ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ท่านอาเจ้าขา...ข้าอยากเป็นภรรยาของท่าน

ท่านอาเจ้าขา...ข้าอยากเป็นภรรยาของท่าน

คำโปรย หลังจากบิดามารดาเสียชีวิต จูเมยได้ถูกท่านอาบุญธรรมรับเลี้ยง ท่านอาผู้เปี่ยมด้วยความอ่อนโยนและเมตตา ได้กลายเป็นเสาหลักเพียงหนึ่งในชีวิตนาง หัวใจที่อ่อนโยนของจูเมยเริ่มเต้นแรงเมื่ออยู่ใกล้ท่านอา แต่ท่านอาคิดอย่างไรกับนางกันแน่? หรือว่าความรักนี้เป็นเพียงความรู้สึกที่นางมีอยู่เพียงฝ่ายเดียว? เมื่อหัวใจต้องเผชิญกับความไม่แน่นอน จูเมยกลับรู้สึกเจ็บปวดกับความรู้สึกนี้ "ท่านอา...อย่าดีต่อข้ามากนักได้หรือไม่" นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายรักจีนโบราณ มีดราม่าเล็กน้อยช่วงเริ่มต้น จบสุขนิยม ไม่มีนอกกายนอกใจ เป็นความรักฟิน ๆ ระหว่างท่านอาและหลานสาว(บุญธรรม)ตัวน้อยของตนเอง
ตอน
แชร์

ตอน 2

สิบห้าปีผ่านไปดั่งสายน้ำที่ไหลผ่าน ทิ้งร่องรอยแห่งความเปลี่ยนแปลงไว้บนผืนแผ่นดิน ณ เมืองหยางโจว เมืองการค้าริมแม่น้ำแยงซีเกียง บรรยากาศอึมครึมดุจท้องฟ้าที่ปกคลุมด้วยเมฆหนาอากาศหนาวเย็นจับแทบจะสังหารคน

ในเรือนหลังเล็กแห่งหนึ่งในคฤหาสน์สกุลจู จูเมย นั่งขดตัวอยู่มุมห้อง ในอ้อมแขนของนางคือจูเมิ่งเมิ่งน้องสาววัยสามขวบที่กำลังหลับสนิท

จูเมยลูบผมนุ่มของน้องสาวอย่างทะนุถนอมพร้อมกับถอนหายใจยาว ใบหน้าเล็กซูบผอมมิได้เปล่งปลั่งดั่งดรุณีวัยแรกแย้มเฉกเช่นคุณหนูผู้อื่น

เสื้อผ้าของจูเมยเก่าและขาดวิ่น แขนเสื้อสั้นเกินไปจนเผยให้เห็นข้อมือบางที่มีรอยช้ำเพราะถูกทำร้าย

ผมยาวสีดำสนิทของนางถูกมัดรวบอย่างลวกๆ ใบหน้าซีดเซียวเผยให้เห็นถึงความเหนื่อยล้าและขาดการดูแล รูปร่างผอมบางแทบจะต้องลม เพราะสองปีมานี้แทบจะไม่ได้กินอะไรดี ๆ อย่างที่ควรจะเป็น

"พี่สาว ข้าหนาว..."

จูเมิ่งเมิ่งที่อยู่ในอ้อมแขนขยับตัวพร้อมกับส่งเสียงเล็กๆ ออกมา จากนั้นเด็กน้อยจึงลืมตาขึ้นมองพี่สาวด้วยดวงตากลมโต

จูเมยยิ้มอ่อนโยน กอดน้องแน่นขึ้น

"ไม่เป็นไรนะเมิ่งเมิ่ง พี่จะกอดเมิ่งเมิ่งไว้แบบนี้ เดี๋ยวก็อุ่นแล้ว"

"คุณหนู ข้านำน้ำอุ่นมาให้เจ้าค่ะ"

เสียงแผ่วเบาดังขึ้น เป็นเสียงของซิ่วหลิน สาวใช้วัยยี่สิบปีผู้ซื่อสัตย์ที่ติดตามจูเมยมาตั้งแต่ตอนที่ชีวิตนางยังเป็นคุณหนูที่จวนสกุลเมยแห่งเมืองหลวง

