ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ท่านแม่ผู้นี้คืออดีตสุดยอดนักฆ่า

ท่านแม่ผู้นี้คืออดีตสุดยอดนักฆ่า

เมื่ออดีตสปายนักฆ่าฝีมือฉกาจต้องทะลุมิติมาอยู่ในร่างของแม่ใจยักษ์ผู้แสนชั่วร้าย ท่ามกลางโลกแฟนตาซีที่เต็มไปด้วยการต่อสู้ด้วยพลังลมปราณและอันตรายรอบด้าน เธอจึงต้องใช้ทักษะการเอาตัวรอดที่มีทั้งหมดเพื่อปกป้องเด็กน้อยผู้บริสุทธิ์และใสซื่อที่ร่วมเดินทางไปด้วยกัน การผจญภัยครั้งใหม่นี้เต็มไปด้วยอุปสรรคที่คาดไม่ถึงและการต่อสู้สุดระทึกเพื่อรักษาชีวิตรอดในดินแดนที่ความแข็งแกร่งคือทุกสิ่ง พวกเขาจะฝ่าฟันวิกฤตครั้งนี้ไปได้อย่างไรในโลกที่ศัตรูจ้องเล่นงานทุกย่างก้าว
ตอน
แชร์

ตอน 2

ตอนที่ 2 ยังมีอีกคนอยู่ตรงนี้

เธอยกมือซ้ายขึ้นปิดหูของเด็กชายตัวน้อยเอาไว้และกดแนบติดต้นขา ขณะเดียวกันก็ยกมือขวาพร้อมปืนพกกระบอกสีดำจ่อไปทางเบื้องหน้า

‘ปัง!’

‘ปัง!’

‘ปัง!’

เสียงดังสนั่นแสบแก้วหูลั่นติดต่อกันสามนัดถ้วน

ชายฉกรรจ์ทั้งสามไม่แม้แต่จะมีปฏิกิริยาตอบสนองใดๆ พริบตาต่อมา พวกเขาทั้งหมดก็นอนจมกองเลือดอยู่คาพื้น ดวงตาของแต่ละคนเบิกโพลงราวกับระฆังทองแดงใบโต จวบจนวาระสุดท้ายของชีวิต ใบหน้าเหล่านั้นยังคงปั้นแสดงความประหลาดใจแข็งค้าง วี่แววความสยดสยองตรึงจิตเผยสะท้อนผ่านดวงตาของพวกเขา

เสียงปืนกึกก้องประดุจฟ้าร้อง ลูกตะกั่วสีเงินเจาะทะลุร่างเหล่านั้น พรากวิญญาณทั้งสามดับสูญ เด็กชายตัวน้อยหวาดกลัวจนร่างสั่นสะท้าน ถึงกับตัวกระตุกอยู่หลายครายามที่เสียงปืนดังสนั่น

เขาค่อยๆลืมตามองภาพฉากเบื้องหน้าด้วยความงุนงง ชักสีหน้าแปลกประหลาดใจ นี่...นี่เป็นฝีมือของแม่จ๋างั้นรึ?

สาวรับใช้ในชุดสีเขียวนางนั้นนามว่า หลู่อวี๋ นางถึงกับหน้าถอดสีซีดเผือดในทันใด ดวงตาทั้งคู่จับจ้องอยู่ที่วัตถุปริศนาสีดำด้านในมือเหลิงหยุนเจียวเขม็ง นางถึงกับรีบร่นถอยหลังออกมากว่าสิบก้าวติดต่อภายใต้ความตื่นตระหนก

“จะ-เจ้า...นั่นมันยุทธภัณฑ์วิญญาณแขนงใดกัน?”

