
ค่ำคืนสุดเหงา
ตอน 2
พ่อผมอายุเกือบหกสิบปี เป็นผู้ชายที่ดูแลตัวเองอย่างดี หากให้เดาอายุจากหนังหน้า แกมักจะยิ้มหน้าบานทุกครั้ง ไม่มีใครทายถูก หากไม่ได้สนิทชิดเชื้อ
พ่อผมเหมือนหนุ่มใหญ่วัยสี่สิบกลางๆ ทั้งที่ความจริงแล้วอีกไม่อีกวันแกจะแตะเลขหก
แม่ผมไม่ต้องถามถึงนะครับ รายนั้นปล่อยตัวตามกลไกโรค แกไม่สนใจพ่อผมหรอก อยากจะไปเถลไถลที่ไหน ก็เชิญตามสบาย แกมีสมาคมคนว่างงานเป็นเพื่อนแล้ว
“ไงสองหนุ่ม ไม่ไปไหนกันเหรอ?”
พ่อผมโผล่หน้ามาทัก เธอแต่งตัวเหมือนจะออกจากบ้าน
“พ่อไปไหนอะ”
พี่ชายผมถาม “ไปร้านอีหมวย ไปด้วยกันไหมล่ะ” วันนี้แกคงไม่มีคู่ควง เลยอาศัยลูกชายไปเป็นเพื่อน ร้านพี่หมวย คือร้านอาหารกึ่งๆ ผับเหมือนในกรุงเทพฯ นั่นแหละ มีหนุ่มเล็ก หนุ่มใหญ่ใช้บริการเนืองแน่น เพราะเจ้าของร้านใจใหญ่ ดูแลลูกค้าทั่วถึง ที่สำคัญเด็กเสิร์ฟในร้านแก...ใช้ได้ทุกคน
“ผมไปด้วย เบสไปปะ สาวเสิร์ฟร้านพี่หมวยเด็ดอย่างนี้เลย” พี่ชายผมยกหัวแม่มือขึ้นชู พร้อมกับกระโจนเข้าห้องไปเปลี่นเสื้อผ้า
ผมทรงตัวขึ้นยืน ไม่ต้องหล่อไปกว่านี้ สาวๆ ก็ตามกรี๊ดผมจนเสียงแห้งแล้ว ดั้งนั้นผมเลยไม่จำเป็นต้องแต่งหล่อไปแข่งกับใคร เพราะหากเทียบกันแล้ว...ผมน่าจะเป็นตัวดึงดูดอย่างดี อย่างว่าแหละ ราสีคนหนุ่ม ย่อมดีกว่าคนมีอายุแน่นอน
ราตรีนี้อีกยาวไกล เชื่อเถอะ คืนแรม ไร้แสงจันทร์อย่างนี้ อะไรก็เกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะ เรื่องเสียวๆ
จะสนใจสาวเสิร์ฟทำไมเมื่อเจ้าของร้านน่าหม่ำกว่าเยอะ
เจ้เจ้าของร้านคือพี่สาวท่าทางใจดีที่ผมรู้จักตั้งแต่ตัวเองยังเป็นแค่เด็กชาย เป็นพี่สาวที่ดีมากสำหรับผมคนหนึ่ง เจ้หมวยเป็นคนที่ช่วยสอนผมทุกอย่าง สมัยเด็กๆ ผมตามเจ้หมวยต้อยๆ มาห่างกันก็ตอนที่ผมเข้าเรียนในชั้นวิทยาลัย’ สนิทไม่สนิทคิดเอาเอง มุกสิ่งบนร่างกายผมเจ้แกเห็นมาหมดแล้ว จะแตกต่างก็เรื่องขนาดนั่นแหละ เพราะช่วงหลังๆ ผมโตขึ้นเยอะ
“ไงเบส ไม่เห็นหน้าหลายปีเลยนะ”
เมื่อพ่อ ผม พี่ชายเดินเข้าไปในร้านเจ้หมวย เจ้ก็ยิ้มร่าทักทายด้วยความสนิท
พ่อเลิกคิ้วขึ้นสูง...พ่อผมไม่รู้มาก่อนว่าผมกับเจ้หมวยสนิทกัน
“หาที่นั่งดีกว่าพ่อ อยากรู้อะไรถามผม ไอ้เบสกับเจ้น่ะ เขารู้จักกันตั้งแต่เด็กๆ แล้ว”
พี่ชายผมรั้งพ่อไปอีกทาง เปิดโอกาสให้ผมกับเจ้หมวยได้ทักทายกัน
ผมไม่อยากคิดอกุศลหรอกนะ แต่เจ้ของผมแต่งตัวน่าคิดเกินเลยจริงๆ
คอเสื้อร่นลงต่อจนมองเห็นร่องอกอวบ กางเกงขาสั้นฟิตเปรี๊ยะจนมองเห็นรูปรอย...
