
เป่ยฟางหรง ลิขิตรักราชินีปีศาจ
ตอน 3
องค์ราชาแห่งดินแดนเหมันต์นามเป่ยเหยียน นำท่านอาจารย์ของบุตรสาวเข้ามาด้านใน โดยมีกิเลนไฟถงถงตามมาด้วยความระแวดระวังคล้ายกับสุนัขตนหนึ่ง
หลังจากมีโอกาสพบเทพอัคคีมาหลายครา องค์ราชาเป่ยเหยียน ชื่นชมเขาไม่น้อย ไม่คิดว่าความในใจนี้ จะมีพลังมากมายจนได้เขามาเป็นอาจารย์ของบุตรสาวในที่สุด
เพราะชื่นชมจึงคิดไปไกล ด้วยท่วงท่าสง่างามของเทพอัคคี อีกทั้งฝีมืออันเก่งกาจ นับเป็นหนึ่งในสามเทพแห่งแดนสวรรค์ที่เก่งกล้าที่สุด นอกจากจะหวังให้เขามาเป็นอาจารย์ของบุตรสาวแล้ว ดูเหมือนว่าองค์ราชาผู้นี้จะคิดไปไกลกว่านั้น
หากได้คนที่มีใบหน้าหล่อเหลาเก่งกาจสง่างามเช่นคนผู้นี้ มาดูแลดินแดนเหมันต์ต่อจากเขาคงดีไม่น้อย
แน่นอนว่าความคิดนี้เขาไม่เคยบอกให้ผู้ใดล่วงรู้มาก่อน หากพูดไปคงได้ขายหน้า เพราะบุตรสาวของตนเองมีอายุเพียงร้อยปี ยังเป็นแค่เด็กแบเบาะที่กำลังหัดเดินผู้หนึ่งเท่านั้น ยังมิทันไรเขาก็คิดจะหาลูกเขยให้นางเสียแล้ว
เดินเข้ามาถึงตำหนักใน นางกำนัลในตำหนักต่าง ยอบกายถวายความเคารพ และเป็นที่ชินตาของถงถง เมื่อพวกนางล้วนตกตะลึงในความร้อนแรงเอ๊ยความหล่อเหลาของนายท่าน ถึงจะมีบางคนที่ทำท่าเบิกตาโต ตกใจอยู่บ้างยิ่งถงถงจ้องมองพวกนางคนเหล่านั้นยิ่งหวาดกลัว
หรือใบหน้าของนายท่านจะมีปัญหา ยิ่งมองยิ่งไม่เข้าตาสตรีพวกนี้หรือถึงได้ทำท่าพิกลเช่นนี้
ถงถงจึงลองส่งยิ้มน้ำลายยืด ผูกมิตรแทนนายท่าน เหล่าสตรีน้ำแข็งพวกนั้นถึงกับถอยกรูออกไปห่าง ๆ ยิ่งคิดกิเลนไฟที่มีหางเป็นวัว หัวเป็นมังกร อีกทั้งยังมีกลีบเท้าเหมือนม้า ยังมีไฟโลกันตร์อยู่รอบกาย ก็ยิ่งไม่เข้าใจว่าคนพวกนั้น กำลังทำท่าหวาดกลัวจนถอยห่างออกไปด้วยเหตุอันใด
สงสัยว่าสมองของพวกนางคงถูกแช่แข็งไปจนไม่เหลือแล้ว
กระทั่งพวกเขามาถึงตำหนักหนึ่ง ด้านหน้าตำหนัก พบนางกำนัลหลายคนถูกแช่แข็ง นั่งแน่นิ่งโดยไม่มีผู้ใดกล้าแตะต้อง สำหรับเทพอัคคี นับว่าเรื่องนี้ประหลาดยิ่ง พวกนางเหล่านี้ล้วนเติบโตในดินแดนนี้ ทานทนต่อความหนาวยิ่งกว่าน้ำแข็งกลับถูกแช่แข็งได้
"อีกแล้วหรือ" เป่ยเหยียนองค์ราชาเอ่ยขึ้น
"คารวะองค์ราชาเพคะ"
