ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เมียบังหน้า

เมียบังหน้า

นิยายแนวโรแมนติกที่ถ่ายทอดเรื่องราวความสัมพันธ์อันขมขื่น เมื่อคนหนึ่งยังคงถลำลึกในความรัก แต่อีกฝ่ายกลับเลือกที่จะหันหลังให้ ความเสียใจที่กัดกินใจฝ่ายหนึ่งกลายเป็นความพึงพอใจของอีกฝ่ายอย่างน่าเจ็บปวด ในขณะที่คนหนึ่งยังคงจมปลักอยู่กับความคิดถึงที่แสนทรมาน อีกคนกลับเลือกทอดทิ้งความทรงจำเหล่านั้นไว้เบื้องหลังอย่างไม่ไยดี ทิ้งให้อีกฝ่ายต้องเผชิญกับความโดดเดี่ยวเพียงลำพังในฐานะเมียบังหน้าที่มีเพียงความว่างเปล่า
ตอน
แชร์

ตอน 1

"น่ารำคาญ" ผมพูดขึ้นอยู่เบาะหลังรถหรูที่นั่งมาหลังจากที่สายตาปะทะเข้ากับฝูงนักข่าวจำนวนมากที่รอต้อนรับ ไม่ต่างอะไรจากแร้งรุมศากศพ แค่คิดก็ทำเอาหงุดหงิด

"คิดเห็นอย่างไรกับข่าวที่เกิดขึ้นในเครือของ ACTOR ตอนนี้บ้างครับ/คะ?" ไม่ทันที่เป้าหมายอย่างผมจะลงจากรถ ก็พบกับคำถามไม่เข้าหู

ขายาวก้าวลงจากรถที่นั่งมาหวังฝ่าฝูงนักข่าวจำนวนมากเข้าไปด้านในพร้อมกับบอดี้การ์ดที่คอยคุ้มกันแต่เหมือนจะไม่เป็นผลเพราะจำนวนนักข่าวที่มากจนยากเกินไปที่จะเปิดทาง

"ช่วยตอบคำถามหน่อยได้ไหมครับว่ามันเป็นความจริงหรือเปล่าหรือว่าที่ไม่ตอบเพราะว่ามันคือเรื่องจริงตามที่เป็นข่าว" คำถามที่ไม่รู้ว่าถูกกรองมากจากส่วนไหนในสมองทำให้ผมเลือกที่จะหยุดเดินและหันมองหน้าเจ้าของเสียงนั้นชัดๆ

"การที่ผมไม่ผูกสัมพันธ์กับคนจำนวนมากไม่ใช่ว่าผมไม่ต้องการนะครับ แต่ผมแค่ไม่ได้อยากยุ่งเรื่องส่วนตัวของผมจนเกินเหตุหรือถ้าเป็นไปได้ก็ไม่อยากที่จะยุ่งกับใครเลยด้วยซ้ำถ้าเรื่องนั้นไม่เกี่ยวกับงาน ผมว่าคุณน่าจะลองทำเหมือนผมบ้าง"

เหมือนคำพูดของผมจะเป็นผลทำเอาเจ้าตัวถึงกับหน้าซีดเล็กน้อย แต่ก็เอาเถอะผมไม่มีเวลามากพอที่จะต่อปากต่อคำกับใคร

และไม่นานมากจากความวุ่นวายผมก็ฝ่าฝูงนักข่าวมาได้แม้จะแลกมาด้วยความยากลำบากก็เถอะ

"ดูสิ่งที่แกทำ! มันเสียหายมากขนาดไหนแกเห็นหรือยัง!?" ผมชินแล้วล่ะ กับคำกรนด่าของผู้เป็นพ่อหรือจะเรียกว่าท่านประธานดี?

"หุ้นตกไปกี่ร้อยล้านล่ะครับครั้งนี้"

เพี๊ยะ!

ไม่ทันสิ้นเสียงดีฝ่ามือหนาของคนเป็นพ่อก็ตบลงมาที่หน้าผมอย่างจัง ผมนิ่งไปอย่างคิดไตร่ตรองกันสิ่งที่เกิดผม ถ้าให้ไล่มาตั้งแต่จำความได้นี่คงเป็นครั้งแรกที่พ่อตบหน้าผม

"นอกจากจะไม่สำนึกยังมาทำท่าทีแบบนี้ใส่ฉันอีกนะแก!" ท่าทางของพ่อโกรธจัดในระยะที่ผมเองก็เคยเจอมาก่อนเหมือนกัน

"แล้วแกจะทำยังไงต่อ ดูผู้หญิงที่แกควงสิ ไม่เคยจะซ้ำหน้ากันเลยสักข่าว งามไส้ดีไหมล่ะ” ใช่ครับเพราะข่าวที่ผมควงสาวแบบว่าเข้าโรงแรมไม่ซ้ำหน้าทำให้หุ้นบริษัทตกพรวดวันละหลาย ๆ สิบล้าน พ่อถึงได้เดือดขนาดนี้

เครือกรุ๊ป ACTOR เป็นธุรกิจส่งออกรายใหญ่ระดับโลกถ้ามีเรื่องนิดหน่อยมากระทบก็ทำหุ้นตกได้ง่าย ๆ เหมือนกัน

"กลับมาเป็นคนเดิมได้เเล้ว หนูพิมเธอตายไปนานแล้ว" ผมขมวดคิ้วขึ้นกับประโยคที่พ่อพูดบอก ผมไม่เข้าใจเลยด้วยซ้ำว่าเขาจะพูดเรื่องนี้มาทำเพื่ออะไร

"ผมขอตัว" ไม่รอให้คู่สนทนาได้ตอบกลับอะไรไปมากกว่านี้ก็เดินออกมาพร้อมกับคำกรนด่ามากมายตามหลัง นี่มันวันอะไรของผม วันโดนพ่อด่าแห่งชาติงั้นเหรอ

พิมคือภรรยาที่ผมรักมาก แม้ชีวิตถ้าผมแลกเธอกลับมาจากอุบัติเหตุเมื่อ 5 ปีที่แล้วได้ ผมก็จะทำ

"นายน้อยอย่าไปใส่ใจเลยนะครับ คุณท่านแค่โมโห" เอ็มมือขวาคนสนิทของผมพูดขึ้นหลังจากที่เราทั้งคู่เดินเข้ามาที่ห้องทำงานของผมแล้ว

"เงียบ" มันก้มลงมาพื้นพร้อมกับมือที่ประสานกันอยู่ด้านหน้า

อีกด้าน

ผมถูกเรียกตัวกลับมาประเทศไทยด่วนเพราะคุณพ่อ ความจริงแล้วผมเพิ่งเรียนจบปริญญาตรีที่ฝรั่งเศสและมีแพลนจะทำงานที่นั่นสักระยะเพื่อหาประสบการณ์แล้วกลับมาช่วยบริษัทของคุณพ่อทีหลัง

"แล้วสรุปคุณพ่อเรียกดีนกลับมาด่วนเพราะอะไรครับลุงเอก" นั่งนึกหาเหตุผลมาตลอดที่ขึ้นเครื่องมาก็ไม่อาจจะรู้ความคิดของท่านเองเลยเพราะปกติแล้วถ้ามีเหตุให้ต้องกลับไทยคุณพ่อก็ต้องบอกล่วงหน้าสิแต่ครั้งนี้ไม่ใช่

"ไม่มีใครรู้ความคิดของนายท่านได้หรอกครับคุณหนู" ก็จริงอย่างลุงแกว่านะ

ตอนนี้ลุงเอกมารับผมที่สนามบินและเราก็กำลังเดินทางกลับบ้านพร้อมกับรถคุ้มกันจำนวนมาก ก็นะคุณพ่อกับธุรกิจมากมายทั้งผิดและถูกกฎหมายลูกกลับมาทั้งทีคงไม่ดีถ้าคู่แข่งทางการค้าจะลอบฆ่าผม เอาเถอะความสบายใจของท่านหนิ

