ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เล่ห์บุรินทร์

เล่ห์บุรินทร์

บุรินทร์เคยสูญเสียทุกอย่างรวมถึงพ่อแม่จากความล้มเหลวทางธุรกิจ ทว่าเขาสู้จนกลับมายิ่งใหญ่ได้อีกครั้ง แต่แล้วเส้นทางเศรษฐีหนุ่มกลับถูกขัดขวางจนเกือบเสียหลัก เขาเริ่มระแวงว่าสาริศา หญิงสาวแสนซื่อที่เขาตกหลุมรักตั้งแต่แรกเห็น จะเป็นเพียงหมากอีกตัวที่ศัตรูส่งมาทำลายเขา แม้จะให้เธอเข้าบ้านในฐานะภรรยาเพื่อคอยดูแลความเรียบร้อยและทำอาหารให้ แต่ความลับที่ซ่อนอยู่หลังภาพลักษณ์ไร้พิษสงของเธอก็ยังเป็นปริศนาที่เขาต้องหาคำตอบให้ได้ว่าเธอคือรักแท้หรือแผนร้ายกันแน่
ตอน
แชร์

ตอน 2

“ทางนี้หมอก”

สรสิชมีท่าทียิ้มแย้มดีใจมากขึ้น เมื่อชายร่างสูงคนนั้นเดินมาจนถึงตรงที่สองพ่อลูกยืนอยู่ เขายกมือไหว้บิดาของเธอด้วยกิริยาอย่างที่คนอาวุโสน้อยกว่าควรทำ ดูไว้ตัวระดับหนึ่ง ถึงอย่างนั้นก็ยังสร้างความพึงใจให้สรสิชไม่น้อย

“สวัสดีครับอาสิช”

“ซิน ลูกสาวอา ที่เคยคุยให้ฟังบ่อย ๆ ไง”

เขาละสายตาจากสรสิชมาสบตากับเธอชั่วขณะ เป็นจังหวะเดียวกันกับเธอเงยหน้ามองเขาพอดี ถึงได้พบว่าชายคนที่บิดารอคอยมีดวงตาสีดำสนิท ประกายตากร้าวแกร่งคล้ายไม่หวั่นเกรงผู้ใด คิ้วเข้มพาดเฉียงเรียงตัวเป็นระเบียบ ยิ่งส่งให้ใบหน้าเข้มดูดุดันมากยิ่งขึ้น

เขาเอ่ยตอบ แบบที่สาริศาพอจะฟังออกว่าอีกฝ่ายไม่ได้รู้สึกชื่นชมอย่างที่ปากว่า “ไม่แปลกใจแล้วครับที่บริษัทของอาสิชจะทำกำไรได้เกินคาดขนาดนั้น มีลูกสาวคนเก่งคอยช่วยงานนี่เอง”

“อาไม่ได้อวยลูกสาวของตัวเองนะ แต่น้องซินนี่หัวไว ฉลาด ได้เลือดอามาเต็ม ๆ เลย บางครั้งก็แอบมีลูกไม้ลูกเล่นหน่อย ๆ ด้วยนะ อันหลังนี่คงไม่ใช่นิสัยอาหรอก สงสัยจะได้มาจากทางแม่เขา”

“ผู้หญิงเก่งก็ต้องรู้จักมีลูกไม้ลูกเล่นทั้งนั้นแหละครับ... ใช่ไหม”

ท้ายประโยคเขาถามเธอ น้ำเสียงและแววตาที่มองมาทำสาริศาหน้าร้อนฉ่า ชาวาบไปถึงใบหู รู้สึกเหมือนถูกว่ามากกว่าถูกชมอย่างไรก็ไม่รู้ เธอเองก็บอกไม่ถูก เม้มปากเบา ๆ นึกขุ่นใจ แอบคิดไปไกลว่าเขากำลังโยงถึงเรื่องแย่งที่จอดรถก่อนหน้านี้

ก็เธอกลัวไม่ทันเวลาที่บิดานัดเอาไว้นี่ พอเห็นตรงไหนว่างก็เสียบเลย ไม่ทันมองด้วยซ้ำว่ามีใครกำลังจะเข้าจอดหรือเปล่า ถ้าไม่เร่งด่วนจริง ๆ คนอย่างสาริศาไม่ทำหรอก ปกติเธอมีมารยาทออกจะตายไป

