ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย สวนท้อสวรรค์ของเหยาจี

สวนท้อสวรรค์ของเหยาจี

เมื่อผลท้อสวรรค์หายไป เหยาจีเซียนน้อยผู้ดูแลสวนจึงถูกลงทัณฑ์ให้จุติยังโลกมนุษย์พร้อมเมล็ดพันธุ์ล้ำค่า โดยมีมู่สี่เสินทูตผีเสื้อติดตามมาในฐานะพี่ชาย ทว่าหลวนหลงเทพมังกรผู้ควรได้ครองผลท้อกลับตามลงมาเพื่อขัดขวางการปลูกต้นท้อบนดินแดนมนุษย์ ท่ามกลางเหล่าเซียนที่หวังช่วงชิงอำนาจและผลท้อวิเศษ เหยาจีต้องเผชิญอุปสรรคจากทั้งเทพผู้มีอำนาจและเหล่ามหาเทพผู้ปกครองสวรรค์ที่เฝ้ามองอยู่ บทสรุปของการปลูกท้อต้องห้ามและการปะทะกันของเหล่าเทพในร่างมนุษย์จะจบลงเช่นไร
ตอน
แชร์

ตอน 1

วิมานแก้ว แดนสวรรค์

มหาเทพ 3 องค์ผู้เป็นใหญ่ที่สุดปกครองสวรรค์ร่วมกันประทับอยู่บนบัลลังก์เหม่อมองไปยังเหล่าทวยเทพและเซียนสวรรค์นับหมื่นด้วยสายตาเรียบนิ่งด้านชา มีเพียงบางครั้งที่รู้สึกตัวก็จะพยายามโบกมือและส่งยิ้มให้กับเทพและเซียนบนแดนสวรรค์เป็นระยะ

วันนี้พวกเขาทั้งสามมารวมตัวกันที่วิมานแก้วที่ประทับของมหาเทพมู่ซี สตรีเพียงหนึ่งเดียวในมหาเทพทั้งสาม ผู้เป็นเจ้านายแห่งมวลพฤกษานานาพรรณ ด้วยเหตุที่ว่าท้อสวรรค์ที่จะสุกทุก 3,000 ปี ได้สุกงอมเต็มที่ เซียนสวรรค์นับหมื่นจึงมารวมตัวกันเพื่อรอรับส่วนผลไม้แห่งอายุวัฒนะนี้

“ต้นท้อออกผลกี่ผลกันเล่าคราวนี้ท่านมหาเทพมู่ซี” มหาเทพฮ่าวเทียนผู้เป็นนายแห่งสรรพสิ่ง ควบคุมสุริยัน จันทรา ดิน น้ำ ลมไฟ เริ่มตั้งคำถามด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่าย

“ได้ยินว่า คราวนี้มีถึง 384 ผลเลยทีเดียว ทั้งยังสามารถขยายพันธุ์เพิ่มขึ้นได้อีกถึง 3 ต้น อีก 3.000 ปี พอพวกมันสุกพร้อมกันก็คงจะมีมากกว่านี้อีกไม่น้อย” มหาเทพมู่ซีเปิดเผยสีหน้าลำบากใจออกมา

ท้อสวรรค์เป็นผลไม้ในดินแดนเทพที่เคยเป็นที่ต้องการของมนุษย์ที่ต้องการเพิ่มอายุขัยมาช้านาน แต่นั่นก็เป็นเรื่องที่ผ่านมานานแล้ว บัดนี้แดนสวรรค์ แดนมนุษย์และแดนปีศาจล้วนแบ่งแยกไม่ก้าวก่ายกัน มนุษย์ไม่อาจก้าวข้ามมาเป็นเซียน จึงไม่เกิดสงครามแย่งชิงท้อสวรรค์อีกต่อไป

แต่ท่านเซียนนับหมื่นนับพันที่อาศัยอยู่บนแดนสวรรค์ก่อนที่ดินแดนทั้งสามจะตัดขาด ก็ยังให้กำเนิดลูกหลานเซียนออกมาอีกไม่น้อย ผลท้อยังคงเป็นที่ต้องการของพวกเขาเพื่อการยกระดับขึ้นเป็นเทพอยู่ดังเดิม 

