ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ปกรณัมใต้แสงดาว

ปกรณัมใต้แสงดาว

จากทริปเดินทางที่แสนสงบ จางฟางซินกลับต้องเผชิญโศกนาฏกรรมเมื่อรถม้าของนางถูกลอบโจมตีจนพลิกคว่ำ ท่ามกลางความเจ็บปวดเจียนตายและสติที่เลือนลาง นางพยายามคว้ามีดสั้นเล่มเดียวที่มีเพื่อปกป้องตนเอง ทว่าเบื้องหน้ากลับปรากฏบุรุษลึกลับพร้อมกระบี่เปื้อนเลือดที่จ่อประชิดใบหน้า กลิ่นคาวโลหิตและบรรยากาศแห่งความตายทำให้พละกำลังของนางสูญสิ้นไป แต่น่าประหลาดที่ใบหน้าของมัจจุราชผู้ปลิดวิญญาณคนนี้ กลับดูคุ้นตาอย่างน่าอัศจรรย์ใจ
ตอน
แชร์

ตอน 3

หลังผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว บ่าวรับใช้เข้ามารายงานว่าท่านหมอได้ทำการรักษาเรียบร้อยแล้วและรอเขาไปพบเพื่อรายงาน แม่ทัพหนุ่มพยักหน้ารับ เขาก้าวยาวๆ เดินกลับมาที่เรือนรับรอง ท่านหมอล้างมือเสร็จพอดีจึงประสานมือคารวะและรายงาน

“โชคดีมาก บาดแผลที่ศีรษะเป็นแค่ฟกช้ำ ส่วนที่แขนซ้ายนั้นเป็นรอยบาดไม่ลึก ห้ามเลือดและพันแผลเรียบร้อยดี ที่รุนแรงที่สุดเป็นข้อเท้าขวา เส้นเอ็นที่ข้อเท้าฉีกขาด ทำให้เจ็บปวดมากต้องรักษาอย่างน้อยหนึ่งเดือนจึงจะกลับมาเดินได้ปกติ”

“อย่างนั้นรึ”

ท่านหมอค้อมตัว “ข้าจะเขียนเทียบยาให้ ระวังอย่าให้...เดินลงน้ำหนักเท้าข้างที่เจ็บ ถ้าเป็นไปได้นอนนิ่งๆ อยู่บนเตียง ขยับตัวให้น้อยจะดีที่สุดขอรับ”

“อืม ขอบคุณท่านหมอ”

หลัวหลิวหยางเป็นคนถือกฎระเบียงเคร่งครัด แต่กับหมอแล้วเขาก็ให้ความเคารพไม่น้อย คนเป็นหมออดภูมิใจไม่ได้ ประสานมือคารวะแล้วก้าวออกไป แม่นมเหมยกุ้ยรอจนท่านหมอออกแล้วจึงได้เดินมาพบแม่ทัพหลิว

“ผู้หญิงคนนี้เป็นหนี้ชีวิตท่านแม่ทัพ”

เขาโบกมือปฏิเสธความคิดนี้ “ข้าทำหน้าที่ของข้า ข้าแค่บังเอิญช่วยชีวิตนางเท่านั้น ต่อจากนี้รบกวนแม่นมแล้ว”

“เจ้าค่ะ ข้าจะดูแลนางเอง” แม่นมรับคำแล้วเลิกคิ้วเป็นคำถาม “เราควรเปิดเผยฐานะของนางหรือไม่ เห็นชัดว่าก่อนหน้านี้นางตั้งใจให้ผู้อื่นมองนางเป็นบุรุษ”

“เรื่องนั้น รอให้นางฟื้นค่อยว่ากัน”

หลัวหลิวหยางเพียงปรายตามองคนที่นอนหมดสติบนเตียง สภาพใบหน้ามีรอยช้ำหลายแห่ง แต่ก็ดูดีกว่าตอนที่เขาอุ้มมา เขาได้แต่หวังว่านางจะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เขาก็พอ

“ข้าวของที่เหลืออยู่ในรถม้ามีเพียงเท่านี้ขอรับ”

