
หัวใจซ่อนรัก
ตอน 3
“พอก่อนครับคุณแม่ ผมว่านี่คงไม่ใช่การแนะนำให้รู้จักกันธรรมดาหรอกมั้งครับ เหมือนคุณแม่อยากได้เธอมาเป็นลูกสะใภ้” ขัตติยะคาดเดาเสียงอ่อน
“ก็เออน่ะสิ” คุณนายสมรยอมรับหน้าตาย
“นิสัยจะดีและน่ารักจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้” ชายหนุ่มบ่นขึ้นลอยๆ
“น่ารักสิแม่เคยเจอน้องมาแล้วครั้งหนึ่ง”
“ก็แค่ครั้งเดียวแสดงละครตบตาหรือเปล่าก็ไม่รู้”
“แล้วแกจะเอายังไง คนโน้นก็ไม่ดีคนนี้ก็ไม่เอา เอ๊ะ! หรือว่าแกเป็นเกย์ห๊าตาเก่ง” คุณนายสมรมองลูกชายอย่างคาดคั้น
“เฮ้ย! จะบ้ากันไปใหญ่แล้ว ผมผู้ชายทั้งแท่งนะครับแม่” ขัตติยะปฏิเสธหน้าตาตื่น ไม่คิดว่าคนเป็นแม่จะคิดไปไกลขนาดนี้
“ไม่ได้เป็นเกย์ งั้นอย่าบอกน่ะว่าแกมีแฟนแล้ว”
เมื่อได้ยินการคาดเดาต่อมาของคนเป็นแม่ ขัตติยะนิ่งคิดเล็กน้อย ว่านี่เป็นการดีก็ได้ที่แม่เขาคิดอย่างนี้ ก่อนจะรับสมอ้าง “ยอมรับก็ได้ครับ...เป็นอย่างแรกมากกว่า อย่างที่คุณแม่พูดมาแหละครับว่าผมมีแฟนแล้ว และคุณสมบัติของเธอตรงตามที่คุณแม่ต้องการเป๊ะ” คนถูกกล่าวหาว่าเป็นเกย์รีบปฏิเสธหน้าตาตื่นพร้อมกับแก้ข้อกล่าวหา โดยการรีบเออออห่อหมกไปตามการคาดเดาอย่างแรกของผู้เป็นแม่ทันที
“จริงเหรอ! แล้วทำไมไม่บอกตั้งแต่แรก ปล่อยให้แม่แอบเข้าใจผิดๆ”
“กะ...ก็ผมไม่คิดว่าแม่จะหาผู้หญิงให้ผมนี่ครับ กะว่าถ้าพร้อมแต่งเมื่อไหร่จะพามาเซอร์ไพรส์ทีเดียวเลย” พูดจบชายหนุ่มก็หัวเราะกลบเกลื่อน ภาวนาให้ผู้เป็นแม่เชื่อเรื่องโกหกที่เขาแต่งขึ้นแบบสดๆ ร้อนๆ และเลิกคิดเรื่องที่จะจับคู่ให้เขาด้วยเถิด
“แก่นี่มันน่าตีจริงๆ เลย เอาเป็นว่าเรื่องของแกกับหนูปาล์มแม่ตัดใจก็ได้ แต่เรื่องนัดกินข้าวสิ้นเดือนนี้ยังคงต้องมี และวันนั้นแกก็ต้องอยู่” คุณนายสมรกำชับ แม้จะเสียดายลูกสาวของเพื่อนสนิท แต่นางก็ไม่อยากจะเข้าไปบงการชีวิตของลูกชายมากมายนัก แค่รู้ว่ากำลังคบอยู่กับผู้หญิงดีๆ แค่นี้นางก็ดีใจแล้วละ
“คร๊าบบบ แล้วทีนี้ผมขอตัวขึ้นไปพักผ่อนได้หรือยังล่ะครับ”
“ยัง! เพราะแม่เพิ่งคิดอะไรดีๆ อย่างหนึ่งออกแล้วล่ะ คืองี้นะวันที่พวกเรานัดกินข้าวกันที่บ้าน มันก็ตรงกับวันอาทิตย์พอดี แม่ว่าวันนั้นแกน่าจะถือโอกาสเปิดตัวแฟนแกกับแม่และทุกคนไปเลยดีกว่านะ เพราะที่จริงเพื่อนของแม่คนนี้เขาก็หวังจะได้แกไปเป็นเขยเหมือนกัน ถ้ารู้ว่าแกมีแฟนแล้วเขาจะได้ตัดใจยังไงล่ะ นะตกลงตามนี้แล้วกัน”
“ห๊า! พามาเปิดตัว ผะ...ผมว่าไม่ดีมั้งครับ คือเธอต้องทำงานคงจะไม่ว่าง” ขัตติยะอุทานเสียงหลง เริ่มตระหนักแล้วว่าเขากำลังหาเรื่องใส่ตัวเองแล้วไหมล่ะ
“ก็แม่บอกแล้วไงว่าวันนั้นเป็นวันอาทิตย์”
“แต่ว่า...”
“หรือว่าเรื่องทั้งหมดที่เล่ามา มันเป็นเรื่องที่แกแต่งขึ้นเพื่อหลอกแม่เท่านั้นห๊า! แต่ที่จริงแล้วแกเป็นเกย์” คุณนายสมรหันมาหรี่ตามองลูกชาย ที่นั่งอยู่ข้างๆ อย่างจับผิด
“โธ่แม่…ผมมีแฟนแล้วจริงๆ...ก็ได้ๆ ครับ วันนั้นคุณแม่เตรียมตัวพบว่าที่ลูกสะใภ้ผู้เพียบพร้อมได้เลย” ขัตติยะครางออกมาอย่างอ่อนใจ เมื่อคนเป็นแม่พยายามจะยัดข้อหาให้เขาเสียเหลือเกิน
“โล่งอก...แล้วแม่จะรอ ที่จริงแกน่าจะพามาทำความรู้จักกับแม่ก่อนด้วยซ้ำนะ”
“โอ๊ย! ไม่ได้หรอกครับช่วงนี้เธอไม่ว่างเลย เอาเป็นวันนั้นแหละดีแล้วครับ” ขัตติยะรีบบอกปัดเป็นพัลวัน
“ก็ได้ รอมาได้ตั้งนาน รออีกสักนิดจะเป็นไรไป...แล้วนี่แกกินข้าวเช้ามาหรือยังล่ะ”
“ยังเลยครับ แม่โทรเรียกผมก็ตรงเข้าบ้านเลย”
“แม่ก็รอแกอยู่...งั้นก็ขึ้นไปอาบน้ำอาบท่าซะให้เรียบร้อย แล้วลงมาทานข้าวพร้อมกันนะ...เดี๋ยวแม่จะไปดูในครัวก่อนว่าต้องสั่งทำอะไรเพิ่มอีกหรือเปล่า”
“ครับ” ขัตติยะรับคำพลางเดินถอนหายใจขึ้นห้องด้วยท่าทีอ่อนระโหยโรยแรง เขายังคิดไม่ออกเลยว่าจะไปหาผู้หญิงที่ดีพร้อมทั้งกายและใจได้จากที่ไหน ถ้าญาตาวีผู้หญิงที่เขาเคยรักข้างเดียวมานานหลายปี ยังอยู่ก็ดีสิ จะได้ขอความช่วยเหลือ แต่น่าเสียดายมันเป็นไปไม่ได้ เพราะเธอแต่งงานและได้ย้ายไปอยู่บ้านสามีที่เป็นนักธุรกิจได้หลายปีแล้ว เหลือไว้ก็แต่ยายลิงทโมนเพื่อนรุ่นน้องคนสนิทของหญิงสาวอย่างพีรยาเอาไว้เท่านั้น และดูท่าจะไม่มีประโยชน์และช่วยเหลืออะไรเขาไม่ได้สักนิด
แต่ก็เอาเถอะ กว่าจะถึงวันนั้นก็เหลือเวลาอีกตั้งอาทิตย์กว่าๆ ฟ้าอาจจะเห็นใจดลบันดาลให้เขาเจอผู้หญิงดีๆ แบบที่ผู้เป็นแม่ต้องการสักคนก็ได้ หรือไม่ก็ระหว่างนี้เขาก็อาจจะเฟ้นหาเอาจากผู้หญิงในสังกัดดูว่าใครที่พอจะแสดงบทบาทอันแสนดีนี้ได้แนบเนียนบ้าง
คุณอาจจะชอบ





