท่านนั่งจิบน้ำชายามดึก ข้าพเจ้าได้บุกไปช่วยแม่นางตัวน้อยมาจากเงื้อมมือของศัตรู เวลานี้หากพวกท่านรุดไปโดยเร็วอาจยังทันการณ์ ช่วยแม่นางที่เหลือ” คนที่ยังหนีบฉันไว้พูดเสียงราบเรียบเหมือนกระบี่ไม่ทำให้เขากลัวเลยสักนิด
“ไปที่ห้องของต้าไท่ไท เร็ว!” ฉันรีบเสริม มัวแต่ไม่ไว้ใจกันเดี๋ยวได้ตายกันหมดพอดี!
พวกนั้นเขม่นใส่คนที่ช่วยฉันอยู่พักหนึ่งก็กระโดดขึ้นหลังคาวิ่งหายไป ปล่อยคนเฝ้าเรือนใหญ่สองสามคนที่เอากระบี่มาจี้เขาเหมือนเดิม จังหวะนั้นฉันโดนปล่อยร่วงกับพื้นดังแหมะ เจ็บแค่ไหนก็พยายามไม่ส่งเสียงร้อง อีกฝ่ายเห็นท่าทางอดทนของฉันก็ผิวปากเสียงเบา
เคยดูซีรีส์จีนแล้วพระเอกหรือตัวละครผิวปากไหม? ฉันนี่แหละไม่เคยเห็น เลย ฉันเลิกคิ้วข้างหนึ่งคิดว่าหมอนี่ต้องมีอะไรผิดแผกจากชาวบ้านแน่ ถึงยังไม่แน่ใจว่าเป็นอะไรก็ตาม
“ฟ่านเอ๋อ!” เสียงเรียกชื่อของซื่อไท่ไท...ไม่สิ เรียกชื่อฉันดังขึ้น คนที่ปรากฏตัวออกมาในสภาพใบหน้าลึกโหลเห็นทีจะเป็นคุณชายใหญ่
เขาเป็นผู้ชายมีอายุ ไว้เคราสั้นพองาม ดูเป็นหนุ่มใหญ่มีเสน่ห์ทีเดียว แต่พอเห็นหน้าคนที่ยังยืนค้ำหัวฉันใต้คมกระบี่ก็หน้าซีดกว่าเดิม ชี้นิ้วสั่นๆ ไป
“...เป็นท่าน!” เสียงเขาสั่นอย่างกับเจอเจ้าหนี้ดักรออยู่หน้าบ้าน
“คราวนี้ไม่ใช่ข้าพเจ้า” คนถูกชี้ยืนกุมมือไว้ด้านหลัง ท่าทางเหมือนมายืนคุยกับเพื่อนไม่ได้โดนกระบี่จี้ตูด “ข้าพเจ้าเพียงแต่มาทวงถามของสิ่งนั้นกับท่าน ประจวบเหมาะกับพวกมันบุกเข้ามา ข้าพเจ้าจึงเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วย เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจ ข้าพเจ้าได้พาตัวเสี่ยวเจ้ผู้นี้มาส่งให้ท่าน”
เขาพยุงฉันขึ้นจากพื้นและถอยไปยืนในระยะห่างที่พอเหมาะพองาม ฉันถึงเพิ่งมีโอกาสได้มองหน้าเขาดีๆ
เขาเป็นเด็กหนุ่ม ไม่น่าแก่กว่าฉันเท่าไหร่ เส้นผมชี้ฟูของเขามีสีขาวยาวเสมอต้นคอ มันดูฟูฟ่องเหมือนขนสัตว์ สภาพเหมือนไม่ได้โดนตัดแบบดีๆ ปลายจึงไม่เสมอกัน ทว่าถึงผมจะเป็นสีขาวเหมือนเซียน ขนคิ้วเขาดกดำรับกับใบหน้าที่ฉันต้องยอมรับว่าหล่อเอาการ เขาไม่ได้มีใบหน้าสำอางขาวเป็นตูดหมึกเหมือนพระเอกซีรีส์จีน แต่หน้าคมหน่อยๆ ผิวมีร่องรอยกร้านแดด ดวงตาและริมฝีปากดูเจ้าเล่ห์เพทุบาย เขาเหลือบมองฉันแล้วยักคิ้วให้แบบกวนๆ ดวงตาคู่นั้นเป็นสีดำเหมือนนิล ชวนให้นึกถึงตาของกวาง
ท่าทางการวางตัวเขาเหมือนพวกบัณฑิตที่เคยเห็นในหนัง แต่ก็ดูน่าเกรงขามในเวลาเดียวกัน เหมือนว่าจะไม่ยอมให้แตะตัวได้ง่ายๆ
“เอ้อ... เขาพูดจริง ถ้าไม่ได้คนผู้นี้...ฉัน...เอ๊ย ข้าเห็นทีจะโดนพวกมันลักพาตัวไปเป็นแน่แท้” ฉันกล่าว ส่งสายตาบอกอีกฝ่ายว่าฉันก็ไม่ได้เชื่อใจเขา แต่ในเมื่อยังไม่รู้ว่าเขาเป็นใครก็ตอบตามจริงไปก่อน ให้คนที่เหลือไปจับเท็จเอาเอง
จะว่าไป เขาเป็นใครกัน? ในนิยายมีผู้ชายผมสีขาวด้วยเหรอ? ฉันแน่ใจว่าไม่มีตัวละครนี้แน่ๆ ใครวะ...
ขณะฉันมัวแต่สงสัย คุณชายใหญ่ก็พูดต่อ
“ท่าน...ท่านทราบหรือไม่ว่าพ่อค้าแซ่ชาสิ้นเนื้อประดาตัวเพราะท่าน?”
ฉันเบิกตาโพลง นี่มันคนที่พวกเจเจ้สงสัยว่าเป็นศัตรูของคุณชายไม่ใช่เหรอ?! คนที่ไปท้าพนันกับพ่อค้าจนทำเขาล้มละลาย ไอ้ผู้ชายหล่อเลวรวย! ไม่น่าเชื่อว่าจะมาปรากฏตัวตรงนี้ หรือฉันโดนเขาหลอกจัดฉากซื้อใจเข้าแล้ว?
ขณะฉันยืนตัวแข็ง เขาก็พูดต่อ
“เรื่องนั้นข้าพเจ้าทราบดี มันแพ้พนันเพราะทิฐิของตน หากรู้จักระงับทิฐิก็อาจยังพอมีเงินเหลือสักหลายหุนพอซื้อข้าวปลาอาหารและตั้งต้นใหม่” เด็กหนุ่มตอบเสียงเรียบ “ท่านคิดจะให้เสี่ยวเจ้ท่านนี้ยืนขาแข็งทั้งคืนหรือ?”
คุณชายกระแอมทีหนึ่ง
“เชิญ...เชิญทั้งสองเข้ามาภายใน สนทนากันสักหลายคำ”
คุณอาจจะชอบ