จูเมยเงยหน้าขึ้นมอง รอยยิ้มบางเบาปรากฏบนใบหน้า

"ขอบคุณพี่ซิ่วหลิน"

ซิ่วหลินวางถ้วยน้ำอุ่นลงข้างๆ จูเมย แล้วนั่งลงข้างๆสองพี่น้อง

"คุณหนู วันนี้อากาศเย็นลงอีกแล้ว เรือนของพวกเราถ่านหมดมาหลายวันแล้ว ข้าจะลองไปขอจากเรือนครัวนะเจ้าคะ"

จูเมยส่ายหน้าไปมา

"ไม่ต้องหรอก พี่เพิ่งโดนดุไปเมื่อวานนี้ ข้าไม่อยากให้พี่ต้องลำบากอีก ถึงจะไปขออย่างไรพวกเขาก็ไม่ให้อย่าทำเรื่องลำบากเปล่า ๆ เลย"

ซิ่วหลินกำมือแน่น น้ำตาคลอ

"แต่คุณหนู... ข้าทนไม่ไหวแล้วที่เห็นท่านและคุณหนูน้อยต้องทนหนาวแบบนี้ อย่างไรพวกเราขอพบฮูหยินผู้เฒ่าดีหรือไม่เจ้าคะ หากฮูหยินผู้เฒ่าทราบเรื่องนี้ย่อมต้องให้ความเป็นธรรมกับคุณหนูแน่"

จูเมยยิ้มบางๆ

"ท่านย่าล้มป่วยท่านหมอห้ามผู้ใดเข้าพบ ป้าสะใภ้ใหญ่ดูแลจวนอย่างเข้มงวด คงไม่ยินยอมให้ข้าพบท่านย่าได้ง่ายๆ"

"พี่สาว ท่านย่าเป็นอะไรหรือเจ้าคะ"

จูเมิ่งเมิ่งถามด้วยความสงสัย เสียงใสๆ ของเด็กน้อยทำให้บรรยากาศในห้องดูสดใสขึ้นมาทันที

จูเมยลูบศีรษะกลมของเจ้าก้อนแป้งน้อยเบา ๆ

"ท่านย่าไม่สบายน่ะเมิ่งเมิ่ง แต่ไม่ต้องกังวลนะ ท่านย่าแข็งแรงต้องหายดีแน่นอน"

ซิ่วหลินมองสองพี่น้องแล้วเอ่ยว่า

"ก่อนหน้าที่ฮูหยินผู้เฒ่าจะล้มป่วย ฮูหยินผู้เฒ่ายังรักท่านสงสารท่านยิ่งกว่าผู้ใด คาดไม่ถึงว่าหนึ่งปีมานี้ที่ฮูหยินผู้เฒ่าไม่ได้ดูแล คนพวกนั้นจะกดข่มท่าน ใจดำกับท่านเพียงนี้ หากว่าท่านพ่อท่านแม่ของท่านยังอยู่ล่ะก็...คุณหนูของบ่าวคงไม่ลำบากเช่นนี้"

จูเมยถอนหายใจยาว จับมือของซิ่วหลินพร้อมกับแสร้งยิ้มกว้าง

"ข้าชินแล้วละ อีกอย่าง..." นางหยิบผ้าห่มบางๆ ขึ้นมาคลุมไหล่ของตนและน้องสาว "ผ้าห่มผืนนี้ก็ช่วยได้มากแล้ว"

"ท่านพี่ ผ้านี่บางมากนะเจ้าคะ เมิ่งเมิ่งห่มแล้วก็ยังหนาว"

จูเมิ่งเมิ่งพูดพลางลูบผ้าห่มด้วยมือน้อยๆ ของนาง เด็กน้อยเห็นสิ่งใดก็เอ่ยคำพูดนั้น

“เช่นนั้นพี่จะกอดเมิ่งเมิ่งของพี่ให้แน่นขึ้น เช่นนี้อุ่นหรือไม่”