เหลิงหยุนเจียวหาได้สนใจคำถามไม่ เพียงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยและค่อยๆเล็งปากกระบอกปืนเข้าใส่ทางหลู่อวี๋

คำถามไร้แก่นสารสาระนางย่อมไม่สนใจ ทั้งสีหน้าและสายตาของเหลิงหยุนเจียวที่มีต่อหลู่อวี๋ช่างเย็นยะเยือกราวกับกำลังยืนมองร่างไร้วิญญาณ

“แม้จะย้ายมาอยู่ในตระกูลสายรอง แต่ไม่ว่ากรณีใด ข้าก็ยังเป็นคุณหนูหกแห่งตระกูลเหลิงสายหลัก ผู้ใดกันที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ หากยอมพูดแต่โดยดี ข้าจะไว้ชีวิตเจ้า”

หลู่อวี๋มุ่งมองไปที่ปากกระบอกปืนสีดำด้านเป็นตาเดียว ใบหน้าสีขาวยิ่งทวีความซีดเซียวหนักขึ้นประหนึ่งเห็นภูติผีปีศาจ แข้งขาอ่อนยวบทรุดลงอยู่ในท่าคุกเข่าต่อหน้าเหลิงหยุนเจียว ร่างอรชรของสาวน้อยสั่นเทาเสียขวัญสุดขีด

“จะ-เจ้าค่ะ...เป็น...เป็นฝีมือของคุณหนูรอง คุณหนูรองบังคับให้บ่าวทำเรื่องเหล่านี้! ได้โปรด...ปล่อยบ่าวไปเถิด...”

คุณหนูรองของตระกูลเหลิงสายนี้มีนามว่า เหลิงเจียวเจียว และเนื่องด้วยชื่อเหลิงหยุนเจียวมีคำว่า‘เจียว’อยู่ในชื่อที่อ่านออกเสียงเหมือนกัน จึงทำให้ทุกครั้งที่นางเห็นเหลิงหยุนเจียวจะรู้สึกรังเกียจและขยะแขยงเป็นอย่างยิ่ง

ส่วนรอยแผลเป็นอันน่าสยดสยองสุดแสนนับไม่ถ้วนบนใบหน้าของเหลิงหยุนเจียว ทั้งหมดล้วนต้องขอบคุณเหลิงเจียวเจียวทั้งสิ้น!

ดวงตาทั้งคู่ของเหลิงหยุนเจียวแข็งค้างชั่วขณะ ส่งยิ้มให้หลู่อวี๋หนึ่งคราและกล่าวว่า

“ขอบใจมาก”

สีหน้าแววตาของหลู่อวี๋ดูมีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง นางรีบกล่าวตอบทันทีว่า

“ขอบพระคุณคุณหนูหก! ขอบพระคุณคุณหนูหกที่ไว้ชีวิต...”

‘ปัง!’

เหลิงหยุนเจียวหาได้แยแสสนใจ พร้อมเหนี่ยวไกยิงแสกหน้าหลู่อวี๋อย่างเลือดเย็น

ธารเลือดสีแดงสดสาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณ กระสุนตะกั่วสีเงินทะลวงผ่านกลางหว่างคิ้วของหลู่อวี๋ ร่างที่ไร้วิญญาณของนางร่วงกระแทกพื้นจมกองเลือด ดวงตาแข็งค้างตายอยู่ทั้งอย่างนั้น

เหลินหยุนเจียวเปิดส่วนเชื่อมผสานระหว่างห้วงมิติของระบบห้องสมุดสีดำขึ้นมา และวางปืนเก็บเข้าชั้นวางดังเดิม

ก่อนที่นางจะสามารถกลับมาฝึกปรือลมปราณได้อีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นปืน อาวุธลอบสังหารอื่นๆ หรือแม้แต่ยาพิษในห้วงมิติของระบบห้องสมุดสีดำ ทุกอย่างล้วนแต่เป็นไพ่ที่ใช้ช่วยชีวิตนาง

นางหยิบผงกร่อนซากศพออกมาจากห้วงมิติและโรยใส่ร่างไร้วิญญาณเหล่านั้นเพื่อทำลายหลักฐานกำจัดทิ้งให้สิ้นซาก จากนั้นเหลิงหยุนเจียวจึงเริ่มตรวจสอบร่างกายของตัวเองว่าเกิดสิ่งผิดปกติใดบ้าง