"ผู้ใดทำนางโกรธเล่า" พระองค์ตรัสถามทันใด
"ไม่มีเพคะ เพียงแต่ฝ่าบาทน้อยทรงหัดเดินแล้วล้ม ไม่พอพระทัยตนเองเลยเกิดโทสะแช่แข็งนางกำนัลไปหลายคน"
องค์ราชาขยับเข้าไปใกล้นางกำนัลแต่ละคน ร่ายอาคมอย่างว่องไวชั่วครู่พวกนางก็กลับเป็นปกติ งานหลักของราชาเหมันต์บัดนี้นอกจากจะควบคุมอากาศของโลกมนุษย์ อีกทั้งยังปกครองดินแดนแล้ว ยังมีหน้าที่คอยเช็ดล้างสิ่งที่บุตรสาวทำกับคนของตน ร้อยปีมานี้จึงกลายเป็นความชาชินของเขาไปแล้ว
เทพอัคคีรับรู้ถึงความยุ่งยากที่จะเกิดขึ้นในทันใด องค์ราชาเหมันต์อายุแสนกว่าปีแล้ว ย่อมแก่ชราเป็นธรรมดาสรรพสิ่ง ไม่อาจอยู่ค้ำฟ้าแต่บุตรสาวผู้นี้ดันเป็นดาวมารมาจุติ ย่อมสร้างความลำบากให้บิดาผู้หวังให้นางครองดินแดนเหมันต์เป็นอันมาก
"คราวหน้าให้พวกเจ้าระวัง หากข้าไม่อยู่แล้วกลับมาไม่ทันช่วยดวงจิตรพวกเจ้า อาจรั้งไม่ไหวดับสลายไปได้ อย่าทำให้นางโกรธ"
"เพคะฝ่าบาท"
"ท่านป้อ"
และแล้วฝ่าบาทน้อย ที่เหล่านางกำนัลพูดถึง พลันเดินเตาะแตะออกมา นางยืนอยู่เบื้องหน้าเงยหน้ากลมขึ้น แล้วมองไปที่กิเลนไฟถงถง ด้วยความสนใจ
"ตะตัวประฉาด" นางตั้งใจจะเอ่ยคำว่าตัวประหลาดออกมา
เทพอัคคีเมื่อแรกพบกับองค์หญิงน้อย ผู้มีใบหน้ากลมดวงตากระจ่างใสรูปร่างกลมเหมือนก้อนแป้งก้อนหนึ่ง นางอยู่ในอาภรณ์สีเขียวสด ผิดจากอาภรณ์ของคนในแดนเหมันต์ซึ่งเป็นสีขาวทันทีที่นางหันมามองเขา
ดวงตากลมโตที่จับจ้องมายังเขาโดยไม่หวาดกลัว และไม่กะพริบตาทำให้ หลี่จิ้งรับรู้ถึงพลังงานบางอย่าง
พลังงานแห่งความวุ่นวายโดยไม่มีหยุดสิ้น
"ผู้ใดกัน"
นางยังคงพูดไม่ชัดนัก แต่คำถามนี้กลับชัดเจน อีกทั้งยังเดินเตาะแตะมาหาเขา เป่ยเหยียนปล่อยบุตรสาวแล้วกล่าวเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู
"ท่านอาจารย์ของเจ้า เทพอัคคีอย่างไรเล่า คารวะอาจารย์เร็ว"
นอกจากนางจะไม่ทำตามแล้ว ยังเดินตรงมาหาเขาเอื้อมมือ ออกมาจวบจนจะสัมผัสร่างของเขาท่ามกลางความตกใจของทุกคน
"ฝ่าบาทน้อย"
ร่างของเทพอัคคีอาบด้วยไฟโลกันตร์ หากเขาไม่อนุญาตไม่มีผู้ใดแตะต้องอาจถูกเผาจนวิญญาณดับสลาย แต่ไม่ทันการณ์แล้วนางว่องไวยิ่ง ร่างน้อยกอดเข้าไปที่ขาของเทพอัคคีโดยพลัน
