ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ปกรณัมใต้แสงดาว

ปกรณัมใต้แสงดาว

จากทริปเดินทางที่แสนสงบ จางฟางซินกลับต้องเผชิญโศกนาฏกรรมเมื่อรถม้าของนางถูกลอบโจมตีจนพลิกคว่ำ ท่ามกลางความเจ็บปวดเจียนตายและสติที่เลือนลาง นางพยายามคว้ามีดสั้นเล่มเดียวที่มีเพื่อปกป้องตนเอง ทว่าเบื้องหน้ากลับปรากฏบุรุษลึกลับพร้อมกระบี่เปื้อนเลือดที่จ่อประชิดใบหน้า กลิ่นคาวโลหิตและบรรยากาศแห่งความตายทำให้พละกำลังของนางสูญสิ้นไป แต่น่าประหลาดที่ใบหน้าของมัจจุราชผู้ปลิดวิญญาณคนนี้ กลับดูคุ้นตาอย่างน่าอัศจรรย์ใจ
ตอน
แชร์

ตอน 2

มีแต่เรื่องฉุกเฉินเท่านั้นที่จะทำให้หลัวหลิวหยางยอมแตะต้องกายของผู้อื่นเช่นนี้ อาชาศึกงามสง่าถูกควบขี่เข้าประตูเมืองอย่างรวดเร็ว ชาวบ้านหลบหลีกแล้วชะเง้อมองแผ่นหลังองอาจของแม่ทัพรักษาชายแดนตะวันออก นอกจากความน่าเกรงขามแล้ว เขายังครอบครองฉายา ‘ดวงกินภรรยา’ อีกด้วย

แต่เรื่องเหล่านี้ไม่ได้อยู่ในความสนใจของหลัวหลิวหยาง เขาหยุดม้าเมื่อมาถึงจวน ออกปากสั่งให้บ่าวไพร่เชิญหมอทหารมาดูอาการคนเจ็บ เพราะเป็นคนเสียงดังอยู่แล้ว คำพูดธรรมดาจึงทำให้บรรดาบ่าวไพร่ตัวสั่นรีบทำตามทันที หลัวหลิวหยางอุ้ม ‘เด็กหนุ่ม’ ไปนอนบนเตียงในห้องปีกซ้าย เขาอยู่ในสนามรบมานานกว่าสิบปี บาดแผลน้อยใหญ่ล้วนผ่านตามาแล้ว ร่างสูงหมุนตัวไปหยิบกรรไกรมาตัดเสื้อของ ‘เด็กหนุ่ม’ออกมาเพื่อจะได้สำรวจบาดแผล

หลัวหลิวหยางไม่ยอมเสียเวลาเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เขรอะไปด้วยฝุ่นจากการไล่ล่าโจรป่า หากเขาไม่ได้นำทหารออกลาดตระเวนผ่านไปพอดี เรื่องจะหนักหนาเพียงใด มีผู้ใดเดินทางโดยไร้ผู้อารักขากันบ้าง เขาเข้ามาประจำการที่ชายแดนตะวันออกสองปี แม้จะสงบมากขึ้นกว่าแต่เดิมแต่ยังกวาดล้างโจรถ่อยไม่หมด รอยต่อระหว่างชายแดนสองแคว้นคือที่ซ่อนตัวที่ดีของโจรเหล่านั้น และเอกสารลงนามในสัญญาไม่ล่วงล้ำเขตแดนของแคว้น เขาจึงทำได้เพียงไล่ล่าไปสุดเขต เมื่อพวกโจรชั่วหลบเร้นเข้าไปในแนวป่าก็ไม่อาจข้ามเขตเข้าไปได้จับกุมได้

“หูซาน!”