หูซานรายงานแล้ว มีเพียงสมุดเขียนบันทึกที่ถูกฉีกทิ้งหายไปหลายหนา เสื้อผ้ารวมทั้งข้าวของมีค่าคาดว่าถูกรื้อค้นขโมยไปหมดแล้ว

“รถม้าเป็นเพียงรถที่เช่ามาพร้อมสารถี ไม่มีตราสัญลักษณ์จากตระกูลใด ส่งศพสารถีไปที่ว่าการแล้ว เห็นว่ามีคนจำหน้าได้ เขาเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดารับจ้างทั่วไปขอรับ”

หลัวหลิวหยางเคาะนิ้วลงบนโต๊ะอย่างครุ่นคิด เหตุใดสตรีผู้หนึ่งจึงแต่งกายเป็นชายเดินทางตามลำพังเช่นนี้

“ข้าจะจัดเวรยามคอยเฝ้าดูความเคลื่อนไหวของคนผู้นั้น” หูซานรีบเสนอความคิด แต่แม่ทัพใหญ่โบกมือห้ามไว้

“ไม่จำเป็น” หลัวหลิวหยางตอบ “เรื่องนี้ข้าจัดการเอง เจ้าตรวจดูโดยรอบดีแล้วใช่หรือไม่”

“ขอรับ”

“อย่าประมาท กำลังเวรยามต้องแน่นหนา”

“รับทราบ!”

“เจ้าไปพักผ่อนเถอะ”

“ข้าน้อยขอตัวขอรับ”

แม่ทัพหลัวมองดูคนสนิทถอยออกไป สวนกับแม่นมเหมยกุ้ยเดินเข้ามาพอดี

“ข้ามารบกวนท่านแม่ทัพหรือไม่” นางเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม

“ไม่” เขาตอบสั้นๆ ห้วนๆ เป็นเช่นนี้เสมอ “แม่นมมีอะไรหรือ?”

แม่นมเหมยกุ้ยพยักหน้าให้บ่าวรับใช้วางถาดอาหารวางลงบนโต๊ะ เมื่อบ่าวรับใช้เดินออกไปแล้วนางจึงเอ่ยขึ้น

“เจ้าไม่ได้กลับจวนหลายวัน ได้กินอิ่มนอนหลับดีหรือไม่” นางเอ่ยพลางรินน้ำชาให้

“ข้าชินแล้วไม่ได้ลำบากอะไร” เขารับน้ำชามาจิบเล็กน้อย “ครึ่งปีมานี้ท่านต้องมาดูแลข้าในที่ทุรกันดารเช่นนี้ ข้ารู้สึกผิดยิ่งนัก”

“ข้าอยู่แต่ในจวนมิได้ออกไปรบจะเรียกว่าลำบากอันใดกัน” นางหัวเราะเบาๆ

“ท่านแม่ยังไม่ถอดใจเรื่องข้าอีกหรือ?” เขาถามพลางหยิบขนมเปี๊ยะส่งเข้าปาก

“ท่านแม่ทัพอย่าได้ใส่ข่าวลือเหล่านั้นเลย” นางยิ้มบางๆ “ท่านอุทิศตัวเองเพื่อปกป้องชายแดนตะวันออกจนได้รับสมญานามเป็นแม่ทัพพิทักษ์บูรพา นำพาชื่อเสียงสู่ตระกูลหลัว นายท่านและฮูหยินหวังใจจะเห็นท่านแม่ทัพได้มีศรีภรรยาปรนนิบัติดูแล”

“ปีนี้ข้าอายุยี่สิบหกแล้ว” เขาถอนหายใจหนักหน่วง อ้าปากจะพูดแล้วก็เปลี่ยนใจไปพูดเรื่องอื่นแทน “เจ้าเด็กนั้นเป็นอย่างไรบ้าง”

“เด็ก?” แม่นมเหมยกุ้ยเลิกคิ้ว ครู่ต่อมาจึงเข้าใจคำถาม “แม่นางผู้นั้นยังหลับอยู่ แต่ข้าให้คนสนิทค่อยเฝ้าไว้ หากนางฟื้นจะมารายงานทันที”

“อืม” เขาแค่รับคำกัดขนมเปี้ยะอีกคำ

“ข้าตระเตรียมเสื้อผ้าสตรีให้นางแล้ว”

หลัวหลิวหยางเลิกคิ้วแล้วสบตากับแม่นม “ท่านแน่ใจว่านางอยากสวมเสื้อสตรีหรือ?”