จูเมยน้ำตาคลอมองเจ้าก้อนแป้งน้อยที่หลังจากเกิดได้เพียงหนึ่งปีมารดาก็ตายจาก บิดาที่เพิ่งกลับไปชายแดนอีกครั้งก็ตายในสนามรบ มิหนำซ้ำยังถูกกล่าวหาว่าเข้าร่วมกับกบฏจึงทำให้ถูกริบทรัพย์ทั้งหมด จำเป็นต้องมาอาศัยอยู่ที่บ้านท่านย่าเช่นนี้

นางลำบากได้แต่น้องสาวของนางผู้นี้มีอายุเพียงแค่สามขวบกว่าเท่านั้นจะทนลำบากได้อย่างไร

ซิ่วหลินมองผ้าห่มผืนนั้นด้วยความเศร้าใจ มันเป็นเพียงผ้าบางๆ ที่แทบจะไม่สามารถกันความหนาวได้ แต่นี่คือสิ่งเดียวที่จูเมยมี

"คุณหนู..." ซิ่วหลินกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เสียงตะโกนดังมาจากนอกเรือนหลังเล็ก

"จูเมยอยู่ที่ใด ฮูหยินใหญ่เรียกหาเจ้า เร็วเข้า รีบไปก่อนที่จะโดนตี"

เสียงแหลมของป้าสะใภ้รองของจูเมยดังลั่นเรือน ถึงแม้ว่าป้าสะใภ้รองจะมีเสียงดังน่ากลัว แต่นางก็เป็นคนเดียวที่เห็นใจจูเมยหลานสาวไร้ที่พึ่งคนนี้

จูเมยสะดุ้ง รีบลุกขึ้นยืน

"ข้าต้องไปแล้ว พี่ซิ่วหลินช่วยดูแลเมิ่งเมิ่งด้วยนะ"

"ท่านพี่จะไปไหนหรือเจ้าคะ"

มือเล็กป้อมจับชายเสื้อของจูเมยไว้แน่น

"พี่ต้องไปหาป้าสะใภ้ใหญ่ก่อนนะเมิ่งเมิ่ง เดี๋ยวพี่จะรีบกลับมา เมิ่งเมิ่งอยู่กับพี่ซิ่วหลินนะ เป็นเด็กดี ฟังคำพี่ซิ่วหลินด้วย"

เจ้าก้อนแป้งน้อยเชื่อฟังจึงพยักหน้า

"เมิ่งเมิ่งจะเป็นเด็กดีเจ้าค่ะ ท่านพี่รีบกลับมานะเจ้าคะ"

จูเมยลุกขึ้นลูบผมของน้องสาวเบา ๆ จากนั้นจึงส่งให้ซิ่วหลินแล้วเดินออกจากเรือนไป

ด้านนอกป้าสะใภ้รองกำลังรอนางอยู่ก่อนแล้ว ป้าสะใภ้รองผู้นี้มีสามีเป็นบุตรชายคนรองของสกุลจู อันเกิดจากอนุห้าของท่านปู่ซึ่งเป็นอนุอายุน้อยที่สุดเดิมมีฐานะเป็นสาวใช้

เพราะท่านลุงรองมีมารดาเป็นสาวใช้เช่นนั้นตำแหน่งในบ้านสกุลจูของเขาจึงต่ำต้อยกว่าผู้อื่น ท่านป้าสะใภ้รองก็เป็นบุตรสาวของสาวใช้เช่นกันพวกเขาแต่งงานกันจึงนับว่าเหมาะสมยิ่งนัก

“ป้าสะใภ้รอง”

ป้าสะใภ้รองมองร่างมอมแมมของจูเมย เด็กสาวที่หน้าตางดงามโดดเด่นในวันวาน บัดนี้กลับมีร่างกายผอมและผิวพรรณที่เคยขาวผ่องก็กลับเหลืองซีดเช่นนี้ช่างน่าสงสารยิ่งนัก

นางเอ่ยเบา ๆ

“ข้านำเครื่องเขียนมาให้เจ้าจะได้สอนเมิ่งเมิ่งเขียนหนังสือ อย่างไรก็ใช้ให้ระมัดระวังเพราะหากสะใภ้ใหญ่จับได้เรื่องใหญ่แน่”