ไม่เพียงแต่คนของตำหนักเหมันต์ที่ตกใจ ทั้งหลี่จิ้งและถงถงต่างก็ตกใจเป็นอย่างยิ่ง เด็กคนนี้เคลื่อนไหวว่องไว สมกับที่มีพลังร้ายในร่าง จนกระทั่งเขายังมิอาจหลบทัน
สิ่งที่เกิดขึ้นยิ่งทำให้ทุกคนต่างตกตะลึงยิ่งขึ้น นอกจากนางจะไม่เป็นอันใดแล้วยังกอดขาของเขาแน่น
"ฉวยจัง ข้าขอ ข้าขอ"
ที่แท้เป็นเพราะองค์หญิงน้อย ชอบสีสันฉูดฉาดเห็นอาภรณ์สีแดงเพลิงของเทพอัคคีที่งดงามวิจิตร นางจึงเกิดความสนใจเป็นอย่างมาก จึงกอดขาเขาแน่นอีกทั้งยังร้องขอผ้าผืนนี้จากเขา
สีหน้าของหลี่จิ้งพลันเปลี่ยนเป็นเย็นชา เขาสะบัดขาครั้งเดียวร่างขององค์หญิงน้อยถึงกลับกระเด็นออกมา ถงถงทนเห็นความใจร้ายของเจ้านายไม่ได้จึงกระโดดเอาร่างของตนเองเข้ารับนาง
คาดไม่ถึงว่าองค์หญิงน้อยจะว่องไว พลิกกายขี่ลงบนหลังของถงถงทันใด
"ฝ่าบาทน้อยนี่เจ้า นี่เจ้า"
ถงถงถึงกับพูดไม่ออก นอกจากนางจะขี่หลังเขาแล้ว ยังหัวเราะอย่างสนุกสนาน โน้มตัวลงมาดึงเขาที่งอกมาอันเดียวตรงกลางศีรษะของถงถง
"ไปฉัดปาหลาดไป ไป"
ถงถงไม่พอใจอย่างมาก ความตั้งใจดีของเขากลายเป็นว่า บัดนี้เขากลายเป็นวัวเป็นม้าให้เด็กเกเรคนนี้ขี่ไปแล้ว ตัวเองพยายามสลัดนางลง แต่นางกลับติดหนึบยิ่งกว่าตังเม ทำอย่างไรก็ไม่หยุด ยิ่งสะบัดแรงนางยิ่งเกาะเขาของเขาแน่น ไฟโลกันตร์ก็ใช้กับนางไม่ได้จะทำเช่นไรดี ถงถงหันไปหาผู้เป็นเจ้านาย เห็นเขายืนนิ่งเอ๊ะหรือว่านายท่านจะถูกนางมารน้อยนี่แช่แข็งไปแล้ว
ซวยแล้ว ซวยแล้ว
ด้านองค์ราชาเหมันต์กลับมองภาพนั้นด้วยความสุข ท่าทางว่าบุตรสาวของเขา จะเข้ากับเทพอัคคีและกิเลนไฟคู่กายของเขาได้เป็นอย่างดี
น้ำตาของพ่อผู้ชราถึงกับไหลพราก เขาคิดไม่ผิดที่แท้ก็สามารถฝากความหวังไว้ที่เทพอัคคีได้จริง ๆ
ด้านเทพอัคคีถึงกับกำมือแน่น ถงถงของเขาเป็นสัตว์เทพชั้นสูง ที่ผ่านมานอกจากเขาแล้ว ไม่มีผู้ใดสามารถใช้งานถงถงได้ หากรังแกถงถง เท่ากับลบหลู่เกียรติของเขา บัดนี้กลับถูกฝ่าบาทน้อยตัวแสบนั่นทำลายเกียรติที่เขาสร้างขึ้นมาหลายหมื่นปีลงไปอย่างสิ้นเชิง
ลูกศิษย์ผู้นี้เขาคงต้องกำราบอย่างหนักเสียแล้ว
คุณอาจจะชอบ