ผมถึงกับถอนใจ เพื่อลดความตื่นเต้น หากเจ้หมวยรู้ความคิดผม คงไม่แคล้วถูกตบกะบาล
“ผมเรียนอยู่ เจ้ก็น่าจะรู้นี่ครับ”
“ไม่คิดว่าเด็กเกร็นๆ อย่างเบส โตมาจะใหญ่ได้ขนาดนี้”
สมัยเด็กๆ ผมตัวเล็กจริงๆ ไม่ติดว่าพอผ่านช่วงวัยรุ่นผมจะทะลึ่งโตได้เท่านี้เหมือนกัน
“เจ้ก็ด้วย โตกว่าเก่าเยอะเลยครับ”
ตาผมมองที่จุดกึ่งกลางร่างกาย ไอ้ที่เคยเห็นว่าอวบอัดจนน้ำลายหยด วันนี้ต้องยอมแพ้ ไม่รู้ว่าเจ้หมวยไปอัพไซส์มาหรือเปล่า
“ยังลามกไม่เปลี่ยนนะ ที่เห็นนี่แม่ให้ไม่ ไม่มียัดไส้หรอก”
เจ้หมวยตอบเหมือนอวด ผมกลืนน้ำลายลงคอฝืดๆ กะขนาดไม่ใคร่ถูก รู้แค่ว่าทั้งอวบทั้งใหญ่ หากเป็นของแท้แม่ให้ ก็น่าสนใจมากขึ้นนับเท่าตัว
ผมเบื่อของปลอมแล้วล่ะ สาวๆ สมัยนี้ตีกินเพราะขายของปลอมนี่แหละ ตอนดูมันก็ชวนให้คึกคักหรอก แต่เมื่อได้จับ ได้ขย้ำจริงๆ ของจริงดีกว่าเยอะ
“หยุดหรือไงถึงโผล่มาให้เห็นหน้าได้”
“ครับ ปิดเทอม ท่าทางจะขายดีนะครับ ลูกค้าแน่นเลย”
ผมตอบพร้อมกับชวนคุย
“ลูกค้าขี้หม้อทั้งนั่นแหละ” เจ้หมวยตอบพร้อมกับยิ้มหยัน ลูกค้าส่วนใหญ่มาเพราะหวังอย่างอื่น ซึ่งก็น่าสมเพช แต่ช่วยไม่ได้เธอเองก็ต้องการแบบนั้น เลยปล่อยให้พนักงานของตัวเองหาลำไพ่พิเศษ เงินใครก็อยากได้ แต่บางครั้งก็รู้สึกละอาย
“อย่าคิดมากกครับ...นั่นคือสิ่งที่เขาเลือกแล้ว”
ผมปลอบใจแกนๆ แต่ก็ไม่วายแอบมองเจ้หมวยไปด้วย
“จะมองอะไรนักหนา ไม่เคยเห็นนมหรือไง”
เจ้ผมเป็นคนปากไวมาแต่ไหนแต่ไร ผมยิ้มแหยๆ “นมน่ะเห็นมาเยอะแยะ แต่ไม่เคยเห็นใหญ่เหมือนเจ้นี่ครับ”
“เดี๋ยวนี้กล้าขึ้นนะ กล้าต่อปากฉันด้วย”
“แหม ก็นิดหน่อยครับ”
“ไปนั่งเถอะ พ่อ กับพี่ชายชะเง้อมองคอยาวแล้ว ไปไป๊”
เจ้หมวยผลักอกผม พร้อมกับบุ้ยปากไปที่โต๊ะที่พ่อกับพี่ผมนั่งอยู่ “อ้อ...ตอนกลับแวะมาหาหน่อยนะ อยากคุยด้วย”
ผมไม่ได้ดูสึกไปเอง เจ้หมวยไม่ได้อยาก ‘คุย’ กับผมหรอก สัญชาญาณผมเตือน ตาเจ้แกมองเป้ากางเกงผมตาเป็นมันแบบนั้น แกน่าจะอยาก...มากกว่า
ผมเดินไปทิ้งตัวนั่งข้างพี่ชาย “รู้ไหมเบส พ่อเฝ้าเจ้แกมาหลายปีแล้วยังไม่ได้แอ้มเลย” เสียงพี่ผมกระซิบบอก ผมหัวเราะเงยหน้ามองพ่อ
“อย่าปากมากน่า เข้าหูแม่มึง วันหลังพ่อไม่พามาแดกเหล้านะโว้ย”
พ่อผมตวาด “ไม่ยักรู้ว่าเบสสนิทกับหมวย”
“นานแล้วพ่อ ตั้งแต่สมัยเรียน” ความจริงมันก็แค่ไม่กี่ปี แต่มันนานสำหรับผม การที่ไม่ได้ใกล้ชิดขวัญใจตัวเอง แต่ผมก็ไม่ได้เหงานะ ช่วงที่ผมเรียม ผมก็ฝึกฝีมือไปพลางๆ ไม่แน่ว่า...คืนนี้ผมอาจจะได้งัดวิชาที่ผมฝึกมา กับใครบางคนที่นี่
เจ้หมวยไม่ได้แวะมาที่โต๊ะของผมเลย เธอเดินดูแลลูกค้า ผ่านไปผ่านมาจนพ่อผมเริ่มฮึกฮัด
“กลับเถอะดึกแล้ว” เลยเที่ยงคืนไปกว่า20นาที ในที่สุดความอดทนของพ่อผมก็หมด จู่ๆ พ่อก็ชวนกลับ พี่ชายผมที่เมาได้ที่ก็ไม่คัดค้าน หลังเช็กบิล คิดค่าเสียหาย พ่อเดินหน้าตึงนำไปก่อน มีพี่ชายผมเดินโซเซตามไป
คุณอาจจะชอบ





