
ทาสรักดวงใจ องค์หญิงเหนียงซิน
ตอน 2
บุตรสาวหายตัวไป
เหนียงไป๋มองว่าวน้อยที่ตกอยู่บนพื้น รอบด้านปราศจากร่องรอยการต่อสู้ แสดงว่าอีกฝ่ายมีกำลังเหนือกว่า กล้ามาเหยียบถึงถิ่น หนำซ้ำยังลักพาตัวบุตรชายบุตรสาวของนางไปซึ่งหน้าเช่นนี้ จะหยามกันเกินไปแล้ว
“ข้าจะให้จงหลุนและฟงลี่ไปพาตัวพวกเขากลับมา”
“ควรเป็นเช่นนั้น แต่ครั้งนี้ข้าจะไปด้วย”
เหอซั่วฉินหวังหรือก็คือชินอ๋องในอดีต มองพระชายาที่ดูเหมือนจะไม่ยอมนิ่งเฉยอีกแล้ว แต่ครั้งนี้เขาเกรงว่า
“เจ้าควรอยู่ที่นี่ไม่ควรเดินทาง” ดวงตามองไปหน้าท้องที่เริ่มนูนออกมาให้เห็น ใครจะคิดว่าผ่านมาสิบปีน้ำยามังกรของเขาจะยังดีอยู่ เรื่องนี้ต้องพูดกันยาวเพราะเมื่อเหนียงไป๋ทราบว่าตัวเองตั้งครรภ์ก็โมโหจนไม่พูดกับเขาถึงสามวัน
ข้าโกรธท่าน เราอายุมากแล้ว ท่านจะให้ข้าถือไม้เท้าจูงลูกเดินหรืออย่างไร อายุมากที่ไหน เขาแค่สามสิบปลาย ๆ เท่านั้น พวกเรายังสร้างอาณาจักรบุตรหลานได้อีกเยอะ
แต่ตอนนี้พวกเราควรสนใจเรื่องลูกสาวและลูกชายเสียก่อน
“ลูกหายท่านจะให้ข้าใจเย็นได้อย่างไร ไม่เอาข้าจะไปหาลูก”
นางโวยวายลั่นป่า ถามว่าตัวนางอยู่ไหน ก็อยู่บนบ่าเขาที่กำลังแบกนางกลับจวนอย่างไรเล่า ส่วนคนเดินตามยังคงพูดคุยกันไปเรื่อยราวกับเป็นเรื่องปกติ
ฟงลี่มองบิดามารดาของตนก่อนหันไปคุยกับจงหลุน
“มาพนันกันว่าพวกเขาเข้าไปในห้องจะเงียบในตอนไหน”
“หนึ่งเค่อ”
ฟงลี่ส่ายหน้าไปมา “ท่านประเมินบิดาข้าต่ำไปแล้ว”
คิดว่าเพียงสองก้าว มารดาก็คงเงียบสนิท ไม่สามารถเปิดปากได้อีกแน่ ดีไม่ดีถ้าน้องในครรภ์เพิ่มจำนวนขึ้นได้ คงเพิ่มอีกหลายคน
จงหลุนหันมองฟงลี่ เด็กหนุ่มเริ่มโต แต่ก็ยังมีนิสัยชอบเล่นสนุก อย่างตอนนี้น้องชายน้องสาวของตนถูกจับตัวไปก็ยังใจเย็นอยู่ได้
“เจ้าไม่ห่วงน้องตัวเองหรือฟงลี่”
ฟงลี่ส่ายหน้า “หวางอี้เป็นคนสุขุมเจ้าแผนการ เอาตัวรอดเก่งเป็นที่หนึ่ง ซึ่งข้าคิดว่าเขาจะดูแลตัวเองให้ปลอดภัยได้แน่ ส่วนเหนียงซิน...” เขามองไปยังมารดา
“ถอดแบบคนคลอดนางออกมาไม่มีผิด คิดว่าคนที่จับตัวนางไปคงปวดหัวมากกว่าจะดีใจที่ได้นาง”
จงหลุนพยักหน้าเห็นด้วย หรือเขาไม่ควรเป็นห่วงมากเกินไป
จริง ๆ ว่าสองคนนั้นจะเป็นเช่นไร
“แล้วเราจะเริ่มออกเดินทางเมื่อไร”
“คืนนี้!!”
