ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ทางเดินใหม่ของหัวใจ

ทางเดินใหม่ของหัวใจ

เวินอี่ถงตัดสินใจตัดขาดจากเจียงยวี่เหิงหลังถูกหักหลังอย่างเจ็บปวด เธอทำลายหลักฐานความรักและตบหน้าเขาก่อนจะลบตัวตนเข้าสู่โครงการวิจัยลับ ทิ้งให้เขาเผชิญกับภาวะล้มละลายและใบมรณบัตรปริศนาที่ทำให้เขาแทบคลั่ง เมื่อเวลาผ่านไปเธอกลับมาในฐานะใหม่ที่สูงส่งเคียงข้างผู้ทรงอิทธิพล แม้เขาจะคุกเข่าอ้อนวอนขอโอกาสแก้ตัวเพียงใด เธอก็ทำเพียงยิ้มเยาะและประกาศให้รู้ว่าเขาไม่มีค่าพอจะเอื้อมถึงเธอได้อีกต่อไปในชาตินี้
ตอน
แชร์

ตอน 2

เวินอี่ถงขับรถโฟล์คสวาเกนสีดำที่ธรรมดาที่สุดไปยังที่ตั้งของสถาบันวิจัยเอ็ม

เมื่อเข้าไปในอาคารสำนักงานก็ถูกฟู่เซวียนรุ่นพี่ของเธอดึงไปทันที

“เธอมากรอกแบบฟอร์มจริง ๆ เหรอเนี่ย มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? ฉันส่งข้อความไป เธอก็ไม่อธิบายอะไรกับฉันเลย เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ นะ ถึงเธอจะอยากมีส่วนร่วมจริง ๆ แต่ก็ต้องคุยกับเจียงยวี่เหิงสิถึงจะถูก”

เวินอี่ถงรู้สึกอยากจะร้องไห้ขึ้นมาทันที

เธอไม่ได้พูดอะไร แค่หยิบมือถือขึ้นมาเปิดกล่องข้อความในวีแชทและยื่นไป

ข้อความยั่วยุและรูปภาพไม่ได้ถูกส่งมาแค่วันเดียวเท่านั้น แต่เนื้อหาในรูปภาพมันดูไม่เหมาะสมเป็นอย่างมาก

ฟู่เซวียนมองอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะส่งคืนให้เธอไป แล้วก็พับแขนเสื้อขึ้นด้วยความโกรธแค้น

“ไอ้สารเลวเอ๊ย ตอนนั้นถ้าไม่ใช่เพราะสิทธิบัตรพวกนั้นของเธอ บริษัทของเขาจะใหญ่โตเท่าตอนนี้ไหม ยังจะนี้กล้าที่จะนอกใจอีก ไป กลับไปกับพี่ พี่จะจัดการเขาเอง”

“ไม่จำเป็นหรอกค่ะ!” เวินอี่ถงยื่นมือออกไปขวางไว้

“หมายความว่ายังไง เขารังแกเธอถึงขนาดนี้ เธอจะปล่อยไปแบบนี้น่ะเหรอ?”

“ไม่มีทางอยู่แล้ว!”

เวินอี่ถงเก็บมือถือใส่เข้ากระเป๋าไป แววตาของเธอดูคมคายราวกับคมมีดไม่มีผิด “การฉีกหน้าเขามันยังน้อยไป ฉันจะทำให้เขาชดใช้ในสิ่งที่เขาทำไว้กับฉันให้ได้”

ฟู่เซวียนรู้จักรุ่นน้องคนนี้ของตนเองเป็นอย่างดี

ในการวิจัยเธอถือว่าเป็นอัจฉริยะคนหนึ่ง เธอมีจิตใจที่บริสุทธิ์ แต่เธอจะไม่ยอมอดทนต่อความไม่ยุติธรรมเด็ดขาด หากล้ำเส้นของเธอแล้ว เธอจะโต้ตอบกลับไปอย่างรุนแรงมาก

ฟู่เซวียนไม่ได้พูดอะไรอีก แล้วทั้งสองก็เดินเคียงกันกลับไปที่ห้องทำงาน

การกรอกแบบฟอร์มผ่านไปอย่างราบรื่นมาก หลังจากผ่านไปไม่กี่ขั้นตอนก็ได้ประทับตราแล้ว เหลือแค่รอการตรวจสอบขั้นสุดท้ายเท่านั้น