“ได้ยินว่านางเดินทางเพียงลำพัง การแต่งกายเป็นบุรุษย่อมปลอดภัยกว่า” แม่นมเหมยกุ้ยยื่นมือไปรินน้ำชาให้ “อีกอย่าง ผู้อื่นเห็นว่าท่านแม่ทัพพิทักษ์บูรพาอุ้มคนเจ็บเข้ามารักษาด้วยตนเอง ข้าเกรงว่าผู้อื่นจะเอาไปร่ำลือว่าท่านนิยมชื่นชอบบุรุษด้วยกัน ข้าจึงคิดว่านางแต่งกายเป็นหญิงจะเหมาะสมที่สุด”

“แค่กๆๆ” หลัวหลิวหยางสำลักขนมเปี๊ยะ แม่นมเหมยกุ้ยรีบลุกขึ้นมาลูบหลังให้

“โตแล้วเหตุใดทำตัวเป็นเด็กเช่นนี้”

หลัวหลิวหยางคว้าน้ำชามาดื่ม จะไม่ให้สำลักขนมเปี๊ยะได้อย่างไร เขาไม่คิดว่าแม่นมเหมยกุ้ยจะเป็นกังวลเรื่องเขาถึงเพียงนี้ นั้นสินะ เป็นทั้งแม่ทัพพิทักษ์บูรพา เป็นทั้งบุรุษผู้มีดวงกินภรรยา แล้วจะยังเป็นบุรุษที่กินบุรุษด้วยกันอีก ช่างเป็นบุรุษที่น่าริษยาเสียจริง