แต่เดิมในฐานะสายลับนักฆ่า เรื่องยาและยาพิษล้วนแต่เป็นความรู้พื้นฐานสำคัญที่ต้องศึกษาให้เชี่ยวชาญ ผนวกกับองค์ความรู้ของยุคสมัยนี้จากความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมด้วยแล้ว ทำให้เหลิงหยุนเจียวพอจะจับต้นชนปลายอะไรได้บ้าง

มิใช่ว่าร่างกายนี้ไม่สามารถฝึกปรือลมปราณได้ตั้งแต่แรกเกิด แต่นางถูกวางยาพิษจนกลายเป็นโรคเรื้อรัง ส่งผลให้เส้นเอ็นและเส้นลมปราณทั่วกายาถูกสกัดปิดกั้น จุดตันเถียนซึ่งเป็นแหล่งกักเก็บพลังลมปราณสำคัญได้ถูกพิษดังกล่าวกัดกร่อนจนเสียหายหนักจนใช้งานไม่ได้

พินิจจากอาการของพิษ นางน่าจะคนวางยาตั้งแต่ช่วงที่ยังอาศัยอยู่ในตระกูลสายหลัก

เห็นได้ชัดแจ้งว่า คนร้ายที่แท้จริงของเหตุการณ์ดังกล่าวก็คือสมาชิกในตระกูลเหลิงสายหลัก คนเหล่านั้นมีเจตนาต้องการจะทำลายรากฐานการฝึกปรือลมปราณของนางตั้งแต่แรกแล้ว

แล้ววันนี้มันเกิดบ้าอะไรขึ้นกัน? หากมิใช่เพราะคำสั่งของประมุขตระกูลสายหลัก มีหรือที่คนในตระกูลสายรองจะกล้าเอาชีวิตนาง?

เหลิงหยุนเจียวกำหมัดบีบแน่น ปรากฏประกายแสงสีเย็นสว่างวาบฉายผ่านดวงตา

การที่เจ้าของเดิมไม่กล้าขัดขืนใดๆ มิได้หมายความว่า นางจะอนุญาตให้คนอื่นรังแกข่มเหงได้

“กึกกัก...กึกกึก...”

ได้ยินเสียงสั่นกระเพื่อมผิดปกติดังมาจากด้านมุมหนึ่ง เหลิงหยุนเจียวหันศีรษะขวับโดยไว มุ่งสายตามองเข้าไปในพุ่มไม้สูง แลเห็นแผ่นหลังของเด็กชายตัวน้อยที่กำลังตะกุยสิ่งกีดขวางเดินเข้าไปภายในนั้น

เหลิงหยุนเจียวปริปากกำลังจะพูดอะไรออกมาสักคำ แต่ชั่วอึดใจขณะกลับชะงักหยุดกะทันหัน พร้อมตระหนักได้ว่า เด็กชายตัวน้อยผู้นี้ไม่มีชื่อเรียก ในเมื่อเป็นเช่นนี้นางจำต้องเปลี่ยนไปเรียกเขาด้วยสรรพนามอื่นแทน

“เจ้าหนู วิ่งไปทำไมตรงนั้น มันอันตราย”

เมื่อเหลิงหยุนเจียวลองเดินตามเด็กชายตัวน้อยเข้าไป ก็ค้นพบร่างของบุรุษผู้หนึ่งที่อาบย้อมไปด้วยเลือดแดงฉานนอนไม่ได้สติอยู่แทบเท้า

“แม่จ๋า...”

เด็กชายตัวน้อยเอ่ยปากพึมพำอย่างประหม่า และทันใดนั้นก็พลันตระหนักได้ถึงบางอย่าง จึงรีบเปลี่ยนสรรพนามคำเรียกพลัน

“คุณหนูหกขอรับ ยังมีคนอยู่ตรงนี้...”