ตอนจะออกไปเธอได้รับภารกิจชั่วคราวมาอย่างหนึ่ง เธอจะต้องเข้าร่วมการสัมมนาวิชาการและนำเอกสารการประชุมกลับมาให้ได้

บ่ายสามโมงครึ่ง

ที่โรงแรมเทียนเจ๋อ

พอเวินอี่ถงเข้าร่วมการประชุมเสร็จก็ถือแฟ้มเอกสารออกจากห้องโถงใหญ่มา เตรียมจะเลี้ยวไปที่ลานจอดรถ แต่แล้วเธอกลับได้ยินเสียงหัวเราะที่คุ้นเคยของใครคนหนึ่งดังขึ้นมาเบา ๆ ซะก่อน

“อย่าดื้อสิ ทำตัวให้มันน่ารัก ๆ หน่อย”

เธอตัวแข็งทื่อทันที แล้วก็เงยหน้าขึ้นไปมองตามแนวเฉียงของฝั่งตรงข้ามโดยสัญชาตญาณ

เจียงยวี่เหิงกำลังเอามือโอบเอวที่เรียวบางของผู้หญิงผมยาวคนหนึ่งเดินเข้าไปในโรงแรม ผู้หญิงคนนั้นพูดภาษาไทยแบบไม่ค่อยชัดนักเสียงหวานหยดย้อยออดอ้อนเขาว่า “ฉันคิดถึงคุณนะ คิดถึงมาก ๆ เลยด้วย”

ระหว่างที่พูดเธอก็คล้องคอเจียงยวี่เหิงและหอมไปทีหนึ่ง ริมฝีปากสีแดงของเธอแนบชิดไปกับติ่งหูของเขา แล้วก็ค่อย ๆ ไล่ลงไปที่ลูกกระเดือกของเขา

เขาหัวเราะในลำคอ แววตาดูคลั่งรักมาก แล้วมือใหญ่ ๆ ของเขาก็ลูบเอวของผู้หญิงคนนั้นก่อนจะดึงเข้าไปกอดแบบแนบแน่น การกระทำของพวกเขามันดูเร่าร้อนจนเหมือนจะรอไม่ไหวอีกแล้ว

เวินอี่ถงรู้สึกบาดตาบาดใจจนเจ็บปวดไปทั้งใจ

ที่แท้ผู้หญิงคนนั้นก็ตามมาด้วย ขนาดตอนกลางวันแสก ๆ ทั้งสองคนก็ยังพากันเข้าไปพลอดรักกันในโรงแรมจนแทบจะอดใจรอไม่ไหวอีกแล้ว

หลังจากผ่านประตูหมุนไป เจียงยวี่เหิงและเวินอี่ถงก็สบตากัน

คนหนึ่งกำลังลุ่มหลงในตัณหา แววตาดูมืดมนยั่วยวน

ส่วนอีกคนที่กำลังเย้ยหยันดูถูกตัวเอง แววตาดูสงบนิ่งและเยือกเย็นมาก

บรรยากาศรอบตัวเย็นลงในชั่วพริบตา ผู้หญิงที่เจียงยวี่เหิงกอดอยู่ก็เห็นเวินอี่ถงแล้วเช่นกัน ริมฝีปากสีแดงของเธอเผยรอยยิ้มออกมา จากนั้นเธอก็จูบริมฝีปากบาง ๆ ของเจียงยวี่เหิงอีกครั้ง

เป็นจูบที่ลึกซึ้งมาก

เวินอี่ถงเกิดความรู้สึกคลื่นไส้ขึ้นมาในทันที เธอไม่ได้มองต่ออีก แล้วก็หันหลังและเดินจากไปด้วยรอยยิ้มที่เย็นชา

วินาทีที่เปิดประตูรถออก ด้านหลังก็มีมือของใครคนหนึ่งยื่นมายันประตูไว้ ซึ่งก็คือเจียงยวี่เหิงที่ไล่ตามเธอมานั่นเอง เขาหายใจหอบเล็กน้อย ที่ตัวของเขาเต็มไปด้วยกลิ่นน้ำหอมที่ร้อนแรงของผู้หญิง มันฉุนจนน่าอาเจียนอย่างมาก

“ปล่อยมือ!”

เวินอี่ถงพยายามออกแรงดึง แต่กลับไม่สามารถที่จะปิดประตูได้เลย

หลังจากนั้นเธอก็ถูกดึงเอวไปและจับเธอยัดเข้ามาที่เบาะหลัง แล้วเจียงยวี่เหิงก็เบียดตัวตามเข้ามาแบบติด ๆ ใบหน้าที่เคร่งเครียดของเขาดูร้อนรน แววตาที่เข้าถึงยากก็ลุกเป็นไฟขึ้นมาด้วยเช่นกัน

“ถงถง ผมอธิบายได้นะ”

เนื่องจากไม่มีที่ให้หนีแล้ว เวินอี่ถงจึงต้องขยับไปนั่งข้าง ๆ เสียงของเธอเย็นชาเป็นอย่างมาก

“ลบลิปสติกออกจากปากคุณก่อนแล้วค่อยพูดก็ได้นะคะ”

ใบหน้าเจียงยวี่เหิงดูเคร่งเครียดมาก เขายกมือขึ้นมาถูโดยสัญชาตญาณทันที แววตาเขาแสดงอาการตื่นตระหนกขึ้นมาชั่วขณะ

“พอดีโปรเจกต์จินน่ายมีปัญหา ผมกำลังปวดหัวเรื่องการลงทุนอยู่ ผมก็เลยติดต่อเฮนรี กรุ๊ปไป ซึ่งเป้ยเออร์คือลูกสาวของกรรมการบริหารของบริษัทแห่งนี้ เธอมาเรียนอยู่ที่นี่และผมได้รับการฝากฝังให้เป็นคนดูแลเธอ ภาษาไทยเธอไม่ค่อยดี เมื่อกี้นี้เธอดื่มไวน์มา ผมก็แค่มาส่งเธอกลับโรงแรมก็เท่านั้นเอง”

เสียงของเขาอ่อนโยนและนุ่มนวลมาก เขาขยับตัวเข้ามาใกล้มากขึ้น แล้วก็หยอกล้อเธอเหมือนเคย

“คุณก็รู้นี่ว่าคนประเทศเอฟมีวิถีชีวิตที่ไม่เหมือนเรา ผมสัญญากับคุณเลยนะว่า ต่อไปผมจะรักษาระยะห่างให้มากกว่านี้ ไม่โกรธผมได้ไหม ผมให้คุณจูบผมคืนก็ได้”

เวินอี่ถงยกเปลือกตาขึ้น ความเย็นชาในแววตาของเธอเหมือนลมหนาวในฤดูใบไม้ร่วงไม่มีผิด แต่น้ำเสียงกลับเฉยชาอย่างผิดปกติมาก

“ต้องดูแลใกล้ชิดขนาดนี้ พวกเขาถึงจะยอมลงทุนให้งั้นเหรอคะ? ”

เธอไม่ได้โวยวาย ไม่ได้ตีโพยตีพายจี้ถามอย่างไร้เหตุผล

ผู้หญิงตรงหน้าดูอ่อนโยนนุ่มนวล คำพูดที่เย็นชาของเธอทำให้คำอธิบายของทั้งหมดของเจียงยวี่เหิงไร้ความหมายไปเลย

ความรู้สึกว่างเปล่าอันไร้ขอบเขตผุดขึ้นมาในใจเขาอีกครั้ง เขาดึงเนคไทออกด้วยความหงุดหงิด

“ถงถง ผมทำเพื่องานอยู่นะ คุณอย่างอนจะได้ไหม?”

เวินอี่ถงรู้สึกว่ามันน่าตลกมาก

เธอยังไม่ได้โวยวายอะไรเลยสักนิด

ต้องให้เธอโยนรูปที่น่าอับอายในมือถือใส่หน้างั้นเหรอถึงจะเรียกว่าโวยวายได้

ความสัมพันธ์หลายปีที่ผ่านมา ตอนนี้มันเหมือนมีดร้อน ๆ ที่แทงลงมาที่หัวใจของเธอไม่มีผิดเลย

“เจียงยวี่เหิง ถ้าคุณเบื่อ คุณบอกฉันตรง ๆ ได้เลยนะ ฉันจะหย่าให้คุณเอง แล้วก็จะไม่ตามรังควานอะไรคุณเลยด้วย”

ทำไมต้องหลอกเธอ เหมือนเธอเป็นคนโง่ด้วยล่ะ

พอเธอพูดออกมาเช่นนี้ ไหล่เธอก็ถูกจับเอาไว้

เจียงยวี่เหิงมองเธอด้วยสายตาเย็นชาจนน่าตกใจพลางพูดว่า “ห้ามพูดเรื่องหย่าเด็ดขาด พวกเราตกลงกันแล้วไงว่าหากมีเรื่องอะไรก็จะแก้ไข ห้ามใครพูดคำว่าหย่าออกมาทั้งนั้น”

แก้ไขงั้นเหรอ

นอกใจไปนอนกับคนอื่นจะแก้ได้ยังไงกัน

เวินอี่ถงรู้สึกเหมือนตัวเองถูกขังให้อยู่ในดงหนามอย่างไรอย่างนั้น แค่เธอขยับนิดเดียวก็เจ็บระบมไปทั้งตัวแล้ว

ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นมา เจียงยวี่เหิงหยิบขึ้นมาดูด้วยสีหน้าเคร่งเครียดและตัดสายไป

แต่เวินอี่ถงเห็นชื่อที่แสดงบนหน้าจอแล้ว ‘หวานใจนางแมวยั่วสวาท’

มือถือยังไม่ทันจะเก็บเข้าไป หน้าจอก็สว่างขึ้นมาอีกครั้ง

หน้าต่างข้อความจากวีแชทปรากฏขึ้นมา ชื่อที่แสดงคือ ‘เด็กยั่วโมโห’

“ที่รัก ฉันได้รับบาดเจ็บ เจ็บมากเลยค่ะ”

“หากไม่มีคุณ ฉันคงแย่แน่เลย รีบมานะคะ”

“มีเลือดออกด้วย ฉันจะตายไหม?”