ช่วงแรกท่านผู้ปกครองทั้งสามก็ยังรู้สึกยินดีที่เซียนสวรรค์เหล่านี้จะได้ก้าวข้ามมาเป็นเทพได้ จะได้มีคนช่วยงานให้มากหน่อย แต่พวกเขาลืมคิดไปว่าสวรรค์ มนุษย์และปีศาจแยกกันอยู่ไปแล้ว ไม่มีสงคราม ไม่มีการแบ่งพรรคแบ่งพวกทำลายล้างกันเอง ปัญหาเทพล้นสวรรค์จึงบังเกิด

แม้ผลท้อจะสุกทุก 3 ,000 ปี แต่คราวหนึ่งก็หลายร้อยลูก เซียนสวรรค์ที่เคยได้กินผลท้อไปก่อนหน้ายกระดับขึ้นเป็นเทพจนล้นสวรรค์ มหาเทพทั้งสามจำต้องแบ่งแยกหน้าที่มอบหมายยิบย่อยให้พวกเขาไปดูแล ไม่ว่าจะเป็น เทพต้นสน เทพน้ำค้าง เทพปลาตะเพียน เทพกระต่าย เทพเตาไฟ เทพตะเกียง สารพัดเทพ กลายเป็นปัญหาใหญ่หลวงในการแต่งตั้งมอบหมายงานในทุก 3.000 ปี

“หา!! 384 ผลเชียวหรือ แล้วเราจะมอบตำแหน่งเทพอันใดให้พวกเขากันหวาดไหวเล่านั่น! ข้าคิดไม่ออกแล้วนะว่าแต่งตั้งเทพอะไรเพิ่มขึ้นได้อีก!”

“ข้าเองก็ขุดเอาพืช ผักผลไม้ออกมาแต่งตั้งเทพประจำตัวจนแทบจะหมดแล้ว จบงานท้อสวรรค์ครั้งนี้ข้าคงต้องทุ่มเทแรงใจสรรค์สร้างพืชพรรณชนิดใหม่ๆ ออกมาแล้วกระมัง" มหาเทพมู่ซีลอบถอนใจเบาๆ

มหาเทพสิงเทียนนั่งฝั่งเงียบๆ แต่ใบหน้าของเขาเขียวคล้ำจนเป็นสีผัก เขาเป็นมหาเทพแห่งสรรพสัตว์ทั้งปวง เวลานี้ไม่ว่าสัตว์เทพ สัตว์บก สัตว์น้ำ ก็แต่งตั้งเทพผู้พิทักษ์ไว้จนเกือบหมดแล้ว จะเป็นไรหรือไม่หากจะมีเทพไส้เดือน เทพกิ้งก่าอะไรเทือกนั้น มหาเทพสูงวัยผู้น่าเกรงขามรู้สึกกระอักกระอ่วนเหลือจะกล่าว

จะยับยั้งขีดจำกัดของท่านเซียนทั้งหลายเอาไว้ก็ใช่ที่ กว่าพวกเขาจะบำเพ็ญเพียรกันมาได้ก็นานหลายพันปี ความหวังสูงสุดย่อมเป็นการได้เป็นเทพอยู่แล้ว หรือจะให้ไปตัดต้นท้อทั้ง 12 ต้นนั้นทิ้งก็ไม่ได้เช่นกัน ท้อสวรรค์เป็นผลไม้ศักดิ์สิทธิ์มีมาตั้งแต่สมัยบรรพกาล และหากคิดตัดจริงๆ ตนก็คงต้องเปิดสงครามกับมหาเทพมู่ซีมหาเทพแห่งมวลพฤกษาเป็นแน่

เรื่องสำคัญที่สุดก็คือ พวกเขาทั้งสามไม่อาจเปิดเผยใบหน้าที่แท้จริงของตนได้ว่ากำลังทนทุกข์เพียงใด ผลท้อสวรรค์เปรียบเสมือนของล้ำค่าที่เหล่าเซียนอยากได้มาครอบครอง บรรดาเทพที่ได้รับการแต่งตั้งไปแล้วทุกองค์ก็ภาคภูมิใจกับหน้าที่ของตนกันอย่างไร้ข้อกังขา

ดังนั้นการมอบท้อสวรรค์ในทุก 3,000 ปี มหาเทพทั้งสามจึงให้ความสำคัญและจัดงานขึ้นอย่างยิ่งใหญ่เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้ที่ถูกคัดเลือกให้ได้รับผลท้อ ไม่อาจทำลายความเชื่อมั่นและความฝันอันสูงส่งของเหล่าเทพและเซียนบนสวรรค์ได้ลงคอ