เพียงระยะเวลาสั้น ๆ ก็ถึงที่หมาย ประตูรั้วขาวขนาดใหญ่เปิดออกเมื่อรถคันแรกเข้าจอดจ่อประตูหวังเข้าด้านในคฤหาสน์กว้าง

"ผมไม่กลับมาแค่ปีเดียวบ้านเราเปลี่ยนไปมากขนาดนี้เลยเหรอครับ" ไม่คิดว่าผมจะกลายเป็นเด็กคิดถึงบ้านไปได้

"นายท่ายสั่งปรับปรุงบริเวณบ้านเมื่อสามวันที่แล้วก่อนคุณหนูกลับมาเองครับ"

ลุงเอกเป็นลูกน้องคนสนิทของคุณพ่อเขาแหละ การที่ได้มารับผมก็เพราะความไว้ใจล้วนๆ เพราะท่านรู้ว่าลุงเอกสามารถปกป้องผมได้แน่นอนยามเกิดเหตุฉุกเฉิน

ผมพยักหน้าให้กับคำตอบของลุงเอกก่อนจะหันมาสนใจกระเป๋าที่ตัวเองสะพายมาเพื่อเตรียมพร้อมจะลงจากรถแต่รู้สึกว่าจะมีคนยืนต้อนรับผมอยู่ก่อนแล้วด้วย

"คุณพ่อสวัสดีครับ คิดถึงจังเลย" ผมเดินไปสวมกอดคุณพ่อที่มารอรับทันทีที่ลงจากรถ เราทั้งคู่สนิทกันมากถึงมาก แต่ก็ไม่ได้ตามใจผมให้เสียนิสัยอะไรขนาดนั้นหรอก ตามใจตามที่เห็นสมควร

คุณแม่เสียไปตั้งแต่ผมยังเด็กๆ เลยมีแค่คุณพ่อเท่านั้นที่ทำหน้าที่ดูแลผมทุกอย่าง ถามว่าคุณแม่เป็นอะไรถึงเสีย ผมให้คำตอบไม่ได้หรอกครับเพราะผมเองก็ไม่รู้เหมือนกัน

"ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะลูก" ฝ่ามือหนาลูบลงบนผมนุ่มของผู้เป็นลูกอย่างอ่อนโยนผิดฐานะเจ้านายจนลูกน้องหลายๆ คนต่างส่งยิ้มให้กับภาพที่เห็นแต่ก็ต้องชะงักเสียก่อนเมื่อปะทะสายตากับผู้เป็นนาย

"เข้าบ้านกันเถอะ ลูกกลับมาเหนื่อยๆ ขึ้นไปอาบน้ำ พักผ่อนเเล้วเดี๋ยวเย็นนี้พ่อจะให้คนขึ้นไปตามสำหรับดินเนอร์"

"ดีเหมือนกันครับ เจ๊ทแล็กจนได้" ไม่แปลกที่จะแจ๊ทแล็กเลยครับก็ดูทามโซนของไทยกับฝรั่งเศสสิ มากี่ครั้งๆ ก็ไม่เคยชินเลย

กระเป๋าสัมภาระของผมถูกเคลื่อนย้ายขึ้นไปบนห้องจนหมดในระยะเวลาไม่นานด้วยฝีมือแม่บ้านก่อนจะขอตัวละจากคุณพ่อขึ้นไปอาบน้ำแล้วงีบพอให้หายแจ๊ทแล็กสักหน่อยก็ยังดี

"กลับมาแล้วนะครับคุณแม่" ก่อนเข้าห้องไม่ลืมที่ผมจะแวะไหว้คุณแม่ในห้องของท่าน แต่ดูจากธูปหนึ่งดอกที่ถูกจุดไว้จนเหลือครึ่งก็น่าจะเป็นของคุณพ่อ

"คุณพ่อคงบอกแล้วใช่ไหมครับ คิดถึงจังเลยนะ" มือเล็กเอื้อมเข้าไปลูบวนกับรูปในกรอบบริเวณแก้มสวยของผู้เป็นแม่ก่อนจะหลุดออกจากห้วงความคิดเมื่อเสียงหนึ่งเข้าแทรก

"คุณหนูคะ ป้าจัดของเข้าที่ให้หมดแล้วนะคะ" ผมหันไปพยักหน้ารับรู้ก่อนจะเดินออกจากห้องไปและไม่ลืมที่จะปิดประตูให้เข้าที่เหมือนเดิม

ร่างบางของผมยืนเปลือยอยู่หน้ากระจกที่สะท้อนภาพเงาของตัวเองออกมาให้เห็นถึงส่วนโค้งส่วนเว้าในร่างกายที่ผมคุ้นชิน

ทำไมตนถึงไม่เกิดมารูปร่างเหมือนผู้ชายที่เขาตัวสูงๆ โตๆ นะ แอบสงสัยอยู่หลายครั้งแต่ก็ไม่เคยที่จะได้คำตอบเพราะมันเหมือนจะเป็นเรื่องปกติของผมไปเสียแล้วน่ะสิ

"คุณหนูคะ คุณท่านให้ขึ้นมาถามว่าต้องการอะไรเพิ่มเติมหรือเปล่าคะ?" เสียงป้าจิ๋ว หัวหน้าแม่บ้านประจำเอ่ยถามขึ้นจากด้านนอกห้องน้ำ

"ไม่ครับป้า" ผมตะโกนรับจากด้านในก่อนจะรีบแต่งตัวใส่เสื้อคุมเดินออกจากห้องน้ำ

"งั้นเดี๋ยวป้าจะขึ้นมาตามอีกทีตอนทานมื้อเย็นนะคะ"

"ครับป้า ฝากล็อคห้องให้ดีนหน่อยนะครับ" ว่าบอกและเดินไปปรับอุณหภูมิแอร์ให้เย็นลงหลังจากป้าเดินออกไปก่อนจะทิ้งตัวนอนลงทั้งเสื้อคุมผืนเดียว เพลียมากขอนอนหน่อยแล้วกัน

18:30 น.

"ป้ากำลังไปตามคุณหนูพอดีเลยค่ะ" ป้าจิ๋วพูดขึ้นเมื่อมาเจอผมที่บันไดเชื่อมชั้นพอดี

"พอดีว่ากับข้าวมันหอมไปถึงห้องเลยครับ ดีนคิดถึงฝีมือป้าจิ๋วจะแย่เลยรีบลงมา" อันนี้ผมไม่ได้โกหกนะกลิ่นกับข้าวที่คุ้นเคยมันหอมแบบสุดๆ ไปเลย

"งั้นไปกันเถอะค่ะ นายท่านรอคุณหนูอยู่" ผมพยักหน้ารับรู้ก่อนจะเดินนำอีกคนไปที่ห้องอาหาร

"ลงมาแล้วเหรอลูก"

"ครับคุณพ่อ พอดีว่ากลิ่นอาหารห๊อมหอม ขึ้นไปตามถึงบนห้องเลย" ผมเดินไปเข้าที่ประจำของตัวเองพลางตอบกลับผู้ที่รออยู่ก่อนแล้ว เสียนิสัยจริง ๆ เลยให้คุณพ่อรอทานข้าวได้ไงเนี่ย

เราสองพ่อลูกเริ่มทานข้าวทันทีที่เด็กในบ้านตักข้าวให้ นานๆ ทีจะได้ทานข้าวด้วยกันมันก็จะอร่อยหน่อย ๆ บวกกับฝีมือการทำกับข้าวของป้าจิ๋วอีก สุดยอดไปเลย

"ว่าแต่คุณพ่อจะบอกได้ยังครับว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงเรียกดีนกลับไทยด่วนขนาดนี้ล่ะ" ผมถามขึ้นพลางตักข้าวในช้อนเตรียมจะใส่ปาก

ก็ตั้งแต่กลับมาพ่อยังไม่พูดอะไรเลยเกี่ยวกับเรื่องที่ให้ผมกลับไทย ผมเลยต้องชิงถามก่อนเพราะความอยากรู้และข้องใจ

"ดีนจำเพื่อนพ่อที่ชื่อลุงเจตน์ได้ไหม?" คุณพ่อชำเลืองมองมาทางผมกลายๆ ก่อนจะพูดขึ้นถาม

"ลุงเจตน์ที่เมื่อก่อนชอบมาบ้านเราบ่อยๆ น่ะเหรอครับ ว่าแต่ตอนนี้ไม่ค่อยได้เห็นเลยนะครับ" พูดตอบบทสนทนาหลังจากรู้สึกอิ่มข้าวพอดีก่อนจะวางช้อนส้อมในมือลงอย่างเบาแรง จับผ้าขึ้นเช็ดริมฝีปากบางของตัวเองก่อนจะยกแก้วน้ำขึ้นดื่มตาม

"นั่นแหละ พอดีว่าลุงเจตน์อยากให้ดีนกับลูกเขาแต่งงานกัน"

"แค่ก ๆ....คุณพ่อว่าอะไรนะครับ" สำลักน้ำสิงานนี้ ผมไม่ได้ยินอะไรผิดไปใช่ไหม?

"ใจเย็นๆ ค่อยๆ ดื่มสิลูก ก็ลุงเจตน์มาปรึกษาพ่อเรื่องลูก ว่าอยากจะให้แต่งงานกับลูกเขา พ่อก็คิดเหมือนกันนะว่าลูกพ่อจะได้มีคนดูแล พ่อจะได้หมดห่วง" คุณพ่อพูดต่อหลังจากที่ผมมีท่าทีหายจากอาการสำลักน้ำแล้ว

สายตาที่ส่งมาตอนนี้ของคุณพ่อเหมือนกับตอนทำงานเลย มันยิ่งทำให้ผมรู้ว่าครั้งนี้คุณพ่อจริงจังกับมันมากแค่ไหน แล้วแบบนี้ผมจะหาข้ออะไรมากังขาท่านได้

"แต่ลูกลุงเจตน์เป็นผู้ชายไม่ใช่เหรอครับหรือว่ามีผู้หญิงอีกที่ดีนไม่รู้" คิ้วคู่สวยเริ่มขมวดเข้าหากันเล็กน้อยอย่างรอคำตอบ

ตั้งแต่เด็กจนโตมาก็รู้แค่ว่าลุงเจตน์มีลูกผู้ชายอายุก็มากกว่าผมราว ๆ 4-5 ปีได้ แต่ทำไมถึงมาคุยเรื่องแต่งงานกับผมที่ตัวก็เป็นผู้ชายเหมือนกัน

"ไม่มีหรอก ลุงเจตน์มีลูกแค่คนเดียว" ผมไม่ได้จำผิดแต่ทำไมล่ะ?

"คุณพ่อหมายความว่าจะให้ดีนแต่งงานกับผู้ชายเหรอครับ...นี่มันเกิดอะไรขึ้นครับพ่อ?" ไม่โอเค ผมไม่โอเคและไม่เข้าใจว่าผู้เป็นพ่อกำลังคิดอะไรอยู่

"ใจเย็น ๆ ก่อน พ่อเห็นว่าพี่เขาก็เป็นคนดีปกป้องดีนได้ พ่อไม่สามารถอยู่กับดีนได้ตลอดนะ เข้าใจพ่อหน่อย" คุณพ่อพูดบอกด้วยน้ำเสียงที่ซอร์ฟลงจากประโยคก่อนหน้าพลางวางช้อนส้อมในมือลงและมองมาที่ผมอย่างตั้งใจนัยน์ตาคู่นั้นแสดงให้เห็นชัดเจนถึงความเป็นห่วง ถึงจะแบบนั้นก็เถอะผมก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี

"แล้วทำไมคุณพ่อไม่ถามดีนสักคำล่ะครับ ทำไมไม่เข้าใจดีนบ้าง"

"ดีนอิ่มแล้ว ดีนจะขึ้นห้อง" น้อยใจครับมีแค่คำเดียวเลยที่อธิบายความรู้สึกในตอนนี้ของผมได้

"หยุดนะดีน พ่อไม่ชอบคนไม่เปิดรับฟังอะไร กลับมานั่งที่เดิม”

"........" ผมที่กำลังจะลุกออกจากเก้าอี้ก็ต้องนั่งลงเหมือนเดิมเพราะรู้แจ้งถึงนิสัยส่วนตัวของผู้เป็นพ่อ

"พรุ่งนี้เย็นลุงเจตน์และครอบครัวจะมาทานข้าวเย็นที่นี่ หวังว่าลูกจะทำตัวดีๆ" คุณพ่อที่เหมือนจะไม่อยากให้เรื่องมันยืดเยื้อก็สรุปทุกอย่างรวบมัดเหมือนมัดมือชกผมเป็นกลาย

"ดีนปฏิเสธอะไรได้บ้างล่ะครับ" นั่นแหละครับผมปฎิเสธอะไรได้ด้วยเหรอ เพราะคำตัดสินของพ่อเป็นที่สิ้นสุดไง

ผมที่ตอนนี้อารมณ์แย่มาเต็มที่ก็ลุกขึ้นเดินไปชั้นสองทันทีก่อนที่เสียงเรียกของป้าจิ๋วจะตามมาติดๆ รอดีนอารมณ์โอเคกว่านี้แล้วกันนะครับป้า

"คุณหนูคะ คุณหนู" ป้าจิ๋วเรียกตามคุณหนูของเธออย่างเป็นห่วงพลางเดินตามไปดูอาการแต่กลับหยุดนิ่งเสียก่อนกับเสียงที่ดังขึ้นแทรก

"ปล่อยเขาไป" นายใหญ่ของบ้านพูดบอกเสียงเรียบก่อนจะถอนหายใจออกมากเฮือกใหญ่อย่างรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าว่าลูกตนต้องไม่พอใจกับสิ่งนี้เป็นแน่

แต่จะให้ทำยังไงได้เพราะสิ่งที่ตนมอบให้ก็เพื่อตัวลูกเองทั้งนั้น เอาเถอะข่มโคขืนให้กลืนหญ้ากันหน่อยจะเป็นอะไรไป

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย หนี้ร้อนซ่อนสวาท
8.1
เมื่อครอบครัวติดหนี้ร้อยล้าน 'จันทร์ศิตางค์' สาวนักเรียนนอกจึงต้องกลายเป็นพี่เลี้ยงในบ้าน 'อติภัทร' นักธุรกิจหนุ่มรุ่นใหญ่ผู้เป็นเจ้าหนี้ เพื่อสืบหาความจริงเรื่องหนี้สินภายใต้การปลอมตัวเป็น 'ลูกจันทร์' สาวบ้านนอกแสนซื่อ ทว่าแผนการลับต้องสั่นคลอนเมื่อเธอค้นพบความลับบางอย่างของเขา พร้อมกับต้องเผชิญหน้ากับเสน่ห์อันเย้ายวนและการเล้าโลมที่ยากจะต้านทาน แม้จะพยายามขัดขืนเพียงใด แต่สุดท้ายเธอกลับติดกับดักเสน่หาและแรงปรารถนาของเจ้าหนี้หนุ่มรูปงามเสียเอง
หน้าปกนวนิยาย ลูกหนี้ตีตรา
8.6
บุญคุณที่ต้องทดแทนอาจไร้ความหมายเมื่อหัวใจของคมน์ไม่เคยได้รับความรักตอบกลับมา แม้ต้นหลิวจะเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขาเฝ้ารักมาตลอดชีวิต แต่ท่าทีอันห่างเหินและดวงตาที่พร้อมจะตัดพ้อเสมอทำให้เขาต้องแบกรับความอึดอัดเอาไว้จนถึงที่สุด ในวันที่ความอดทนสิ้นสุดลง คมน์จึงตัดสินใจเผชิญหน้ากับความจริงที่แสนเจ็บปวดเพื่อยุติพันธะสัญญาที่ไร้หัวใจนี้ลงเสียที เขาเลือกที่จะเอ่ยปากขอหย่าขาดและคืนอิสระให้แก่เธอ แม้ว่านั่นหมายถึงการต้องสูญเสียคนที่เขารักที่สุดไปตลอดกาลก็ตาม
หน้าปกนวนิยาย สัญญารักร่ายพิศวาส
9.2
เมื่อสาวน้อยท่าทางจืดชืดตัดสินใจเซ็นสัญญาเสน่หาที่เต็มไปด้วยความเร่าร้อน ฝ่ายชายจึงเกิดความสงสัยในแรงจูงใจที่แท้จริงของเธอ ว่าเป็นเพราะเงินทองหรือความต้องการแสวงหาประสบการณ์แปลกใหม่กันแน่ แม้หญิงสาวจะพยายามขัดขืนบทรักอันหนักหน่วงเพียงใด แต่ความอยากรู้อยากลองกลับทำให้เธอเผลอใจไปกับสัมผัสที่เขามอบให้จนยากจะถอนตัว ท่ามกลางการปะทะคารมที่กล่าวหาว่าเขาคืออสูรร้าย เธอกลับตอบสนองต่อการรุกรานที่แสนวาบหวามนั้นด้วยร่างกายที่สั่นสะท้านและโหยหาในทุกค่ำคืน
หน้าปกนวนิยาย เหลี่ยมรักอาเขย
9.8
เมื่อหลานสาวพยายามขุดคุ้ยความลับเพื่อจับผิดอาเขยผู้มีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว แต่เธอกลับพลาดท่าเสียทีจนตกหลุมพรางที่เขาขุดไว้ กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ลับที่ยากจะถอนตัว แม้จะถูกความรู้สึกผิดกัดกินใจจนอยากจะหนีไปให้ไกลเพียงใด แต่สุดท้ายหัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีและไม่อาจต้านทานเสน่ห์อันตรายของเขาได้เลย ท้ายที่สุดแล้วเธอจะเลือกเดินตามความถูกต้องหรือจะพ่ายแพ้ให้กับความรักที่มิอาจเปิดเผยนี้
หน้าปกนวนิยาย ไฟเสน่หาเพลิงอารมณ์
8.1
เมื่อเจ้าสาวตัวจริงหายตัวไปอย่างเป็นปริศนาในวันวิวาห์ ความโกรธแค้นทั้งหมดจึงตกอยู่ที่เจ้าสาวตัวแทนผู้ถูกตราหน้าว่าเป็นต้นเหตุของเรื่องราววุ่นวายทั้งหมด เขาปักใจเชื่อในความเข้าใจผิดนี้และตัดสินใจลงทัณฑ์เธอด้วยบทเรียนแห่งความเสน่หา ท่ามกลางกระแสไฟแห่งอารมณ์ที่แผดเผาหัวใจของคนทั้งคู่ การล้างแค้นครั้งนี้จะนำพาพวกเขาไปสู่จุดจบที่คาดไม่ถึงในความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยไฟรักและแรงพยาบาทที่ยากจะดับลงได้
หน้าปกนวนิยาย สาวน้อยหวามรัก
8.9
เรื่องราวความรักสุดซึ้งของชายหนุ่มคนหนึ่งที่หัวใจต้องหวั่นไหวอย่างรุนแรง เมื่อเขาได้พบกับสาวน้อยจอมซนที่อาศัยอยู่บ้านติดกัน ความสดใสและนิสัยขี้เล่นของเธอค่อยๆ ทลายกำแพงในใจเขาจนกลายเป็นความรักที่ลึกซึ้งและยากจะถอนตัว แม้เธอจะดูแสบและป่วนแค่ไหน แต่เธอกลับเป็นเพียงคนเดียวที่เขายอมมอบหัวใจให้ทั้งหมดที่มีในนิยายโรแมนติกคอมเมดี้ที่อบอวลไปด้วยความหวานล้ำและเสน่ห์ของสาวข้างบ้านที่ใครก็ยากจะต้านทานไหว