เขายืนอยู่แบบนั้นด้วยท่าทางที่ดูงุ่มง่ามทำอะไรไม่ถูก ฝ่ามือเล็กจิ๋วทั้งสองข้างถูกยกขึ้นถูไถไปมาด้วยความประหม่า

เจ้าของร่างเดิมไม่เคยยอมให้ลูกชายคนนี้เรียกตัวเองว่า‘แม่’เลยสักครั้ง แต่สั่งให้เรียกขานว่า‘คุณหนูหก’แทน

แต่เมื่อครู่ภายใต้สถานการณ์ฉุกละหุกเป็นตาย เขาจึงเผลอเรียกว่าแม่จ๋าออกไปโดยไม่ทันรู้ตัว

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ถูกทิ้งโดยอัลฟ่า หันไปแต่งกับศัตรู
9.3
เมื่อถูกศัตรูจับตัวไป อัลฟ่าผู้เป็นคนรักกลับเลือกทิ้งฉันไว้เบื้องหลังเพื่ออยู่กับคู่แท้ของเขาอย่างไม่ใยดี คำพูดที่ไร้หัวใจส่งผ่านสายโทรศัพท์กลายเป็นจุดเปลี่ยนชีวิตท่ามกลางความตายที่คืบคลานเข้ามา ฉันจำต้องอ้อนวอนร้องขอชีวิตจากอัลฟ่าฝ่ายศัตรูพร้อมยอมศิโรราบทุกอย่างเพื่อความอยู่รอด ทว่าในวันที่อดีตคนรักคิดจะกลับมาทวงฉันคืน ทุกอย่างก็สายไปเสียแล้ว เพราะตอนนี้ฉันได้กลายเป็นสมบัติของศัตรูผู้โหดเหี้ยมที่ไม่มีวันปล่อยให้ฉันกลับไปหาเขาอีกต่อไป
หน้าปกนวนิยาย ทัณฑ์เถื่อน
8.2
มณีมณฑ์เผชิญหน้ากับอพอลโล่ด้วยความโกรธแค้น ท้าทายให้เขาใช้กฎหมายจัดการแทนการใช้อำนาจป่าเถื่อนรังแกเธอ แต่อพอลโล่กลับข่มขู่ด้วยวิธีการทรมานที่แสนเจ็บปวดพร้อมบีบบังคับให้เธอทำความสะอาดห้อง แรงโทสะทำให้หญิงสาวขว้างปาสิ่งของใส่เขา ทว่าชายหนุ่มกลับจู่โจมเข้าประชิดตัวและพันธนาการเธอไว้ด้วยความรุนแรง เขาตราหน้าและสบประมาทว่าผู้หญิงที่ร้อนแรงอย่างเธอคงถูกศรวัณทิ้งขว้างอย่างไม่ใยดี พร้อมยิ้มหยันว่าแท้จริงแล้วเธอก็พร้อมจะทอดกายให้คนที่เกลียดชังอย่างเขาได้ทุกเมื่อ
หน้าปกนวนิยาย เด็กเลี้ยง เฮียมาเฟีย
9.3
“ทำไมต้องเป็นหนูคะ” “ก็เห็นเธอแล้วมันเสี้ยนปาก ถ้าจะให้พูดตรง ๆ ก็คือ ถูกใจตั้งแต่แรกพบ เห็นแล้วเงี่ยน เธอหน้าสวย หุ่นเอ็กซ์ ทั้ง ๆ ที่อายุเท่านี้ เห็นแล้วอยากเอาจนเอ็นแข็ง ยื่นข้อเสนอไปแล้วเธอกลับปฏิเสธ มันก็เลยยิ่งรู้สึกตื่นเต้น เหตุผลมีแค่นี้ ส่วนเธอจะยอมหรือไม่ก็แล้วแต่ ตัดสินใจเองฉันไม่บังคับอยู่แล้ว” “โอ้เอ้เล่นตัวคิดจะเรียกเงินเพิ่มหรือไง รู้หรือเปล่าว่าหนี้น้องชายเธอเท่าไหร่ เกือบล้านเชียวนะ เงินจำนวนนี้สำหรับฉันมันแค่ขี้เล็บ แต่กับเธอที่มีแม่ป่วยติดเตียงก็คงไม่ใช่เรื่องเล็ก” “ฉันยอมค่ะ เมื่อไหร่คะ ที่ฉันต้องทำ” เขายิ้มมุมปากคล้ายสมใจ “หมายถึงทำอะไรล่ะ” ผักบุ้งก้มหน้า พูดเสียงเบา “ทะ ทำเรื่องนั้น ขายตัวให้คุณ” “ตอนนี้” “ห๊า ตอนนี้เหรอคะ” “จะ ทำอะไรหนูคะ” “อย่าถามมาก เงียบ!” เขาเอาแต่จ้องมองนมใหญ่ของเธอแล้วอุ้มเธอมาที่เตียง "สวยดีนี่...