ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ทาสรักดวงใจ องค์หญิงเหนียงซิน

ทาสรักดวงใจ องค์หญิงเหนียงซิน

เฟยเหนียงซินและเฟยหวางอี้ถูกเฟยซือไฉลักพาตัวมายังเมืองหลวนอิงด้วยความแค้นที่ฝังรากลึกจากปมครอบครัว เขาปักใจเชื่อว่าชินอ๋องเฟยเยี่ยคือต้นเหตุของความทุกข์ จึงตัดสินใจทำลายชีวิตทายาททั้งสองเพื่อระบายโทสะ หลังจากบังคับให้กินยาลบความจำ หวางอี้ถูกส่งตัวแยกไปที่อื่น ส่วนเหนียงซินในวัยเพียงสิบหนาวกลับต้องเผชิญชะตากรรมที่โหดร้ายกว่า เมื่อเธอถูกเปลี่ยนฐานะจากองค์หญิงผู้สูงศักดิ์ให้กลายเป็นเพียงทาสบนเตียงภายใต้ชื่อเสี่ยวเมา ท่ามกลางกรงขังแห่งตัณหาและความแค้นที่รอวันสะสาง
ตอน
แชร์

ตอน 2

บุตรสาวหายตัวไป

เหนียงไป๋มองว่าวน้อยที่ตกอยู่บนพื้น รอบด้านปราศจากร่องรอยการต่อสู้ แสดงว่าอีกฝ่ายมีกำลังเหนือกว่า กล้ามาเหยียบถึงถิ่น หนำซ้ำยังลักพาตัวบุตรชายบุตรสาวของนางไปซึ่งหน้าเช่นนี้ จะหยามกันเกินไปแล้ว

“ข้าจะให้จงหลุนและฟงลี่ไปพาตัวพวกเขากลับมา”

“ควรเป็นเช่นนั้น แต่ครั้งนี้ข้าจะไปด้วย”

เหอซั่วฉินหวังหรือก็คือชินอ๋องในอดีต มองพระชายาที่ดูเหมือนจะไม่ยอมนิ่งเฉยอีกแล้ว แต่ครั้งนี้เขาเกรงว่า

“เจ้าควรอยู่ที่นี่ไม่ควรเดินทาง” ดวงตามองไปหน้าท้องที่เริ่มนูนออกมาให้เห็น ใครจะคิดว่าผ่านมาสิบปีน้ำยามังกรของเขาจะยังดีอยู่ เรื่องนี้ต้องพูดกันยาวเพราะเมื่อเหนียงไป๋ทราบว่าตัวเองตั้งครรภ์ก็โมโหจนไม่พูดกับเขาถึงสามวัน

ข้าโกรธท่าน เราอายุมากแล้ว ท่านจะให้ข้าถือไม้เท้าจูงลูกเดินหรืออย่างไร อายุมากที่ไหน เขาแค่สามสิบปลาย ๆ เท่านั้น พวกเรายังสร้างอาณาจักรบุตรหลานได้อีกเยอะ

แต่ตอนนี้พวกเราควรสนใจเรื่องลูกสาวและลูกชายเสียก่อน

“ลูกหายท่านจะให้ข้าใจเย็นได้อย่างไร ไม่เอาข้าจะไปหาลูก”

นางโวยวายลั่นป่า ถามว่าตัวนางอยู่ไหน ก็อยู่บนบ่าเขาที่กำลังแบกนางกลับจวนอย่างไรเล่า ส่วนคนเดินตามยังคงพูดคุยกันไปเรื่อยราวกับเป็นเรื่องปกติ

ฟงลี่มองบิดามารดาของตนก่อนหันไปคุยกับจงหลุน

“มาพนันกันว่าพวกเขาเข้าไปในห้องจะเงียบในตอนไหน”

“หนึ่งเค่อ”

ฟงลี่ส่ายหน้าไปมา “ท่านประเมินบิดาข้าต่ำไปแล้ว”

คิดว่าเพียงสองก้าว มารดาก็คงเงียบสนิท ไม่สามารถเปิดปากได้อีกแน่ ดีไม่ดีถ้าน้องในครรภ์เพิ่มจำนวนขึ้นได้ คงเพิ่มอีกหลายคน