“ขอรับท่านแม่ทัพ”

“ให้คนไปดูซากรถม้า ดูตราบนรถม้าและข้าวของที่มีในรถมาด้วย”

“รับทราบ”

หูซานเป็นทหารคนสนิทร่วมรบมาหลายปี เมื่อได้รับคำสั่งก็หมุนตัวออกไปอย่างไม่ลังเล เขาเดินสวนกันบ่าวที่เดินนำหมอทหารเข้ามาด้านใน

“ท่านแม่ทัพ ท่านหมอมาแล้วขอรับ”

มือที่แกะเสื้อเปื้อนเลือดอยู่ชะงักไป หัวคิ้วขมวดยุ่งเหยิง เขาสูดลมหายใจลึกก่อนแหวกสาบเสื้อของเด็กหนุ่มออก หลัวหลิวหยางเงยตัวขึ้นแล้วยกมือเป็นสัญญาณให้ทั้งหมอและบ่าวรับใช้ชายหยุดที่ประตู

“เจ้าไปเชิญแม่นมเหมยกุ้ยมาที่นี่ก่อน”

“ขอรับ”

บ่าวไพร่ในจวนแม่ทัพพิทักษ์บูรพาเคยชินกับการรับคำสั่ง ไม่ว่าผู้เป็นนายสั่งอะไรไม่มีใครกล้าตั้งคำถามหรือขัดคำสั่ง เขาหันมาทางหมอทหารแล้วเอ่ย

“ท่านหมอโปรดรอสักครู่” แม้น้ำเสียงที่ใช้จะเบาลงแต่ความหนักแน่นผสานแรงกดดันทำให้คนเป็นหมอถึงกับเหงื่อตก

หรือจะเป็นคนพิเศษของท่านแม่ทัพอหังการ์ผู้นี้

หลัวหลิวหยางรู้ดีว่าการรักษาคนไม่ควรประวิงเวลา แต่สถานการณ์นี้เขาไม่มั่นใจว่าจะทำอย่างไรกับ ‘เด็กหนุ่ม’ ผู้นั้น จะว่าไปเขาไม่ได้สนใจชื่อเสียงของตนเองจะมัวหมอง และตอนที่เข้ามาทุกคนคงเห็นแล้วว่าเขา ‘อุ้ม’ คนเจ็บเข้ามาด้วยตนเอง

เสียงครางด้วยความเจ็บปวดดังขึ้น เรียกสติของแม่ทัพหนุ่มวัยยี่สิบหกให้หันไปมอง เขาหมุนตัวเดินไปก้มมอง แขนซ้ายมีรอยบาดเป็นทางยาว ดูแล้วไม่น่าจะลึกแต่เลือดไหลออกมามาก แต่ส่วนที่น่าจะเจ็บที่สุด น่าจะเป็นข้อเท้าขวาของนาง

“แม่นมเหมยกุ้ยมาแล้วขอรับ”

“ท่านแม่ทัพ”

แม่นมเหมยกุ้ยเป็นสตรีวัยสี่สิบสองที่ท่านแม่ทัพให้ความเคารพดุจญาติผู้ใหญ่ นางยกชายกระโปรงก้าวเร็วๆ เข้าไปหา พอเห็นสภาพคนที่นอนหมดสติบนเตียงก็อุทานออกมา

“รบกวนแม่นมแล้ว”

“ได้ๆ ทางนี้ข้าจัดการเอง” นางรับคำอย่างรู้หน้าที่ “เด็กๆ ไปยกน้ำอุ่นมา ผ้าสะอาดด้วย ห้ามผู้ชายเข้าใกล้ และขอเชิญท่านมาทางนี้เจ้าค่ะ”

แม่นมเหมยกุ้ยสั่งการรวดเร็ว หลัวหลิวหยางถอนหายใจเบาๆ แล้วหมุนตัวเดินออกมา เพียงยกเท้าพ้นธรณีประตู เสียงแม่นมก็ดังไล่หลังมาทันที

“ข้าสั่งคนเตรียมน้ำอุ่นให้ท่านแม่ทัพแล้ว ท่านควรผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าได้แล้วนะเจ้าค่ะ”

“ข้าทราบแล้ว”

มุมปากของหลัวหลิวหยางยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม แต่เพราะใบหน้าดุดันอยู่เป็นนิจจึงแทบไม่เห็นรอยยิ้มนั้น ในจวนแห่งนี้มีสตรีน้อยมาก บ่าวไพร่ที่เป็นหญิงล้วนมีแม่นมเหมยกุ้ยคัดเลือกเข้ามาทำงาน เขาจึงวางใจเรื่องเหล่านี้บ้าง รวมทั้งพ่อบ้านที่แม่นมคัดเลือกมา จวนที่ไร้ฮูหยินมาดูแล จึงมีแต่แม่นมเหมยกุ้ยที่เลี้ยงดูเขาตั้งแต่กำเนิดคอยจัดการเรื่องต่างๆ ด้วยนางไร้ญาติขาดมิตร บิดามารดาของเขาตั้งใจเลี้ยงดูนางให้อยู่เมืองหลวง แต่เมื่อเขาต้องมาประจำการที่ชายแดน มารดากลัวจะไม่มีผู้ใดดูแลความเป็นอยู่ของเขา มารดาจึงส่งแม่นมเหมยกุ้ยมาที่นี่

หลัวหลิวหยางกลับมาถึงห้องพักของตนเอง บ่าวชายมาช่วยปลดเสื้อเกราะออก เขาโบกมือไล่แล้วพาร่างเปลือยเปล่าลงแช่น้ำอุ่นที่ห่างหายไปนานเจ็ดหรือแปดวัน ใช้ชีวิตทหารจนชินชา แต่ผู้อื่นนั้นไม่ชินเช่นเขา เหมือนภรรยาคนงามที่มารดาคัดเลือกให้ เขาแต่งภรรยาคนแรกตอนอายุสิบแปด เข้าพิธีเสร็จวันรุ่งขึ้นก็ต้องเดินทางออกรบ ออกรบครั้งนั้นการศึกยืดเยื้อเขาถูกฝ่ายตรงข้ามจับกุมตัวไปสิบวัน ปล่อยข่าวว่าเขาถูกฆ่าแล้ว ทำให้ภรรยาคนงามตรอมใจจนป่วยไข้ กว่าเขาจะเอาชีวิตรอดกลับมาได้กับชัยชนะ นางป่วยหนักจนตายจากไป หลังจากนั้นสามปี มารดาหมั้นหมายบุตรสาวเสนาบดีเป็นภรรยาให้เขา แต่ยังไม่ทันไรนางก็ตกน้ำเสียชีวิตไปก่อน นับจากนั้น ชื่อเสียงของเขาก็โด่งดังไปทั่วเมืองอย่างที่เขาไม่อยากให้มันเป็นนัก

