
ท่านอาเจ้าขา...ข้าอยากเป็นภรรยาของท่าน
ตอน 3
เมื่อกลับถึงเรือนเล็กของตน จูเมยรีบเปิดห่อผ้า นอกจากชุดใหม่ของจูเมิ่งเมิ่งแล้วข้างในมีชุดกระโปรงสีฟ้าอ่อนและเสื้อคลุมสีน้ำเงินเข้ม ทั้งสองชิ้นดูใหม่กว่าที่นางคาดคิดเอาไว้ทั้งยังหนาและนุ่มรวมทั้งยังมีเสื้อคลุมกันหนาวอีกตัวหนึ่ง
"คุณหนู นี่มัน..."
ซิ่วหลินที่รออยู่ในห้องอุทานด้วยความประหลาดใจที่เห็นเสื้อผ้าเหล่านี้
“คนใจดำนั่นสิ่งใดเข้าฝันจึงได้มอบเสื้อผ้าให้คุณหนูเจ้าคะ”
ซิ่วหลินกล่าวพลางลูบผ้านุ่มๆ ด้วยความตื่นเต้นเอ่ยน้ำเสียงยินดี
จูเมยยิ้มความกรุณาเพียงน้อยนิดนี้นางย่อมซาบซึ้ง เพราะนางกับน้องสาวเป็นเพียงบุตรสาวขุนนางต้องโทษคนหนึ่ง หากนางไม่ใช่สตรีป่านนี้คงถูกประหารชีวิตไปแล้ว
"ป้าสะใภ้ใหญ่มอบให้ข้าจริง ๆ ยังให้ถ่านมาเพิ่มด้วย ต่อไปพวกเราก็ไม่ต้องทนหนาวแล้วนะซิ่วหลิน หรือว่าป้าสะใภ้ใหญ่จะเมตตาข้าแล้วจริง ๆ"
ถึงจูเมยจะมองโลกในแง่ดีเช่นนั้น แต่ซิ่วหลินก็ไม่ยอมเชื่อเด็ดขาด
จูเมิ่งเมิ่งที่นั่งอยู่บนเตียงกระโดดลงมาวิ่งเข้าหาพี่สาว ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความสนใจ มีเล็กป้อมขาวอวบราวหัวไชเท้าลูบไปตามเนื้อผ้าพร้อมกับเสียงเล็กน่ารักที่เอ่ยขึ้น
"ท่านพี่เจ้าคะ ชุดนี้สวยจังเลยเจ้าค่ะ"
จูเมยยิ้มกว้าง ยื่นเสื้อคลุมให้นาง
"นี่คือชุดใหม่ของเมิ่งเมิ่ง เมิ่งเมิ่งชอบหรือไม่"
เจ้าก้อนแป้งพยักหน้าขึ้นลง จากนั้นก็ฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟันซี่เล็ก ๆ น่าเอ็นดู
"ชอบเจ้าค่ะ อุ่นจัง”
จูเมยลูบศีรษะน้องสาวแผ่วเบา รู้สึกสงสารน้องสาวยิ่งนักตอนที่บิดามารดาของนางยังอยู่นางไม่เคยมองเสื้อผ้าไร้ค่าพวกนี้ด้วยซ้ำ ทว่าบัดนี้กลับมีความหมายมาก
จากนั้นจูเมิ่งเมิ่งก็หันมาสนใจเสื้อผ้าของพี่สาว
“ท่านพี่ชุดที่ท่านได้มาใหม่สวยมากๆ เลย ชุดนี้ก็สวย นี่ก็สวยเจ้าค่ะ”
จูเมิ่งเมิ่งร้องอย่างตื่นเต้น มือน้อย ๆ ลูบไล้ผ้านุ่มอย่างทะนุถนอม
"แล้วเมิ่งเมิ่งจะได้ใส่ชุดสวย ๆ แบบนี้บ้างหรือไม่เจ้าคะ"
จูเมยรู้สึกเจ็บปวดในใจที่เห็นน้องสาวตื่นเต้นกับเสื้อผ้าเหล่านี้ แม้หัวใจจะรู้สึกฝาดขมแต่ก็พยายามยิ้มให้น้องสาว
"แน่นอนสิจ๊ะ เมิ่งเมิ่งของเราต้องได้ใส่ชุดที่งดงาม เมื่อโตขึ้นพี่สาวสัญญาว่าจะหาชุดสวย ๆ มาให้เมิ่งเมิ่งใส่จนเลือกไม่ไหวเลยทีเดียว"
จูเมิ่งเมิ่งเกิดมาได้เพียงขวบเดียวก็เกิดเรื่องที่บ้าน ตั้งแต่คลอดจูเมิ่งเมิ่งมารดาของนางก็ร่างกายอ่อนแอล้มป่วยมาตลอด เมื่อได้ข่าวเรื่องสะเทือนใจไม่นานก็จากไป
หลังจากนั้นท่านย่าทราบข่าวก็ส่งคนมารับนางและจูเมิ่งเมิ่งมาอยู่ที่หยางโจวอาศัยอยู่ที่นี่อย่างมีความสุขกระทั่งท่านย่าล้มป่วยลง