จงหลุนหันมองฟงลี่ เด็กหนุ่มเริ่มโต แต่ก็ยังมีนิสัยชอบเล่นสนุก อย่างตอนนี้น้องชายน้องสาวของตนถูกจับตัวไปก็ยังใจเย็นอยู่ได้

“เจ้าไม่ห่วงน้องตัวเองหรือฟงลี่”

ฟงลี่ส่ายหน้า “หวางอี้เป็นคนสุขุมเจ้าแผนการ เอาตัวรอดเก่งเป็นที่หนึ่ง ซึ่งข้าคิดว่าเขาจะดูแลตัวเองให้ปลอดภัยได้แน่ ส่วนเหนียงซิน...” เขามองไปยังมารดา

“ถอดแบบคนคลอดนางออกมาไม่มีผิด คิดว่าคนที่จับตัวนางไปคงปวดหัวมากกว่าจะดีใจที่ได้นาง”

จงหลุนพยักหน้าเห็นด้วย หรือเขาไม่ควรเป็นห่วงมากเกินไป

จริง ๆ ว่าสองคนนั้นจะเป็นเช่นไร

“แล้วเราจะเริ่มออกเดินทางเมื่อไร”

“คืนนี้!!”

คนไม่รีบหันมายิ้ม ขยิบตาให้แล้วพูดต่อ

“นาน ๆ ข้าจะได้อยู่กับท่านสองคน เวลาแบบนี้หาง่ายเสียที่ไหน”

บุรุษตัวโตกว่าได้ยินก็ส่ายหน้ายิ้มกว้าง ยกมือโยกหัวฟงลี่อย่างเอ็นดู ใบหน้าคมก้มลงกระซิบข้างหู

“หากเจ้าต้องการอยู่ลำพังกับข้า เพียงขยิบตาข้าก็รู้แล้ว เหตุใดต้องพูดให้มากความ”

ฟงลี่ถูกบุรุษตัวโตตกอีกแล้ว แบบนี้เขาจะไปไหนได้ ร่างเล็กวิ่งตามคนเดินนำก่อนจะจับจูงมืออีกฝ่ายกลับจวน

เมื่อมาถึงจวนก็พบว่าห้องนอนบิดามารดาดับไฟไปแล้ว เรียกว่ารวดเร็วปานสายฟ้าเหมือนไม่มีเรื่องใดเกิดขึ้น ฟงลี่ส่ายหน้าก่อนจะเดินกลับห้องตนเอง จัดแจงเตรียมข้าวของให้พร้อมและสั่งการกับพี่สาวอีกคน

“พี่ควรจะอยู่ดูแลท่านแม่”

ฉางเออร์ที่กำลังจัดข้าวของให้ฟงลี่เงยหน้ามองเขา เรื่องบางอย่างเมื่อหลายปีก่อนแวบเข้ามาในหัว บางทีครั้งนี้นางควรเผชิญหน้ากับความจริง ไม่ควรหลีกหนีอีกแล้ว

“ข้าจะไปด้วย”

หา!! ฟงลี่หันมองฉางเออร์ เห็นดวงตาเศร้าสร้อยก็รู้ว่าอีกฝ่ายคิดเช่นไร “ก็แล้วแต่พี่ แต่พี่จะบอกท่านแม่หรือไม่”

ท่านแม่หวงนางยิ่งกว่าหวงบุตรตัวเองเสียอีก มีหรือจะยอมให้ออกจากเมืองหลวง “ไม่”

อืม ดูแล้วมารดาเขาคงได้กระอักเลือดตายเป็นแน่

“ข้ามีของที่ต้องเตรียม เจอกันที่รถม้าทางตะวันออก” ฉางฉิงทิ้งฟงลี่เสียดื้อ ๆ เขานิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก็หยิบของมีค่าเพิ่มไปอีกหน่อย

งานนี้คงอีกนานกว่าจะได้กลับบ้านเป็นแน่ ต้องเตรียมทองไปให้มากเสียหน่อย เอ๊ะ แล้วทำไมเขาไม่ไปเอาทองที่พี่ฉางเออร์เก็บเอาไว้เป็นโกดังเล่า เรื่องอะไรต้องควักกระเป๋าตัวเอง ว่าแล้วก็เก็บสมบัติของตัวก่อนจะแอบเข้าห้องสมบัติส่วนตัวของฉางฉิง

พี่สาวคนนี้กลัวตัวเองจนถึงขนาดไม่ยอมเลือกแม้แต่คู่ครอง มีแววจะอยู่บนคานไปตลอดกาล

เขาจะเลือกอันไหนดีนะ ทั้งเพชรนิลจินดา ทอง สร้อย ของกำนัลที่เหล่าองค์ชายต่างเมืองส่งมาให้ทุกปี ซึ่งก็นะ พี่สาวเขารับของไว้หมด แต่ไม่รับผู้ชายเอาไว้ เข้าทำนอง เงินทองท่านส่งมาแล้วพาตัวกลับไป ทำให้ฉางฉิงกลายเป็นสตรีร่ำรวยที่สุดในเมืองหลวนอิง แม้แต่เหอซั่วฉินหวังและพระชายาก็ยังไม่รวยเท่านางเลย

“แบบนี้ต้องเอาไปเยอะ ๆ” คนแอบเข้าห้องสมบัติผู้อื่นเป็นประจำคุ้นชินกับการลักของมีค่า แม้แต่เจ้าตัวก็ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายหยิบอะไรไปบ้าง เขาวางผ้าแล้วโกยสมบัติพัสถานใส่ลงไปได้หนึ่งหอบใหญ่ก็กลับห้องเพื่อเก็บซ่อนมันในหีบอีกชั้น

“เจ้าจะไปหาน้องตัวเอง หรือจะไปเที่ยวกันแน่ฟงลี่”

ได้ยินเสียงจากบนเตียงจึงหันมอง แล้วก็พบว่าเป็นมารดา

“ท่านแม่มาตั้งแต่เมื่อไร”

“ตอนที่เจ้าออกจากห้องไปแอบหยิบเงินของพี่สาวเจ้ามาน่ะสิ”

แหม ท่านแม่ก็รู้ทันเสียทุกเรื่อง ฟงลี่ยิ้มแหย่ มารดาลุกขึ้นมาส่งของบางอย่างให้บุตรชาย

“นกหวีดนี้บิดาเจ้าเคยมอบให้แม่ แม้ว่าพวกเราจะอยู่อย่างสงบมาหลายปี แต่บิดาเจ้าก็ไม่เคยทิ้งคนของตน หากจำเป็นต้องเรียกใช้ก็สามารถเรียกได้ตลอดเวลา”

ฟงลี่มองนกหวีดสีขาวตรงหน้า “ท่านแม่ คนที่ท่านพ่อเลี้ยงเอาไว้อายุเท่าไรแล้ว”

โป๊ก!! มารดาเคาะหัวบุตรชาย “เวลาแบบนี้เจ้ายังจะเล่นอีก มี

จงหลุนคนเดียวไม่พอหรืออย่างไร”

“พอ ๆ ข้ามีพอแล้ว แต่บางครั้งการมีหนุ่ม ๆ มาล้อมหน้าล้อมหลังก็ทำให้กระชุ่มกระชวยพอสมควร”

เหนียงไป๋ถอนใจกับบุตรชายตน “รู้สึกว่าเมื่อหลายเดือนก่อนบิดาเจ้าเพิ่งจะได้คนชุดใหม่มา พอจะทำให้เจ้ากระชุ่มกระชวยได้หรือไม่เล่า”

ปากฟงลี่อ้ากว้างกว่าจานแล้วตอนนี้ นางยิ่งหมั่นไส้เขากว่าเดิม

“ข้ารู้ว่าเจ้ารู้จักคิดแล้ว” ซึ่งก็ไม่ค่อยแน่ใจเท่าไรนัก

“ครั้งนี้แม่เจ้าไปไม่ได้” เนื่องจากเมื่อหนึ่งชั่วยามก่อนที่ถูกผู้เป็นสามีปิดประตูห้องเจรจาความหลังกับนางอยู่นานสองนาน

พวกเราควรข้ามเรื่องนี้ไปก่อน

“ช่วยน้องและพาน้องกลับมาอย่างปลอดภัย”

ฟงลี่หุบยิ้ม รับคำจริงจัง “ข้าสัญญาจะนำพวกเขากลับมาอย่างปลอดภัย”

มารดาและบุตรจับมือกันแน่น มองตาเพียงครู่ฟงลี่ก็ถามต่อ

“ท่านแม่เคยเห็นคนกลุ่มนั้นหรือไม่”

โป๊ก!!! ก่อนจะตามด้วยเพียะอีกหลายเพียะ เสียงร้องโหยหวนของฟงลี่ดังออกไปถึงนอกห้อง

“ท่านแม่ มือท่านจะหนักไปแล้ว”

“เจ้าก็เลิกคิดแต่เรื่องผู้ชายได้แล้ว”

“จะให้ข้าเลิกได้อย่างไร จงหลุนคือบุรุษหนึ่งเดียวในใจข้า”

“แน่ใจ?” แม้แต่มารดายังไม่เชื่อแล้วใครจะเชื่อ ว่าแล้วก็อีกสักเพียะสองเพียะให้หายหมั่นไส้

“ท่านแม่ ข้าเจ็บไปหมดแล้ว”

“มานี่ข้ายังไม่ชำระความเรื่องเมื่อภพก่อนเลย”

“เกี่ยวอะไรกับกับภพก่อน ภพนี้ข้าเป็นลูกท่านนะ”

เสียงดังออกมาถึงนอกชานเรือน เฟยเยี่ยและองครักษ์จงหลุนมองหน้ากันก่อนจะส่ายหน้าแล้วกลับหลังหัน

“ไปดื่มสุรากับข้าก่อน”

องครักษ์จงหลุนพยักหน้า เดินไปยังเก้าอี้หินประจำตำแหน่ง สองบุรุษร่วมดื่มสุรามองดวงจันทร์บนฟ้า ดูเหมือนเหตุการณ์ครั้งนี้จะนำพาเรื่องต่าง ๆ มาอย่างไม่รู้จบ

รถม้าสองคันจอดเทียบอยู่ทางประตูตะวันออก บุตรชายคนโตยืนอยู่ตรงหน้านาง ดวงตาของเขาสงบนิ่งกว่าปกติ นี่เป็นครั้งแรกในภพนี้ที่เขาออกจากเมืองหลวนอิง

“ท่านแม่ไม่ต้องกังวล มีข้ามีจงหลุนอยู่ พวกน้อง ๆ จะต้องปลอดภัย”

นางก็หวังเช่นนั้น หากนางไปได้ก็คงไปแล้ว ติดที่ตอนนี้มีเจ้าก้อนแป้งอยู่ในท้อง

“จำเอาไว้ จะทำการสิ่งใดก็คิดหน้าคิดหลังให้ดีเสียก่อน แม่ไม่อยากให้เจ้าต้องเป็นอะไรไปอีกคน”

คนกังวลมองไปด้านหลัง ถ้ามีจงหลุน อีกฝ่ายย่อมไม่ยอมให้ฟงลี่เป็นอันตรายแน่ นางดึงบุตรชายเข้ามากอดไว้แน่น ถึงจะทะเลาะกันวันละสามครั้ง แต่นางก็รักบุตรชายคนโตคนนี้ไม่แพ้ใคร

ฟงลี่ตบหลังปลอบคนในอ้อมอก ปล่อยให้มารดาทำใจสักพักก่อนจะขึ้นรถม้าเพื่อออกเดินทาง ฟงลี่โบกมือลา กระทั่งรถม้าลับสายตานางก็ยังยืนอยู่ที่เดิม

นางลืมอะไร ลืมใครไปหรือไม่ เหนียงไป๋หันมองรอบตัวก่อนเงยหน้ามองสามี “ฉางเออร์ไปไหน?”

สามีมองไปทางรถม้าทำให้เหนียงไป๋ตาโต พูดอย่างรวดเร็ว “อย่าบอกนะว่านาง”

“เป็นเช่นนั้น” เพียะ! มือบางตีสามีต่อหน้าชาวบ้านทั้งหลายเสียงไม่เบา เรียกสายตาทุกคนให้หันมามอง นับวันนางยิ่งมือหนักขึ้นเรื่อย ๆ แต่แขนเขาก็ทนทานตามแรงมือของนางเช่นกัน

“เจ้าควรปล่อยวางเสียบ้าง ยังไงนางก็ต้องมีชีวิตของตนเอง”

มีชีวิตของตนเองหรือ เหนียงไป๋ถอนใจ

“บุรุษเช่นนั้นไม่เหมาะกับนาง”

“เรื่องความรักไม่ใช่เรื่องที่คนอื่นจะมาตัดสิน เจ้าจำได้หรือไม่ว่าพวกเราเจอกันแบบไหน”

ถ้าจะเท้าความเรื่องนี้คงต้องคุยกันยาว ตอนนางเจอเขาครั้งแรกก็ใช่ว่าจะดี เพราะเขาเป็นปีศาจ แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นแมวตัวโตที่ไม่ยอมให้นางเดินเสียแล้ว

คนอุ้มภรรยาเข้าจวนไม่สนใจว่าจะมีชาวบ้านที่ยืนอยู่ ทุกคน

อมยิ้มส่ายหน้า หันไปทำงานต่อเพราะภาพนี้ชินตาอยู่ทุกวัน

เหนียงไป๋ที่ใบหน้าอยู่บนบ่าสามีมองถนนที่เจริญรุ่งเรืองขึ้นในช่วงสิบปีมานี้ เวลานี้เหมาะกับสำหรับการพักผ่อนอย่างแท้จริง

“ท่านพี่ ข้าได้ยินมาว่าทะเลเจี่ยลู่ตอนนี้บรรยากาศกำลังสบาย ยังไงช่วงนี้ที่เด็ก ๆ ไม่อยู่ พวกเราไปพักที่นั่นสักเดือนสองเดือนดีหรือไม่”

คนหาเรื่องอู้งานถูกวางลงแล้ว ในขณะที่คนได้ยินอีกคนถึงกับเงยหน้ามอง ราชครูตงเฉียนกระแอมในลำคอ

“พวกท่านจะทิ้งกระหม่อมอีกแล้ว”

เหนียงไป๋หันไปยิ้มแล้วตอบ “ตอนนี้ไม่มีเรื่องใดต้องกังวล บ้านเมืองสงบร่มเย็น ลูกข้าก็ไม่อยู่ ข้าจะพักบ้างย่อมไม่ใช่เรื่องไม่ดี”

“เจ้าไม่ห่วงลูกเจ้าแล้วหรือ” คนเป็นสามีมองเหนียงไป๋เดินไปหยิบน้ำชาดื่ม

“อันที่จริงมาคิด ๆ ดูแล้ว สิบปีที่ผ่านมาข้าสั่งสอนบุตรสองคนไม่ใช่น้อย คิดว่าพวกเขาคงเอาตัวรอดได้แน่”

บุตรชายไม่ห่วงเท่าไร ห่วงก็แต่บุตรสาว เฟยเยี่ยนั่งลงข้างนาง

“ข้าเป็นห่วงเหนียงซิน”

เหนียงไป๋มองสามีแล้วยิ้ม “นางเป็นคนเดียวที่ข้าไม่ห่วง”

เฟยหวางอี้ค่อนข้างสุขุมเจ้าแผนการ ซึ่งนางคิดว่าบุตรชายคนนี้จะแข็งแกร่งขึ้นเมื่อได้เผชิญโลกภายนอกอย่างแท้จริง

“เหตุใดเจ้าไม่ห่วงนาง”

คนเป็นภรรยาชี้นิ้วมาที่ตัวเอง

“พวกท่านบอกว่านางเหมือนคนที่คลอดออกมาไม่ใช่หรือ” ใช่ว่านางไม่เคยได้ยินคำที่พวกเขานินทาเสียหน่อย

“หากนางเหมือนข้า ข้าเชื่อว่าจะไม่มีใครทำอะไรนางได้”

เฟยเยี่ยมองเหนียงไป๋ หรือเขาจะไม่ต้องเป็นห่วงจริง ๆ ถ้าเช่นนั้น “งั้นเจ้าจะไปเมื่อใด”

เหนียงไป๋ยิ้ม “พรุ่งนี้”

คนเป็นสามีพยักหน้า ไม่มองคนด้านหลังที่เป็นลมอยู่กับกองเอกสารโดยมีเหล่าบ่าวรับใช้คอยโบกพัด

บ่าวรับใช้หันมองคู่สองสามีภรรยาที่ตอนนี้ประคองกันเข้าห้องไปแล้ว ปล่อยให้ท่านราชครูเป็นลมล้มพับรอบสอง สาวใช้หัวเราะขำ หลายปีที่ผ่านมาเขายังไม่ชินอีกหรือ

“ท่านราชครู น้ำชาเจ้าค่ะ”

ราชครูตงเฉียนลืมตาขึ้นมองบ่าวรับใช้ตรงหน้า

“เจ้าเป็นใคร”

“เสี่ยวม่านเจ้าค่ะ” เสี่ยวม่านไหน เหตุใดจึงได้ชื่อเหมือนเจ้าแมวตัวนั้นในภพก่อน

“พระชายาให้บ่าวมารับใช้ท่านราชครูเจ้าค่ะ”

คนที่ตาพร่ามัวพยายามเพ่ง ดื่มน้ำชาไปสองจอกความวิงเวียนก็หายไปสิ้น สายตากลับมาแจ่มชัด เมื่อเห็นคนตรงหน้าชัดเจนขึ้นก็พบว่านางช่างเหมือนกับ

“ฮูหยิน”

เสี่ยวม่านทำหน้าสงสัย มองซ้ายมองขวา “ท่านราชครูว่าเช่นไรนะ

เจ้าคะ”

เขายกมือขึ้นจับคางอีกฝ่ายเอนซ้ายเอียงขวา ก่อนจะมองหน้าตรงอีกรอบ นางไปหาสตรีที่เหมือนภรรยาเขามาจากไหนกัน

“ท่านราชครูไม่พอใจข้าน้อยหรือเจ้าคะ”

เขามองเด็กสาวตรงหน้าแล้วถอนใจอีกครั้ง

“ข้ารู้สึกไม่ค่อยดี เจ้าช่วยประคองข้าเข้าห้องหน่อย” มือเล็กจับจูงท่านราชครูตงเฉียนเข้าห้อง ประตูปิดลง แต่คนถูกประคองยังจับมือนางไว้

“ต่อไปเจ้าก็มาอยู่ข้างกายข้า ไม่ต้องไปทำงานอื่นแล้ว”

สีหน้าแววตาเสี่ยวม่านแสดงถึงความแปลกใจก่อนจะถูกท่านราชครูตงเฉียนวางลงบนเตียง “หลายสิบปีที่ผ่านมา ในใจข้ามีเพียงฮูหยิน แต่ตอนนี้ข้าตระหนักแล้วว่าการต้องอยู่ลำพังโดยไร้ซึ่งหัวใจหาใช่จะเป็นเรื่องดี นางคงคิดแบบนี้ถึงได้ส่งเจ้ามาให้ข้า”

นางที่ว่าก็คือเหนียงไป๋ตัวดีที่ยังคิดหาสตรีหน้าตาเหมือนภรรยาเขามาให้

“บ่าวไม่เข้าใจ”

“ภรรยาของข้าจะอยู่ในใจข้าตลอดไป ส่วนเจ้านับแต่นี้จะมาทำหน้าที่ภรรยาแทนนาง”

ดวงใจเสี่ยวม่านสั่นไหว เขาบอกว่าจะไม่มีวันลืมภรรยา นางจะมีสิทธิ์ที่ได้ครอบครองหัวใจเขาหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับตัวนางเองแล้ว

เสี่ยวม่านก้มหน้ารับคำ “เจ้าค่ะบ่าวยินดี”

“ต่อไปเจ้าไม่ใช่บ่าว แต่เป็นฮูหยินเอกของข้าเพียงผู้เดียว”

คนก้มหน้าเงยขึ้นมองอย่างไม่อย่างเชื่อสายตาก่อนจะได้รับจูบจากอีกฝ่าย คิดว่าคราวนี้ท่านราชครูตงเฉียนคงอยากให้พวกเขาไปเที่ยวนานกว่าเดิมเป็นแน่

คนเจ้าแผนการหัวเราะหลังจากเล่าเรื่องเสี่ยวม่านให้สามีฟัง “เจ้ามั่วแต่ยุ่งเรื่องของคนอื่น ควรจะยุ่งเรื่องตัวเองเสียบ้าง”

มือหนายังคงวนเวียนอยู่บนหน้าท้องเปลือยเปล่าที่นูนขึ้นมาเล็กน้อย

“คราวนี้จะเป็นหญิงหรือชายกันนะ”

“ข้าอยากได้หญิง มีชายสองแล้วหญิงอีกสักคนจะพอเหมาะ”

สามีเงยหน้ามองนาง “หากเป็นหญิงแล้วเหมือนเจ้าอีก จวนจะไม่วุ่นวายกว่าเดิมหรอกหรือ”

เหนียงไป๋ยกมือขึ้นแตะใบหน้าสามี “สามีเจ้าคะ การมีสตรีเช่นข้าอยู่ไม่ดีอย่างไร”

“ไม่ใช่ว่าไม่ดี แต่ข้าเป็นห่วงบุรุษในใต้หล้าต่างหาก”

คิดถึงคนที่จับตัวนางไป เขานึกไม่ออกเลยว่าตอนนี้จะมีสภาพอย่างไร มือหนาดึงร่างภรรยาเข้ามากอดไว้แน่นก่อนจะเริ่มบรรเลงเพลงรักอีกรอบ “คราวนี้เจ้าควรจะทำหน้าที่เสียบาง”

“ไม่เอา ท่านทำให้ข้าตั้งครรภ์อีกรอบ ข้าจะไม่ปรนนิบัติท่านอีก”

“อย่างนั้นก็มาดูกันว่าเจ้าจะทนได้สักกี่น้ำ”

