หน้าปกนวนิยาย All about Youอุ่นไอรัก NC18++

All about Youอุ่นไอรัก NC18++

8.7 / 10.0
โชคชะตาเล่นตลกให้หมอไทม์ ศัลยแพทย์ผู้เย็นชาที่เคยสาบานว่าจะไม่มีวันรักใคร ต้องมาพบกับอัยย์วรินทร์ สาวน้อยผู้มองโลกในแง่ดี ความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนที่เริ่มต้นจากความเข้าใจผิดกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อความสดใสของเธอค่อยๆ หลอมละลายหัวใจน้ำแข็งของเขาลงอย่างสิ้นเชิง จากความตั้งใจเพียงแค่ความสัมพันธ์ชั่วคราวกลับกลายเป็นความผูกพันลึกซึ้งที่ผูกมัดทั้งสองไว้ด้วยกันตลอดไป ท่ามกลางความอบอุ่นที่เปลี่ยนแปลงชีวิตของคนทั้งคู่ไปตลอดกาล

All about Youอุ่นไอรัก NC18++ ตอนที่ 1

โรงพยาบาล N

ร่างสูงของธามไทเดินออกมาจากห้องผ่าตัดด้วยความเหนื่อยล้า วันนี้เขาทำหน้าที่ควงเวรผ่าตัดแทนหมอเพลิงกัลป์ ที่หนีไปสวีตกับภรรยาอย่างคุณพยาบาลลูกพีชที่กำลังงอนสามีขั้นสุด โดยทิ้งงานผ่าตัดเอาไว้ให้เขา ผู้ชายที่ยังโสดแต่ไม่ซิงทำเอาธามไทถอนหายใจแรง ๆ อย่างเหน็ดเหนื่อยตลอดการทำหน้าที่แทนเพื่อนที่ว่าง่าย ๆ ก็คือหนีงานไปง้อเมียนั่นแหละ

แต่ก็นะเรื่องแค่นี้สำหรับเพื่อนสนิทอย่างเพลิงกัลป์แล้ว เขาพร้อมที่จะช่วยเหลือเสมอ เพราะในยามที่เขาแฮงก์เอาต์จนไม่สามารถลุกขึ้นจากเตียงนอนมาทำงานได้ ก็ได้คุณหมอเพลิงกัลป์ที่กำลังนอนกอดเมียในวันหยุดนี่แหละ ที่ต้องแหกขี้ตาตื่นขึ้นมาเข้าเวรแทนเขาเช่นกัน

หึ ๆ ทีใครทีมันอะเนอะ แต่ศีลเสมอกันแบบนี้แหละถึงคบกันได้นาน

“เพื่อนเวร เมียงอนทีไรลำบากกูทุกที เหนื่อยจะตายห่าอยู่แล้วเนี่ย”

ธามไทบ่นเบา ๆ เพียงลำพัง คุณหมอร่างสูงในชุดผ่าตัดเดินตบไหล่ด้วยความเมื่อยขบผ่านเคาน์เตอร์พยาบาลสาว ๆ ที่ต่างพากันมองเขายิ้ม ๆ แต่ธามไทกลับไม่สนใจใครเลยสักนิด

อ่า ที่พูดแบบนี้ไม่ใช่ว่าเขาไม่สนใจผู้หญิงนะ ก็แหมเขาน่ะมันเสือตัวพ่อ แต่ที่นี่มันสถานที่ทำงานยังไงล่ะ ตามจรรณยาบรรณแพทย์แล้วคงไม่ดีหากมีปัญหาเรื่องชู้สาวในที่ทำงาน

อีกอย่างถ้าให้คบใครเป็นตัวเป็นตนคงต้องโบกมือลา แต่ถ้าชั่วคราวทีละหลาย ๆ คนแบบนั้น ธามไทคนนี้พร้อมเสมอครับ

ปึก

“โอ๊ย!!”

เมื่อเดินมาถึงทางเลี้ยว จู่ ๆ ก็มีไม้เท้าปริศนาฟาดลงบนหลังของคุณหมอธามไทอย่างแรงจนสะดุ้งสุดตัว ทั้งยังเผลอส่งเสียงร้องดัง ๆ ออกมาด้วยความเจ็บปวด เพราะไม้เท้าที่ฟาดลงมานั้นแรงไม่ใช่เล่น ราวกับว่าคนฟาดตั้งใจหวดหลังเขาเต็มที่อย่างไรอย่างนั้นเลย

“เจ็บนะตาแก่บ้า”

ธามไทตวัดเสียงใส่ท่านประธานโรงพยาบาลด้วยความโกรธเคือง ตาคู่คมตวัดมองผู้อาวุโสที่มาเล่นซ่อนแอบตีเขาทีเผลอ ในขณะที่ท่านประธานอย่างคุณหมอกฤษฎิ์ก็เตรียมเงื้อไม้เท้าขึ้นสูงเตรียมตีคุณหมอหน้าหล่อซ้ำอีกรอบ

แต่คราวนี้คุณหมอหนุ่มรู้ทัน จึงรีบวิ่งหนีไม้เท้ากายสิทธิ์วนไปวนมา ทำเอาผู้อาวุโสเกือบหน้ามืดเลยทีเดียว

เมื่อหมดแรงจะรังแกคุณหมอหนุ่มตัวแสบ ท่านประธานกฤษฎิ์จึงพักเอาแรงไปหยุดยืนนิ่ง ๆ แล้วหายใจด้วยความเหนื่อยหอบ

“แกเป็นหมอนะเจ้าไทม์ ไม่รู้กฎระเบียบของโรง’บาลเหรอฮะ อธิบายมาว่าสีผมนี้มันยังไง!”