“ได้เวลาแล้ว ทุกคนโปรดอยู่ในความสงบ” 

เทพนกขุนทองส่งเสียงแหลมเป็นสัญญาณ ทำให้บทสนทนาของท่านมหาเทพต้องหยุดลงพร้อมกับเปลี่ยนแปลงใบหน้าให้เหมาะสมกับวันแห่งความหวังของเหล่าเซียนสวรรค์ทั้งหลาย

เมื่อเสียงเบื้องล่างเงียบสงบลงมหาเทพมู่ซีจึงเคลื่อนกายออกไปลอยอยู่เบื้องหน้าเซียนสวรรค์นับหมื่น 

"อย่างที่พวกท่านรู้ หากพวกท่านจะก้าวข้ามไปสู่ขั้นเทพได้ ท่านต้องบำเพ็ญเพียรสะสมอายุขัยให้มากพอ ซึ่งบางคนอาจจะต้องใช้เวลายาวนานหลายหมื่นปี และการได้กินผลท้อสวรรค์จากเกาะแก้วของข้าก็เป็นทางลัดทางหนึ่ง” 

น้ำเสียงหวานอันทรงพลังของมหาเทพมู่ซี สร้างบรรยากาศแห่งความศักดิ์สิทธิ์กับเหล่าเซียนเบื้องล่าง แต่กลับไม่มีผู้ใดกล้าส่งเสียงออกมาสักคนด้วยความตื่นเต้น

“ครั้งนี้ท้อสวรรค์ออกผลมาทั้งหมด 384 ผล เราจะใช้การคัดเลือกแบบเดิม ขอให้ทุกท่านจงโชคดี”

เสียงสูดหายใจเข้าของเซียนสวรรค์ทั้งรุ่นใหญ่รุ่นเยาว์เบื้องล่างดังขึ้นพร้อมกันด้วยความตื่นเต้น หลายคนเข้าร่วมการคัดเลือกมาหลายครั้งแต่ก็ยังไม่เคยได้รับเลือก ได้แต่พยายามฝึกฝนบำเพ็ญเพียรเพิ่มอายุขัยของตนเองรอโอกาสดีงามเช่นนี้มาโดยตลอด

เมื่อมหาเทพมู่ซีกล่าวจบ ทูตสวรรค์ในรูปลักษณ์ผีเสื้อเกล็ดแก้วบางใสจำนวน 384 ตัว ก็โบยบินออกมาจากหมู่เมฆโดยรอบ เพื่อทำการคัดเลือกโดยการเสี่ยงจับคู่ เมื่อผีเสื้อเกล็ดแก้วไปเกาะที่ผู้ใด ผู้นั้นก็จะได้รับผลท้อไปคนละ 1 ผล

เสียงโห่ร้องด้วยความดีใจ เสียงแสดงความยินดี รวมทั้งเสียงร่ำร้องด้วยความเสียใจของผู้ที่ผิดหวัง ค่อยๆ ดังขึ้นมาจากกลุ่มท่านเซียนเป็นระลอก จนในที่สุดผีเสื้อเกล็ดแก้วก็คัดเลือกผู้โชคดีทั้ง 384 คนได้จนครบ

มหาเทพมู่ซีจัดการส่งกลีบดอกไม้นานาชนิดให้โปรยลงมาจากฟากฟ้าเบื้องบนสร้างบรรยากาศแห่งความเป็นมงคล นอกจากนี้ท่านมหาเทพฮ่าวเทียนยังปล่อยให้สายรุ้งหลายสายวิ่งผ่านไปทั่วฟ้า เทพสัตว์ต่าง ๆ แปลงกายเป็นสัตว์สวรรค์ร้องคำรามก้องเพื่อร่วมแสดงความยินดี 

ภาพการเฉลิมฉลองที่ยิ่งใหญ่ตระการตาเหล่านี้ทำให้ท่านเซียนผู้ได้รับผลท้อรู้สึกถึงการต้อนรับเข้าสู่การเป็นส่วนหนึ่งของแดนสวรรค์อย่างแท้จริง และยังกระตุ้นเหล่าเซียนที่เหลือให้มุ่งมั่นตั้งใจที่จะบำเพ็ญเพียรเข้าสู่การเป็นเทพมากกว่าเดิม 