นมใหญ่ชิบ" เคย์ไม่ได้สนใจความรู้สึกของหญิงสาวเลยสักนิด มือหนาบีบเคล้นทรวงอกอวบรุนแรงจนแดงช้ำไปหมด "อื้อ อา....เจ็บ!.." "จำไว้ตั้งแต่วินาทีนี้หนูคือเด็กของเฮียเคย์ ยินดีกับตำแหน่งนี้ด้วย ปกติเฮียค่อนข้างเลือกเด็ก หนูถูกใจเฮียถือว่าโชคดีมาก"
หน้าปกนวนิยาย แก้วอสุรา (ภาคแรกของ เสน่หากุมภัณฑ์)
9.7
วิรัลย์ ราชกุมารผู้ถูกเมินแห่งเวรุฬา หวังสร้างชื่อจากการนำทัพทำศึก แต่กลับพ่ายแพ้ต่อไอศูรย์ จอมทัพผู้เกรียงไกรแห่งแคว้นปรมะอย่างราบคาบ แทนที่จะถูกประหาร เขากลับถูกขอตัวเป็นรางวัลแห่งชัยชนะด้วยรูปโฉมที่งดงามต้องตา แม้ไอศูรย์จะเพียรเกี้ยวพาราสีเพียงใด วิรัลย์ก็พร้อมปลิดชีพตนเองดีกว่าต้องอัปยศเพราะถูกขืนใจ จอมทัพอสุราจึงต้องเปลี่ยนจากการใช้กำลังมาเป็นเล่ห์กลเพื่อล่อลวงหัวใจยักษาผู้เย่อหยิ่งให้ยอมศิโรราบในศึกรักครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย ย้อนเวลากลับมาเป็นท่านแม่
9.7
เฉียวลู่ดาราสาวชื่อดังต้องพักงานเพราะข่าวฉาวจึงเลือกกลับบ้านเกิดจนพบเหตุการณ์เปลี่ยนชีวิต ด้านฉีหมิงเยี่ยนอนุชาฮ่องเต้แคว้นฉีได้รับบาดเจ็บสาหัสจนความจำเสื่อมขณะปฏิบัติภารกิจลับและได้รับความช่วยเหลือจากตระกูลเฉียว ส่วนเซียวยิ่นฮ่องเต้แคว้นเซียวผู้ไร้ทายาทได้สั่งทหารออกตามหาอดีตฮองเฮาและโอรสตามคำทำนายอย่างลับๆ ขณะที่ฉินอี้เหยาต้องแสร้งลืมอดีตหลังพาลูกน้อยหนีตายจากเหตุการณ์ร้ายแรงเพื่อรักษาชีวิตรอดในดินแดนแห่งนี้
หน้าปกนวนิยาย ยอดดวงใจแม่ทัพกลับเป็นคู่หมายองค์ชายรอง
7.9
เมื่อรักแท้ถูกทดสอบด้วยอุปสรรคถาโถม ความเชื่อมั่นและความเสียสละจะเพียงพอให้ก้าวข้ามผ่านไปได้จริงหรือ นี่คือเรื่องราวการดิ้นรนท่ามกลางสมรภูมิแห่งความรู้สึกและการตัดสินใจครั้งสำคัญ ระหว่างการลุกขึ้นสู้เพื่อไขว่คว้าหัวใจมาครอบครอง หรือการก้มหน้ายอมรับชะตากรรมที่สวรรค์ขีดเขียนเอาไว้ให้เป็นไป เส้นทางใดกันแน่คือบทสรุปที่หัวใจดวงนี้ควรเลือกเดินในท้ายที่สุด เพื่อพิสูจน์คุณค่าของความรักที่มั่นคงท่ามกลางไฟสงครามและอำนาจ