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ร้ายเล่ห์ลวงรัก
7.9
นิยายเรื่องนี้มีเนื้อหาที่รุนแรงและคำพูดหยาบคายในบางตอน ธามแสดงความรังเกียจต่อหญิงสาวอย่างชัดเจนด้วยการเตรียมถุงยางอนามัยป้องกัน เขาเมินเฉยต่อเสียงคัดค้านและยัดเยียดความสัมพันธ์ให้อย่างโหดร้ายจนเธอต้องกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดเจียนตาย ทว่าเมื่อเขาล่วงเกินเธอจนสุดทาง ความจริงที่ว่านี่คือครั้งแรกของเธอก็ทำให้เขาต้องตกตะลึงกับสิ่งที่เพิ่งได้พบเห็น ท่ามกลางความร้าวรานและน้ำตาที่ไหลรินในค่ำคืนที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมและการกระทำอันป่าเถื่อน
หน้าปกนวนิยาย ทรายซ่อนเหลี่ยม
7.9
ปิ่นปักตกหลุมรักเชคอิลยาสเพื่อนพี่ชายที่มอบแหวนแทนใจให้เธอไปหาเขาที่ฮิลยะฮ์ ทว่าเธอกลับถูกชาฮีนชายลึกลับลักพาตัวไปจากสนามบินด้วยแผนการที่ซับซ้อน ท่ามกลางศึกชิงอำนาจและความลวงที่ยากจะแยกแยะ ปิ่นปักต้องเผชิญกับความรู้สึกที่สับสนต่อชาฮีนผู้ที่ทั้งน่ากลัวและน่าหลงใหลในเวลาเดียวกัน เมื่อความจริงปรากฏและชีวิตต้องเปลี่ยนไปตลอดกาล เธอจึงค้นพบว่ารักแท้ที่ใฝ่ฝันอาจซ่อนอยู่ภายใต้เงาของผืนทรายและหัวใจของชายที่เธอเคยหวังจะหนี
หน้าปกนวนิยาย ปล้นรัก(ว่าที่)คุณสามี
9.7
เมื่อโชคชะตาเล่นตลกให้ มีนา หัวขโมยสาวมือฉกาจโคจรมาพบกับ เมฆา นายตำรวจหนุ่มฝีมือเยี่ยมผู้ยึดมั่นในความถูกต้อง แม้ความผิดในอดีตที่เธอเคยบุกปล้นบ้านเขาจะกลายเป็นชนักติดหลัง แต่ความใกล้ชิดกลับแปรเปลี่ยนเป็นความผูกพันที่ยากจะถอนตัว ท่ามกลางกำแพงของสถานะที่ต่างกันสุดขั้ว เมฆาพยายามพิสูจน์ว่าความรักไม่มีกฎเกณฑ์และพร้อมจะปรับตัวเข้าหาเธอ ขอเพียงแค่มีนามอบโอกาสให้เขาได้ดูแลหัวใจโจรสาวคนนี้ตลอดไปในฐานะคนรักที่มั่นคง
หน้าปกนวนิยาย ทะลุมิติไปเป็นพระชายาโหดแห่งวังหลวง
7.9
เมื่อวิญญาณของนักฆ่าสาวผู้ไร้ความปรานีอันดับหนึ่งได้ข้ามมิติมาสวมร่างหญิงสาวผู้มีใบหน้าอัปลักษณ์ในยุคโบราณ เธอต้องเผชิญกับชีวิตที่แสนรันทดท่ามกลางการดูถูกเหยียดหยามและการกลั่นแกล้งสารพัดจากผู้คนรอบข้างที่รุมสาปส่งเธออย่างไม่ใยดี ทว่าด้วยจิตวิญญาณของเพชฌฆาตสาวผู้แข็งแกร่งและเด็ดเดี่ยว เธอจึงพร้อมจะลุกขึ้นสู้เพื่อทวงคืนความยุติธรรมและเปลี่ยนโชคชะตาอันเลวร้ายนี้ให้กลายเป็นตำนานบทใหม่ที่ทุกคนต้องยำเกรงในความโหดเหี้ยมที่ซ่อนอยู่ภายใต้รูปลักษณ์ที่ทุกคนเคยดูแคลน
หน้าปกนวนิยาย จ้าวเทียนอี้ ตำนานรักพันปี
7.9
หวังฟางเซียนต้องเผชิญกับความเจ็บปวดในอดีตที่เธอและจ้าวเทียนอี้คนรักถูกฝังทั้งเป็นพร้อมคัมภีร์อมตะเพราะความผิดพลาดของเธอเอง ทว่าอำนาจลี้ลับของคัมภีร์กลับนำพาดวงวิญญาณเธอย้อนสู่อดีตชาติในร่างพระสนมเอกจางลี่เซียนแห่งราชวงศ์ถัง ท่ามกลางวังหลวงที่เต็มไปด้วยเพลิงริษยาและการชิงดีชิงเด่น เธอต้องเผชิญหน้ากับความแค้นและสงครามอำนาจเพื่อแก้ไขโศกนาฏกรรมในครั้งก่อนและปกป้องชายคนรักไม่ให้ต้องพบจุดจบอันน่าเวทนาอีกครั้ง
หน้าปกนวนิยาย เป่ยฟางหรง ลิขิตรักราชินีปีศาจ
9.5
เมื่อจิตมารหวนคืนสู่ภพภูมิใหม่ในฐานะองค์หญิงแห่งดินแดนเหมันต์ เป่ยฟางหรงจึงต้องอยู่ภายใต้การดูแลของหลี่จิ้ง เทพอัคคีผู้รับภารกิจขัดเกลาจิตใจนางไม่ให้เข้าสู่หนทางมืดมิด ทั้งคู่ต่างลงมาจุติยังโลกมนุษย์เพื่อเผชิญด่านเคราะห์และกระชับความสัมพันธ์ในฐานะศิษย์อาจารย์ ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกเมื่อธรรมชาติของมารในตัวนางไม่อาจลบเลือน นำไปสู่บทสรุปอันแสนเจ็บปวดที่หลี่จิ้งต้องตัดสินใจสังหารลูกศิษย์เพียงคนเดียวด้วยมือของเขาเอง