ทั้งหมดนี้แทบจะไม่มีผู้ใดรู้ตัวเลยสักนิดว่าเทพสวรรค์ว่างงานกันจนเหงา พอมีงานมอบท้อสวรรค์ที่เกาะแก้วของมหาเทพมู่ซี จึงมาร่วมงานกันคับคั่ง เร่งแสดงอิทธิฤทธิ์ออกมาให้เชยชมกันเพราะปกติก็ไม่ค่อยได้แสดงฝีมืออันใดออกมา

“เชิญท่านเซียนที่ได้รับการคัดเลือกพาผีเสื้อของพวกท่านมารับผลท้อของท่านไปเสีย เมื่อท่านกินผลท้อไปแล้วท่านจะมีอายุขัยเพิ่มขึ้นแต่ยังคงต้องฝึกฝนและต้องเรียนรู้กับท่านเทพอาวุโสในสายงานที่ถูกจะถูกมอบหมายจึงจะสำเร็จเป็นเทพได้” 

มหาเทพมู่ซีนายหญิงแห่งพฤกษากวาดมือรอบหนึ่ง เถาวัลย์สีเขียวก็แทงยอดออกมาจากก้อนเมฆใต้เท้าของนาง เลื้อยพันขึ้นเป็นต้นเถาวัลย์ขนาดใหญ่ ภายในฝักสีชมพูของเถาวัลย์ค่อยๆ คลี่ออกและในนั้นบรรจุผลท้อสีทองอร่ามจำนวน 384 ผลเอาไว้ ผลท้อสวรรค์สีทองส่งกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์แผ่กระจายไปทั่ว ไม่ว่าผู้ใดก็ต้องรีบสูดหายใจเข้าเพื่อรับเอากลิ่นอายแห่งความเป็นมงคลเข้าไปกักเก็บไว้ในร่าง

การแจกผลท้อสวรรค์เริ่มดำเนินไปอย่างช้าๆ พร้อมกับมีทูตสวรรค์ในคราบของผีเสื้อเกล็ดแก้วอีกหลายพันตัว บินออกมาแจกผลท้อธรรมดาสีชมพูอ่อนจากเกาะแก้วให้กับผู้มาร่วมงานกันถ้วนหน้า

และในที่สุดก็ถึงการมอบผลท้อสวรรค์ผลที่ 384 ซึ่งเป็นผลสุดท้าย เซียนหนุ่มท่าทางองอาจในเครื่องแต่งกายสีน้ำเงินขาวเดินมาถึงเบื้องหน้ามหาเทพมู่ซีพร้อมกับผีเสื้อเกล็ดแก้วของเขา