กฤษฎิ์ชี้หน้าด่าคุณหมอหนุ่มที่มีศักดิ์เป็นหลานชายด้วยความโมโห เมื่อคุณหมอสุดหล่อแต่ปากหมาคู่หูของหมอเพลิงกัลป์ ที่เขาตั้งฉายาให้ว่าไอ้แฝดหมอปากหมา เพราะนอกจากจะเป็นคุณหมอปากแซ่บประจำโรงพยาบาลแล้ว ยังเป็นพวกนอกรีตทำอะไรไม่เคยถูกกฎระเบียบเลยสักครั้ง

ไม่รู้พวกมันเรียนจบหมอมาได้ยังไง ทำอะไรไม่เคยอยู่กับร่องกับรอยขนาดนี้ก็ยังอุตส่าห์เรียนจบด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง จากโรงเรียนแพทย์ในต่างประเทศต่างที่เป็นที่ยอมรับทั่วโลกอีก

“ก็สีนี้มันสวยอะลุงไทม์ชอบ”

ธามไทตอบคำถามผู้เป็นลุงอย่างกวน ๆ ตามสไตล์เขา ส่วนคุณหมอกฤษฎิ์น่ะได้แต่อ้าปากพะงาบ ๆ แล้วยกมือขึ้นชี้หน้าหลานชายด้วยความโมโห

แหกทุกคอก แหกทุกกฎ ไม่รู้ตอนเกิดมามันกินนมผิดหรือเปล่า โตมาถึงได้ดื้อเหมือนวัวเหมือนควาย ที่บอกไม่รู้จักฟังยิ่งคิดก็ยิ่งโมโหกับวีรกรรมความแสบของเด็กคนนี้ เพราะหลายครั้งมันทำเอากฤษฎิ์หัวจะปวดไม่เว้นแต่ละวัน ยังดีหน่อยที่ผลงานการผ่าตัดนั้นถือว่าเป็นเลิศ ก็ยังพอทดแทนกันได้จนเขาต้องยอมลงให้ในบางเรื่อง

“แต่มันผิดกฎระเบียบของโรงพยาบาล มีหมอที่ไหนเขาทำผมสีนี้มาทำงานบ้าง ธามแกลองแหกตาดูรอบ ๆ ตัวแกดูสิ ไม่ใช่ว่ามีแค่แกคนเดียวเหรอที่แหกคอกบอกไม่รู้จักฟัง”

“โถ่ ลุงหมอครับ ผมยังวัยรุ่นอยู่เลย อีกอย่างผมสีนี้ก็ออกจะเข้ากับเบ้าหน้าหล่อ ๆ ของผมนี่นา สาว ๆ มองแล้วโคตรแจ่มว้าวเลย”

“แจ่มแมวน่ะสิไม่ว่าไอ้หมอขี้ดื้อ โอ๊ย ความดันจะขึ้น นี่ตกลงแกย้ายมาทำงานหรือมาสร้างปัญหาให้ฉันกันแน่นะเจ้าไทม์ เฮ้อ”

กฤษฎิ์ทั้งว่าทั้งถอนหายใจให้หลานชายตัวแสบที่ไหวไหล่น้อย ๆ ด้วยความทะเล้น แต่ก็มิได้นำพาเพราะหลานชายตัวดีกลับสบโอกาสตอนที่คุณลุงเผลอ รีบใส่เกียร์หมาวิ่งหางจุกตูดกลับไปที่ห้องทำงานทันที

คุณหมอกฤษฎิ์มองภาพนั้นอย่างนึกปวดหัว ได้แต่ยืนหัวฟัดหัวเหวี่ยงด้วยความหัวเสียกับความเจ้าเล่ห์ของธามไท

คนแก่อย่างเขาตามไอ้เด็กบ้าที่มีศักดิ์เป็นหลานไม่เคยทันสักที

“ฝากไว้ก่อนเถอะ อย่าให้เจออีกนะพ่อจะหยุมหัวโขกกำแพงให้ดู”

ผู้อาวุโสพึมพำเสียงเบาแล้วหันหลังเดินกลับห้องทำงานของตัวเอง ไปเคลียร์งานที่คั่งค้างให้เสร็จภายในวันนี้ ซึ่งตอนนี้ก็เป็นเวลาสามทุ่มกว่าแล้ว ความจริงเขาควรต้องเลิกงานกลับไปหาเมียที่สุดที่รักได้แล้ว แต่ก็นะนี่คือโรงพยาบาลของเขานี่ จะให้ผู้บริหารกลับไปนอนตากแอร์สบาย ๆ มันก็คงไม่ใช่

ผับ

เมื่อหลุดออกจากความวุ่นวายในห้องผ่าตัดตลอดวันก็ได้เวลาสังสรรค์ ธามไทสลัดเสื้อกาวน์ทิ้งแล้วหันมาสวมชุดหล่อที่ดึงดูดสายตาสาว ๆ นักท่องราตรีในค่ำคืนนี้ได้เป็นอย่างดี

ร่างกำยำที่มาพร้อมความสูงเกนิมาตรฐานชายไทย เดินเข้าผับประจำเข้ามาด้วยความคุ้นเคย ก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาในมุมโปรด รอไม่นานบริกรหนุ่มก็เข้ามารับออเดอร์

เขาเลือกสั่งเครื่องดื่มที่ค่อนข้างแรงกว่าปกติ เพราะตั้งใจเอาไว้แล้วว่าคืนนี้จะไม่กลับไปนอนที่คอนโด แน่นอนว่าเหนื่อยมาทั้งวัน นักท่องราตรีอย่างเขาคงไม่กลับไปนอนเฉา เพื่อนอนสักตื่นแล้วออกไปทำงานต่อหรอก เพราะที่นี่มีสิ่งน่าสนใจมากกว่าการกลับไปนอนเหงา ๆ คนเดียวที่คอนโดเสียอีก

ธามไทนั่งดื่มไปเรื่อย ๆ อยู่ในโลกส่วนตัว โดยไม่สนใจสาว ๆ ที่กำลังมองเขาอย่างเชิญชวน หรือแม้แต่สาว ๆ ที่ทำใจกล้าเดินมาขอชนแก้วเขาถึงโต๊ะ

ตอนนี้เขาแค่อยากนั่งดื่มเงียบ ๆ คนเดียวตามความตั้งใจแรก แต่ดื่มเสร็จเมื่อไหร่ก็ค่อยว่ากันอีกที เพราะจุดประสงค์ของการมาที่นี่ไม่ใช่แค่มาดื่มเพียงอย่างเดียวแน่นอน หากแต่เขาต้องการมาปลดปล่อยความต้องการทางร่างกายที่ไร้พันธะนี้ด้วยต่างหาก

อีกทางด้านหนึ่ง

“ไอ แกไม่ลองดื่มหน่อยเหรอ”

“นั่นสิไอ ค็อกเทลของที่นี่รสชาติละมุนลิ้นมากแก รับรองแกได้ลองแล้วจะติดใจ”