จูเมยยอบกายอีกครั้ง

“ขอบคุณป้าสะใภ้รองเจ้าค่ะ”

นางนำเครื่องเขียนเข้าไปเก็บในเรือน พร้อมเสียงของป้าสะใภ้รองที่เอ่ยเร่ง

จากนั้นพวกนางทั้งสองเร่งฝีเท้าไปที่เรือนใหญ่ขณะพูดคุยกันไปด้วย

“ท่านรู้หรือไม่ว่าป้าสะใภ้ใหญ่เรียกหาข้าทำไมหรือเจ้าคะ”

ป้าสะใภ้รองส่ายหน้า

“ไม่รู้สิ เมื่อเช้าเจ้าเทกระโถนให้พี่หญิงใหญ่ของเจ้าดีหรือไม่เล่า หรือว่าไปทำอะไรให้คุณหนูใหญ่โกรธอีก”

จูเมยส่ายหน้าคิดไม่ออก นางมาอยู่ที่นี่แทบจะเรียกได้ว่าเป็นสาวใช้ของพี่สาวคนโตซึ่งเป็นบุตรสาวของฮูหยินใหญ่ เรื่องเทกระโถนขับถ่ายเป็นนางที่ทำในทุกเช้า

“ข้าไม่ได้ทำอะไรผิดนะเจ้าคะ”

“ถ้าเช่นนั้นเรื่องอะไรกันเล่า จึงได้เรียกหาเช่นนี้ปกติไม่อยากจะพบเจ้าเท่าใด”

เมื่อมาถึงกลางเรือนป้าสะใภ้ใหญ่ก็นั่งรอนางอยู่แล้ว ด้านข้างมีสาวใช้คนหนึ่งยืนคอยรับใช้ท่าทางยโส

จูเมยยอบกายทำความเคารพ

“ป้าสะใภ้ใหญ่ หลานมาแล้วเจ้าค่ะ”

ป้าสะใภ้ใหญ่มองจูเมยด้วยสายตาเย็นชา ก่อนจะเอ่ยขึ้น

"เมยเมย สองสามวันนี้ให้เจ้าอยู่แต่ในเรือนเล็กของเจ้า ห้ามออกไปไหนเด็ดขาด เข้าใจหรือไม่"

จูเมยรู้สึกประหลาดใจแต่ก็ไม่กล้าถาม เพียงแต่พยักหน้ารับ

"เจ้าค่ะ ป้าสะใภ้ใหญ่"

ป้าสะใภ้ใหญ่พยักหน้า แล้วหันไปพยักเหน้าให้สาวใช้ข้างกาย สาวใช้คนนั้นเดินเข้าไปในห้องด้านใน แล้วกลับออกมาพร้อมกับห่อผ้าห่อหนึ่ง สาวใช้คนนั้นมอบให้จูเมยและนางก็รับมาอย่างงงงวย

"นี่คือเสื้อผ้าชุดใหม่สำหรับเจ้า เจ้ารับมันไว้เถิดแล้วสวมมันไว้ให้ดูดีหน่อย ผู้คนจะได้ไม่นินทาหาว่าข้าดูแลเจ้าไม่ดี"

จูเมยตกตะลึง นี่เป็นครั้งแรกในรอบปีที่นางได้รับเสื้อผ้าใหม่แต่ดูก็รู้ว่าเป็นของใช้แล้วของผู้อื่น แต่ถึงกระนั้นนางก็ยินดีรับ

“มีเสื้อคลุมเด็กด้วยหรือเจ้าคะ”

จูเมยเอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น บัดนี้ไม่ห่วงตนเองมีเพียงน้องสาวเท่านั้นที่นางห่วงใยที่สุด กระทั่งอาหารดี ๆ ที่ป้าสะใภ้รองแอบมอบให้นางจูเมยก็มอบให้น้องสาวกินก่อนทั้งหมด

นางจับเสื้อคลุมดูด้วยความตื่นเต้นแม้เนื้อผ้าจะหยาบกร้านแต่ว่าก็ยังเป็นตัวที่หนาพอสมควร ป้าสะใภ้ใหญ่พยักหน้า