และนับตั้งแต่นั้นชีวิตของนางก็เหมือนตกนรกทั้งเป็น นางถูกส่งให้มาทำงานเป็นเด็กรับใช้ให้พี่สาวที่เอาแต่ใจ และยังถูกทุบตีอยู่หลายครั้ง
ทว่านางก็ต้องอดทนเพราะยังมีจูเมิ่งเมิ่งที่นางต้องดูแล
เด็กตัวน้อยมองพี่สาวด้วยดวงตาเป็นประกายจากนั้นจึงเอ่ยว่า
"เมิ่งเมิ่งจะได้ใส่ชุดสวย ๆ จริงๆ นะเจ้าคะ เมิ่งเมิ่งดีใจที่สุดเลย เมิ่งเมิ่งอยากสวยเหมือนท่านพี่"
เด็กน้อยกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจแล้วถามด้วยน้ำเสียงไร้เดียงสา
"แล้วเราจะได้กินขนมหวานด้วยไหมเจ้าคะ เมิ่งเมิ่งอยากกินถังหยวน"
จูเมยกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก นึกถึงวันที่พวกนางเคยได้ลิ้มรสถังหยวนครั้งสุดท้ายเมื่อเทศกาลหยวนเซียวปีก่อน
"พี่จะพยายามหามาให้นะจ๊ะ แต่ตอนนี้เรายังไม่มี... เทศกาลหยวนเซียวยังอีกนาน"
ซิ่วหลินเห็นท่าทีของจูเมยที่คล้ายจะร้องไห้แล้ว จึงรีบเบี่ยงเบนความสนใจของเด็กน้อย
"คุณหนูเมิ่งเมิ่งของบ่าว มานั่งตรงนี้นะเจ้าคะอย่าลงจากเตียงเลยอากาศหนาวยิ่งนัก บ่าวจะสวมชุดใหม่ให้คุณหนูเมิ่งนะเจ้าคะ" จากนั้นก็หันไปบอกกับจูเมย
“คุณหนูด้วย รีบเปลี่ยนชุดเถิดเจ้าค่ะ”
“เข้าใจแล้ว ป้าสะใภ้ใหญ่ก็บอกข้าว่าให้รีบเปลี่ยนชุดใหม่ ท่าทางนี้ของนางแปลกประหลาดนัก ไม่รู้ว่ามีเรื่องอันใด”
ซิ่วหลินเองมีสีหน้าครุ่นคิด
“นั่นสิเจ้าคะ ได้รับชุดใหม่เช่นนี้บ่าวกลับไม่สบายใจนัก สตรีนางนั้นใจดำอำมหิตไม่รู้ว่าไยคิดมาทำดีกับคุณหนู แต่ว่าช่างเถิดเจ้าค่ะ ได้ของดีกว่าไม่ได้ต่อไปคุณหนูทั้งสองจะได้ไม่ต้องทนหนาวอีกแล้ว”
ซิ่วหลินรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เจ้าก้อนแป้งน้อย ในขณะที่จูเมยเปลี่ยนเสื้อผ้าของตนเอง
ครู่ต่อมาสองพี่น้องก็อยู่ในชุดใหม่สะอาดเอี่ยม ทั้งคู่รู้สึกได้ถึงความอบอุ่นและนุ่มนวลของเนื้อผ้า ทำให้นางรู้สึกมีความสุขที่สุดในรอบปีเลยก็ว่าได้
จูเมิ่งเมิ่งมองพี่สาวดวงตาเป็นประกาย ปากเล็ก ๆ เอ่ยชม
"ท่านพี่งดงามมากเลยเจ้าค่ะ เมิ่งเมิ่งอยากสวยแบบพี่สาวจัง"
จูเมยยิ้มอย่างอ่อนโยนเดินมานั่งเคียงข้างน้องสาวที่อยู่บนเตียงแล้วดึงร่างเล็กป้อมให้มานั่งตักของตนเอง
“น้องสาวของพี่ก็งามที่สุดเช่นกันจ้ะ ทั้งยังเป็นเด็กดีน่ารักที่สุดในโลกเลย”
ดวงหน้าเล็กกลมเผยรอยยิ้มจนเห็นเหงือก จากนั้นก็ซบใบหน้าเข้ากับอกแข็ง ๆ ที่เต็มไปด้วยกระดูกของจูเมยแต่ถึงกระนั้นเด็กน้อยก็รู้สึกว่าอ้อมอกของพี่สาวช่างอบอุ่นนัก
“ข้าเป็นเด็กดีใช่หรือไม่เจ้าค่ะ”
“อืม...เด็กดีที่สุดเลยจ้ะ”
ขณะที่บรรยากาศในห้องกำลังอบอุ่น เสียงเคาะประตูอย่างแรงก็ดังขึ้น ตามด้วยเสียงตวาดของจูหลี
"นังตัวดีเปิดเดี๋ยวนี้นะ!"
คุณอาจจะชอบ