อันดากับแนนสองเพื่อนซี้สายปาร์ตี้เอ่ยชวนเพื่อนสาวคนใหม่ ที่มีใบหน้าสวยราวกับตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ ส่วนคนที่ถูกชวนได้แต่ส่ายหน้าไปมาช้า ๆ พร้อมกับมองไปรอบ ๆ ผับด้วยความไม่คุ้นเคย

นี่คือครั้งแรกที่ไออุ่นมาเหยียบสถานที่อโคจรแห่งนี้ ตามคำชวนของสองสาวเพื่อนใหม่ที่ไออุ่นเพิ่งรู้จักได้ไม่นาน หลังจากที่ย้ายโรงเรียนใหม่

เหตุผลที่สามสาวออกมายังผับวันนี้ ก็เพราะไออุ่นกำลังมีปัญหากับบิดาทำให้เธอเลือกที่จะประชดเขา ด้วยการหนีออกจากบ้านมาพักอยู่กับอันดาชั่วคราว

จะเรียกว่าหนีออกจากบ้านก็เรียกได้ไม่เต็มปาก เพราะว่าบิดาของเธอก็น่าจะรู้อยู่แล้วว่า เธอมาพักอยู่กับใครเพราะอันดาเองก็ชอบไปนอนค้างที่บ้านของไออุ่นบ่อย ๆ พอ ๆ กับที่ไออุ่นเองนั้นก็เข้านอกออกในบ้านของอันดาเป็นประจำเช่นกัน

“อันดา แนน พวกแกอย่าดื่มเยอะสิ เดี๋ยวก็เมาหรอก”

ไออุ่นเตือนเพื่อนด้วยความเป็นห่วง เพราะเธอสามคนเพิ่งจะอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่หกเอง แน่นอนว่านี่คือการหนีเที่ยว โดยเด็กมอปลายที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะอย่างสมบูรณ์แบบ

แต่ที่พวกเธอเข้ามาเที่ยวยังสถานที่แห่งนี้ได้ เป็นเพราะบอสแฟนของอันดาเป็นคนพาเข้ามา เพราะเขารู้จักกับคนที่ทำงานอยู่ที่นี่ พวกเธอทั้งสามคนก็เลยเข้ามาได้โดยไม่ต้องถูกตรวจบัตร ทั้งที่ความเป็นจริงนักท่องราตรีที่เข้ามาในนี้จะต้องถูกตรวจบัตรประชาชน แล้วก็ต้องมีอายุ 22 ปีขึ้นไปเท่านั้น

“เมาแล้วยังไง อันดามีพี่บอสอยู่ด้วยทั้งคน แนนเองก็มีพี่อิฐ ยังไงพวกเราก็กลับบ้านได้อยู่แล้วไอไม่ต้องห่วง เมาแค่ไหนก็ถึงบ้านแน่นอนอันดารับประกัน”

อันดาบอกไออุ่นอย่างไม่ได้รู้สึกเดือดเนื้อร้อนใจสักนิด เพราะเธอมาเที่ยวที่นี่กับแนนเป็นประจำอยู่แล้ว ถ้าเมาก็แค่นอนค้างที่นี่หรือไม่ก็ไปนอนค้างที่คอนโดแฟนของพวกเธอแค่นั้นเองไม่เห็นจะยาก

แต่ในขณะเดียวกันไออุ่นเริ่มนั่งไม่ติดที่ ด้วยความที่ออกนอกลู่นอกทางครั้งแรก ตอนนี้ยิ่งรู้สึกอยากกลับบ้านเต็มทน เพราะเธอไม่ค่อยชอบสายตาของพี่บอสและพี่อิฐที่มองเธอเลยสักนิด

“น้องไอจะไม่ลองชิมหน่อยเหรอครับอร่อยนะ มันไม่ได้ขมอย่างที่ใครเขาว่าหรอก ไม่อย่างนั้นอันดากับแนนก็คงไม่สั่งมาดื่มหลายแก้วขนาดนี้”

บอสเอ่ยชวนไออุ่นด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ เธอเห็นมันชัดเจนจึงรีบส่ายหน้าปฏิเสธ สุดท้ายก็เป็นอันดาที่ยื่นแก้วเหล้ามาตรงหน้าเธออีกอยู่ดี ทั้งยังมองเพื่อนใหม่ด้วยสายตาไม่ชอบใจ

ไออุ่นไม่เข้าใจ...ในเมื่อเธอปฏิเสธไปแล้วทุกคนก็น่าจะเข้าใจแล้วว่าเธอไม่อยากดื่มสิ แต่นี่ทำไมอันดาถึงยังดื้อรั้นยื่นแก้วมาตรงหน้าเธออีก

“ลองหน่อยนะไอมันอร่อยจริง ๆ แกเชื่อเราสิ นี่อะค็อกเทลผลไม้ผสมเหล้าแค่นิดเดียวเอง ลองดู ๆ มันหวาน หอม อร่อยมาก นี่ยกให้เป็นเมนูโปรดของอันดากับแนนเอง น่านะ ลองหน่อยนะไอ น้าเพื่อนรักจ๋า”

อันดายังคงคะยั้นคะยอให้ไออุ่นดื่มค็อกเทลให้ได้ ดวงตากลมโตของเธอพยายามอ้อนไออุ่นสุดฤทธิ์ จนคนที่ไม่เคยคิดลองสุราหรือของมึนเมามาก่อนต้องยอมยื่นมือไปรับแก้วค็อกเทลเจ้าปัญหามาถือไว้ ท่ามกลางความพึงพอใจของเพื่อน ๆ และบอสกับอิฐที่หันมาสบตากันอย่างเจ้าเล่ห์

ไออุ่นค่อย ๆ ยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มด้วยมือที่สั่นระริก เพราะเธอไม่ได้เต็มใจดื่มเลยสักนิด หากแต่เธอทนแรงรบเร้าจากเพื่อนไม่ไหวต่างหากล่ะ จึงจำใจต้องรับมาดื่มเพื่อตัดรำคาญ

แต่เธอไม่รู้ตัวเลยว่าค็อกเทลแก้วนี้ แฝงไปด้วยอันตรายบางอย่างที่เธอไม่อาจรับรู้ได้เลย

“หมดแก้ว หมดแก้ว หมดแก้ว”

เสียงปรบมือมาพร้อมกับเสียงเชียร์จากอันดาและแนน รวมไปถึงบอสกับอิฐเองที่ก็ปรบมือเชียร์ให้ไออุ่นที่กำลังทำหน้าพะอืดพะอม เพราะไม่คุ้นเคยกับรสชาติของเครื่องดื่มมึนเมาแก้วนี้

ไหนว่าอร่อยไง แล้วทำไมถึงได้มีรสขมแบบนี้เล่า!

ทว่าหลังจากอึกแรกผ่านไปความขมต้น ๆ ก็กลับกลายเป็นหวานติดปลายลิ้นเสียอย่างนั้น จนกระทั่งไออุ่นกลั้นใจดื่มมันจนหมดแก้ว ทุกคนก็พากันปรบมือเสียงดังให้ราวกับว่าเธอทำมิชชันบางอย่างผ่าน

ทว่าในความเป็นจริงแล้ว มันคือเรื่องที่ไม่สมควรทำของเด็กสาววัยเพียงสิบแปดปีอย่างเธอด้วยซ้ำ

“แกเก่งมากเลยไอ เป็นไงอร่อยเหมือนที่ทุกคนบอกไหมล่ะ”

แนนถามไออุ่นที่ส่ายหน้าไปมารัว ๆ พลางยื่นมือไปหยิบแก้วน้ำเปล่าตรงหน้าขึ้นดื่ม เพื่อกลบความขมที่ยังคงมีอยู่ให้ค่อย ๆ จางหายไป พร้อมกับความรู้สึกมึนที่ศีรษะเล็กน้อยที่เริ่มเข้ามาทักทายเธอ ทำให้ภาพตรงหน้าเริ่มพร่ามัวใบหน้าของเพื่อน ๆ เริ่มบิดเบี้ยวตามการมองเห็นที่ลดลง

“หึ คออ่อนเสียจริงนะแม่สาวน้อยไร้เดียงสา”

แนนพึมพำเสียงเบาด้วยความหมั่นไส้คนที่กำลังสะบัดศีรษะไปมาเพื่อไล่ความมึน ดวงตาที่เคยเป็นมิตรบัดนี้ฉายแววเกลียดชังคนตรงหน้า

แท้ที่จริงแล้วเธอกับอันดาไม่ได้อยากมีไออุ่นเป็นเพื่อนเลยสักนิด แต่ที่พวกเธอเข้ามาตีสนิทกับหญิงสาว นั่นเป็นเพราะเธอกำลังหาโอกาสกลั่นแกล้งไออุ่นต่างหากล่ะ

ก่อนหน้าที่ไออุ่นจะย้ายมา อันดากับแนนคือรุ่นพี่ที่รุ่นน้องชายหญิงต่างก็ชื่นชมว่าสวยและน่ารักมากที่สุดของระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 แต่พอไออุ่นย้ายเข้ามาเท่านั้นแหละ ทุกคนต่างก็พากันหันไปชื่นชมไออุ่นว่าสวยน่ารักและเรียนเก่งกว่าพวกเธอ ที่เคยถูกชื่นชมว่าเป็นนักเรียนหัวกะทิของโรงเรียน

เมื่อมีคนที่โดดเด่นและเก่งกว่าเข้ามา คนที่เคยเป็นที่หนึ่งอย่างอันดากับแนนจึงรู้สึกไม่พอใจ และกลายเป็นเกลียดชังไออุ่น ที่เจ้าตัวไม่เคยสนใจเรื่องพวกนี้เลยสักนิด

อันดากับแนนเข้ามาตีสนิทกับไออุ่นจนได้รับความไว้วางใจ เธอยกให้ทั้งคู่เป็นเพื่อนสนิทของตัวเอง ด้วยความไร้เดียงสาและมองโลกสวยตลอด

และเธอไม่เคยรู้เลยว่าแผลในใจที่กำลังเกิดขึ้นนั้น มาจากฝีมือของคนที่เธอเรียกว่าเพื่อนสนิทและยกความไว้วางใจทั้งหมดให้

“เมาแล้วมั้งนั่น”

อิฐมองเพื่อนของแฟนสาวที่เอนตัวไปมา ไออุ่นเริ่มเมาจนไม่สามารถประคองตัวเองให้นั่งนิ่งได้

อันดายกยิ้มมุมปากด้วยความสะใจเมื่อเห็นภาพนั้น ในที่สุดเวลาที่เธอรอคอยก็มาถึงสักที หึ

แม้ลึก ๆ จะรู้ว่าไออุ่นไม่ได้ทำอะไรผิดเลย แต่ความสวยและความเก่งของเธอต่างหากที่ผิด เป็นเพราะอันดาถูกสอนมาให้เป็นที่หนึ่งเสมอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเรียนที่ถึงแม้ว่าเธอจะชอบเที่ยว แต่ก็ทำมันออกมาได้ดีเสมอ

แต่พอไออุ่นเข้ามา ทุกอย่างที่เคยเป็นของเธอก็ถูกแย่งไป ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งที่หนึ่งของชั้นเรียน หรือความสวยที่อันดามั่นใจในตัวเองมาตลอดว่าเธอสวยและน่ารักที่สุด แต่ไออุ่นกลับมาแย่งมันไปอย่างง่ายดาย

ในขณะที่เธอพยายามแทบตาย เพื่อเป็นที่หนึ่งให้มารดาภูมิใจและเป็นที่ยอมรับของคนทั้งโรงเรียน

ที่หนึ่งของโรงเรียนต้องเป็นของเธอเท่านั้น คอยดูเถอะถ้าไออุ่นเจอเรื่องที่ไม่คาดฝันเข้าไป เธอจะยังกล้ามาโรงเรียนอีกไหม

“จัดการเลยค่ะพี่บอส”

อันดาหันมาบอกแฟนหนุ่มที่พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ ชายหนุ่มลุกขึ้นและเดินเข้าไปหาคนรู้จักที่มีหน้าที่คล้ายกับแม่เล้า เธอคนนั้นมีหน้าที่คอยหาเด็กส่งให้แขกที่มาเที่ยวที่นี่...และวันนี้ไออุ่นจะเป็นคนที่ว่านั่น

“แพงไปเปล่าวะบอสสามหมื่นเนี่ย ก็แค่เด็กมัธยมดูทรงแล้วจืด ๆ มีดีแค่ยังเอ๊าะ ๆ อยู่แค่นั้นเอง ไม่ได้มีดีไปกว่าเด็กของเจ้ที่ลีลาเด็ด ๆ ตรงไหนเลย”