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย อะไรนะ! เจ้าอยากเป็นเซียนอย่างงั้นเหรอ!?
9.6
เสียงตะโกนที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นดังกึกก้องไปทั่วสวรรค์ เมื่อชายหนุ่มผู้หนึ่งตั้งคำถามกับโชคชะตาว่าเหตุใดความปรารถนาที่จะเป็นเซียนของเขาถึงถูกกีดกันอย่างโหดร้าย ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยจิตสังหารอันรุนแรง เขายืนหยัดอย่างไม่เกรงกลัวขณะแหงนหน้าเผชิญหน้ากับเงาลึกลับทั้งเก้าที่คอยขัดขวางเส้นทางสู่ความเป็นอมตะ การต่อสู้เพื่อพิสูจน์เจตนารมณ์ท่ามกลางอุปสรรคจากเบื้องบนจึงเริ่มต้นขึ้นในมหากาพย์แห่งการล้างแค้นและการฝึกตน
หน้าปกนวนิยาย พายุรักทรายสีเลือด
8.7
ท่ามกลางผืนทรายที่นองไปด้วยเลือดและการล้างแค้น เมื่อหญิงสาวผู้เป็นดั่งดวงใจถูกพรากไป ความเจ็บปวดจึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการไล่ล่าครั้งใหญ่ พบกับการเผชิญหน้าของสองชายหนุ่มต่างเชื้อชาติ ระหว่างชีคหนุ่มผู้สูงศักดิ์แห่งราสอัลไคมาห์และชายหนุ่มสายเลือดไทยผู้เด็ดเดี่ยว ทั้งคู่ต้องบุกตะลุยทะเลทรายที่เต็มไปด้วยอันตรายเพื่อตามหาคนรักและพิฆาตเหล่าคนชั่ว บทสรุปของความรักบนรอยแค้นท่ามกลางสมรภูมิเม็ดทรายที่มีทั้งหยดเลือดและน้ำตาจะลงเอยอย่างไร
หน้าปกนวนิยาย เจาะเวลามาหาอะไรวะเนี่ย
7.9
หลังเผชิญความตายที่แสนอนาถ ชายหนุ่มกลับต้องตื่นขึ้นมาพบกับโชคชะตาที่ย่ำแย่ยิ่งกว่าเดิมในร่างขององค์ชายขี้เมาผู้มีสภาพไม่ต่างจากกองขยะ ทั้งเนื้อตัวเหม็นโฉ่และผมเผ้ารุงรังจนดูไม่ได้ ท่ามกลางสายตาดูแคลน เขากลายเป็นความหวังสุดท้ายของไทเฮาที่ปรารถนาจะดัดนิสัยและเปลี่ยนโฉมองค์ชายเสเพลคนนี้ให้กลายเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาอีกครั้ง เขาจะเอาตัวรอดจากความคาดหวังและสถานะสุดรันทดในโลกใหม่นี้ได้อย่างไร
หน้าปกนวนิยาย ทะลุมิติมาเป็นสาวน้อยในหมู่บ้านหนานชุน
9.4
ลู่จื้อ หญิงสาวผู้กุมอำนาจเหนืออาณาจักรคาสิโนยักษ์ใหญ่ในไต้หวัน ตัดสินใจละทิ้งวงการธุรกิจสีเทาที่ได้รับสืบทอดมาจากพ่อบุญธรรมผู้ล่วงลับ เธอหวังจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยการส่งมอบอำนาจทั้งหมดคืนให้แก่เครือญาติของเขา ทว่าความใจกว้างของเธอกลับถูกตอบแทนด้วยการทรยศหักหลัง เมื่อเหล่าญาติที่โลภโมโทสันไม่ได้ต้องการเพียงแค่ทรัพย์สิน แต่ยังวางแผนกำจัดเธอให้สิ้นซากเพื่อดับไฟแค้นและปิดปากเธอไปตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย กำเนิดใหม่คุณหนูใหญ่ขยันเชือด
8.9
ในโลกที่ไร้ความยุติธรรมและเต็มไปด้วยความเน่าเฟะ วิถีแห่งมารจึงกลายเป็นทางออกเดียว เมื่ออดีตนางมารผู้โหดเหี้ยมได้กลับมาเกิดใหม่ในร่างของคุณหนูผู้ปัญญาอ่อน ท่ามกลางสังคมที่ยึดถือเพียงพละกำลังเป็นเครื่องตัดสินทุกสิ่ง นางจึงตัดสินใจลุกขึ้นสู้เพื่อทวงคืนอำนาจและพร้อมที่จะบดขยี้ศัตรูทุกคนที่ขวางหน้าให้สิ้นซาก การเดินทางครั้งใหม่เพื่อทำลายล้างระเบียบเดิมและสถาปนาความแข็งแกร่งของตนเองในมหาพิภพที่บิดเบี้ยวนี้ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
หน้าปกนวนิยาย ท่านแม่ผู้นี้คืออดีตสุดยอดนักฆ่า
8.2
เมื่ออดีตสปายนักฆ่าฝีมือฉกาจต้องทะลุมิติมาอยู่ในร่างของแม่ใจยักษ์ผู้แสนชั่วร้าย ท่ามกลางโลกแฟนตาซีที่เต็มไปด้วยการต่อสู้ด้วยพลังลมปราณและอันตรายรอบด้าน เธอจึงต้องใช้ทักษะการเอาตัวรอดที่มีทั้งหมดเพื่อปกป้องเด็กน้อยผู้บริสุทธิ์และใสซื่อที่ร่วมเดินทางไปด้วยกัน การผจญภัยครั้งใหม่นี้เต็มไปด้วยอุปสรรคที่คาดไม่ถึงและการต่อสู้สุดระทึกเพื่อรักษาชีวิตรอดในดินแดนที่ความแข็งแกร่งคือทุกสิ่ง พวกเขาจะฝ่าฟันวิกฤตครั้งนี้ไปได้อย่างไรในโลกที่ศัตรูจ้องเล่นงานทุกย่างก้าว