สามข้อความส่งเข้ามาติดต่อกัน ทั้งหมดล้วนเป็นภาษาฝรั่งเศส

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ในรอยรักร้าว [ดราม่าหนัก พระเอกถูกเอาคืนสาสมมาก]
9.7
คฑาธร นักธุรกิจหนุ่มผู้เต็มไปด้วยทิฐิและแรงแค้นจากอดีตของครอบครัว เขาใช้ทุกวิถีทางเพื่อทำลายล้างและบีบบังคับ พิมพ์ภิษา หญิงสาวที่ยอมสละร่างกายและหัวใจเพื่อปกป้องครอบครัวและบ้านเกิดของเธอ ท่ามกลางเกมอำนาจที่คฑาธรใช้ทั้งเงินและอิทธิพลข่มขู่จะทำลายชีวิตคนรอบข้าง พิมพ์ภิษาจึงตอบโต้ด้วยความเกลียดชังที่ฝังรากลึก แม้หัวใจจะร้าวรานจากคำลวง แต่เธอก็ยืนหยัดเผชิญหน้ากับชายที่อันตรายที่สุดเพื่อทวงคืนความยุติธรรมในโศกนาฏกรรมแห่งรักที่เต็มไปด้วยรอยแค้นครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย โซ่หัวใจไฟเสน่หา
9.4
มาคัสคลั่งไคล้ในตัวมะลิวัลย์ตั้งแต่แรกเห็น ทว่าโชคชะตากลับทำให้ทั้งคู่ต้องพลัดพราก เมื่อได้พบกันอีกครั้งเขากลับไม่พอใจที่มีเด็กชายตัวน้อยอย่างรามิลอยู่ข้างกายเธอ มะลิวัลย์พยายามจะบอกความจริงเรื่องลูก แต่ความริษยาของอินทิรากลายเป็นอุปสรรคชิ้นใหญ่ ความเข้าใจผิดทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อมาคัสบังคับให้เธอขอโทษศัตรูหัวใจจนถึงขั้นไล่ส่ง มะลิวัลย์ที่น้อยใจจึงตัดสินใจพาลูกชายหนีไปจากคนใจร้ายที่เธอคิดว่าเขาไม่ต้องการครอบครัวอีกต่อไปแล้ว
หน้าปกนวนิยาย ไฟรักเร่าร้อน NC18++
7.9
คิณ อัคนี ทายาทมหาเศรษฐีผู้เย็นชาและหล่อเหลา กลับยอมเปิดใจให้เพียง อรนลิน นางร้ายสุดเซ็กซี่แห่งวงการบันเทิง เมื่อเธอตกที่นั่งลำบากจนต้องเอ่ยปากขอความช่วยเหลือจากเขา นักธุรกิจหนุ่มจึงยื่นข้อเสนอที่มีราคาสูงลิ่วเพื่อดึงเธอเข้าสู่วังวนแห่งความปรารถนาที่แผดเผาใจ แม้จะเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและเร่าร้อน แต่เอยกลับหลงระเริงอยู่ในไฟรักที่เขาสร้างขึ้นจนยากจะถอนตัว ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่เดิมพันด้วยร่างกายและหัวใจดวงน้อยๆ
หน้าปกนวนิยาย คุณท่าน คุณนายมาหาอีกแล้ว
8.3
เหวินซือถูกหยามเกียรติในวันครบรอบแต่งงานด้วยแผนร้ายของชู้รักจนสูญเสียความบริสุทธิ์ให้ชายแปลกหน้า ท่ามกลางความเจ็บปวดเมื่อสามีเมินเฉยและชู้กำลังตั้งครรภ์ เธอจึงตัดสินใจตัดขาดด้วยการหย่าร้าง แม้อดีตสามีจะมองว่าเป็นเพียงการเรียกร้องความสนใจ ทว่าหลังแยกทางเธอกลับฉายแววในฐานะจิตรกรชื่อดังจนเขาตามง้อด้วยความหึงหวง แต่เธอกลับยืนเคียงข้างผู้ทรงอิทธิพลที่ประกาศกร้าวว่าเธอคือพี่สะใภ้ที่เขาต้องเคารพ
หน้าปกนวนิยาย รักต่างวัยของเจ้านายจอมเก๊ก
9.2
นารา หญิงสาววัยยี่สิบปีผู้ซ่อนความบอบช้ำจากการหย่าร้างของพ่อแม่ไว้ใต้รอยยิ้มสดใส เพื่อเป็นเสาหลักให้แม่และส่งน้องชายเรียนหมอ เธอจึงมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ ไปหาป้าเพื่อหางานทำ จนได้พบกับภูตะวัน พ่อเลี้ยงเจ้าของไร่องุ่นและโรงงานไวน์วัยสามสิบห้าปี ผู้ครองตัวเป็นโสดและปิดตายหัวใจจากความผิดหวังในอดีตที่ถูกคนรักเก่านอกใจ ทว่าการปรากฏตัวของสาวน้อยมองโลกในแง่ดีคนนี้ กำลังจะทำให้ชีวิตที่แสนเย็นชาของนักธุรกิจหนุ่มกลับมาวุ่นวายและมีชีวิตชีวาขึ้นมาใหม่อีกครั้ง
หน้าปกนวนิยาย ใต้เงาจอมมาร
9.1
เซร์คิโอ คุณานันท์ อะลอนโซ มหาเศรษฐีผู้โหดเหี้ยมดั่งจอมมาร ต้องมาเกี่ยวพันกับแก้วกัลยา หญิงสาวผู้งดงามแต่ไร้ทางเลือกจนต้องยอมแต่งงานกับเขา ท่ามกลางเกมเล่ห์เหลี่ยมที่ทั้งคู่ต่างฟาดฟันเพื่อเป้าหมายของตน แก้วกัลยาพยายามใช้เสน่ห์เย้ายวนเข้าแลกเพื่อทำตามแผนที่วางไว้ แม้จะถูกดูถูกเหยียดหยามอย่างรุนแรงจากชายหนุ่มที่ไม่เคยเห็นเธอในสายตา ทว่าภายใต้ความขัดแย้งและอารมณ์อันดุเดือด แรงดึงดูดมหาศาลกลับเริ่มก่อตัวขึ้นจนยากจะต้านทานในความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดนี้