ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย กุ้ยเฟยที่ถูกลืม

กุ้ยเฟยที่ถูกลืม

เจี่ยลี่อิงเชฟสาวจากยุคปัจจุบันเสียชีวิตจากการโหมงานหนัก แต่เธอกลับได้โอกาสครั้งที่สองในร่างของเจี่ยลี่ฟาง กุ้ยเฟยผู้ถูกทอดทิ้งในตำหนักเย็น แม้จะถูกกักขังแต่ด้วยบารมีของบิดาที่เป็นถึงแม่ทัพใหญ่ เธอจึงใช้ชีวิตอย่างสุขสบายและตั้งมั่นว่าจะไม่ขอข้องแวะกับฮ่องเต้ แต่จะทุ่มเทเวลาให้กับการทำอาหารเลิศรสแทน ลี่อิงเริ่มสร้างสรรค์เมนูที่คนโบราณไม่เคยเห็นอย่างหม้อชาบู นำพาความตื่นตาตื่นใจมาสู่เหล่าข้ารับใช้ในวังวนแห่งรสชาติที่เธอเป็นผู้กำหนดเอง
ตอน
แชร์

ตอน 1

การตายของกุ้ยเฟย

ในช่วงที่แผ่นดินเกิดความไม่สงบ ราชสำนักมีราชโองการให้ส่งกำลังทหารไปปราบปรามอิทธิพลแบ่งแยกประเทศของเผ่าจุ่นเก๊อะเอ่อ และกบฎของต้า-เสี่ยวเหอจั๊วะของเผ่าหุยในเขตซินเกียง และมีราชโองการให้แต่งตั้งท่านแม่ทัพเจี่ยฮุ้ยหยางเป็นต้าเจียงจวินผู้บังคับบัญชาทหาร เนื่องจากท่านแม่ทัพออกรบกำราบศัตรูที่บังอาจเข้ามารุกรานแผ่นดินใหญ่นานนับหลายสิบปีตั้งแต่ต้าซิ่งหวงตี้จนชำนาญการด้านการทหารเป็นพิเศษ จนบัดนี้หลีเออร์คนสุดท้องของท่านแม่ทัพก็ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกุ้ยเฟยพระอัครเทวีผู้ล้ำค่าให้กับฮ่องเต้ จักรพรรดิของราชวงศ์พระองค์ปัจจุบันที่สืบราชสมบัติมาจากต้าซิ่งหวงตี้

แต่ทว่า….เมื่อท่านแม่ทัพได้รับราชโองการเขากลับขัดราชโองการจากฮ่องเต้บุรุษผู้มีอำนาจวาสนาสูงสุดในทันที “ขอเดชะฝ่าบาท….กระหม่อมขอปฏิเสธการเป็นต้าเจียงจวินในการปราบปรามอิทธิพลแบ่งแยกประเทศของเผ่าจุ่นเก๊อะเอ่อ และกบฏของต้า-เสี่ยวเหอจั๊วะของเผ่าหุยในเขตซินเกียงในครั้งนี้พ่ะย่ะค่ะ”

“เพราะเหตุอันใดกันท่านแม่ทัพเจี่ยฮุ้ยหยาง” ฮ่องเต้คิ้วขมวดเป็นปมทรงไม่เข้าพระทัยเหตุอันใดท่านแม่ทัพถึงปฏิเสธการออกรบในครั้งนี้ทั้งที่ที่ผ่านมานั้นให้ความร่วมมือในการปราบปรามศัตรูผู้รุกรานประเทศทุกศึกสงคราม

“กระหม่อมไม่สะดวกใจที่จะทำศึกในครั้งนี้เนื่องจากหลีเออร์ของกระหม่อม....เจี่ยหลีฟางกุ้ยเฟยอยู่ในช่วงเวลาอ่อนแอ มีเรื่องไม่สบายพระทัยอยู่พ่ะย่ะค่ะ” ท่านแม่ทัพทูลบอกกับฮ่องเต้ด้วยใบหน้าที่หมองหม่น กุ้ยเฟยนั้นเป็นหลีเออร์คนสุดท้องของท่านแม่ทัพ ท่านแม่ทัพมีบุตรทั้งหมดสิบคน โดยแม่นางเจี่ยหลี่ฟางนั้นเป็นหลีเออร์คนสุดท้องที่ท่านแม่ทัพรักและตามใจเป็นอย่างมาก จนแม่นางเจี่ยหลี่ฟางถือเอาความต้องการของตนเองเป็นใหญ่ เมื่อกระทำผิดก็จะมีบิดาคอยให้ท้ายอยู่เสมอแม้กระทั่งในตอนนี้ที่ได้รับแต่งตั้งเป็นกุ้ยเฟยแล้วก็ตาม

“เจี่ยหลีฟางกุ้ยเฟยเป็นอันใด” ฮ่องเต้ทรงตรัสถามถึงสาเหตุ

กุ้ยเฟยเป็นพระสนมลำดับที่หนึ่งของฮ่องเต้ แต่ฮ่องเต้นั้นทรงไม่ยอมให้ร่วมห้องหอด้วย ถึงแม้ว่าจะมีพระราชโองการให้แต่งตั้งหลีเออร์ของท่านแม่ทัพให้เป็นกุ้ยเฟยตั้งแต่ต้นเดือนเอ้อร์เยว่จน ณ บัดนี้ก็จวนจะถึงสิ้นเดือนซานเยว่แล้ว และนี่ก็คือเหตุผลที่ทำให้กุ้ยเฟยไม่พอใจ และกระเง้ากระงอดผู้เป็นบิดาจนท่านแม่ทัพไม่มีกะจิตกะใจจะออกรบเพื่อศึกบ้านเมืองในครั้งนี้ได้

“องครักษ์หลวง!” เมื่อท่านแม่ทัพอ้ำอึ้งในคำตอบ ฮ่องเต้ก็ทรงรู้สาเหตุได้ด้วยตนเองในทันที ฮ่องเต้จึงมีพระราชกระแสรับสั่งด้วยความร้อนพระทัยให้เหล่าขุนนางไปจับตัวกุ้ยเฟยไปขังในตำหนักเย็น โดยห้ามออกจากตำหนักเย็นจนกว่าฮ่องเต้จะประทานอภัยโทษให้ “จับเจี่ยหลีฟางกุ้ยเฟยไปขังในตำหนักเย็นบัดเดี๋ยวนี้!”

“พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท” เหล่าองค์รักษ์หลวงทรุดตัวลงคุกเข่าน้อมรับพระราชกระแสรับสั่งต่อหน้าบัลลังก์ฮ่องเต้ ก่อนจะดันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วออกจากท้องพระโรงเพื่อปฏิบัติตามพระราชกระแสรับสั่งของฮ่องเต้ในทันท่วงที

“ฝ่าบาท….ได้โปรดทรงอภัยให้กระหม่อมด้วย ทรงอย่ากักขังหลีเออร์ของกระหม่อมไว้ในตำหนักเย็นเลยพ่ะย่ะค่ะ” ท่านแม่ทัพทรุดตัวคลุกเข่าลงพื้นอย่างหมดแรง ก้มลงกราบกับพื้นต่อหน้าบัลลังก์ฮ่องเต้ผู้ยิ่งใหญ่เพื่อร้องขอความเมตตา แต่บัดนี้คำกล่าวของฮ่องเต้ย่อมศักดิ์สิทธิ์ที่สุด พูดแล้วไม่คืนคำในเวลาอันเร็วพลัน

“เรามีราชกิจติดพัน เดิมทีก็ไม่ได้มีเวลาว่างมากอยู่แล้ว จะเอาเวลาไหนมาพลอดรักกับเจี่ยหลี่ฟางกุ้ยเฟย เจ้าน่าจะรู้ดีนะท่านแม่ทัพเจี่ยฮุ้ยหยาง!” ฮ่องเต้ทรงตรัสออกมาอย่างไม่พอพระทัยยิ่งนักที่แม่ทัพเจี่ยฮุ้ยหยางเอาเรื่องไร้สาระมาปะปนกับงานราชการรักษาบ้านเมืองเช่นนี้

“กระหม่อมสมควรตาย ทุกอย่างเป็นความผิดของกระหม่อมแต่เพียงผู้เดียว กระหม่อมขอรับโทษแทนเจี่ยหลีฟางกุ้ยเฟยพ่ะย่ะค่ะ”

“เราจะปล่อยตัวเจี่ยหลีฟางกุ้ยเฟยจากตำหนักเย็นก็ต่อเมื่อเจ้าชนะศึกในครั้งนี้เท่านั้น” ฮ่องเต้ตรัสเพียงเท่านี้ก่อนจะลุกขึ้นจากบัลลังก์แล้วเสด็จออกไปจากท้องพระโรงในทันที ซือกงกงกล่าว “ฮ่องเต้เสด็จแล้ว~” และเหล่าขุนนางก็ทรุดตัวนั่งลงคุกเข่ากับพื้นพร้อมกับกล่าวพร้อมกันว่า “กระหม่อมทูลลา ขอทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นปี”

เมื่อทำอะไรไม่ได้ท่านแม่ทัพก็รีบกล่าวลาฮ่องเต้พร้อมกับเหล่าขุนนางคนอื่น ๆ เพื่อไปดูใจหลีเออร์ก่อนที่จะเข้าไปอยู่ในตำหนักเย็น เผื่อเขาจะช่วยหลีเออร์ในเรื่องอื่น ๆ ได้บ้าง

“ปล่อยข้านะ พวกเจ้ามาจับตัวข้าเพราะเหตุใด ข้าเป็นถึงกุ้ยเฟยของฮ่องเต้เลยนะ ปล่อย ปล่อยข้า” กุ้ยเฟยที่ถูกเหล่าองครักษ์หลวงลอบเข้าไปจับตัวมาถึงพระตำหนักร้องโวยวายลั่นพระราชวัง พยายามดิ้นให้หลุดออกจากพันธนาการขององครักษ์หลวง แต่ก็ไม่เป็นผล แรงของสตรีช่างน้อยนิดสู้บุรุษมิได้

เหล่าองค์รักษ์หลวงจับกุ้ยเฟยเดินตรงไปที่ตำหนักเย็น แต่ระหว่างทางนั้นท่านแม่ทัพก็เข้ามาขวางทางเอาไว้ก่อน “ปล่อยหลีเออร์ของข้าบัดเดี๋ยวนี้” กุ้ยเฟยเมื่อเห็นบิดาก็รีบสะบัดแขนองครักษ์หลวงออกแล้ววิ่งเข้าไปหาบิดาทั้งน้ำตาในทันที “ท่านพ่อ ฮึก….ทำไมเหล่าองครักษ์หลวงพวกนี้ถึงบุกเข้ามาจับตัวลูกถึงในพระตำหนักได้เจ้าคะ ฮือ….”

“พ่อขอโทษลูก เป็นเพราะพ่อเองที่ทำให้ลูกต้องตกอยู่ในชะตากรรมที่ยากลำบากเช่นนี้” ท่านแม่ทัพเอ่ยบอกกับหลีเออร์ด้วยความเศร้าโศก เมื่อเห็นหลีเออร์อยู่ในสภาพเช่นนี้ผู้เป็นพ่อย่อมเจ็บปวดใจมากกว่า

“ท่านพ่อหมายความว่ายังไงเจ้าคะ”

“เฮ้อ….ตอนนี้มีผู้ก่อกบฏฮ่องเต้รับสั่งให้พ่อไปประจำการทันทีในฐานะต้าเจียงจวิน”

“ท่านพ่ออายุมากแล้ว เหตุใดจึงมีพระราชกระแสรับสั่งให้ท่านพ่อไป ราชสำนักไม่มีแม่ทัพท่านอื่นแล้วหรือไงกัน”

“พ่อกับพี่ ๆ ไม่ได้อยู่ข้างกายเจ้าในช่วงเวลาที่เจ้าอ่อนแอเช่นนี้ แต่ว่าพ่อจะให้นางกำนัลสองคน และขันทีหนึ่งคนคอยดูแล รับใช้เจ้าในตำหนักเย็น ได้โปรดอย่าเป็นกังวล พ่อกับพี่ ๆ ของเจ้าจะคว้าชัยชนะการรบครั้งนี้มาให้ได้เพื่อปลดปล่อยให้เจ้าเป็นอิสระ” พูดจบท่านแม่ทัพก็ปล่อยมือของหลีเอ๋อร์ออกแล้วย่างก้าวออกไปจากตรงนี้ในทันทีทั้งน้ำตาแห่งความสงสารหลีเออร์อย่างลึกสุดหัวใจ

“ท่านพ่อ ฮึก….อย่าไป ท่านพ่อ ฮือ….” เสียงร่ำไห้ใจแทบขาดของหลีเออร์ทำให้ท่านแม่ทัพมิอาจทำใจหันหลังกลับไปมองได้ รีบเดินออกไปให้เร็วที่สุด….

….หลังจากที่ลากับบิดา กุ้ยเฟยก็ถูกองครักษ์หลวงนำตัวไปขังไว้ที่ตำหนักเย็น ส่วนนางกำนัลและขันทีที่จะให้ไปดูแลกุ้ยเฟยที่ตำหนักเย็นนั้น ท่านแม่ทัพจะไปทูลขอฮ่องเต้ก่อนที่จะไปประจำการตามพระราชกระแสรับสั่ง

กุ้ยเฟยเอาแต่ร้องไห้ด้วยความทุกข์ระทมชอกช้ำใจ กุ้ยเฟยมีใจรักฮ่องเต้แต่ฮ่องเต้ไม่เคยปลายตามองนางเลยแม้เพียงหางตา เมื่อได้รับการแต่งตั้งก็ได้เป็นเพียงกุ้ยเฟยไม่ได้เป็นฮองเฮา ด้วยความน้อยใจและความโศกเศร้าทำให้กุ้ยเฟยวางแผนลวงว่าตนเองนั้นคิดสั้นหมายจะเรียกร้องความสนใจจากฮ่องเต้ แต่ผลลัพธ์กลับไม่เป็นเช่นนั้น เก้าอี้ที่ใช้ปีนขึ้นไปเพื่อผูกคอนั้นกลับพลิกคว่ำทำให้เท้าของกุ้ยเฟยไม่มีที่วาง เชือกที่ใช้ผูกคอจึงขึงรัดแน่นจริง ๆ กุ้ยเฟยดิ้นอย่างทุรนทุรายเพราะหายใจไม่ออกจนในที่สุดก็ขาดอากาศหายใจและสิ้นอายุขัยลง

….ในห้วงมิติอีกด้าน….มีเชฟสาวประจำภัตตาคารหรูและโด่งดังแห่งหนึ่งใจกลางเมืองปักกิ่งนามว่าเจี่ยลี่อิง เชฟเจี่ยลี่อิงมีใจรักในการทำอาหารเป็นอย่างมากและฝึกฝนฝีมือของตัวเองอยู่ตลอดเวลา ในขณะที่เชฟกำลังทำอาหารอยู่ในห้องครัว ตะหลิวในมือที่กำลังทำข้าวผัดจักรพรรดิ์อยู่นั้นก็หลุดออกจากมือก่อนที่ตัวของเชฟจะล้มลงไปกองกับพื้นภายในพริบตา เมื่อคนอื่น ๆ วิ่งกรูกันเข้ามาช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้นก็พบว่าชีพจรของเชฟเต้นแผ่วมาก สักพักหัวใจก็หยุดทำงานไปอย่างเฉียบพลัน เลือดไม่สามารถไปเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายได้ ทำให้เสียชีวิตลงในที่สุด

….พระตำหนักเย็น… “เจี่ยหลีฟางกุ้ยเฟยเพคะ ฮึก….อย่าทรงเป็นอันใดไปเลยนะเพคะ ฮือ….” นางกำนัลที่เข้ามาเห็นเหตุการณ์รีบกราบทูลฮ่องเต้ให้ส่งหมอหลวงมาถวายการรักษากุ้ยเฟยโดยด่วน และในตอนนี้กุ้ยเฟยยังนอนไม่ได้สติอยู่บนที่นอนในตำหนักเย็น โดยมีนางกำนัลทั้งสองนั่งเฝ้าแนบข้างไม่ห่างมีเสียงร่ำไห้ดังไม่ขาดสาย เนื่องจากนางกำนัลทั้งสองถวายการรับใช้กุ้ยเฟยอย่างใกล้ชิดตั้งแต่ได้รับการแต่งตั้ง

และในที่สุดปาฏิหาริย์ก็มีจริง “แค่ก ๆ” กุ้ยเฟยฟื้นคืนสติขึ้นมา หนึ่งในนางกำนัลรีบรินน้ำให้กับกุ้ยเฟยได้ดื่มในทันที “ทรงดื่มน้ำก่อนนะเพคะเจี่ยหลีฟางกุ้ยเฟย” นางกำนัลป้อนน้ำดื่มให้กับกุ้ยเฟยดื่มหลายอึก พอกุ้ยเฟยได้สติมากขึ้นก็เอ่ยคำขอบคุณออกมา “ขอบใจนะ”

“หม่อมฉันยินดีถวายการรับใช้เพคะเจี่ยหลีฟางกุ้ยเฟย”

“….ว่าไงนะ?” กุ้ยเฟยดีดตัวลุกขึ้นนั่งบนที่นอน แล้วเบิกตาโพลงมองดูรอบข้าง ก่อนจะเปล่งเสียงร้องออกมาลั่นตำหนักเย็น “กรี๊ดดดดดดดด” นางกำนัลและขันทีตกใจจนทำอะไรไม่ถูก รีบเข้ามาดูอาการกุ้ยเฟยอย่างใกล้ชิดกว่าเดิม ลังเลว่าจะไปตามหมอหลวงดีหรือไม่

“เจี่ยหลีฟางกุ้ยเฟยเป็นอะไรไปเพคะ” นางกำนัลกล่าวถามอย่างร้อนใจ กุ้ยเฟยเงียบเสียงลงแล้วมองหน้านางกำนัลกับขันทีอย่างเต็มตากือบหนึ่งเค่อก่อนจะเอ่ยถามออกมาด้วยความงุนงง “พวกคุณเป็นใคร”

“พวกเจ้าทั้งสอง เจี่ยหลีฟางกุ้ยเฟยเป็นอันใดไป ทูลฝ่าบาทและตามหมอหลวงมาตรวจอาการดีหรือไม่” นางกำนัลตงเอ๋อร์ เอ่ยถามนางกำนัลอี๋เหวินและขันทีจางกง ทั้งสามคนมองหน้ากันอย่างคิดหนักเพราะเวลานี้จะทำอันใดก็ติดขัดเนื่องจากกุ้ยเฟยอยู่ในช่วงถูกทำโทษ

“โถ่….เจี่ยหลีฟางกุ้ยเฟย หม่อมฉันสงสารกุ้ยเฟยยิ่งนัก” นางกำนัลตงเอ๋อร์เอ่ยเสียงเศร้า

เจี่ยลี่อิงในร่างกุ้ยเฟยคิดทบทวนเรื่องราวทั้งหมด จิตสุดท้ายของเธอจำได้ว่าเธอนั้นหัวใจวายเฉียบพลัน แล้วเธอมาโผล่อยู่ที่เมืองโบราณแห่งนี้ได้ยังไง หรือว่า….ทะลุมิติ นี่เธอทะลุมิติย้อนกลับมาอยู่ที่เมืองโบราณอย่างที่เคยดูละครในโทรทัศน์อย่างนั้นเหรอ….นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน ฝัน….ต้องฝันเป็นแน่

เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! “อะ โอ๊ย เจ็บ” เจี่ยลี่อิงตบหน้าตัวเองหวังให้ตื่นจากฝัน แต่กลับรู้สึกเจ็บจริงเสียอย่างนั้น

“เจี่ยหลีฟางกุ้ยเฟยทรงอย่าทำร้ายตัวเองอีกเลยนะเพคะ” นางกำนัลตงเอ๋อร์เห็นว่ากุ้ยเฟยทำร้ายตัวเองอีกแล้วจึงรีบเอ่ยห้าม

ส่วนเจี่ยลี่อิงในร่างกุ้ยเฟยเมื่อรู้ตัวว่าตัวเองทะลุมิติมาเมืองโบราณเป็นแน่ จึงคิดทำใจในช่วงเวลาอันน้อยนิดให้ได้ แล้วเลือกที่จะตามน้ำไปก่อน

“….พวกเจ้าชื่ออะไรกันบ้าง” เจี่ยลี่อิงเอ่ยถามชื่อนางกำนัลและขันทีทั้งสามคนด้วยหัวใจที่เต้นตึกตัก ซึ่งเป็นประโยคเดียวที่คิดได้ในตอนนี้

“หม่อมฉันชื่อตงเอ๋อร์เพคะ”

“หม่อมฉันชื่ออี๋เหวินเพคะ”

“กระหม่อมชื่อจางกงพ่ะย่ะค่ะ”

ผู้รับใช้ทั้งสามผลัดกันพูดชื่อของตัวเองทีละคน เจี่ยลี่อิงมองทั้งสามอย่างพิจารณาว่าควรจะทำตัวเช่นไรต่อจากนี้….คำซ้ำ ๆ อยู่ในหัวว่านี่มันเรื่องบ้าบออะไรกัน

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เมื่อเข้ามาอยู่ในนิยายที่อ่านจบแล้ว ชีวิตของฉันก็หวานหมูเลยสิ
8.6
เมื่อโอฟีเลียลืมตาขึ้นในโลกนิยายที่เคยอ่านจบ เธอตัดสินใจขอลิขิตชีวิตใหม่เพื่อหลีกหนีจากจุดจบแห่งความตาย เป้าหมายเดียวของเธอคือการก้าวขึ้นเป็นสตรีที่ร่ำรวยที่สุดในจักรวรรดิเพื่อความมั่นคงและสุขสบาย ทว่าแผนการใช้ชีวิตอันแสนราบรื่นกลับต้องสะดุดลง เมื่อจู่ๆ ท่านแม่ของเธอกลับพาตัวร้ายสุดอันตรายเข้ามาอาศัยอยู่ในบ้านอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย เส้นทางเศรษฐีนีของเธอจะวุ่นวายแค่ไหนเมื่อต้องอยู่ร่วมชายคากับตัวอันตรายเช่นนี้
หน้าปกนวนิยาย เว่ยซือหง สตรีเหนือชะตา
9.3
จากทายาทมาเฟียยุค 2000 สู่ร่างเด็กหญิงตัวน้อยในมิติสุดโหดที่กำลังล่มสลาย หงต้องเผชิญโลกที่ตัดสินทุกอย่างด้วยพลังปราณและธาตุอันแข็งแกร่ง แม้จะมีภารกิจกอบกู้โลกอันยิ่งใหญ่รออยู่ แต่ความทรงจำที่เลือนรางกลับกลายเป็นอุปสรรคสำคัญ นางต้องเริ่มต้นใหม่จากการปลูกผักประทังชีวิตไปพร้อมกับการกำจัดเหล่ามารร้ายที่รุกราน ท่ามกลางชะตากรรมที่เหมือนโดนสวรรค์กลั่นแกล้ง เจ๊ใหญ่จะนำพาความสามารถดั้งเดิมมาเอาชนะอุปสรรคและพลิกฟื้นโลกใบนี้ได้อย่างไร
หน้าปกนวนิยาย หลังแกล้งทำเป็นความจำเสื่อม เขาก็สูญเสียคู่ชีวิต
8.9
ไคอัน คู่ชีวิตเบต้าของฉันอ้างว่าสูญเสียความทรงจำหลังถูกหมาป่าทำร้าย เขาลืมเลือนว่าฉันกำลังตั้งครรภ์และหันไปหาเอเวลิน แกมม่าสาวที่เขาปักใจเชื่อว่าเป็นรักแท้ พร้อมดูแคลนว่าโอเมก้าอย่างฉันไม่คู่ควร เมื่อความรักพังทลาย ฉันจึงยอมยกเลิกพันธะเพื่อให้เขาได้สมหวัง ทว่าในวันที่ฉันเข้าพิธีแต่งงานกับราชาอัลฟ่าผู้เป็นคู่ชีวิตคนใหม่ ไคอันกลับมาทวงถามถึงลูกด้วยความคลุ้มคลั่ง ฉันจึงตอกกลับอย่างเย็นชาว่าเด็กคนนั้นไม่มีอยู่อีกต่อไปแล้ว
หน้าปกนวนิยาย ข้ามภพเจอความรัก
8.9
วิญญาณหญิงสาวผู้เยือกเย็นจากยุคปัจจุบันทะลุมิติมาสู่ร่างสตรีขี้โรคยุคโบราณ ชีวิตใหม่กลับเต็มไปด้วยขวากหนาม เธอต้องทนทุกข์จากบิดาที่หมางเมิน และต้องระวังตัวจากแม่เลี้ยงใจร้ายที่จ้องกลั่นแกล้งสารพัด ท่ามกลางความโดดเดี่ยวในโลกที่ไม่คุ้นเคย เธอจำต้องดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอดให้ได้ ทว่าในจังหวะที่ชีวิตเหมือนไร้หนทาง ชายหนุ่มคนหนึ่งได้ก้าวเข้ามาเป็นแสงสว่าง คอยเคียงข้างและช่วยพลิกเปลี่ยนชะตากรรมอันเลวร้าย การปรากฏตัวของเขานำพาเธอไปสู่การเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง
หน้าปกนวนิยาย ราตรีที่สิบกับราชาจิ้งจอก 与狐王的第十夜
7.9
เมื่อธิดาปักษาผู้มีความลับซ่อนเร้นได้รับความช่วยเหลือจากราชาจิ้งจอกผู้ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมและไร้ความปรานี ชีวิตของนางจึงตกอยู่ในอันตรายท่ามกลางความขัดแย้งที่แสนเปราะบาง นางตัดสินใจเสี่ยงอันตรายด้วยการหลอกลวงว่าตนเองเป็นเพียงนกธรรมดาตัวหนึ่งเท่านั้น ทว่าภายใต้สายตาที่เฉียบคมของจอมราชัน การปิดบังตัวตนที่แท้จริงในครั้งนี้จะนำไปสู่โชคชะตาที่ยากจะคาดเดา หรือบทลงโทษที่นางไม่อาจหลีกหนีได้พ้นในท้ายที่สุด
หน้าปกนวนิยาย ซูเจิน นายหญิงแห่งพฤกษา
7.8
ซูเจิน นักพฤกษศาสตร์สาวผู้ใช้ชีวิตในห้องวิจัยมานาน ตัดสินใจอาสาเข้าร่วมทีมสำรวจป่าเหอหนานอันตรายที่เคยคร่าชีวิตผู้คนมานับไม่ถ้วน แม้เพื่อนร่วมงานจะคัดค้าน แต่เธอก็เลือกเผชิญหน้ากับความเสี่ยงเพื่อเก็บตัวอย่างพืชหายากในพื้นที่ลึกลับที่เทคโนโลยีล้ำสมัยยังเข้าไม่ถึง ทว่าในวันที่เจ็ดของการเดินทาง การค้นพบดอกไม้ประหลาดท่ามกลางป่าลึกกลับนำพาเธอไปสู่เหตุการณ์เหนือธรรมชาติ เมื่อการสัมผัสเพียงครั้งเดียวทำให้เธอหมดสติไปพร้อมกับแสงสว่างปริศนาที่เปลี่ยนโชคชะตาของเธอไปตลอดกาล