คนไม่รีบหันมายิ้ม ขยิบตาให้แล้วพูดต่อ
“นาน ๆ ข้าจะได้อยู่กับท่านสองคน เวลาแบบนี้หาง่ายเสียที่ไหน”
บุรุษตัวโตกว่าได้ยินก็ส่ายหน้ายิ้มกว้าง ยกมือโยกหัวฟงลี่อย่างเอ็นดู ใบหน้าคมก้มลงกระซิบข้างหู
“หากเจ้าต้องการอยู่ลำพังกับข้า เพียงขยิบตาข้าก็รู้แล้ว เหตุใดต้องพูดให้มากความ”
ฟงลี่ถูกบุรุษตัวโตตกอีกแล้ว แบบนี้เขาจะไปไหนได้ ร่างเล็กวิ่งตามคนเดินนำก่อนจะจับจูงมืออีกฝ่ายกลับจวน
เมื่อมาถึงจวนก็พบว่าห้องนอนบิดามารดาดับไฟไปแล้ว เรียกว่ารวดเร็วปานสายฟ้าเหมือนไม่มีเรื่องใดเกิดขึ้น ฟงลี่ส่ายหน้าก่อนจะเดินกลับห้องตนเอง จัดแจงเตรียมข้าวของให้พร้อมและสั่งการกับพี่สาวอีกคน
“พี่ควรจะอยู่ดูแลท่านแม่”
ฉางเออร์ที่กำลังจัดข้าวของให้ฟงลี่เงยหน้ามองเขา เรื่องบางอย่างเมื่อหลายปีก่อนแวบเข้ามาในหัว บางทีครั้งนี้นางควรเผชิญหน้ากับความจริง ไม่ควรหลีกหนีอีกแล้ว
“ข้าจะไปด้วย”
หา!! ฟงลี่หันมองฉางเออร์ เห็นดวงตาเศร้าสร้อยก็รู้ว่าอีกฝ่ายคิดเช่นไร “ก็แล้วแต่พี่ แต่พี่จะบอกท่านแม่หรือไม่”
ท่านแม่หวงนางยิ่งกว่าหวงบุตรตัวเองเสียอีก มีหรือจะยอมให้ออกจากเมืองหลวง “ไม่”
อืม ดูแล้วมารดาเขาคงได้กระอักเลือดตายเป็นแน่
“ข้ามีของที่ต้องเตรียม เจอกันที่รถม้าทางตะวันออก” ฉางฉิงทิ้งฟงลี่เสียดื้อ ๆ เขานิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก็หยิบของมีค่าเพิ่มไปอีกหน่อย
งานนี้คงอีกนานกว่าจะได้กลับบ้านเป็นแน่ ต้องเตรียมทองไปให้มากเสียหน่อย เอ๊ะ แล้วทำไมเขาไม่ไปเอาทองที่พี่ฉางเออร์เก็บเอาไว้เป็นโกดังเล่า เรื่องอะไรต้องควักกระเป๋าตัวเอง ว่าแล้วก็เก็บสมบัติของตัวก่อนจะแอบเข้าห้องสมบัติส่วนตัวของฉางฉิง
พี่สาวคนนี้กลัวตัวเองจนถึงขนาดไม่ยอมเลือกแม้แต่คู่ครอง มีแววจะอยู่บนคานไปตลอดกาล
เขาจะเลือกอันไหนดีนะ ทั้งเพชรนิลจินดา ทอง สร้อย ของกำนัลที่เหล่าองค์ชายต่างเมืองส่งมาให้ทุกปี ซึ่งก็นะ พี่สาวเขารับของไว้หมด แต่ไม่รับผู้ชายเอาไว้ เข้าทำนอง เงินทองท่านส่งมาแล้วพาตัวกลับไป ทำให้ฉางฉิงกลายเป็นสตรีร่ำรวยที่สุดในเมืองหลวนอิง แม้แต่เหอซั่วฉินหวังและพระชายาก็ยังไม่รวยเท่านางเลย
“แบบนี้ต้องเอาไปเยอะ ๆ” คนแอบเข้าห้องสมบัติผู้อื่นเป็นประจำคุ้นชินกับการลักของมีค่า แม้แต่เจ้าตัวก็ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายหยิบอะไรไปบ้าง เขาวางผ้าแล้วโกยสมบัติพัสถานใส่ลงไปได้หนึ่งหอบใหญ่ก็กลับห้องเพื่อเก็บซ่อนมันในหีบอีกชั้น
“เจ้าจะไปหาน้องตัวเอง หรือจะไปเที่ยวกันแน่ฟงลี่”
ได้ยินเสียงจากบนเตียงจึงหันมอง แล้วก็พบว่าเป็นมารดา
“ท่านแม่มาตั้งแต่เมื่อไร”
“ตอนที่เจ้าออกจากห้องไปแอบหยิบเงินของพี่สาวเจ้ามาน่ะสิ”
แหม ท่านแม่ก็รู้ทันเสียทุกเรื่อง ฟงลี่ยิ้มแหย่ มารดาลุกขึ้นมาส่งของบางอย่างให้บุตรชาย
“นกหวีดนี้บิดาเจ้าเคยมอบให้แม่ แม้ว่าพวกเราจะอยู่อย่างสงบมาหลายปี แต่บิดาเจ้าก็ไม่เคยทิ้งคนของตน หากจำเป็นต้องเรียกใช้ก็สามารถเรียกได้ตลอดเวลา”
ฟงลี่มองนกหวีดสีขาวตรงหน้า “ท่านแม่ คนที่ท่านพ่อเลี้ยงเอาไว้อายุเท่าไรแล้ว”
โป๊ก!! มารดาเคาะหัวบุตรชาย “เวลาแบบนี้เจ้ายังจะเล่นอีก มี
จงหลุนคนเดียวไม่พอหรืออย่างไร”
“พอ ๆ ข้ามีพอแล้ว แต่บางครั้งการมีหนุ่ม ๆ มาล้อมหน้าล้อมหลังก็ทำให้กระชุ่มกระชวยพอสมควร”
เหนียงไป๋ถอนใจกับบุตรชายตน “รู้สึกว่าเมื่อหลายเดือนก่อนบิดาเจ้าเพิ่งจะได้คนชุดใหม่มา พอจะทำให้เจ้ากระชุ่มกระชวยได้หรือไม่เล่า”
ปากฟงลี่อ้ากว้างกว่าจานแล้วตอนนี้ นางยิ่งหมั่นไส้เขากว่าเดิม
“ข้ารู้ว่าเจ้ารู้จักคิดแล้ว” ซึ่งก็ไม่ค่อยแน่ใจเท่าไรนัก
“ครั้งนี้แม่เจ้าไปไม่ได้” เนื่องจากเมื่อหนึ่งชั่วยามก่อนที่ถูกผู้เป็นสามีปิดประตูห้องเจรจาความหลังกับนางอยู่นานสองนาน
พวกเราควรข้ามเรื่องนี้ไปก่อน
“ช่วยน้องและพาน้องกลับมาอย่างปลอดภัย”
ฟงลี่หุบยิ้ม รับคำจริงจัง “ข้าสัญญาจะนำพวกเขากลับมาอย่างปลอดภัย”
มารดาและบุตรจับมือกันแน่น มองตาเพียงครู่ฟงลี่ก็ถามต่อ
“ท่านแม่เคยเห็นคนกลุ่มนั้นหรือไม่”
โป๊ก!!! ก่อนจะตามด้วยเพียะอีกหลายเพียะ เสียงร้องโหยหวนของฟงลี่ดังออกไปถึงนอกห้อง
“ท่านแม่ มือท่านจะหนักไปแล้ว”
“เจ้าก็เลิกคิดแต่เรื่องผู้ชายได้แล้ว”
“จะให้ข้าเลิกได้อย่างไร จงหลุนคือบุรุษหนึ่งเดียวในใจข้า”
“แน่ใจ?” แม้แต่มารดายังไม่เชื่อแล้วใครจะเชื่อ ว่าแล้วก็อีกสักเพียะสองเพียะให้หายหมั่นไส้
“ท่านแม่ ข้าเจ็บไปหมดแล้ว”
“มานี่ข้ายังไม่ชำระความเรื่องเมื่อภพก่อนเลย”
“เกี่ยวอะไรกับกับภพก่อน ภพนี้ข้าเป็นลูกท่านนะ”
เสียงดังออกมาถึงนอกชานเรือน เฟยเยี่ยและองครักษ์จงหลุนมองหน้ากันก่อนจะส่ายหน้าแล้วกลับหลังหัน
“ไปดื่มสุรากับข้าก่อน”
องครักษ์จงหลุนพยักหน้า เดินไปยังเก้าอี้หินประจำตำแหน่ง สองบุรุษร่วมดื่มสุรามองดวงจันทร์บนฟ้า ดูเหมือนเหตุการณ์ครั้งนี้จะนำพาเรื่องต่าง ๆ มาอย่างไม่รู้จบ
รถม้าสองคันจอดเทียบอยู่ทางประตูตะวันออก บุตรชายคนโตยืนอยู่ตรงหน้านาง ดวงตาของเขาสงบนิ่งกว่าปกติ นี่เป็นครั้งแรกในภพนี้ที่เขาออกจากเมืองหลวนอิง
“ท่านแม่ไม่ต้องกังวล มีข้ามีจงหลุนอยู่ พวกน้อง ๆ จะต้องปลอดภัย”
นางก็หวังเช่นนั้น หากนางไปได้ก็คงไปแล้ว ติดที่ตอนนี้มีเจ้าก้อนแป้งอยู่ในท้อง
“จำเอาไว้ จะทำการสิ่งใดก็คิดหน้าคิดหลังให้ดีเสียก่อน แม่ไม่อยากให้เจ้าต้องเป็นอะไรไปอีกคน”
คนกังวลมองไปด้านหลัง ถ้ามีจงหลุน อีกฝ่ายย่อมไม่ยอมให้ฟงลี่เป็นอันตรายแน่ นางดึงบุตรชายเข้ามากอดไว้แน่น ถึงจะทะเลาะกันวันละสามครั้ง แต่นางก็รักบุตรชายคนโตคนนี้ไม่แพ้ใคร
ฟงลี่ตบหลังปลอบคนในอ้อมอก ปล่อยให้มารดาทำใจสักพักก่อนจะขึ้นรถม้าเพื่อออกเดินทาง ฟงลี่โบกมือลา กระทั่งรถม้าลับสายตานางก็ยังยืนอยู่ที่เดิม
นางลืมอะไร ลืมใครไปหรือไม่ เหนียงไป๋หันมองรอบตัวก่อนเงยหน้ามองสามี “ฉางเออร์ไปไหน?”
สามีมองไปทางรถม้าทำให้เหนียงไป๋ตาโต พูดอย่างรวดเร็ว “อย่าบอกนะว่านาง”
“เป็นเช่นนั้น” เพียะ! มือบางตีสามีต่อหน้าชาวบ้านทั้งหลายเสียงไม่เบา เรียกสายตาทุกคนให้หันมามอง นับวันนางยิ่งมือหนักขึ้นเรื่อย ๆ แต่แขนเขาก็ทนทานตามแรงมือของนางเช่นกัน
“เจ้าควรปล่อยวางเสียบ้าง ยังไงนางก็ต้องมีชีวิตของตนเอง”
มีชีวิตของตนเองหรือ เหนียงไป๋ถอนใจ
“บุรุษเช่นนั้นไม่เหมาะกับนาง”
“เรื่องความรักไม่ใช่เรื่องที่คนอื่นจะมาตัดสิน เจ้าจำได้หรือไม่ว่าพวกเราเจอกันแบบไหน”
ถ้าจะเท้าความเรื่องนี้คงต้องคุยกันยาว ตอนนางเจอเขาครั้งแรกก็ใช่ว่าจะดี เพราะเขาเป็นปีศาจ แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นแมวตัวโตที่ไม่ยอมให้นางเดินเสียแล้ว
คนอุ้มภรรยาเข้าจวนไม่สนใจว่าจะมีชาวบ้านที่ยืนอยู่ ทุกคน
อมยิ้มส่ายหน้า หันไปทำงานต่อเพราะภาพนี้ชินตาอยู่ทุกวัน
เหนียงไป๋ที่ใบหน้าอยู่บนบ่าสามีมองถนนที่เจริญรุ่งเรืองขึ้นในช่วงสิบปีมานี้ เวลานี้เหมาะกับสำหรับการพักผ่อนอย่างแท้จริง
“ท่านพี่ ข้าได้ยินมาว่าทะเลเจี่ยลู่ตอนนี้บรรยากาศกำลังสบาย ยังไงช่วงนี้ที่เด็ก ๆ ไม่อยู่ พวกเราไปพักที่นั่นสักเดือนสองเดือนดีหรือไม่”
คนหาเรื่องอู้งานถูกวางลงแล้ว ในขณะที่คนได้ยินอีกคนถึงกับเงยหน้ามอง ราชครูตงเฉียนกระแอมในลำคอ
“พวกท่านจะทิ้งกระหม่อมอีกแล้ว”
เหนียงไป๋หันไปยิ้มแล้วตอบ “ตอนนี้ไม่มีเรื่องใดต้องกังวล บ้านเมืองสงบร่มเย็น ลูกข้าก็ไม่อยู่ ข้าจะพักบ้างย่อมไม่ใช่เรื่องไม่ดี”
“เจ้าไม่ห่วงลูกเจ้าแล้วหรือ” คนเป็นสามีมองเหนียงไป๋เดินไปหยิบน้ำชาดื่ม
“อันที่จริงมาคิด ๆ ดูแล้ว สิบปีที่ผ่านมาข้าสั่งสอนบุตรสองคนไม่ใช่น้อย คิดว่าพวกเขาคงเอาตัวรอดได้แน่”
บุตรชายไม่ห่วงเท่าไร ห่วงก็แต่บุตรสาว เฟยเยี่ยนั่งลงข้างนาง
“ข้าเป็นห่วงเหนียงซิน”
เหนียงไป๋มองสามีแล้วยิ้ม “นางเป็นคนเดียวที่ข้าไม่ห่วง”
เฟยหวางอี้ค่อนข้างสุขุมเจ้าแผนการ ซึ่งนางคิดว่าบุตรชายคนนี้จะแข็งแกร่งขึ้นเมื่อได้เผชิญโลกภายนอกอย่างแท้จริง
“เหตุใดเจ้าไม่ห่วงนาง”
คนเป็นภรรยาชี้นิ้วมาที่ตัวเอง
“พวกท่านบอกว่านางเหมือนคนที่คลอดออกมาไม่ใช่หรือ” ใช่ว่านางไม่เคยได้ยินคำที่พวกเขานินทาเสียหน่อย
“หากนางเหมือนข้า ข้าเชื่อว่าจะไม่มีใครทำอะไรนางได้”
เฟยเยี่ยมองเหนียงไป๋ หรือเขาจะไม่ต้องเป็นห่วงจริง ๆ ถ้าเช่นนั้น “งั้นเจ้าจะไปเมื่อใด”
เหนียงไป๋ยิ้ม “พรุ่งนี้”
คนเป็นสามีพยักหน้า ไม่มองคนด้านหลังที่เป็นลมอยู่กับกองเอกสารโดยมีเหล่าบ่าวรับใช้คอยโบกพัด
บ่าวรับใช้หันมองคู่สองสามีภรรยาที่ตอนนี้ประคองกันเข้าห้องไปแล้ว ปล่อยให้ท่านราชครูเป็นลมล้มพับรอบสอง สาวใช้หัวเราะขำ หลายปีที่ผ่านมาเขายังไม่ชินอีกหรือ
“ท่านราชครู น้ำชาเจ้าค่ะ”
ราชครูตงเฉียนลืมตาขึ้นมองบ่าวรับใช้ตรงหน้า
“เจ้าเป็นใคร”
“เสี่ยวม่านเจ้าค่ะ” เสี่ยวม่านไหน เหตุใดจึงได้ชื่อเหมือนเจ้าแมวตัวนั้นในภพก่อน
“พระชายาให้บ่าวมารับใช้ท่านราชครูเจ้าค่ะ”
คนที่ตาพร่ามัวพยายามเพ่ง ดื่มน้ำชาไปสองจอกความวิงเวียนก็หายไปสิ้น สายตากลับมาแจ่มชัด เมื่อเห็นคนตรงหน้าชัดเจนขึ้นก็พบว่านางช่างเหมือนกับ
“ฮูหยิน”
เสี่ยวม่านทำหน้าสงสัย มองซ้ายมองขวา “ท่านราชครูว่าเช่นไรนะ
เจ้าคะ”
เขายกมือขึ้นจับคางอีกฝ่ายเอนซ้ายเอียงขวา ก่อนจะมองหน้าตรงอีกรอบ นางไปหาสตรีที่เหมือนภรรยาเขามาจากไหนกัน
“ท่านราชครูไม่พอใจข้าน้อยหรือเจ้าคะ”
เขามองเด็กสาวตรงหน้าแล้วถอนใจอีกครั้ง
“ข้ารู้สึกไม่ค่อยดี เจ้าช่วยประคองข้าเข้าห้องหน่อย” มือเล็กจับจูงท่านราชครูตงเฉียนเข้าห้อง ประตูปิดลง แต่คนถูกประคองยังจับมือนางไว้
“ต่อไปเจ้าก็มาอยู่ข้างกายข้า ไม่ต้องไปทำงานอื่นแล้ว”
สีหน้าแววตาเสี่ยวม่านแสดงถึงความแปลกใจก่อนจะถูกท่านราชครูตงเฉียนวางลงบนเตียง “หลายสิบปีที่ผ่านมา ในใจข้ามีเพียงฮูหยิน แต่ตอนนี้ข้าตระหนักแล้วว่าการต้องอยู่ลำพังโดยไร้ซึ่งหัวใจหาใช่จะเป็นเรื่องดี นางคงคิดแบบนี้ถึงได้ส่งเจ้ามาให้ข้า”
นางที่ว่าก็คือเหนียงไป๋ตัวดีที่ยังคิดหาสตรีหน้าตาเหมือนภรรยาเขามาให้
“บ่าวไม่เข้าใจ”
“ภรรยาของข้าจะอยู่ในใจข้าตลอดไป ส่วนเจ้านับแต่นี้จะมาทำหน้าที่ภรรยาแทนนาง”
ดวงใจเสี่ยวม่านสั่นไหว เขาบอกว่าจะไม่มีวันลืมภรรยา นางจะมีสิทธิ์ที่ได้ครอบครองหัวใจเขาหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับตัวนางเองแล้ว
เสี่ยวม่านก้มหน้ารับคำ “เจ้าค่ะบ่าวยินดี”
“ต่อไปเจ้าไม่ใช่บ่าว แต่เป็นฮูหยินเอกของข้าเพียงผู้เดียว”
คนก้มหน้าเงยขึ้นมองอย่างไม่อย่างเชื่อสายตาก่อนจะได้รับจูบจากอีกฝ่าย คิดว่าคราวนี้ท่านราชครูตงเฉียนคงอยากให้พวกเขาไปเที่ยวนานกว่าเดิมเป็นแน่
คนเจ้าแผนการหัวเราะหลังจากเล่าเรื่องเสี่ยวม่านให้สามีฟัง “เจ้ามั่วแต่ยุ่งเรื่องของคนอื่น ควรจะยุ่งเรื่องตัวเองเสียบ้าง”
มือหนายังคงวนเวียนอยู่บนหน้าท้องเปลือยเปล่าที่นูนขึ้นมาเล็กน้อย
“คราวนี้จะเป็นหญิงหรือชายกันนะ”
“ข้าอยากได้หญิง มีชายสองแล้วหญิงอีกสักคนจะพอเหมาะ”
สามีเงยหน้ามองนาง “หากเป็นหญิงแล้วเหมือนเจ้าอีก จวนจะไม่วุ่นวายกว่าเดิมหรอกหรือ”
เหนียงไป๋ยกมือขึ้นแตะใบหน้าสามี “สามีเจ้าคะ การมีสตรีเช่นข้าอยู่ไม่ดีอย่างไร”
“ไม่ใช่ว่าไม่ดี แต่ข้าเป็นห่วงบุรุษในใต้หล้าต่างหาก”
คิดถึงคนที่จับตัวนางไป เขานึกไม่ออกเลยว่าตอนนี้จะมีสภาพอย่างไร มือหนาดึงร่างภรรยาเข้ามากอดไว้แน่นก่อนจะเริ่มบรรเลงเพลงรักอีกรอบ “คราวนี้เจ้าควรจะทำหน้าที่เสียบาง”
“ไม่เอา ท่านทำให้ข้าตั้งครรภ์อีกรอบ ข้าจะไม่ปรนนิบัติท่านอีก”
“อย่างนั้นก็มาดูกันว่าเจ้าจะทนได้สักกี่น้ำ”
คนอยู่ใต้ร่างเงยหน้าขึ้นรับจูบอันแสนหวานจากสามีก่อนมันจะแปรเปลี่ยนเป็นนรกเพลิงที่เผาผลาญร่างกายไม่รู้จบ
คุณอาจจะชอบ





