ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เมื่ออดีตภรรยา กลับมาทวงแค้น

เมื่ออดีตภรรยา กลับมาทวงแค้น

เมื่อลูกชายวัยห้าขวบเห็นแก่ของเล่นจนเมินเฉยต่อความรักของแม่ แถมสามียังเปิดตัวชู้รักอย่างไม่แคร์ความรู้สึก เธอจึงตัดสินใจเซ็นใบหย่าทิ้งอดีตอันขมขื่นไว้เบื้องหลังเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะนักธุรกิจสาวที่ประสบความสำเร็จพร้อมลูกสาวบุญธรรม แต่แล้ววันหนึ่งอดีตสามีกลับมาอ้อนวอนขอให้เธอคืนไปทำหน้าที่แม่ ทว่าเธอกลับปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย พร้อมเตรียมเปิดโปงความลับดำมืดที่เขาซ่อนไว้ ทั้งเรื่องโศกนาฏกรรมของแม่เขาและการบังคับทำแท้งเพื่อเป็นการล้างแค้นให้สาสม
ตอน
แชร์

ตอน 1

ลูกชายแท้ๆ วัย 5 ขวบ โยนผ้าพันคอไหมพรมที่ฉันตั้งใจถักให้ลงพื้น แล้ววิ่งไปกอดขา 'เพื่อนสนิท' ของฉันอย่างรักใคร่

"แม่ไม่เห็นน่าสนใจเลย! น้าส้มใจดีกว่าตั้งเยอะ ซื้อหุ่นยนต์รุ่นลิมิเต็ดให้ภูด้วย"

คำพูดไร้เดียงสาของลูกชาย กรีดลึกลงกลางใจฉันยิ่งกว่ามีด สามีของฉันยืนโอบเอวชู้รัก มองดูภาพนั้นด้วยสายตาเรียบเฉย ราวกับฉันเป็นส่วนเกินในบ้านหลังนี้

ฉันตัดสินใจเซ็นใบหย่า เดินออกจากคฤหาสน์หรูโดยไม่หันหลังกลับ ทิ้งลูกชายที่เลือก 'ของเล่นราคาแพง' มากกว่า 'ความรักของแม่' ไว้เบื้องหลัง

ฉันเริ่มต้นชีวิตใหม่ รับเด็กกำพร้ามาเลี้ยงดู และสร้างธุรกิจจนประสบความสำเร็จ แต่แล้ววันหนึ่ง อดีตสามีก็ซมซานกลับมาพร้อมกับลูกชายที่เคยผลักไสฉัน

"นา... กลับมาเถอะนะ ลูกต้องการแม่"

ฉันมองหน้าพวกเขาด้วยความสมเพช ก่อนจะยิ้มมุมปาก

"ลูกเหรอ? ฉันมีลูกสาวคนเดียวชื่อนลิน ส่วนเด็กคนนั้น... ฉันไม่รู้จัก"

ในงานวันเกิดของเขา ฉันจะมอบของขวัญชิ้นสุดท้าย เป็นความจริงอันน่ารังเกียจที่เขาปกปิดไว้ ทั้งเรื่องแม่ของเขาที่ฆ่าตัวตาย และเรื่องที่เขาบังคับให้ชู้รักไปทำแท้ง

บทที่ 1

รจนา คุณูปการ (นา) POV:

ฉันยืนอยู่หน้าประตูคฤหาสน์หลังใหญ่ที่เคยเป็นบ้านของฉันนานกว่าเจ็ดปี ลมเย็นยะเยือกพัดมาปะทะกาย ฉันหอบกระเป๋าเดินทางใบน้อยไว้แน่น มีเพียงไม่กี่ชิ้นที่ฉันเลือกนำติดตัวมา มันเบาหวิวจนน่าใจหายเมื่อเทียบกับชีวิตที่ฉันเคยมีภายในรั้วแห่งนี้

พลกฤต จรรยงค์ อดีตสามีของฉัน เดินตามออกมา สีหน้าของเขาเรียบเฉยจนฉันไม่แน่ใจว่าเขากำลังรู้สึกอะไรอยู่

"แน่ใจนะว่าไม่ให้ฉันไปส่งที่สถานีขนส่ง?" เสียงของเขาห้าวลึกเหมือนทุกครั้ง แต่ในความห้าวมีความลังเลบางอย่างซ่อนอยู่

ฉันหันไปมองเขา ใบหน้าของเขาหล่อเหลาไร้ที่ติเสมอมา นั่นคือสิ่งที่ฉันหลงใหลในตัวเขาในวันแรกที่เราพบกัน แต่ตอนนี้มันกลายเป็นเพียงเปลือกนอกที่ว่างเปล่าในสายตาฉัน

"ไม่จำเป็นหรอกค่ะ" ฉันตอบสั้นๆ เสียงของฉันเองก็สั่นเครือเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความเสียใจ แต่เป็นความเหนื่อยล้าที่สะสมมานาน

พลกฤตกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง ประตูคฤหาสน์ก็เปิดออกอีกครั้ง

"พ่อขา!" เสียงใสๆ ของน้องภู ลูกชายวัยห้าขวบของฉันวิ่งออกมา เขาตรงเข้าไปกอดขาพลกฤตแน่น ดวงตากลมโตของเขามองมาที่ฉันอย่างแปลกแยก

ใจของฉันกระตุกวูบ ภาพที่น้องภูเคยวิ่งเข้ามากอดฉันในยามที่ฉันกลับบ้านผุดขึ้นมาในหัว แต่ในตอนนี้ แขนเล็กๆ คู่นั้นกลับโอบกอดบิดาไว้แน่นราวกับกลัวว่าเขาจะหายไป

"นา... แม่จะไปไหน?" น้องภูถามเสียงใส แต่ในแววตามีประกายแห่งความไม่พอใจ

ฉันพยายามยิ้มให้ลูกชาย แต่ริมฝีปากของฉันแข็งทื่อ

"แม่จะไปเที่ยวพักผ่อนสักพักนะลูก" ฉันตอบอย่างอ่อนโยน พยายามข่มความเจ็บปวดในใจ

น้องภูเบะปาก มือเล็กๆ ของเขายื่นไปจับชายเสื้อของพลกฤต

"พ่อคะ ส้มบอกว่าจะซื้อหุ่นยนต์รุ่นลิมิเต็ดให้ภูด้วย" น้องภูพูดเสียงเจื้อยแจ้ว ราวกับต้องการตอกย้ำบางสิ่งบางอย่าง

คำว่า "ส้ม" เหมือนก้อนหินหนักๆ ที่ทุ่มลงมากลางใจฉัน มันคือชื่อของกมลศรี ขำประเสริฐ เพื่อนสนิทของฉัน

พลกฤตสบตาฉันเล็กน้อย แววตาของเขาดูมีความผิดติดอยู่ แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไร

"ภู... ไม่คิดถึงแม่บ้างเหรอ?" ฉันถามเสียงเบาราวกระซิบ ความหวังสุดท้ายที่มีกำลังจะพังทลายลง

น้องภูเงยหน้ามองฉัน ดวงตากลมโตฉายแววไม่เข้าใจ

"แม่ไม่เห็นน่าสนใจเลย! ส้มใจดีกว่า แม่ชอบทำหน้าเศร้าๆ แถมยังชอบให้ภูเล่นแต่ของเก่าๆ" น้องภูพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจ มือเล็กๆ ของเขาล้วงเข้าไปในกระเป๋าเป้ แล้วหยิบผ้าพันคอไหมพรมสีฟ้าที่ฉันเพิ่งถักให้เขาเมื่อสัปดาห์ก่อนโยนลงพื้น

"นี่ไง! ผ้าพันคอขี้เหร่ๆ ของแม่! ส้มบอกว่าจะซื้อผ้าพันคอแบรนด์เนมให้ภูตั้งเยอะแยะ!"

คำพูดไร้เดียงสาของลูกชายแท้ๆ ฟาดลงกลางใจฉันอย่างจัง มันเจ็บปวดจนจุกไปทั้งอก

พลกฤตกำลังจะเอื้อมมือไปจับไหล่น้องภู แต่ฉันสะบัดหน้าหนี

"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ" ฉันบอกพลกฤต เสียงของฉันแหบพร่า น้ำตาเอ่อคลอขึ้นมาจนพร่าเลือน

"พลกฤต คุณจำได้ไหมว่าเราเคยมีมุมโปรดในสวน?" ฉันพยายามเปลี่ยนเรื่อง หวังว่าเขาจะจำความทรงจำดีๆ ที่เราเคยมีร่วมกันได้

พลกฤตมองหน้าฉัน สลับกับมองน้องภูที่ยังคงเกาะขาเขาอยู่

"มุมไหนนะ? ฉันจำไม่ค่อยได้แล้ว" เขาตอบเสียงอ้อมแอ้ม ราวกับกำลังหลีกเลี่ยงบางสิ่ง

ฉันเม้มริมฝีปากแน่น

"มุมที่ฉันเคยบอกคุณว่าฉันชอบมากที่สุดน่ะค่ะ ที่มีดอกไม้บานเต็มไปหมด" ฉันย้ำ พยายามกระตุ้นความทรงจำของเขา

พลกฤตถอนหายใจ

"อ๋อ... มุมนั้นเหรอ? ฉันสั่งให้คนงานรื้อทิ้งไปแล้วนะ เพราะมันรกตา" คำตอบของเขาเหมือนมีดกรีดลงบนแผลใจของฉันซ้ำๆ

ฉันหรี่ตาลง มองหน้าพลกฤตอย่างพิจารณา

"คุณจำไม่ได้เลยเหรอ ว่าฉันเคยบอกคุณว่าฉันรักมุมนั้นมากที่สุด?" ฉันถาม

พลกฤตส่ายหน้าอย่างไม่ใส่ใจ

"ก็แค่ดอกไม้เองน่านา เธอจะไปอะไรกับมันนักหนา"

ฉันยิ้มเยาะให้กับความทรงจำของเราที่ถูกทำลายลงอย่างง่ายดาย

"แล้วคุณก็คงจำไม่ได้ด้วยว่าฉันเคยบอกคุณว่าถ้าวันไหนฉันไม่รักมันแล้ว ก็แปลว่าความรักของเราจบลงแล้ว"

พลกฤตตาเบิกกว้างเล็กน้อย เขามองมาที่ฉันด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึง

"นา... เธอพูดอะไรของเธอ?"

"ฉันบอกคุณแล้วนี่คะ ว่าถ้ามุมนั้นหายไป ความรักของเราก็หายไปด้วย" น้ำเสียงของฉันเย็นชาจนเขาเองก็อดไม่ได้ที่จะตัวสั่น

ฉันหันหลังให้พลกฤตและน้องภู เดินจากไปโดยไม่หันกลับมามองอีก ไม่ว่าพวกเขาจะพูดอะไร ฉันก็จะไม่กลับไปแล้ว

ฉันจำได้ดีว่าอะไรทำให้ฉันตัดสินใจเดินออกมาจากชีวิตที่เคยสวยงามนี้

มันเป็นวันที่ฉันกลับมาบ้านเร็วกว่าปกติ เพราะฉันอยากจะเซอร์ไพรส์พลกฤตด้วยอาหารเย็นที่เขาชอบ

แต่คนที่เซอร์ไพรส์กลับเป็นฉันเอง

ทันทีที่ฉันก้าวเข้าสู่ห้องนั่งเล่น ภาพที่เห็นทำให้โลกทั้งใบของฉันหยุดหมุน

กมลศรี เพื่อนสนิทของฉัน กำลังนั่งอยู่บนโซฟาตัวโปรดของฉัน ในอ้อมแขนของเธอน้องภูหัวเราะคิกคักกับของเล่นชิ้นใหม่

เสียงน้ำจากห้องน้ำชั้นบนดังแว่วมา ฉันรู้ทันทีว่าพลกฤตอยู่ในนั้น

กมลศรีเงยหน้าขึ้นมามองฉัน ใบหน้าของเธอซีดเผือดลงทันที เมื่อเห็นว่าฉันกลับมา

"นา... เธอมาตั้งแต่เมื่อไหร่?" เสียงของเธอสั่นเครือ

น้องภูเงยหน้าขึ้นมามองฉัน ใบหน้าเล็กๆ เต็มไปด้วยความคาดหวัง

"แม่คะ! ส้มใจดีมากเลย ส้มซื้อหุ่นยนต์ให้ภูด้วย!" น้องภูพูดเจื้อยแจ้ว ราวกับต้องการอวดของเล่นชิ้นใหม่

ฉันพยายามรวบรวมสติ แต่ลมหายใจของฉันติดขัดไปหมด

"ส้ม... เธอมาทำอะไรที่นี่?" ฉันถาม เสียงของฉันเองก็สั่นไม่แพ้กัน

กมลศรีลุกขึ้นยืนช้าๆ เธอพยายามจะอธิบาย แต่คำพูดของเธอกลับติดอยู่ในลำคอ

"นา... ฉัน..."

"แม่คะ! ดูนี่สิคะ ส้มสวยกว่าแม่ตั้งเยอะ! ส้มบอกว่าแม่ไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่นเลย เพราะแม่ไม่ชอบแต่งตัวสวยๆ" น้องภูพูดอย่างไร้เดียงสา น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ

คำพูดของน้องภูเหมือนดาบเล่มแล้วเล่มเล่าที่ทิ่มแทงหัวใจฉัน

กมลศรีพยายามที่จะเข้ามาจับมือฉัน แต่ฉันสะบัดออก

"อย่ามาแตะต้องฉัน!" ฉันตะโกนสุดเสียง แรงสะบัดของฉันทำให้เธอเซถอยไป

เสียงน้ำในห้องน้ำหยุดลง พลกฤตเดินออกมาจากห้องน้ำ เขายังคงพันผ้าเช็ดตัวรอบเอว ผมของเขายังเปียกชุ่ม

พลกฤตมองมาที่ฉันด้วยแววตาตกตะลึง

"นา! เธอมาทำอะไรที่นี่?" เขาถามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ

ฉันมองหน้าพลกฤต ดวงตาของฉันร้อนผ่าวไปด้วยน้ำตา

"ฉันมาทำอะไรที่นี่เหรอคะ? ฉันมาบ้านของฉันเอง!" ฉันตะโกนกลับไป น้ำตาไหลอาบแก้มอย่างห้ามไม่อยู่

พลกฤตเดินเข้ามาใกล้ เขาพยายามจะจับมือฉัน

"นา ใจเย็นๆ ก่อนนะ"

ฉันสะบัดมือออกอย่างแรง

"ใจเย็นเหรอคะ? คุณกับเพื่อนสนิทของฉันกำลังทำเรื่องอะไรกันอยู่ คุณคิดว่าฉันจะใจเย็นลงได้เหรอ?"

น้องภูเริ่มร้องไห้เมื่อเห็นฉันกับพลกฤตทะเลาะกัน

"แม่ไม่น่ารักเลย! ฮือๆๆๆ"

กมลศรีรีบวิ่งเข้าไปโอ๋น้องภู เธอหันมามองฉันด้วยแววตาขอร้อง

"นา... อย่าทำแบบนี้เลยนะ ใจเย็นๆ ก่อน"

ฉันมองภาพตรงหน้า ร่างกายของฉันชาไปหมด

พลกฤตโกรธจัด เขาไม่เคยเห็นฉันโวยวายขนาดนี้มาก่อน

"นา เธอจะมาโวยวายอะไรตอนนี้! เธอทำลูกตกใจหมดแล้ว!"

"ลูกตกใจ? คุณไม่คิดบ้างเหรอว่าคนที่ตกใจที่สุดคือฉัน!"

ฉันมองไปที่พลกฤตและกมลศรีสลับกัน ภาพของพลกฤตที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องน้ำยังติดตาฉันแจ๋ว

"พลกฤต คุณกับส้ม... พวกคุณทำอะไรกัน?" ฉันถาม เสียงของฉันสั่นจนแทบจะไม่ได้ยิน

พลกฤตถอนหายใจ เขามองไปที่น้องภูที่ยังคงร้องไห้อยู่ในอ้อมแขนของกมลศรี

"มันไม่มีอะไรหรอกนา เธอคิดมากไปเอง"

"ไม่มีอะไร? แล้วผ้าพันคอของผู้หญิงคนอื่นที่แขวนอยู่ในห้องคุณล่ะ? แล้วกลิ่นน้ำหอมของผู้หญิงคนอื่นที่ติดตัวคุณมาทุกคืนล่ะ? คุณคิดว่าฉันตาบอด ตาบอดมานานแค่ไหนแล้วพลกฤต!" ฉันตะโกนใส่หน้าพลกฤต

พลกฤตหน้าซีดลงทันที เขาไม่เคยคิดว่าฉันจะรู้เรื่องทั้งหมดนี้

กมลศรีพยายามจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ฉันก็ไม่สนใจแล้ว

"นา ฉันขอโทษ..." พลกฤตก้มหน้าลงเล็กน้อย

"ขอโทษเหรอคะ? คำขอโทษของคุณจะมาเปลี่ยนแปลงอะไรได้! คุณทำลายความเชื่อใจของฉัน คุณทำลายทุกอย่างที่เราสร้างมาด้วยกัน!"

ฉันมองไปที่น้องภูอีกครั้ง ลูกชายของฉันยังคงร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ในอ้อมแขนของกมลศรี

"ภู..." ฉันเรียกชื่อลูกชายด้วยความเจ็บปวด

น้องภูเงยหน้าขึ้นมามองฉัน ใบหน้าเปื้อนน้ำตาของเขายังคงเต็มไปด้วยความไม่พอใจ

"แม่ใจร้าย! ส้มดีกว่าแม่ตั้งเยอะ! ภูจะไม่รักแม่แล้ว!"

คำพูดสุดท้ายของน้องภูเหมือนฟ้าผ่าลงกลางใจฉัน ฉันรู้สึกเหมือนหัวใจของฉันแตกออกเป็นเสี่ยงๆ

ฉันหันหลังให้ทุกคน เดินออกจากคฤหาสน์หลังนั้นโดยไม่หันกลับมามองอีกแม้แต่ครั้งเดียว

ฉันรู้ว่าจากนี้ไปชีวิตของฉันจะไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว แต่ฉันก็รู้ว่าฉันจะไม่ยอมกลับไปเป็นคนเดิมที่รักอย่างโง่งมอีกต่อไป

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย MY Boss My secret บอสคะอย่าเอ็ดไป
8.5
เมื่อพนักงานสาวได้รับภารกิจสำคัญจากประธานใหญ่ให้ดูแลและคอยเป็นหูเป็นตาป้องกันสาวๆ ไม่ให้เข้าใกล้เจ้านายคนใหม่ แต่เรื่องราวกลับตาลปัตรเมื่อเธอดันเผลอใจไปมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับบอสหนุ่มเสียเอง ความวุ่นวายจึงเกิดขึ้นพร้อมกับความลับที่ต้องปิดบังไม่ให้ใครล่วงรู้ เธอจะจัดการกับความรู้สึกและสถานะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกนี้อย่างไร เมื่อต้องเก็บเรื่องรักสุดร้อนแรงนี้ไว้เป็นความลับแค่เพียงสองคนในที่ทำงาน
หน้าปกนวนิยาย [Back to be Superstar] ย้อนอดีตมาเป็นดาว
8.2
ชีวิตของอิมดานิพังทลายลงในพริบตาเมื่อความไว้ใจถูกทำลายโดยคนใกล้ชิด บริษัทของพ่อถูกอาแท้ๆ ยึดไปอย่างเลือดเย็น ซ้ำร้ายน้องสาวและเพื่อนสนิทที่เธอรักยังร่วมมือกันหักหลังเพื่อแย่งชิงคู่หมั้นของเธอไป ท้ายที่สุดเธอถูกพ่อบังเกิดเกล้าขายให้แก่เจสัน คิม เพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว ท่ามกลางความสิ้นหวังและขมขื่น ดานิสาบานด้วยแรงอาฆาตว่าหากมีโอกาสอีกครั้ง เธอจะกลับมาลากทุกคนที่ทำลายชีวิตเธอลงนรกและชดใช้ในสิ่งที่พวกมันทำไว้อย่างสาสมที่สุด
หน้าปกนวนิยาย เลิฟแห่งตระกูลใหญ่
8.1
ชะตากรรมโหดร้ายเริ่มต้นเมื่อหญิงสาวถูกขายให้มหาเศรษฐีจอมหยิ่งถึงเจ็ดราตรี หลังถูกทอดทิ้งเธอพบว่าตนอุ้มท้องจึงตัดสินใจหนีไปสร้างชีวิตใหม่ สี่ปีผ่านไปเธอคือแม่ผู้อุทิศตนเลี้ยงดูเด็กชายสุดเฉลียวฉลาดเพียงลำพัง ทว่าโลกที่เงียบสงบกลับพังทลายเมื่อกลุ่มบุรุษผู้มั่งคั่งสืบพบตัวเธอและต่างพากันอ้างสิทธิ์ความเป็นพ่อ วิกฤตถึงขีดสุดเมื่อมหาเศรษฐีผู้เป็นบิดาตัวจริงปรากฏตัวเพื่อทวงทายาทของเขาคืน สงครามแย่งชิงสิทธิ์ดูแลเด็กจึงเปิดฉากขึ้น นำมาซึ่งความขัดแย้งและบททดสอบทางอารมณ์อันหนักหน่วงที่เธอต้องเผชิญ
หน้าปกนวนิยาย แฟนหนุ่มนอกใจผู้หญิงบ้านรวย แต่ไม่รู้ว่าฉันคือบุตรสาวคนเดียวของมหาเศรษฐี
8.1
หลังคบหากันสามปี แฟนฉันแอบแต่งงานกับทายาทเศรษฐีโดยอ้างเรื่องฐานะลูกนอกสมรสที่ต้องการการยอมรับจากตระกูล เมื่อฉันขอเลิกเขากลับกักขังฉันไว้ราวกับนกในกรงทอง พร้อมดูถูกว่าฉันไม่มีปัญญาหาเลี้ยงตัวเองได้สุขสบายเท่านี้ ท้ายที่สุดเขายอมบีบคั้นให้ฉันกระโดดตึกชั้น 17 เพียงเพื่อเอาใจภรรยาใหม่ โดยหารู้ไม่ว่าผู้หญิงที่เขาคิดว่ากระจอกคนนี้ แท้จริงแล้วคือบุตรสาวเพียงคนเดียวของมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลที่เขามิอาจเอื้อมถึง
หน้าปกนวนิยาย ฟีนิกซ์ คืนแค้น
8.7
จากนักศึกษาศิลปะเชียงใหม่ผู้ไร้เดียงสา ฉันกลับตกหลุมพรางรักของอีธาน มหาเศรษฐีผู้เลือดเย็นที่ใช้ความสัมพันธ์ลับและภาพถ่ายส่วนตัวมาเป็นเครื่องมือทำลายพี่ชายฉัน ทุกความอ่อนโยนคือการจัดฉากที่โหดร้ายเพื่อควบคุมฉันในกรงทองอันแสนทรมาน เมื่อความจริงปรากฏ ความรักจึงแปรเปลี่ยนเป็นเพลิงแค้นที่แผดเผา ฉันลบทุกความลับที่เขาใช้ข่มขู่แล้วหนีจากเงื้อมมืออสูรเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่กับชายที่รักจริง ทิ้งให้เขาอ้อนวอนอย่างสิ้นหวังในวันที่ฉันเป็นฝ่ายกุมชัยชนะและมองดูโลกของเขาพังทลายลงอย่างสมบูรณ์