มินตรามองภาพสาวน้อยหน้าตาน่ารักบนหน้าจอโทรศัพท์ของเพื่อนรุ่นน้อง บอสยิ้มออกมาเล็กน้อย เมื่อรู้ว่ามินตราต้องการต่อรองราคาให้ลดลงมาอีก ถึงไออุ่นจะเด็กแต่ก็เด็ดตรงที่ยังซิงนี่ ข้อนี้นี่แหละที่จะทำให้เขาได้เงินตามที่ตกลงกับเจ้มินไว้

“ถึงน้องมันจะไม่เด็ดเท่าพี่ ๆ เขา แต่น้องมันซิงนะเว้ยเจ้ ใครบ้างจะไม่ชอบสาวซิง ๆ บอสเองยังอยากเปิดซิงน้องมันเลย ติดแค่ว่าน้องมันเป็นเพื่อนอันดาแฟนบอสแค่นั้นเอง นะเจ้...น้องมันร้อนเงิน มันเพิ่งหนีออกมาจากบ้านตัวเปล่าถือว่าช่วย ๆ เด็กมันไปนะเจ้นะ”

บอสปรุงแต่งคำพูดขึ้นมาเพื่อให้ไออุ่นดูน่าสงสาร ซึ่งมินตราเองที่พอได้ยินว่าที่ไออุ่นต้องทำเรื่องแบบนี้เพราะไม่มีเงิน ก็เกิดความรู้สึกสงสารขึ้นมาในทันที แต่อีกใจหนึ่งก็เกิดความรู้สึกโลภ เธอคิดไว้แล้วว่าจะเอาไออุ่นไปต่อรองราคากับแขกในวันนี้ จึงพยายามต่อรองราคาให้ต่ำลง

ซิง ๆ แบบนี้ขายให้แขกแสนสองแสนคงไม่มีใครว่าแพงหรอก

“ก็ได้ๆ สามหมื่นเจ้ดีล เดี๋ยวเจ้ขอหาแขกก่อน ถ้าเสร็จเรียบร้อยแล้วเดี๋ยวค่อยพาน้องขึ้นไปรอแขกที่ห้อง”

มินตรายอมตอบตกลงเพราะถูกความโลภครอบงำในที่สุด ชายหนุ่มเจ้าเล่ห์พยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม เขารับเงินจากมินตราแล้วเดินกลับมาที่โต๊ะทันที

“เรียบร้อยจ้ะคนสวยของพี่”

บอสยื่นหน้าไปกระซิบชิดใบหูของอันดาพลางขบเม้มเบา ๆ จนเด็กสาวขนลุกชันด้วยความสยิว ใบหน้าเล็กค่อย ๆ หันมากดจูบลงเบา ๆ ที่มุมปากของแฟนหนุ่ม ไหนจะมือซุกซนที่ยกขึ้นไปลูบไล้แผงอกแกร่งเบา ๆ อย่างยั่วยวน

“พี่บอสของอันดาน่ารักที่สุดเลย เดี๋ยวคืนนี้อันดาจะพาทัวร์สวรรค์ให้ฉ่ำปอดไปเลยค่ะ”

เสียงเล็กกระซิบบอกแฟนหนุ่มด้วยรอยยิ้มหวาน ทั้งคู่คลอเคลียจูบกันอย่างตะบี้ตะบัน มือก็เริ่มล้วงหายเข้าไปในเสื้อของกันและกัน ทำเอาไออุ่นที่นั่งอยู่ตรงข้ามตัวชาวาบด้วยคิดไม่ถึงว่า เพื่อนสาวของเธอจะกล้าทำประเจิดประเจ้อกับแฟนต่อหน้าต่อตาเธอ ซึ่งแม้จะอยากลุกหนีแต่เป็นเพราะกำลังรู้สึกมึนหัวจนแทบลุกไม่ขึ้น ทำให้ต้องจำใจมองภาพน่าอายตรงหน้าต่อไป

เธอตัดสินใจค่อย ๆ เบือนหน้าหนีไปด้านข้าง ทว่าข้างกายเธอกลับแทบช็อกยิ่งกว่า เพราะแนนกับพี่อิฐเองก็ไม่ได้ต่างจากคู่ของอันดาเลยสักนิด

เธอเห็นคนทั้งคู่กำลังจูบกันอย่างดูดดื่ม สองมือก็ล้วงจับกันอย่างเปิดเผยไม่รู้สึกแคร์หรืออายเธอเลยสักนิด

อยู่ ๆ ความรู้สึกไว้วางใจในตัวคนที่เธอเรียกว่าเพื่อนสนิทก็ค่อย ๆ หายไป เกิดเป็นความกลัวเข้ามาแทนที่จนเริ่มน้ำตาคลอ ในชั่วขณะจู่ ๆ ร่างกายเธอก็เริ่มรู้สึกแปลก ๆ แต่ถึงอย่างนั้นไออุ่นก็ทำได้เพียงนั่งกระสับกระส่ายด้วยความรู้สึกกลัวจับใจ

“เรียบร้อยครับคุณไทม์ นี่กุญแจห้องครับ”

วัตรเด็กในผับที่คุ้นเคยและสนิทสนมกับธามไทเป็นอย่างดีเดินเอากุญแจห้องพักมาให้เขา ร่างสูงของคุณหมอที่สลัดคราบมาเป็นหนุ่มฮอตยกแก้วเหล้าขึ้นกระดกจนหมดแก้ว แล้วเดินช้า ๆ ขึ้นไปบนห้องที่กำลังจะกลายเป็นสนามรักชั่วคราวของเขาในไม่อีกกี่นาทีข้างหน้าทันที

“ไอแกเมามากแล้ว เดี๋ยวอันดาพาไปนอนพักนะ”

เมื่อเจ้มินตราเดินเข้ามาบอกให้ส่งไออุ่นไปให้แขกได้แล้ว อันดาก็รีบเข้ามาประคองกอดเพื่อนสาว ที่กำลังนั่งมึนจนไม่สามารถประคองสติได้ อีกทั้งอาการกระสับกระส่ายที่เกิดขึ้นทำให้ไออุ่นรู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ อย่างบอกไม่ถูก

“อันดา ไออยากกลับบ้าน”

ไออุ่นเงยหน้าขึ้นบอกเพื่อนที่ส่งยิ้มหวานเคลือบยาพิษให้ ก่อนที่อันดาจะแสร้งพยักหน้ารับแล้วหันไปเรียกแนนให้มาช่วยเธอประคองไออุ่นขึ้นไปส่งแขกที่ชั้นบน

“โอเคจ้ะไอ แต่ก่อนกลับไอไปนอนพักก่อนนะ เดี๋ยวอันดากับแนนดื่มเสร็จแล้วจะรีบขึ้นไปรับไอกลับบ้านเลย”

อันดาบอกไออุ่นเสียงหวาน ก่อนที่เด็กสาวทั้งสองคนจะรีบช่วยกันประคองไออุ่นขึ้นไปที่ห้องของแขกที่เจ้มินตราบอกมา

เมื่อเดินขึ้นมาจนถึงหน้าประตูห้อง แนนก็เคาะประตูห้องสามครั้งส่งสัญญาณให้คนด้านในรับรู้ ประตูที่ปิดสนิทก็ถูกเปิดออก เผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่มที่ยืนอยู่หลังประตู ทำเอาอันดากับแนนยืนนิ่งอึ้งไปอย่างตะลึงกับความหล่อของคนตรงหน้า

ธามไทขมวดคิ้วมุ่นมองเด็กสาวทั้งสองคนที่กำลังประคองอีกคนที่คอพับคออ่อนอยู่ด้วยความสงสัย เพราะปกติแล้วสาว ๆ ที่เขาเสียเงินดีลมาจะเดินขึ้นมาเพียงลำพัง แต่สาวน้อยคนนี้มีสภาพราวกับคนเมาที่ดื่มเข้าไปมากจนเพื่อนต้องหิ้วปีกขึ้นมาส่ง

เอ๊ะ หรือเด็ก ๆ พวกนี้จะเคาะประตูผิดห้องกันนะ

“อะ เอ่อ พวกหนูพาเพื่อนมาส่งค่ะ เจ้มินบอกให้พวกหนูพาไอมาส่งที่ห้อง เอ่อ ห้อง 906 ค่ะ”

แนนรีบบอกพี่ผู้ชายหน้าตาดีที่ยืนอยู่ตรงหน้า ก่อนที่อันดาจะผลักไออุ่นเข้าสู่อ้อมกอดของชายหนุ่ม ท่าทางจะล้มแหล่มิล้มแหล่ของเด็กสาวทำให้เขาต้องรีบอ้าแขนไปรับด้วยกลัวว่าเธอจะล้มหน้าทิ่มไปก่อน

“อื้อ อันดาพาไอกลับบ้านที ไออยากกลับบ้าน”

ไออุ่นที่อยู่ในอ้อมแขนแข็งแรงของชายแปลกหน้าร้องขึ้นมาเสียงเบา จนแนนกับอันดาที่มีชนักติดหลังรีบหันมามองหน้ากันด้วยความตกใจ เพราะกลัวเพื่อนจะได้สติขึ้นมาโวยวายจนแผนของพวกเธอล่มไม่เป็นท่า

“เอ่อ พวกเราฝากเพื่อนด้วยนะคะพี่ พอดีเป็นครั้งแรกไอก็เลยดื่มย้อมใจจนเมา ยังไงก็ขอให้พี่มีความสุขกับเพื่อนพวกหนูคืนนี้นะคะ บายค่ะ”

เป็นอันดาที่รีบชิงพูดก่อนที่ไออุ่นจะเผลอพูดอะไรมากไปกว่านี้ เด็กสาวทั้งคู่รีบก้มหัวให้ชายหนุ่มแล้วจูงแขนพากันหนีลงมายังชั้นล่างทันที โดยไม่ได้นึกห่วงคนที่ตัวเองเรียกว่าเพื่อนที่อยู่กับผู้ชายแปลกหน้าเลยสักนิด

ลับหลังสองสาวที่พากันวิ่งลงไปข้างล่างแล้ว ธามไทก็ตวัดแขนอุ้มร่างบอบบางของหญิงสาวตัวเล็กขึ้นแล้วจัดการอุ้มเธอมาวางลงบนเตียง

เส้นผมที่ปรกใบหน้าของเด็กสาวเอาไว้ ทำให้ธามไทรู้สึกขัดใจไม่น้อยจนต้องยื่นมือมาเกลี่ยเส้นผมออกจากใบหน้าเนียนของคนที่พยายามลืมตาขึ้น

เหี้ย น่ารักฉิบหาย

ร่างสูงเอ่ยอุทานในใจด้วยความตกตะลึง เด็กสาวคนนี้มีใบหน้าน่ารักจิ้มลิ้มชวนสะกดใจ ไหนจะตาแป๋ว ๆ ที่ลืมตามองเขานั่นอีก เหมือนโดนความน่ารักจู่โจมเข้าเต็มเปา

แต่ไออุ่นที่เริ่มมีสติ หลังลืมตามองภาพตรงหน้าได้สักระยะก็เริ่มออกแรงดิ้นไปมาอย่างกระสับกระส่าย เธอรู้สึกไม่สบายตัว มันเหมือนมีบางอย่างที่ไออุ่นเองก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไรกำลังร้อนรุ่มอยู่ภายใน

“ร้อน อื้อ ไออุ่นร้อน”

เสียงเล็กพึมพำเบา ๆ ฟังแทบไม่ได้ศัพท์ ไม่ปล่อยให้ชายหนุ่มงงนาน จู่ ๆ สองมือน้อย ๆ ก็ค่อย ๆ ดึงทึ้งเสื้อกล้ามตัวเล็กออกจากตัวอย่างทุลักทุเล

แน่นอนว่าพ่อเสืออย่างธามไทที่กำลังมองอยู่ ย่อมให้ความร่วมมือช่วยมือน้อย ๆ ถอดปราการอันเกะกะออกจากตัว เพียงเขากระชากทีเดียว เสื้อกล้ามที่มองว่ามันคือเศษผ้าก็หลุดออกจากร่างบอบบางอย่างง่ายดาย เผยให้เห็นเต้าอวบใหญ่กลมกลึงสะกดสายตาหื่นกระหาย

คุณหมอหนุ่มลอบกลืนน้ำลายลงคอดังอึก จู่ ๆ ลำคอก็แห้งผากด้วยความกระหายใคร่อยากสัมผัสความเย้ายวนตรงหน้า

อ่านต่อ

สารบัญ All about Youอุ่นไอรัก NC18++

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย หลังเธอทำลายคำโกหก ทุกคนก็คุกเข่าขออภัย
9.8
ท่ามกลางอุทกภัยร้ายแรง พี่ชายและสามีกลับเลือกช่วยอลิซทิ้งให้ลิซ่าต้องเผชิญชะตากรรมจนขาหัก อลิซใส่ร้ายว่าลิซ่าพยายามฆ่าเธอในกระแสน้ำ ทำให้ชายทั้งสองโกรธแค้นและตราหน้าว่าลิซ่าใจอำมหิต พวกเขาตัดสินใจสั่งสอนเธออย่างทารุณด้วยการใช้ก้อนหินทุบซ้ำลงบนขาที่บาดเจ็บของเธอเพื่อสร้างความเจ็บจำ ลิซ่ามองเห็นธาตุแท้และความโหดเหี้ยมของคนที่เคยรักผ่านแววตาที่เย็นชา วินาทีที่ความเจ็บปวดถาโถม เธอจึงตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่าจะต้องหนีไปจากขุมนรกแห่งนี้ให้สำเร็จ
หน้าปกนวนิยาย อาญารัก ข้ามขอบฟ้า
8.2
คัทซึฮิโกะ ฮิโรยูกิ นักธุรกิจอัญมณีหนุ่มลูกครึ่งผู้มั่งคั่ง เดินทางมาเมืองไทยเพื่อตามหาแหวนเพชรล้ำค่าที่เป็นมรดกทางใจของปู่ จนได้พบว่ามันอยู่กับน้ำริน พยาบาลสาวชาวไทยอย่างน่าสงสัย เขาปักใจเชื่อว่าเธอคือหัวขโมย จึงตัดสินใจลักพาตัวเธอไปยังญี่ปุ่นเพื่อเค้นความจริง น้ำรินที่ถูกตราหน้าว่าเป็นอาชญากรพยายามยืนยันความบริสุทธิ์ว่ามีคนมอบของสำคัญนี้ให้เธอมาเอง ท่ามกลางความขัดแย้งและปริศนาที่รอการพิสูจน์ความจริงระหว่างเขากับเธอ
หน้าปกนวนิยาย ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
เธอ…คือแม่หม้ายป้ายแดง ส่วนเขา…คือหนุ่มหล่อผู้หลงรักแม่หม้าย เธอใจแข็งเป็นหิน ส่วนเขาก็ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก -------------------------------------- ณาณีมเปิดและส่งรูปของราฮีมที่เธอแอบถ่ายชายหนุ่มไว้ไปให้ทั้งสองได้ดูผ่านไลน์ ณิการ์และธัญมณกรี๊ดกร๊าดเป็นการใหญ่ เพราะราฮีมหล่อและดูดีกว่าที่คิดไว้มาก “แกจะปิดกั้นตัวเองทำไมยะ ในเมื่อมีผู้ชายดีๆ เดินเข้ามา แกก็รับเขาไว้พิจารณาสิ” ณิการ์ที่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างเอ่ยขึ้น “แต่ฉันไม่อยากวนกลับไปใช้ชีวิตแต่งงานอีกนี่แก” แม้จะอยากเปิดใจให้ราฮีม แต่สิ่งที่ณาณีมกลัวคือการแต่งงาน การต้องใช้ชีวิตด้วยกันทั้งวันทั้งคืน “ก็อยู่กันไปแบบนี้ ไม่ต้องแต่ง” “ก็คิดว่าจะไม่แต่ง แต่ฉันกับเขาก็ต้องมีเซ็กซ์กัน ฉันจะทำได้เหรอ ในเมื่อสิบสามปีที่ผ่านมาของฉัน มีแค่พี่แดนคนเดียว” นี่คืออีกเรื่องที่ณาณีมกังวล “ของใหม่ๆ คนใหม่ มันอาจทำให้อารมณ์แกซู่ซ่าก็ได้ ชีวิตเป็นของแก แล้วตอนนี้แกก็โสดแล้ว” ธัญมณเอ่ยขึ้นบ้าง นั่นทำเอาณิการ์ที่ปกติลุคจะแรงที่สุดของกลุ่มถึงกับอุทานออกมา “หืม…” “แกเป็นเจ้าของจิ๊มิแต่เพียงผู้เดียวยัยณา แกจะใช้กับใครมันก็สิทธิ์อันชอบธรรมของแก เพราะแกโตแล้ว...เข้าใจ๋” ประโยคนี้ยังเป็นของธัญมณ แต่ดูเหมือนณาณีมจะเข้าใจอะไรยาก “ไม่เข้าใจ” “โอ๊ย! ยัยณา ชีวิตนี้แกจะเจอดุ้นแค่อันเดียวเหรอยะ เลิกกับพี่แดนแล้วแกจะเอาปูนมาโบกจิ๊มิ ไม่ยอมให้ดุ้นอันอื่นผ่านเลยก็ใช่เรื่อง แก่จนอายุจะสามสิบห้า แถมยังมาเป็นหม้ายเอาตอนนี้อีก มดลูกก็ฝ่อลงไปทุกวัน มีของดีติดอยู่กับตัวเอง ทำไมไม่ใช้ กลัวอะไร” ณิการ์เริ่มตามธัญมณทัน และยุณาณีมมันเสียเลย “กลัวสารพัดสิ่งอ่ะ กลัวจนไม่กล้าไปหมด” “งั้นวันไหนที่คุณราฮีมกลับมาเมืองไทย ให้ฉันไปทดสอบความฟิตและความอึดให้เอาไหม งานนี้ฟรี ไม่คิดค่าเสียหาย” “ยัยปุ้ยบ้า เดี๋ยวผัวแกก็เอาปืนมายิงแสกหน้าคุณราฮีมกันพอดี” ณาณีมแหวใส่ความคิดบ้าๆ ของเพื่อน “เท่าที่แกเล่ามา ดูเหมือนยัยพราวก็ทำท่าจะชอบคุณราฮีมอยู่ไม่น้อย วันดีคืนดีพราวคาบไปกิน จะมานั่งเสียใจไม่ได้แล้วนะยะ” “โอ๊ย!...นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่” คนมาปรึกษาเริ่มหัวเสีย ส่วนคนให้คำปรึกษาก็ชักจะสนุก ที่สามารถแหย่จนณาณีมเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาแบบนี้ “นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ยอมรับมาเถอะ ว่าแกเองก็ชอบคุณราฮีมอยู่” “แกว่าถ้าฉันจะรักใครใหม่ มันไม่เร็วไปเหรอ ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งหย่า” นี่คือสิ่งที่ณาณีมกังวลอยู่เหมือนกัน เธออยากเป็นโสดให้นานกว่านี้ สองสามปี หรือมากกว่านี้ก็ได้ “ไม่เร็ว ช้าไปด้วยซ้ำ เพราะชีวิตมันต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จมปลัก เอาอดีตมาเป็นกำแพง” ----------------------------------------- “ผมรู้สึกแปลกๆ อยากให้คุณช่วย” เสียงอู้อี้ของราฮีมเอ่ยตอบ เพราะยังคงเอามือปิดปากไว้อยู่ “ช่วยอะไรคะ?” สีหน้าของณาณีมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นั่นเพราะยังไม่เข้าใจว่าราฮีมเป็นอะไร และเขาอยากให้เธอช่วยอะไร “ช่วยถอนพิษให้ผมหน่อย” “ถอนพิษ พิษอะไร” ตอนนี้สีหน้าของณาณีมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ก็พิษจากลิปสติกสีแดงๆ ของคุณพราวที่มันติดอยู่บนปากของผมตอนนี้ไง” “คุณราฮีม…อื้อ…” พอฟังจบณาณีมก็ทำท่าจะขยับหนี แต่ราฮีมกลับไวกว่ามาก ชายหนุ่มใช้มือที่ปิดปากตัวเองไว้เมื่อครู่ เอื้อมมารวบตัวณาณีมเข้าไปกอด จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาจูบเธออย่างรวดเร็ว และนี่คือวิธีถอนพิษที่เขาเอ่ย ณาณีมอึ้ง ทำตัวไม่ถูก สมองสั่งงานให้ผลักราฮีมออกห่าง แต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม เพราะมันไม่ทำตามที่เธอสั่งเลย ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยจูบกับผู้ชายแค่คนเดียวนั่นคือดาวิน เธอจำไม่ได้ว่าจูบครั้งล่าสุดกับดาวินเมื่อไหร่ และเพราะจำไม่ได้ จึงลืมเลือนรสจูบของอดีตสามีไปจากความรู้สึกเช่นกัน เวลานี้หัวใจของณาณีมเต้นแรงมาก รู้สึกวาบหวามกับจูบที่ราฮีมมอบให้จนควบคุมตัวเองไม่ได้ จูบที่ทำให้เธอขนลุกซู่ ร่างกายไหวระริกเหมือนเด็กสาว และนั่นก็ทำให้ณาณีมเผลอจูบชายหนุ่มกลับไปเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่านี่มันริมถนน ราฮีมคงอุ้มณาณีมไปบนเตียงแล้วก็ทำตามที่ใจเขาเรียกร้องแล้ว “คุณจูบเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก” เขาจำเป็นต้องถอนจูบออก และรู้สึกว่าตอนนี้ ฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า “ก็ฉันผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วนิ” “แล้วทำไมใจต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย ลมหายใจคุณก็ร้อน” เพราะความใกล้ชิด ทำให้ราฮีมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจณาณีมชัดมาก มิหนำซ้ำเวลานี้ตัวเธอก็ร้อนผ่าวเหมือนคนมีไข้
หน้าปกนวนิยาย น้องเมีย
9.3
ชติรสพยายามปกปิดร่างกายที่เปลือยเปล่าจากสายตาคมกริบของชายหนุ่มหลังบทรักจบลง เขาจำใจต้องผละจากเธอเพื่อรักษาคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้ แม้จะเสน่หาในตัวเธอเพียงใดก็ตาม ข้อตกลงลับระหว่างกันระบุชัดเจนว่าเธอต้องเป็นตัวแทนของลิก้า พี่สาวของเธอ โดยแลกกับการที่เขาต้องเลิกยุ่งเกี่ยวกับพี่สาวอย่างเด็ดขาด ชติรสใช้ตัวเองเข้าแลกเพื่อปกป้องพี่สาว พร้อมคำข่มขู่ว่าหากเขาผิดสัญญาเธอจะไม่ยอมอยู่เฉยแน่ ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดและความโกรธแค้นที่คละคลุ้งในใจ
หน้าปกนวนิยาย เมื่อ playboy ตัวร้าย ต้องแพ้พ่ายยัยตัวเล็ก  (แอลตัน-สายป่าน)
8.9
แอลตัน เพลย์บอยหนุ่มฝรั่งเศสวัย 35 ปีผู้เพียบพร้อมทั้งความหล่อและรวย เขายังคงหวงแหนความโสดและไม่คิดจริงจังกับใครเพราะมีอดีตฝังใจ ทว่าชีวิตที่เคยโลดโผนกลับต้องสั่นคลอนเมื่อได้พบกับ สายป่าน สาวแสบวัย 20 ปี เจ้าของฉายายัยสายป่วน ผู้มาพร้อมความสวยแซ่บและนิสัยไม่ยอมคน พร้อมดับเครื่องชนทุกสถานการณ์ ภารกิจกำราบเสือร้ายให้กลายเป็นหมาหงอยจึงเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางความชุลมุนวุ่นวายที่ยากจะคาดเดาว่าบทสรุปความรักครั้งนี้จะลงเอยอย่างไร
หน้าปกนวนิยาย สวาทแค้นรามสูร
8.0
เมื่อความเจ็บปวดจากการสูญเสียภรรยาสุดที่รักกลายเป็นไฟแค้นที่แผดเผาใจ พ่อเลี้ยงหนุ่มจึงตัดสินใจลุกขึ้นมาทวงคืนความยุติธรรมด้วยวิธีที่แสนโหดร้าย เป้าหมายในการระบายความโกรธแค้นครั้งนี้ตกไปอยู่ที่หญิงสาวผู้เป็นลูกสาวของชายชู้ต้นเหตุที่พรากคนรักของเขาไปอย่างไม่มีวันกลับ เธอจึงต้องกลายเป็นหมากตัวสำคัญที่ถูกเขาใช้เป็นเครื่องมือในการชำระแค้นครั้งยิ่งใหญ่เพื่อตอบแทนความทุกข์ทรมานที่เขาเคยได้รับในอดีตให้สาสม
ตอน
อ่านเลย
แชร์