บอกตัวเองว่าอย่าคิดมาก เขาอาจไม่ได้โยงเข้าเรื่องที่จอดรถก็เป็นได้ ถึงคิด นั่นมันก็แค่ที่จอดรถ และที่ตรงนั้นไม่ใช่ที่ของใคร จังหวะเป็นของคนที่ไวกว่าเสมอ บิดาสอนเธอแบบนี้ทุกครั้ง

“ยังต้องเรียนรู้อะไรอีกเยอะ” สรสิชยื่นมือมาบีบไหล่เธอเบา ๆ ชวนชายอ่อนวัยกว่ารำลึกถึงความหลัง “ตอนหมอกกลับมาช่วงปิดเทอม อายังเคยพาน้องไปเล่นที่บ้านสวนเลย เคยเจอกันอยู่นะ”

บุรินทร์ยิ้มอีกครั้ง บอกไปตามตรงว่า “สารภาพเลยครับว่าผมจำไม่ได้”

ได้คำตอบไม่โดนใจนัก สรสิชเกิดอาการเคืองเล็กน้อย กระนั้นก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกไป มองซ้ายทีขวาที แล้วเอ่ยถามอีกฝ่ายต่อ “หมอกมาคนเดียวหรืองานนี้”

“ครับ” เขาตอบรับสั้น ๆ คล้ายกับเป็นลักษณะนิสัยของเขา

สรสิชคุยเสียเยอะ ครู่ใหญ่ก็ค่อยออกปากฝากบุตรสาวให้อยู่ตรงนี้ด้วยคน ส่วนตนเองขอไปทักทายแขกผู้ใหญ่กลุ่มสำคัญที่เดินเข้างานมาทางด้านโน้นพอดี สาริศายืนมองแผ่นหลังของบิดาที่จากไปแบบเงียบ ๆ เธอเคยออกงานกับบิดาอยู่บ่อยครั้ง แต่ไม่มีครั้งไหนอึดอัดใจได้เท่ากับครั้งนี้เลย ให้ตายเถอะ

พยายามไม่ก้มหน้าอย่างที่บิดาย้ำ มองไปรอบ ๆ ยิ้มทักทายกับผู้ใหญ่ท่านหนึ่งที่ผ่านหน้าไปพอดี ทางนั้นจากไปแล้วก็จำใจต้องหันกลับมาอยู่ในบรรยากาศแสนอึมครึมกับเขา

เสียงทุ้มเอ่ยถามแทรกเสียงดนตรีที่คลอเบาภายในงาน “เครื่องดื่มไหม”

สาริศาหันมอง แต่ไม่ได้ตอบรับ เธอยื่นมือออกไปหยิบแก้วจากบริกรด้วยตัวเอง ไม่ใช่เพราะจำที่ครูสอนได้ว่าสาวมาดมั่นต้องไม่พึ่งพาพวกผู้ชาย มันเป็นการสร้างเสน่ห์อย่างหนึ่ง

เธอไม่ได้อยากสร้างเสน่ห์กับผู้ชายคนนี้ แต่ที่หยิบเองเพราะไม่อยากพึ่งพา แล้วก็ไม่อยากพูดจาพาทีเสวนาใด ๆ กับเขาเลยต่างหากเล่า

“เพิ่งเรียนจบหรือ” เขาถามสั้น ๆ

สาริศายิ้มก่อนตอบกลับสั้น ๆ เช่นกันว่า “ค่ะ”

“อาสิชชมลูกสาวให้ฟังบ่อย”

เรื่องนี้เธอพอรู้อยู่บ้าง ว่าบิดามักนำเธอไปเป็นหัวข้อสนทนา คุยกับใครต่อใครล้วนแล้วแต่กล่าวอวย ชื่นชมอยู่บ่อย ๆ เลยตอบเขากลับไปว่า “คุณพ่อก็ชมคุณให้ฟังเหมือนกันค่ะ”

“ว่ายังไง” เสียงของเขาทุ้มละมุนหูดี

สาริศาฟังเพลิน จนเห็นว่าเขามองมาที่เธอเหมือนกับรอคอยอะไรอยู่ ทวนถามกลับว่า “คะ?”