“ใช่ น้องสาวของเจ้าโตเร็วชุดเดิมคงเล็กไปแล้ว ปีนี้อย่างไรก็ต้องมีชุดใหม่บ้าง ผู้คนจะได้ไม่หาว่าข้าใจดำกับเด็กตัวเล็ก ๆ”

ถึงจะเป็นเพียงแค่เศษเงินแต่ก็ยังนับว่ามีน้ำใจ จูเมยจึงไม่อาจละเลยนางก้มหัวให้ป้าสะใภ้ครั้งแล้วครั้งเล่าด้วยความรู้สึกขอบคุณจากใจจริง

ก่อนหน้านี้นางมีเสื้อผ้าอยู่ไม่น้อย ทว่าหลังจากท่านย่าป่วยป้าสะใภ้ใหญ่ก็เริ่มใจดำกับนาง ทั้งจำกัดอาหารและของใช้นางจึงต้องหาทางเอาตัวรอดเพื่อเลี้ยงดูไม่ให้น้องสาวและสาวใช้ของตนเองอดอยาก

อยู่ที่นี่มีอากาศหนาวตลอดปี ช่วงหน้าหนาวที่ผ่านมานางได้รับปันถ่านน้อยยิ่งนักจึงไม่พอใช้ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องหาเงินมาซื้อถ่านที่พอมีคุณภาพด้วยตนเอง

เพราะเงินทองเครื่องประดับถูกทางการริบไปหมดนางจึงมีเพียงเสื้อผ้าที่พอมีราคาและปิ่นหยกขาวติดกายที่ท่านพ่อท่านแม่เคยกำชับว่าเป็นของสำคัญที่ท่านอามอบเอาไว้ให้

นางไม่ยินยอมขายปิ่นหยกขาวยังเก็บเอาไว้อย่างดีจึงได้แต่ขายเสื้อผ้าของตนเองเพื่อนำเงินมาใช้จ่าย

บัดนี้นางจึงเหลือเพียงเสื้อผ้ากันหนาวไม่กี่ชุด ที่หยางโจวอากาศหนาวกว่าเมืองหลวงมากนัก ดังนั้นเสื้อผ้าของนางที่มีแต่ดั้งเดิมจึงขายไม่ค่อยได้ราคาเท่าใด

วันนี้ได้รับเสื้อผ้าใหม่ที่ทำให้รู้สึกอุ่นมาแล้วจึงดีใจเป็นอย่างยิ่ง

"ขอบพระคุณป้าสะใภ้ใหญ่มากเจ้าค่ะ หลานซาบซึ้งใจยิ่งนัก"

ป้าสะใภ้ใหญ่พยักหน้า ความจริงนางไม่ได้มีเมตตาอันใดกับหลานสาวทั้งสองทว่าก่อนหน้านี้นางได้รับข่าวว่าจะมีญาติจากทางเมืองหลวงมาขอเยี่ยมเด็กทั้งสอง

เพื่อไม่ให้ขายหน้าสกุลจูจนเกินไป สามีของนางจึงได้ขอร้องให้นางมอบเสื้อผ้าให้เด็กทั้งสองไม่ให้ผู้ใดครหาได้ ดังนั้นป้าสะใภ้ใหญ่จึงจำใจต้องมอบของเหล่านี้ให้อย่างเสียไม่ได้

เมื่อส่งของและกำชับเรียบร้อยแล้วจึงไล่จูเมยให้กลับไป

"เอาละ กลับไปเรือนของเจ้าได้แล้ว และจำไว้ห้ามออกมาจนกว่าข้าจะอนุญาต"

จูเมยถือโอกาสที่เห็นป้าสะใภ้ใหญ่อารมณ์ดีจึงรีบเอ่ยเรื่องที่ตนเองกำลังขาดแคลน

“ป้าสะใภ้ใหญ่เจ้าคะ หลานยังมีอีกเรื่องเจ้าค่ะ”

ป้าสะใภ้ใหญ่ชะงัก

“ว่ามาเถิด”

“เรื่องถ่านเจ้าค่ะ หลานจะขอถ่านเพิ่มได้หรือไม่ ถ่านที่ได้มาก่อนหน้าคุณภาพไม่ดีจึงได้เผาไหม้เร็วและมีควันมาก ไม่สามารถใช้ได้จนครบสิบห้าวัน ตอนนี้ที่เรือนหนาวเย็นยิ่งกว่าเรือนหิมะอีกเจ้าค่ะ ตัวหลานเองยังพอทนไหวแต่เมิ่งเมิ่งยังเด็กนักหลานกลัวว่าน้องจะล้มป่วยเพราะไอเย็นเจ้าค่ะ”

ป้าสะใภ้ใหญ่ใคร่ครวญ อย่างไรก็ไม่รู้ว่าญาติของจูเมยเป็นผู้ใดกันแน่ นางจึงไม่อาจประมาทให้เกิดเรื่องครหาได้ ดังนั้นจึงพยักหน้าอนุญาตอย่างจำใจ

“เช่นนั้นข้าจะให้คนส่งถ่านไปที่เรือนของเจ้า” จากนั้นก็หันไปบอกสาวใช้ของตนเอง

“เตรียมถ่านไปให้คุณหนูรองที่เรือน อย่าให้ขาดตกบกพร่องอีกตรวจสอบคุณภาพถ่านให้ดี”

“เจ้าค่ะ”

จูเมยคำนวณไม่พลาดที่นางเอ่ยปากในตอนนี้ นางกล่าวขอบคุณป้าสะใภ้ใหญ่ก่อนจะคำนับอีกครั้งแล้วเดินออกจากเรือนใหญ่ทันใด

ป้าสะใภ้รองเดินตามมาส่งกระซิบเบา ๆ

"เมยเมย ป้าไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เจ้าต้องระวังตัวให้มาก วันนี้สะใภ้ใหญ่ดูแปลก ๆ มีเมตตากับเจ้าจนข้าขนลุกไปหมดแล้ว"

จูเมยพยักหน้า "ขอบคุณป้าสะใภ้รองที่เป็นห่วงนะเจ้าคะ"