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ร้ายเล่ห์ลวงรัก
7.9
นิยายเรื่องนี้มีเนื้อหาที่รุนแรงและคำพูดหยาบคายในบางตอน ธามแสดงความรังเกียจต่อหญิงสาวอย่างชัดเจนด้วยการเตรียมถุงยางอนามัยป้องกัน เขาเมินเฉยต่อเสียงคัดค้านและยัดเยียดความสัมพันธ์ให้อย่างโหดร้ายจนเธอต้องกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดเจียนตาย ทว่าเมื่อเขาล่วงเกินเธอจนสุดทาง ความจริงที่ว่านี่คือครั้งแรกของเธอก็ทำให้เขาต้องตกตะลึงกับสิ่งที่เพิ่งได้พบเห็น ท่ามกลางความร้าวรานและน้ำตาที่ไหลรินในค่ำคืนที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมและการกระทำอันป่าเถื่อน
หน้าปกนวนิยาย ทรายซ่อนเหลี่ยม
7.9
ปิ่นปักตกหลุมรักเชคอิลยาสเพื่อนพี่ชายที่มอบแหวนแทนใจให้เธอไปหาเขาที่ฮิลยะฮ์ ทว่าเธอกลับถูกชาฮีนชายลึกลับลักพาตัวไปจากสนามบินด้วยแผนการที่ซับซ้อน ท่ามกลางศึกชิงอำนาจและความลวงที่ยากจะแยกแยะ ปิ่นปักต้องเผชิญกับความรู้สึกที่สับสนต่อชาฮีนผู้ที่ทั้งน่ากลัวและน่าหลงใหลในเวลาเดียวกัน เมื่อความจริงปรากฏและชีวิตต้องเปลี่ยนไปตลอดกาล เธอจึงค้นพบว่ารักแท้ที่ใฝ่ฝันอาจซ่อนอยู่ภายใต้เงาของผืนทรายและหัวใจของชายที่เธอเคยหวังจะหนี
หน้าปกนวนิยาย ปล้นรัก(ว่าที่)คุณสามี
9.7
เมื่อโชคชะตาเล่นตลกให้ มีนา หัวขโมยสาวมือฉกาจโคจรมาพบกับ เมฆา นายตำรวจหนุ่มฝีมือเยี่ยมผู้ยึดมั่นในความถูกต้อง แม้ความผิดในอดีตที่เธอเคยบุกปล้นบ้านเขาจะกลายเป็นชนักติดหลัง แต่ความใกล้ชิดกลับแปรเปลี่ยนเป็นความผูกพันที่ยากจะถอนตัว ท่ามกลางกำแพงของสถานะที่ต่างกันสุดขั้ว เมฆาพยายามพิสูจน์ว่าความรักไม่มีกฎเกณฑ์และพร้อมจะปรับตัวเข้าหาเธอ ขอเพียงแค่มีนามอบโอกาสให้เขาได้ดูแลหัวใจโจรสาวคนนี้ตลอดไปในฐานะคนรักที่มั่นคง
หน้าปกนวนิยาย ทะลุมิติไปเป็นพระชายาโหดแห่งวังหลวง
7.9
เมื่อวิญญาณของนักฆ่าสาวผู้ไร้ความปรานีอันดับหนึ่งได้ข้ามมิติมาสวมร่างหญิงสาวผู้มีใบหน้าอัปลักษณ์ในยุคโบราณ เธอต้องเผชิญกับชีวิตที่แสนรันทดท่ามกลางการดูถูกเหยียดหยามและการกลั่นแกล้งสารพัดจากผู้คนรอบข้างที่รุมสาปส่งเธออย่างไม่ใยดี ทว่าด้วยจิตวิญญาณของเพชฌฆาตสาวผู้แข็งแกร่งและเด็ดเดี่ยว เธอจึงพร้อมจะลุกขึ้นสู้เพื่อทวงคืนความยุติธรรมและเปลี่ยนโชคชะตาอันเลวร้ายนี้ให้กลายเป็นตำนานบทใหม่ที่ทุกคนต้องยำเกรงในความโหดเหี้ยมที่ซ่อนอยู่ภายใต้รูปลักษณ์ที่ทุกคนเคยดูแคลน
หน้าปกนวนิยาย จ้าวเทียนอี้ ตำนานรักพันปี
7.9
หวังฟางเซียนต้องเผชิญกับความเจ็บปวดในอดีตที่เธอและจ้าวเทียนอี้คนรักถูกฝังทั้งเป็นพร้อมคัมภีร์อมตะเพราะความผิดพลาดของเธอเอง ทว่าอำนาจลี้ลับของคัมภีร์กลับนำพาดวงวิญญาณเธอย้อนสู่อดีตชาติในร่างพระสนมเอกจางลี่เซียนแห่งราชวงศ์ถัง ท่ามกลางวังหลวงที่เต็มไปด้วยเพลิงริษยาและการชิงดีชิงเด่น เธอต้องเผชิญหน้ากับความแค้นและสงครามอำนาจเพื่อแก้ไขโศกนาฏกรรมในครั้งก่อนและปกป้องชายคนรักไม่ให้ต้องพบจุดจบอันน่าเวทนาอีกครั้ง
หน้าปกนวนิยาย เป่ยฟางหรง ลิขิตรักราชินีปีศาจ
9.5
เมื่อจิตมารหวนคืนสู่ภพภูมิใหม่ในฐานะองค์หญิงแห่งดินแดนเหมันต์ เป่ยฟางหรงจึงต้องอยู่ภายใต้การดูแลของหลี่จิ้ง เทพอัคคีผู้รับภารกิจขัดเกลาจิตใจนางไม่ให้เข้าสู่หนทางมืดมิด ทั้งคู่ต่างลงมาจุติยังโลกมนุษย์เพื่อเผชิญด่านเคราะห์และกระชับความสัมพันธ์ในฐานะศิษย์อาจารย์ ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกเมื่อธรรมชาติของมารในตัวนางไม่อาจลบเลือน นำไปสู่บทสรุปอันแสนเจ็บปวดที่หลี่จิ้งต้องตัดสินใจสังหารลูกศิษย์เพียงคนเดียวด้วยมือของเขาเอง