“ก็ที่อาสิชชม ท่านว่ายังไง”

ตาบ้าเอ๊ย สาริศาได้แต่ร้องครวญอยู่ในใจ ก็ไหนครูแจมบอกว่าเวลาใครเอ่ยชม ให้หาโอกาสชมกลับไปอย่างไรเล่า เธอก็เลยชมเขากลับ แต่สมาธิของเธอมันคงแกว่งไปแกว่งมา เลยตามไม่ทัน ไม่คิดด้วยละ ว่าอีกฝ่ายจะถามอย่างกับรู้แกวเธอแบบนี้

“ก็…” ชักจะไปไม่เป็น สาริศาอึกอักเล็กน้อย

แว่วเสียงเขาพึมพำคล้ายกับสอนว่า “ยังต้องฝึกอีกเยอะ”

ทำมาสอนคนอื่น เก่งตายล่ะ ถ้าเก่งจริง เธอต้องคุ้นหน้าค่าตาเขาบ้างสิ นี่คนเก่งคนดังแบบไหนกัน ไม่เห็นเคยเป็นข่าวเลย ไม่เคยจะคุ้นหน้า ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าชื่ออะไร ได้ยินแต่บิดาเรียกเขาว่า ‘หมอก’

แล้วก็ค่อยหายใจหายคอโล่งขึ้น เมื่อเห็นบิดาเดินกลับมาแล้ว

สรสิชถามยิ้ม ๆ “คุยอะไรหรือ ท่าทางถูกคอกันแล้วนี่”

“แลกเปลี่ยนแนวคิดเรื่องธุรกิจน่ะครับ” คนตอบก็ยิ้มเช่นกัน แต่หาใช่รอยยิ้มแบบเดียวกับบิดาของเธอไม่

สาริศายืนรวมกลุ่มตรงนั้นเป็นนาน จนงานเริ่มได้ครู่เดียว บิดาของเธอก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ขมวดคิ้วเล็กน้อย หันมาแตะแขนบุรินทร์

“อารับสายสักครู่นะ”

สาริศามองตามจนท่านลับหายจากประตูไป ก็ค่อยหันกลับมา พบว่ามีคนมากหน้าหลายตาแวะเวียนมาคุยกับเขา จนผ่านไปห้านาทีเห็นจะได้ บิดาของเธอเดินหน้าเคร่งเข้ามาในงานอีกครั้ง ท่านตรงมาที่เธอ บอกว่าจะกลับ

สาริศาได้ยินก็โล่งใจ มองหาบริกรเพื่อให้มารับแก้วในมือ แต่แล้วสรสิช

กลับเอ่ยว่า “อาต้องเอารถน้องไปธุระ พอดีว่ารถอา คนขับเอาไปชนท้ายกับคู่กรณี กว่าจะเคลียร์ทางนั้น กว่าจะมาถึง อาคงไปไม่ทันนัดกันพอดี อาวานหมอกที รบกวนพาน้องติดรถไปด้วยได้ไหม บ้านอาน่ะทางผ่านหมอกอยู่นะ”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย รอยรักพญามาร
8.9
ลุคส์ อัลเบอร์ทีน นักธุรกิจผู้เย็นชา วางแผนจับตัวหลานสาวของคนทรยศเพื่อทวงคืนความลับที่ถูกขโมยไป ทว่า ปรางค์ปรียา กลับยอมเสี่ยงชีวิตสลับตัวเป็นตัวประกันแทนเพื่อนสนิท โดยหวังว่าเขาจะปล่อยเธอไปเมื่อรู้ความจริง แต่เธอกลับคาดการณ์ผิด เมื่อพญามารอย่างเขาเลือกใช้เธอเป็นที่ระบายความแค้นอย่างเร่าร้อน แม้ในวันที่เธอได้รับอิสรภาพ เขากลับฝากพันธนาการสายเลือดไว้ในครรภ์โดยไม่ตั้งใจ กลายเป็นโซ่ตรวนที่ผูกมัดเธอไว้กับเขาไปตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย รักแท้ในคืนหลอกลวง
8.7
ซ่งหยุนหยุนต้องเผชิญกับความอัปยศในวันวิวาห์ เมื่อเจ้าบ่าวของเธอไม่ยอมปรากฏตัวออกมาเลยแม้แต่น้อย ด้วยความโกรธแค้นและต้องการประชดประชันโชคชะตา เธอจึงตัดสินใจมอบความสาวให้กับชายแปลกหน้าคนหนึ่งในคืนเข้าหอแทน ทว่าการตัดสินใจเพียงชั่ววูบนั้นกลับเปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาล เมื่อชายหนุ่มลึกลับคนดังกล่าวไม่ยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ และเริ่มติดตามความเคลื่อนไหวของเธออย่างใกล้ชิดนับตั้งแต่วินาทีนั้นเป็นต้นไป
หน้าปกนวนิยาย ประกาศหาแฟน
9.3
เมื่อเหวินหญ่าถูกคู่หมั้นและแม่เลี้ยงทรยศเพื่อฮุบสมบัติ เธอจึงจ้างชายหนุ่มสุดหล่อมาฉีกหน้าพวกเขาในงานหมั้นเพื่อล้างแค้น เธอเข้าใจผิดว่าเขาเป็นเพียงคนจนที่เห็นแก่เงิน แต่แท้จริงแล้วหมิ่นซือหางคือมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลที่คอยหนุนหลังเธออย่างลับๆ จนโชคชะตาของเธอเปลี่ยนไปอย่างน่าอัศจรรย์ แม้จะจบงานเขากลับไม่ยอมจากไปพร้อมประกาศสิทธิ์ความเป็นเจ้าของ ก่อนที่เธอจะพบความจริงที่คาดไม่ถึงว่าแท้จริงแล้วเขาคือชายแปลกหน้าผู้พรากพรหมจรรย์ของเธอไปในคืนนั้น
หน้าปกนวนิยาย เจ้าหญิงน้อยของพี่ๆ ทั้งสาม
9.8
ซูหลีถูกตระกูลซูขับไล่หลังความจริงเปิดเผยว่าเธอไม่ใช่ลูกแท้ๆ จนต้องกลับไปหาครอบครัวชาวนาตามคำดูถูก แต่เธอกลับพบว่าพ่อแม่ที่แท้จริงคือตระกูลลั่วมหาเศรษฐีอันดับหนึ่ง พี่ชายทั้งสามที่เป็นผู้ทรงอิทธิพลระดับโลกต่างทิ้งทุกอย่างเพื่อมาปกป้องน้องสาวที่รัก ขณะที่ตระกูลซูและอดีตคู่หมั้นต่างเสียดายในภายหลัง ซูหลีกลับกลายเป็นดาวเด่นของสังคมชั้นสูงเมื่อตระกูลชือผู้ทรงอำนาจสูงสุดในกองทัพเรือก้าวเข้ามาเสนอการแต่งงานที่สั่นสะเทือนไปทั้งเมืองจิง
หน้าปกนวนิยาย เมียขายฝาก
9.7
เมื่อความผิดพลาดนำไปสู่ความสัมพันธ์อันขมขื่น ใบฟางต้องกลายเป็นเมียขายฝากเพื่อชดใช้หนี้พนันที่แฟนเก่าก่อไว้กับปางภู นักเขียนหนุ่มมหาเศรษฐีผู้หยิ่งยโส เขาใช้เล่ห์เหลี่ยมวางกับดักจนเธอไม่อาจหนีพ้น การตกเป็นเครื่องมือในเกมเดิมพันครั้งนี้สร้างความเจ็บปวดให้เธออย่างแสนสาหัส แม้ใจจะเต็มไปด้วยความแค้นที่เขาพรากศักดิ์ศรีไป แต่เธอกลับต้องติดกับดักเสน่ห์ที่ปะปนด้วยความร้ายกาจและอ่อนหวานในคืนที่ความสัมพันธ์ลึกซึ้งเริ่มต้นขึ้นจนยากจะถอนตัว
หน้าปกนวนิยาย แด๊ดดี้หนูเป็นซีอีโอ
8.9
เฉี่ยนซีตื่นมาด้วยความรู้สึกผิดหลังถูกคนใกล้ชิดหักหลังจนเผลอมีความสัมพันธ์ข้ามคืนกับชายแปลกหน้า แต่ความหล่อเหลาของเขาทำให้เธอเปลี่ยนความรู้สึกเป็นความอายและตัดสินใจทิ้งเงินไว้ให้ก่อนจะหนีไป เจ๋อข่ายที่เป็นซีอีโอหนุ่มรู้สึกโกรธจัดที่ถูกปฏิบัติเหมือนชายขายบริการ เขาจึงสั่งให้ผู้ช่วยเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อตามหาตัวหญิงสาวรายนี้มาสั่งสอนให้เข็ดหลาบที่กล้ามาหยามเกียรติเขา เรื่องราวความวุ่นวายระหว่างเขากับเธอกำลังจะเริ่มต้นขึ้น