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย คำสาปรักท่านชายแวมไพร์
9.7
ชีวิตของ ลินิน ต้องเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงเพียงเพราะการเก็บดอกกุหลาบที่ตกอยู่ขึ้นมา โดยไม่รู้เลยว่านั่นคือจุดเริ่มต้นของพันธนาการรักจาก เจย์เดน แวมไพร์หนุ่มผู้ลึกลับที่ใช้ชีวิตผ่านกาลเวลามานานหลายร้อยปี เขาตามทวงคืนของสำคัญพร้อมประกาศสิทธิ์เหนือตัวเธอในฐานะว่าที่ชายาอย่างเผด็จการ ท่ามกลางบรรยากาศแห่งมนตราและคำสาปรักที่ยากจะถอนตัว เธอต้องเผชิญกับความลุ่มหลงและความหวงแหนที่แสนอันตรายจากปีศาจผู้ไม่ยอมปล่อยให้เธอหลุดมือไปจนกว่าจะได้ครอบครองทั้งตัวและหัวใจ
หน้าปกนวนิยาย สามีท่านหย่ากับข้าเถอะ
8.6
หยางซูมี่ บุตรสาวคนโตของเสนาบดีผู้สูงศักดิ์ จำใจเข้าพิธีวิวาห์กับอ๋องทมิฬตามพระบรมราชโองการที่มิอาจขัดขืนได้ ทว่าชีวิตในวังหลังกลับไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่อสามีของนางแสดงท่าทีเย็นชา เมินเฉย และไร้ความใยดี มิหนำซ้ำเขายังรับชายารองเข้ามาหยามเกียรติกันถึงเรือน เมื่อความรักไม่มีค่าและความสุขสูญสิ้น นางจึงเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่าเหตุใดต้องทนใช้ชีวิตยึดติดกับบุรุษผู้ไร้หัวใจเช่นนี้ต่อไป ถึงเวลาแล้วที่นางจะทวงคืนอิสระและยุติความสัมพันธ์ที่แสนขื่นขมนี้
หน้าปกนวนิยาย ข้ามกาลบันดาลใจ
8.1
จันทร์วาดหลุดเข้าไปในโลกนิทานและได้พบรักแท้กับคุณหลวงอัครเดชผู้มั่นคง ในยามที่อำนาจลึกลับพยายามพรากทั้งคู่จากกันด้วยความเจ็บปวดเจียนตายประหนึ่งร่างจะฉีกขาด คุณหลวงกลับเลือกที่จะอดทนต่อความทรมานแสนสาหัสและไม่ยอมปล่อยมือจากหญิงคนรัก แม้ความตายจะมาเยือนเขาก็ปรารถนาจะสิ้นใจในอ้อมกอดของจันทร์วาดเพียงผู้เดียวเท่านั้น ด้วยสายใยความผูกพันที่หยั่งรากลึกเกินกว่าที่แรงอาถรรพ์ใดจะทำลายความรักอันมั่นคงของพวกเขาลงได้
หน้าปกนวนิยาย อรุณรักษ์
7.8
กลิ่นหอม หญิงสาววัยใกล้สามสิบที่เพิ่งซื้อบ้านด้วยน้ำพักน้ำแรง ต้องเผชิญหน้ากับ ขุนอริญชย์เพียงสวัสดิ์ เจ้าที่หนุ่มรูปงามที่คอยตามติดทุกเวลา แม้จะหวาดกลัวลี้ลับเพียงใด แต่ภาระหนี้สินก้อนโตทำให้เธอตัดสินใจสู้ไม่ถอยและยอมอาศัยอยู่ร่วมกับวิญญาณเจ้าของบ้านเดิม ทว่ายิ่งเวลาผ่านไป ความลับเรื่องพันธะรักจากอดีตชาติระหว่างเธอกับเขาก็เริ่มปรากฏชัดขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางความผูกพันที่เคยพลัดพรากซึ่งย้อนกลับมาทวงคืนหัวใจอีกครั้งในยุคปัจจุบันอย่างเลี่ยงไม่ได้
หน้าปกนวนิยาย นายช่างใหญ่แห่งอโยธยาที่ข้าอยากได้
8.8
ฟ้ารดาหญิงสาวผู้ถูกยมทูตส่งข้ามกาลเวลามายังกรุงอโยธยาอย่างไม่คาดฝัน ที่นั่นเธอได้พบกับนายช่างทองหลวงผู้มีเสน่ห์ดึงดูดและรูปร่างกำยำจนทำให้เธอตกหลุมรักทันที เมื่อหนทางกลับบ้านไม่มีอยู่จริง แผนการพิชิตใจนายช่างใหญ่จึงเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางอุปสรรคจากครอบครัวที่ไม่อยากให้เธอออกเรือน แม่หญิงผู้มีความมั่นใจคนนี้จะใช้เสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์สั่นคลอนหัวใจของนายช่างทองผู้เคร่งขรึมได้สำเร็จหรือไม่ในดินแดนแห่งประวัติศาสตร์นี้
หน้าปกนวนิยาย Please help me ช่วยฉันที ฉันไม่อยากอยู่ในโลกนิยาย
9.5
เมื่อลืมตาตื่นขึ้นในร่างของนาเซีย นางร้ายผู้มีจุดจบอันแสนสลดรออยู่ เธอจึงต้องดิ้นรนทุกวิถีทางเพื่อรักษาชีวิตให้รอดพ้นจากโชคชะตาเลวร้าย พร้อมกับพยายามค้นหาหนทางกลับสู่โลกเดิมที่จากมา ทว่าแผนการใช้ชีวิตอย่างสงบกลับไม่เป็นไปตามที่หวัง เมื่อผู้คนรอบข้างต่างพากันเข้ามาพัวพันและสร้างความวุ่นวายในชีวิตเธอไม่หยุดหย่อน ท่ามกลางบรรยากาศแฟนตาซีที่เต็มไปด้วยอุปสรรคและการตัดสินใจที่อาจเปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาล