
เมียบังหน้า
ตอน 2
หลังจากขึ้นมาบนห้องแล้วผมก็เอาแต่นั่งหาคำตอบในความคิดของคุณพ่อ นั่นมันผู้ชายไม่ใช่เหรอ คุณพ่อคิดอะไรอยู่กันแน่ถึงให้เราไปแต่งงานกับเขา
ครืด ๆ
การสั่นของโทรศัพท์ในกางเกงดังขึ้นก่อนที่ผมจะล้วงมือเล็กเข้าไปเอามันขึ้นมาดูและพบโนติที่ขึ้นว่าเป็นเพื่อนสนิทส่งข้อความมาหาตนทางแอพ ฯ สีเขียวยอดนิยม
peach : ดีน
ว่าไงมึง : Dylan
peach : ไม่ได้เจอกันนานเลย คืนนี้ไปผับกับกูไหม?
ไปดิ ส่งโลมาพร้อมเวลา : Dylan
ผมวางโทรศัพท์ในมือลงหลังจากที่เพื่อนสนิทส่งโลเคชั่นและเวลามาเรียบร้อยแล้ว ก่อนจะตัดใจจากเรื่องที่คิดในหัวและเดินไปอาบน้ำแต่งตัวเพราะเข้าใกล้เวลานัดที่จะถึงอีกสองชั่วโมงเห็นจะได้
อีกด้าน
"อ๊าาส์ แด๊ดคะ หนูเสียว ระ...แรงอีก" คนตัวโตเพิ่มเเรงกระแทกกระทั้นจนเสียงเนื้อกระทบกันดังขึ้น ดังขึ้นและดังขึ้น ตามคำขอของคนใต้ร่าง
เธอผู้ที่ไม่เคยคิดว่าจะได้ร่วมรักกับทายาทหมื่นล้านและไฮโซที่มีชื่อเสียงระดับประเทศทั้งดีและเสียอย่างครูซ
วันนี้ถือว่าดียิ่งนักที่ลูกน้องคนสนิทของเขาได้พิจารณาเธอมาให้ผู้เป็นนายได้ลิ้มชิมรสหญิงสาวจากเธอ
เธอพร้อมที่จะพลีทุกอย่างในกายและหวังว่าเขาจะชอบในบทรักของเธอเหมือนกับที่เธอตอนนี้ติดใจกับบทรักของเขาไปแล้ว
"อืมม" เสียงครางต่ำในลำคอแสดงให้เห็นถึงความพึงพอใจจากชายหนุ่มด้านหลัง
มือหนายกขึ้นจับรั้งสะโพกสวยหวังยึดแรงกระแทกไม่ให้คนใต้ร่างถอยห่างและยังคงซอยสะโพกถี่ไม่หยุดจนผู้ถูกกระทำครางไม่เป็นภาษา
รุนแรง....เขาช่างเป็นคนที่รุนแรงอะไรขนาดนี้แต่เธอกลับไม่คิดหวั่นที่จะลามือห่างหาย ยังคงอยากมาปรนนิบัติชายหนุ่มด้านบนอีกถึงแม้ตอนนี้เธอเองก็ยังถูกกระทำไม่หยุดจากคนตัวโต
แต่หารู้ไม่เพียงเสร็จภารกิจกามมารมแล้วเขาแค่วางเงินให้เธอก้อนหนึ่งแล้วเดินจากไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นระหว่างเขาและเธอเลย ก่อนที่เรื่องทั้งหมดจะจางหายไปเพียงค่ำคืนเดียว
‘Rrrrrrrrrrrr’
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นขัดจังหวะสงครามบนเตียงของผมและเธอ จนรู้สึกหงุดหงิดแต่ก็ไม่อยากให้เสียอารมณ์ไปมากกว่านี้เลยเลือกที่จะเพิกเฉยและดูเหมือนปลายสายเองก็โทรไม่หยุดเหมือนกัน
‘Rrrrrrrrrrrr’
ผมที่ไม่ชอบให้อะไรมากวนใจมากๆ สุดท้ายก็ต้องผละร่างกำยำของตัวเองออกจากหญิงเปลือยใต้ร่างแล้วขยับตัวมานั่งขอบเตียงก่อนจะเอี้ยวตัวไปคว้าโทรศัพท์มาไว้ในมือพร้อมกับขมวดคิ้วยุ่งเมื่อเห็นคอนแทคขึ้นชื่อเพื่อน
"โทรมาทำไม กูบอกไปในกลุ่มแล้วว่าจะทำอะไร ทำไมยังโทรมารบกวน"
ในกลุ่มเพื่อนเราทั้งหมดจะมีไลน์กรุ๊ปที่เอาไว้พูดคุยกัน รู้สึกว่าจะสร้างมาตั้งแต่เราเรียนปีหนึ่งแล้วและเวลาที่ผมทำกิจกรรมบนเตียงก็จะไลน์บอกมันทุกครั้งว่าไม่สะดวก เป็นอันว่ารู้เรื่องและก็จะไม่มีใครโทรมากวนผมอีก แต่ครั้งนี้พวกมันยังกล้าโทรมา?
[ไอ้สัดกูไม่ได้เข้าอ่านกลุ่ม แต่ที่กูโทรมามันสำคัญฉิบหายเลยนะ] คิ้วเข้มขมวดขึ้นอย่างสงสัย อะไรมันจะสำคัญขนาดนั้นตามที่มันว่าวะ
"เรื่อง?" ผมถามปลายสายออกไปอย่างเซ็งๆ ก่อนที่มือหนาจะยกขึ้นกุมขมับ
[ทำไมจะแต่งงานแล้วไม่บอกพวกกูสักคำวะ ต้องให้พวกกูรู้เองถูกไหม?]
"มึงพูดเรื่องอะไร?" ผมได้ยินแต่แค่ถามเพื่อความแน่ใจ
[ก็ข่าวที่เครือ ACTOR ประกาศทายาทรุ่นที่ 4 จะแต่งงานก็ไม่ใช่มึงคนเดียวหรือไงทายาทรุ่น 4 ที่ว่า] จริงอย่างที่มันว่าทายาทรุ่น 4 ของ ACTOR มีแค่ผมคนเดียวแล้วเรื่องแต่งงานที่มันบอกเมื่อกี้คืออะไร
"กูยังไม่รู้เรื่อง ส่งข่าวมาที"
[เฮ้ยไอ้เจย์ส่งข่าวนั้นให้มันหน่อยดิ้] ไอ้ภัคมันพูดบอกเพื่อนอีกคนแสดงว่ามันคงอยู่ด้วยกันในตอนนี้
"แค่นี่แหละ เจอกัน" ช่วงเวลานี้ผมรู้สึกว่าผมต้องใช้สมองหนักมากเป็นพิเศษได้แต่นึกคิดว่าผมไปเผลอตกลงจะแต่งงานกันใครหรือเปล่าตอนเมา? แต่ก็ไม่เคยเมาขนาดจำอะไรไม่ได้นะ
ครืด ครืด~
เสียงโนติดังขึ้นดึงผมให้หลุดออกจากภวังค์ก่อนยกโทรศัพท์ในมือขึ้นกดดูลิงค์ข่าวที่เพื่อนส่งกลับมาให้ แต่ยิ่งเห็นข่าวที่ว่ายิ่งรู้สึกสับสนมากกว่าเดิม ถ้ามันเป็นสำนักข่าวที่ปล่อยออกมาตามเว็บ ผมคงไม่ลนลานขนาดนี้แต่นี้มันไม่ใช่ มันเป็นเว็บของเครือ Actor เองเลยน่ะสิ
"นี่พ่อกำลังเล่นตลกอะไรอยู่" กำโทรศัพท์ในมือเเน่นพร้อมกับคำถามในใจมากมายที่ต้องการคำตอบ
ผมลุกขึ้นเต็มความสูงก้มลงหยิบเสื้อผ้าขึ้นใส่ไว้เหมือนเดิมเพื่อจะไปหาคำตอบที่กำลังคาค้างใจแต่ร่างเปลือยของหญิงสาวก็ลุกขึ้นมาคว้าแขนผมไปกอดจนเนินอกสวยถูไปมากับแขนแกร่ง
"แด๊ดจะรีบไปไหนคะ เบลล์ยังไม่สบายตัวเลยนะ" ผมก้มลงมองเธออย่างนึกสงสารแต่ไม่มีอารมณ์มากพอที่จะทำต่อแล้ว
"ฉันมีธุระด่วน นี่เงินของเธอ" ว่าจบก็พยายามแกะแขนเรียวออกจากการกอบกุม
"แด๊ดคะ อยู่กับเบลล์ก่อนนะคะ" เธอยังคงยื้อยั้งจนรู้สึกรำคาญ ให้ตายเถอะ
"อย่ามางี่เง่ากับฉัน" ผมแกะมือเธอออกอีกครั้งและเหมือนเธอเองก็คงกลัวอยู่ไม่มากก็น้อยกับท่าทางของผมเมื่อครู่ เลยไม่ตามเซ้าซี้อีก เอาเถอะ โอกาสหน้าถ้าไม่ลืมจะเรียกใช้เธออีกละกัน
@ACTOR
หลังจากที่ผมเหยียบ 120 มาถึงบริษัทแล้วก็ตั้งหน้าเดินมาที่เป้าหมายอย่างท่านประธานใหญ่ทันที
"คุณพ่ออยู่ไหม?" เอ่ยถามลูกน้องคนสนิทของท่าน ทั้งสองที่ยืนเฝ้าประตูห้องอยู่
"คุณท่านมีแขกครับนายน้อย" บอดี้การ์ดคนหนึ่งพูดบอกก่อนที่ทั้งคู่จะขยับเข้าหาประตูมากขึ้นเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าไม่ให้เข้าไปเด็ดขาด
"ฉันต้องการพบคุณพ่อ"
"แต่คุณท่านไม่อนุญาตให้ใครรบกวนครับนายน้อย" มันต่างพากันก้มหน้าก้มตาไม่กล้าสบตากับผมแต่ร่างกายกำยำของมันทั้งคู่ก็ทำให้ผมแหวกเข้าไปไม่ได้อยู่ดีถึงผมจะตัวโตพอ ๆ กับพวกมันก็เถอะ
ผั๊วะ!
แต่ยังไงวะอารมณ์ไม่ได้ดีเท่าไหร่โดนขัดใจอีกคงไม่ดีมากนักต่อคู่กรณี
มัดหนักๆ ของผมฟาดลงอย่างเเรงที่ปากของลูกน้องด้านซ้ายทำเอาคนที่โดนต่อยเซหน้าหันให้เห็น
"ไม่ได้ครับนายน้อย ขอร้องนะครับ" บอดี้การ์ดอีกคนเข้ามาห้ามผมด้วยการเข้าล็อคจากทางด้านหลัง
"ปล่อยดิวะ!" ผมดิ้นพล่ามให้หลุดจากการกรอบกุมจนเกือบหลุดก็มีเสียงหนึ่งที่คุ้มเคยดังขึ้นมา ก่อนที่ประตูบานใหญ่ตรงหน้าจะเปิดออกพร้อมกับร่างชายวัยกลางคนที่เดินออกมาจากห้องทำงานห้องนั้น
"เกิดอะไรขึ้น?"
"ปล่อย" คุณพ่อพูดบอกก่อนผมจะหลุดออก ถ้าเทียบกันแล้วตอนนี้ผมคงไม่ต่างอะไรไปจากนักเลงที่เข้ามาหาเรื่องประธานบริษัท
"คุณพ่อต้องการอะไรจากผมครับ"
"ฉันกำลังมีแขกอย่าเสียมารยาท แล้วเราค่อยมาคุยกัน" ท่านยังคงรักษาภาพพจน์ความเป็นตัวเองอยู่ด้วยความนิ่งพลางหันไปมองแขกด้านในห้องที่ตอนนี้กำลังเดินมาทางนี้แล้วเหมือนกัน
"ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวเราค่อยมาคุยกันใหม่ก็ได้ ผมไม่รีบ" แขกที่ว่าถึงพูดบอก
"เอางั้นเหรอ โอเคครับเดี๋ยวผมจะให้เลขานัดไปอีกทีละกัน" อีกฝ่ายตอบตกลงในคำบอกเมื่อครู่ของประธานก่อนจะก้มโค้งแสดงความเคารพและเดินจากไปในเวลาต่อมา
"ข่าวที่ผมจะแต่งงานคืออะไรครับ?" ผมถามพร้อมกับเดิมตามผู้เป็นพ่อเข้าไปด้านในตัวห้อง
"ก็อ่านอะไรตรงไหนไม่เข้าใจล่ะ?" เป็นคำถามที่ถามไปแล้วได้คำถามกลับมา นี่ท่านไม่ได้รู้สึกอะไรบ้างเลยหรือไง
"เพราะอะไร? ผมโตแล้วนะครับ ทำไมคุณพ่อยังจะมาครอบงำชีวิตของผมอีก" นี่มันชีวิตของผมแล้วนะ การแต่งงานมันใช่เรื่องเล็กๆ หรือไง
"แกโตแล้วจริงๆ งั้นเหรอ ทำไมไม่ส่องกระจกดูตัวเองบ้างว่าทุกวันนี้ทำตัวเหลวแหลกแค่ไหนและฉันก็พูดตรงนี้เลยนะว่าฉันหาคนที่จะมาแต่งงานกับแกได้เเล้ว ถ้าแกไม่ยอมรับสิ่งที่ฉันมอบให้ก็ไม่ต้องมาเรียกฉันว่าพ่ออีก!" จากคนที่สุขุมเยือกก็เริ่มมีปากเสียงขึ้นทันทีเหมือนคนละคน
"คุณพ่อ!"
"ออกไปได้แล้ว ฉันมีงานต้องเคลียร์อีกเยอะ" ผู้เป็นพ่อหันกลับไปมองทิวทัศน์นอกกระจกอย่างควบคุมสติและผมรู้ดีว่าสิ่งที่ท่านพูดมันจะเกิดขึ้นจริงหากผมไม่ทำตาม
"โธ่เว้ย!" บัดซบที่สุด!
19.30 น.
ไม่รู้ไปมายังไงพวกเราก็นัดรวมตัวที่ผับใหญ่กลางใจเมืองหลวงที่เพื่อนผมอย่างไอ้เมธาเป็นหุ้นส่วนและไม่ว่าใครในกลุ่มเพื่อนมีเรื่องไม่สบายใจหรืออะไรที่ต้องปรึกษากันส่วนมากก็จะพากันมารวมตัวที่นี่ตลอด มันสะดวกและเมธาเองก็ได้ทำงานไปด้วย
"สรุปพ่อมึงจัดการเรื่องให้ทุกอย่างถูกไหม?" เมธาถามขึ้นก่อนที่ผมจะตกเป็นเป้าสายตาของคนสามคน
"เออ" ผมพูดตอบก่อนจะถือแก้วยกน้ำสีอำพันขึ้นกระดกปล่อยน้ำเมาลงคออย่างคุ้นชินกับความขมนี้
"แล้วยังไงวะมึงก็ยอม" เจย์พูดเสริม
"ก็ถ้าไม่ยอมก็ตัดพ่อลูกกัน มึงคิดว่าพ่อกูเป็นคนยังไงล่ะ" ตอบบอกมันไปตามความจริง เราทั้งหมดสนิทกันมากตั้งแต่เด็กๆ เรื่องแค่นี้มันเลยไม่ยากที่จะรู้นิสัยของพ่อผมด้วย
"พ่อมึงเเม่งโครตเจ๋งเลย" ภัคไอ้คนที่มันโทรบอกผมเรื่องข่าวพูดขึ้น
"เจ๋งกับผี" ผมก็เอาแต่กระดกแก้วพร้อมๆ กับทำหน้าเซ็งไปด้วย
"มึงก็ทำตัวให้เขาคุมถุงชนเองหนิ เขาคงอยากให้มึงเป็นผู้เป็นคน"
"แล้วกูไม่เป็นผู้เป็นคนตรงไหน"
"เสือผู้หญิง งานการไม่ทำแล้วไหนจะข่าวที่มีให้เห็นเสียๆ หายๆ เรื่องผู้หญิงอีกไม่เว้นวัน ถ้ากูเป็นพ่อมึง...กูฆ่ามึงตายห่าไปแล้ว"
"มึงหุบปากไปเลยไป" ผมพูดบอกพลางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง อารมณ์ในห้องเป็นไปด้วยความไม่พอใจไปดับร้อนหน่อยก็น่าจะดี
"อ่าวแล้วนั่นมึงจะไปไหน" เจย์พูดขึ้นทักเมื่อเห็นผมที่กำลังเดินออกนอกเขตที่นั่ง
"ไปห้องน้ำจะตามไปจับให้กูไหมล่ะ?" ยกยิ้มขึ้นบนใบหน้าคมของตัวเอง
"ครับพ่อของใหญ่ รีบไปรีบมามึงอะ" ยกมือขึ้นส่งสัญญาบ่งบอกว่ารับรู้ให้คนด้านหลังเห็น
ร่างสูงสัดส่วนพอดีได้รูปของผมยืนสำรวจตัวเองพักใหญ่เพิ่มความมั่นใจให้ตัวเองก่อนออกจากห้องน้ำหลังจากทำธุระส่วนตัวเสร็จและใจเย็นลงก่อนที่จะเดินออกมาหวังกลับไปหาเพื่อนๆ ที่รอตนอยู่
ทว่า..
"เห้ย!" ผมสบทออกมาอย่างหงุดหงิดเล็กน้อยที่มีใครก็ไม่รู้ที่ออกมาจากห้องน้ำเหมือนกันเข้ามาชนอกแกร่งอย่างเต็มแรง
เดินยังไงของมันวะ เมาแล้วก็กลับไปนอนดิ!
"โอ๊ยย" คู่กรณีที่เหมือนจะตัวเล็กกว่าร้องขึ้นพร้อมกับเซออกไปไกลราวสองศอกพลางใช้มือเล็กของเขากุมที่แขนเหมือนได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุครั้งนี้
"ขอโทษครับ เป็นอะไรมากหรือเปล่า?" มันก็ต้องแสดงความสุภาพบุรุษหน่อย
"ไม่เป็นไรครับ ผมซุ่มซ่ามเองด้วย" คนตัวเล็กก้มหน้าก้มตาสำรวจตัวเอง พูดคุยกับผมแต่ไม่เเม้แต่จะเงยขึ้นมามอง
"ขอโทษอีกรอบนะครับ" ผมที่ถึงแม้จะดูเหมือนไม่ผิดแต่ก็แสดงความรับผิดชอบเต็มที่เหมือนกัน
"ขอโทษเหมือนกันนะครับ งั้นผมขอตัวนะ"
อืมน่ารักว่ะ...