คนอยู่ใต้ร่างเงยหน้าขึ้นรับจูบอันแสนหวานจากสามีก่อนมันจะแปรเปลี่ยนเป็นนรกเพลิงที่เผาผลาญร่างกายไม่รู้จบ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ถูกทิ้งโดยอัลฟ่า หันไปแต่งกับศัตรู
9.3
เมื่อถูกศัตรูจับตัวไป อัลฟ่าผู้เป็นคนรักกลับเลือกทิ้งฉันไว้เบื้องหลังเพื่ออยู่กับคู่แท้ของเขาอย่างไม่ใยดี คำพูดที่ไร้หัวใจส่งผ่านสายโทรศัพท์กลายเป็นจุดเปลี่ยนชีวิตท่ามกลางความตายที่คืบคลานเข้ามา ฉันจำต้องอ้อนวอนร้องขอชีวิตจากอัลฟ่าฝ่ายศัตรูพร้อมยอมศิโรราบทุกอย่างเพื่อความอยู่รอด ทว่าในวันที่อดีตคนรักคิดจะกลับมาทวงฉันคืน ทุกอย่างก็สายไปเสียแล้ว เพราะตอนนี้ฉันได้กลายเป็นสมบัติของศัตรูผู้โหดเหี้ยมที่ไม่มีวันปล่อยให้ฉันกลับไปหาเขาอีกต่อไป
หน้าปกนวนิยาย บำเรอรักพยัคฆ์ทมิฬ
9.2
ชีคมาลิก เจ้าของฉายาเสือดำแห่งนามีรุน กำลังตกอยู่ในบ่วงปรารถนาที่ยากจะถอนตัว เมื่อเขาต้องการครอบครองเนตรดารา หญิงสาวผู้ที่เงินตราไม่อาจซื้อได้ง่ายๆ หากข้อเสนอไม่น่าสนใจพอ ท่ามกลางความขัดแย้งในราชวงศ์ที่มองว่าเขาเป็นเพียงแกะดำ มาลิกจึงต้องพิสูจน์เกียรติยศและสายเลือดนักล่าของตนเองว่าเสือย่อมเป็นเสือวันยังค่ำ การเจรจาเพื่อดึงเธอเข้าสู่ฮาเร็มจึงกลายเป็นเกมเดิมพันที่เต็มไปด้วยชั้นเชิงของความรักและการพิสูจน์ตัวตนอันเข้มข้น
หน้าปกนวนิยาย คู่หมั้นที่ทิ้งเธอให้ตาย
8.0
ท่ามกลางพายุหิมะอันโหดร้าย ฉันถูกคู่หมั้นทรยศอย่างเลือดเย็นด้วยการมอบอุปกรณ์รอดชีวิตที่เป็นผลงานทั้งชีวิตของฉันให้แก่หญิงคนใหม่ของเขา เขาปล้นโทรศัพท์ดาวเทียมและผลักฉันลงหลุมหิมะให้ตายทั้งเป็น ขณะที่ชู้รักของเขายิ้มเยาะพร้อมทำลายชุดกันหนาวชุดสุดท้ายของฉันทิ้งอย่างไร้ความปราณี พวกเขาจากไปโดยทิ้งฉันไว้กับความหนาวเหน็บที่กัดกินกระดูก ทว่าสิ่งที่พวกเขาไม่รู้คือฉันได้ซ่อนสัญญาณลับไว้ในแขนเสื้อ และฉันได้รวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายเพื่อเปิดใช้งานมันเพื่อโอกาสในการรอดชีวิต
หน้าปกนวนิยาย พระชายาสารพัดพิษ
8.3
บุตรีสายตรงจวนเสนาบดีผู้เคยอ่อนโยนกลับต้องจบชีวิตอย่างอนาถพร้อมลูกในท้อง หลังถูกคนรักหักหลังและครอบครัวทรยศจนสิ้นตระกูล เมื่อได้รับโอกาสเกิดใหม่ในวัยสิบสี่ปี นางจึงละทิ้งความเมตตาและลุกขึ้นมาทวงแค้น ป้าที่หวังอำนาจ น้องสาวจอมฉวยโอกาส และอดีตสามีโฉดจักต้องพินาศด้วยน้ำมือของนาง ทว่าท่ามกลางเพลิงแค้นที่นางก่อเพื่อเปลี่ยนโชคชะตา กลับมีบุรุษลึกลับก้าวเข้ามาเสนอตัวช่วยเหลือในสงครามประสาทครั้งนี้อย่างไม่คาดคิด
หน้าปกนวนิยาย ข้ามเวลามาสู้ชีวิต
8.2
รลินศัลยแพทย์สาววัย 27 ปีผู้เปี่ยมพรสวรรค์และเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในความสามารถด้านการรักษาทั้งแผนปัจจุบันและแผนจีนที่เชี่ยวชาญเรื่องพิษเป็นพิเศษ ทว่าภายใต้ภาพลักษณ์คุณหมอคนสวยที่ทุกคนชื่นชม เธอซ่อนความลับสุดอันตรายในฐานะนักฆ่าระดับพระกาฬขององค์กรใต้ดิน รลินถูกฝึกฝนให้แทรกซึมและสวมบทบาทในทุกสาขาอาชีพอย่างแนบเนียนเพื่อทำภารกิจที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จ ชีวิตสองด้านที่ต่างกันสุดขั้วทำให้เธอต้องเผชิญกับอุปสรรคและการต่อสู้ที่คาดไม่ถึง
หน้าปกนวนิยาย กรงรักราชาโจร
9.1
จัสซีเนียต้องกลายเป็นแพะรับบาปในกรงขังแห่งความแค้น เมื่อจาห์มาล์ ราชาโจรผู้เหี้ยมโหดจับตัวเธอมาลงทัณฑ์แทนความผิดที่พี่ชายและพ่อของเธอเป็นคนก่อ ท่ามกลางทะเลทรายอันห่างไกล หัวใจของเธอถูกย่ำยีอย่างทารุณด้วยแรงอาฆาตและราคะที่คุกรุ่น แม้เธอจะเพรียกหาความเมตตา แต่จอมโจรไร้หัวใจกลับเมินเฉยต่อความเจ็บปวดนั้น พร้อมมอบบทเรียนแสนป่าเถื่อนที่เผาไหม้ร่างเธอทั้งเป็นในฐานะเชลยไร้ค่าที่ต้องชดใช้หนี้แค้นด้วยพรหมจรรย์และหยาดน้ำตาอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้