มีแต่คำว่าน่ารักหลังจากที่เจ้าตัวเงยหน้าขึ้นมาคุยกับผม มันเหมือนซีนในละครหลังข่าว ที่นางเอกเงยมาเจอพระเอกแล้วพระเอกติดใจในความสวย เฮ้ย ไม่ได้ดิ
"เอ่อ...ถ้าไม่รังเกียจให้ผมได้เลี้ยงคุณสักมื้อเป็นการขอโทษได้ไหมครับ?" ผมพูดรั้งเมื่ออีกคนกำลังจะเดินออกไป ปล่อยไปง่ายๆ คงไม่ใช่ครูซ
"ผมไม่ได้เป็นอะไรครับ อีกอย่างถ้ามีคนต้องเลี้ยง ผมว่าคงเป็นผมมากกว่าเพราะผมซุ่มซ่าม" คนตัวเล็กตรงหน้าพูดขึ้นอย่างถ่อมตัว
"แล้วผมสามารถเจอคุณได้อีกทีที่ไหน?"
"ต่อไป...ผมคงได้มาที่นี่บ่อยๆ แล้วเจอกันนะครับ" แล้วผมก็ปล่อยเขาไปง่ายๆ นี้แหละ ดูเหมือนว่าจะซี้เซ้าเกินไปจะยิ่งเข้าถึงยากกว่าเดิมนะ
"ฮิ้วววว ไอ้เสือมันเอาอีกแล้วว่ะ" เหตุการณ์เมื่อกี้คงไม่รอดพ้นสายตาพวกมันสินะ
"ใครวะ น่ารักว่ะๆ" เมธาพูดบอกเพราะความสอดรู้สอดเห็นพลางมองตามผมไปด้วย
"ไม่รู้แต่น่ารักจริง คนนี้ไม่เหมือนใครที่กูเคยเจอ" ผมพูดบอกหลังจากกลับมานั่งลงที่เดิมของตนเองเรียบร้อยแล้วแต่สายตาคมยังคงจับจ้องไปที่คนตัวเล็กจนลับตาเลยหันไปโฟกัสเพื่อนแทน
"มองอะไรขนาดนั้นวะ?" พวกมันรู้ดีว่าเมื่อถึงเวลาจริงจังของผมสายตาก็จะเปลี่ยนไปอีกแบบ
"กูเปล่า" เขาก็ดูน่ารักดีแค่นั้น...
อีกด้าน
ผมเดินกลับมาที่โต๊ะหลังกลับจากห้องน้ำและจับต้นแขนเล็กของตัวเองไปพลาง ก็เจ็บน่ะสิดันไปซุ่มซ่ามเดินชนใครก็ไม่รู้ ช้าอีกนิดถ้าเขาคนนั้นไม่คว้าไว้คงได้นอนนับเลขที่พื้นเป็นแน่
"มึงเป็นไรวะ?" พีชที่เห็นท่าทีของผมทักขึ้นอย่างสงสัย
"เจ็บแขนนิดหน่อย เมื่อกี้เดินชนใครไม่รู้" ผมพูดบอกไปตามความจริงและเบนสายตาไปที่เด็กของมันที่นั่งแนบข้าง เพิ่งรู้เหมือนกันว่าเพื่อนผมมีรสนิยม 3P แต่ดีหน่อยที่มันยังคงรู้จักป้องกันทุกครั้ง ผมเลยไม่ได้ห่วง
"อ่าว ไหนกูดูหน่อย อีผี! เขียวเบอร์นี้นิดหน่อยถูกไหม?" มันขยับตัวมาดึงมือผมออกก่อนจะเจอรอยจ้ำเขียวๆ ที่แขนและโวยวายขึ้นมาเหมือนมีคนกำลังจะตาย
"เออนิดหน่อย ดื่มเถอะ" ผมจับมือมันออกจากตัวและพูดบอก ผมรู้ว่ามันเป็นห่วงแต่ผมไม่ได้เจ็บจนจะตายขนาดนั้น
"เออๆ ต่อไปเดินไปไหนก็หัดระวังบ้างมึงอะ" มันละความสนใจไปที่แก้วเหล้าและเด็กของมันทั้งสองเหลือเพียงผมที่ยังคงนึกสงสัยในใจว่า
เขาคือใครนะ....
ทำไมผมถึงรู้สึกแปลก ๆ ยังไงก็ไม่รู้
คุณอาจจะชอบ





