ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย สวนท้อสวรรค์ของเหยาจี

สวนท้อสวรรค์ของเหยาจี

เมื่อผลท้อสวรรค์หายไป เหยาจีเซียนน้อยผู้ดูแลสวนจึงถูกลงทัณฑ์ให้จุติยังโลกมนุษย์พร้อมเมล็ดพันธุ์ล้ำค่า โดยมีมู่สี่เสินทูตผีเสื้อติดตามมาในฐานะพี่ชาย ทว่าหลวนหลงเทพมังกรผู้ควรได้ครองผลท้อกลับตามลงมาเพื่อขัดขวางการปลูกต้นท้อบนดินแดนมนุษย์ ท่ามกลางเหล่าเซียนที่หวังช่วงชิงอำนาจและผลท้อวิเศษ เหยาจีต้องเผชิญอุปสรรคจากทั้งเทพผู้มีอำนาจและเหล่ามหาเทพผู้ปกครองสวรรค์ที่เฝ้ามองอยู่ บทสรุปของการปลูกท้อต้องห้ามและการปะทะกันของเหล่าเทพในร่างมนุษย์จะจบลงเช่นไร
ตอน
แชร์

ตอน 2

“คนสุดท้ายแล้วสินะ ท่านเซียนมีนามว่ากระไร” มหาเทพมู่ซีต้องการจบขั้นตอนการแจกจ่ายผลท้อสวรรค์ให้แล้วเสร็จ นางจงใจเอ่ยถามนามของท่านเซียนหนุ่มด้วยเสียงอันดัง เพื่อเรียกความสนใจจากเทพและเซียนทั้งหมดกลับมาที่ตนและเซียนหนุ่มตรงหน้า

“ข้าผู้น้อยนามหลวนหลง ตั้งมั่นบ่มเพาะพลังอยู่ในสายเทพมังกรขอรับ”

“สายสัตว์เทพเช่นนั้นหรือ ดีจริง ท่านเซียนองอาจสง่าผ่าเผยเลือกการฝึกฝนได้เหมาะสมดีจริงๆ” มหาเทพมู่ซีย่อมพึงพอใจเป็นพิเศษหากจะมีเทพในสายสรรพสัตว์มากขึ้น เพราะนางไม่รู้จะรับท่านเซียนหน้าใหม่สายพฤกษาและพืชพรรณไว้ในตำแหน่งอะไรแล้ว

ยังไม่ต้องนับอีกว่าท่านเซียนหนุ่มผู้นี้เลือกบ่มเพาะพลังเฉพาะเจาะจงในสายเทพมังกร การจัดหน้าที่ให้เขาก็ยิ่งสะดวกง่ายดายสำหรับมหาเทพสิงเทียนอีกด้วย 

“ท้อสวรรค์ผลสุดท้ายในรอบ 3,000 ปีเป็นของท่านแล้ว ท่านเซียนหลวนหลง” มหาเทพมู่ซีเอื้อมมือไปยังฝักสีชมพูอ่อนของเถาวัลย์ต้นใหญ่ด้านข้าง 

แต่นางกลับไม่พบอะไร..

มหาเทพผู้งดงามหันกลับไปมองในฝักของเถาวัลย์ พลิกคว่ำพลิกหงายดูอยู่อีกหลายรอบนางกลับไม่พบท้อสวรรค์ผลสุดท้ายตามต้องการ

“ท้อสวรรค์หายไปหนึ่งผล!” เสียงอุทานด้วยความตกใจของมหาเทพมู่ซีดังขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ สร้างความแตกตื่นตกใจให้กับเทพและเซียนรวมทั้งมหาเทพอีกสองท่านไม่น้อย

“บนแดนสวรรค์ไม่เคยมีเรื่องเช่นนี้มาก่อน ผู้ใดกันที่ขวัญกล้าคิดขโมยสิ่งของบนแดนสวรรค์!!”

“ช้าก่อนมหาเทพสิงเทียน ท่านอย่าเพิ่งบันดาลโทสะไป บนเกาะแก้วของข้าถูกป้องกันไว้แน่นหนาไม่มีผู้ใดข้ามไปได้ง่าย” มหาเทพมู่ซียับยั้งโทสะของมหาเทพสิงเทียนเอาไว้ไม่ให้วู่วาม

“คนนอกไม่สามารถข้ามไปได้ เช่นนั้นท่านมหาเทพคงคิดว่าเป็นคนในล่ะสินะ” มหาเทพสิงเทียนเริ่มร้อนใจ ผู้ที่เข้าออกเกาะแก้วสถานที่เพาะปลูกท้อสวรรค์ได้ มีทูตสวรรค์ซึ่งเป็นผีเสื้อเกล็ดแก้วผู้บ่มเพาะสายสรรพสัตว์ภายใต้การปกครองของตนอยู่ด้วย

มหาเทพมู่ซีหลุบตาลงต่ำ นอกจากผีเสื้อเกล็ดแก้วที่นางปล่อยให้เข้าออกเกาะแก้วได้โดยอิสระ ก็ยังมีเซียนน้อยเหยาจีอยู่อีกหนึ่งคน แต่เด็กนั่นจะกล้าทำเรื่องใหญ่โตเช่นการขโมยท้อสวรรค์ไปกินเชียวหรือ

“ข้ารู้จักทูตสวรรค์ผู้ซื่อสัตย์เหล่านั้นดีท่านมหาเทพสิงเทียน ข้าคิดว่าไม่ใช่พวกเขาหรอกที่เอาผลท้อสวรรค์ของข้าไปข้ารับเอาเซียนน้อยวัยเยาว์ผู้หนึ่งไว้ทำงานที่เกาะแก้ว บางทีนางอาจจะให้คำตอบนี้กับข้าได้” กล่าวจบมหาเทพมู่ซีก็ปล่อยผีเสื้อเกล็ดแก้วตัวหนึ่งให้ไปตามเซียนน้อยออกมาจากสวนท้อของตน

เหตุการณ์ท้อสวรรค์สูญหายเป็นเรื่องที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับเทพเซียนทุกคนเบนแดนสวรรค์ อย่าว่าแต่ผลท้อสวรรค์ที่ล้ำค่าถึงเพียงนี้เลย แดนสวรรค์ข้าวของเล็กน้อยที่ไม่มีค่าก็ไม่เคยสูญหายมาก่อน

ทุกสายตาเฝ้ารอคอยการปรากฏตัวของเซียนน้อยเหยาจี ผู้ที่น่าจะให้คำตอบได้ดีที่สุดในเรื่องนี้อย่างใจจดใจจ่อ เพราะในระหว่างที่รอ มหาเทพมู่ซียังได้เปิดเผยหน้าที่มอบหมายของเหยาจีบนเกาะแก้ว ว่านางจะเป็นผู้ดูแลต้นท้อทุกต้นบนเกาะและเป็นผู้นับจำนวนผลท้อทุกผลมารายงานกับท่านมหาเทพโดยตรง

บนเกาะมีทั้งท้อธรรมดา ท้อโอสถ และท้อสวรรค์ ซึ่งต้นท้อธรรมดาและท้อโอสถมีจำนวนมากออกผลมาให้นับไม่หวาดไม่ไหว มหาเทพมู่ซีจึงไม่ได้สนใจรายละเอียดของพวกมันมากนัก 

แต่สำหรับผลท้อสวรรค์ มหาเทพมู่ซีจำได้ว่าเมื่อสองพันปีก่อนยามที่ผลท้อเพิ่งเติบโตเป็นผลเล็กๆ นางเคยไปนับจำนวนของพวกมันร่วมกับผีเสื้อเกล็ดแก้วผู้ติดตามหลายตน จากนั้นก็ปล่อยให้เหยาจีดูแลต่อไป

กระทั่งถึงวันที่ต้องเก็บเกี่ยว ก็เป็นผีเสื้อเกล็ดแก้วที่ได้รับความไว้วางใจสูงสุด 7 ตนกับเหยาจีเท่านั้นที่ช่วยกันนำท้อสวรรค์มาเก็บไว้ในฝักของเถาวัลย์เขียว ทูตสวรรค์ในคราบของผีเสื้อเกล็ดแก้วเป็นทูตที่ได้รับการยกย่องว่าซื่อสัตย์เป็นอันดับหนึ่ง ไม่มีผู้ใดเชื่ออยู่แล้วว่าพวกเขาจะขโมยมัน ผู้ต้องสงสัยเพียงหนึ่งเดียวย่อมเป็นเหยาจี

ไม่นานนักร่างเล็กของเด็กสาวอายุเทียบเคียงกับมนุษย์ก็ราว 11-12 ปี ลอยตามผีเสื้อเกล็ดแก้วออกมาจากสวนท้อเข้ามายังวิมานแก้ว ใบหน้าไร้เดียงสาและแววตากระจ่างใสบริสุทธิ์ของเซียนน้อย ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่อาจทำใจกล่าวหานางได้ลงคอ ทั้งยังเริ่มมีความคิดว่าน่าจะมีปัญหาบางประการเกิดขึ้นกับผลท้อสวรรค์และเซียนน้อยในชุดสีชมพูผู้นี้อาจไม่มีส่วนเกี่ยวข้องก็เป็นได้

“เหยาจี ข้าจำได้ว่าเมื่อสองพันปีก่อนพวกเราหลายคนช่วยกันนับผลท้อสวรรค์ไว้ถี่ถ้วนดีแล้วมิใช่หรือ? เจ้าจำได้หรือไม่ว่ามันมีทั้งหมดกี่ผล” มหาเทพมู่ซีตั้งคำถามประเมินสถานการณ์ดูก่อน

        “จดจำได้เจ้าค่ะ ท้อสวรรค์สีทองมีทั้งหมด 384 ผลเจ้าค่ะท่านมหาเทพ”

มหาเทพมู่ซีเสียอาการไปเล็กน้อย นางหวังเหลือเกินว่าเหยาจีจะตอบว่ามีเพียง 383 ผล

หากว่าเป็นการนับจำนวนผิดพลาดนางยังพอจะรับเอาความผิดไว้เองจะได้ไม่ต้องมีการไต่สวนกันให้มากความ แต่เหยาจีกลับยืนยันว่ามี 384 ผล นั่นหมายความว่าผลท้อสวรรค์หายไปจริงๆ

“เซียนน้อยเหยาจี ได้ยินว่าเจ้าเป็นผู้ดูแลผลท้อทุกผลบนเกาะแก้วเพียงผู้เดียวใช่หรือไม่”

มหาเทพสิงเทียนยังต้องการยืนยันความบริสุทธิ์ของผีเสื้อเกล็ดแก้วในสังกัดของตน แม้ไม่อยากจะคาดคั้นเอาความกับเซียนน้อยแต่เรื่องนี้จะทำให้ชื่อเสียงของผีเสื้อเกล็ดแก้วเสื่อมเสียชื่อเสียงไม่ได้เป็นอันขาด

“ใช่แล้วเจ้าค่ะ ผีเสื้อเกล็ดแก้วไม่ได้รับอนุญาตให้คืนร่างในยามที่อยู่บนเกาะแก้วเว้นแต่จะมีท่านมหาเทพมู่ซียืนอยู่ด้วย ดังนั้นตลอดมาข้าจึงเป็นผู้ดูแลและสัมผัสผลท้อทุกชนิดทุกผลได้เพียงผู้เดียว”

สามมหาเทพผู้ยิ่งใหญ่ ขมวดคิ้วแน่นตามกัน พวกเขาชื่นชมกับความซื่อสัตย์ของเซียนน้อย แต่คำตอบของนางยามนี้เท่ากับว่านางยอมรับว่าตนเป็นผู้กระทำผิดพลาดใช่หรือไม่

โดยเฉพาะกับมหาเทพมู่ซี ที่นางรับเอาเซียนน้อยเหยาจีมาไว้บนเกาะก็เพราะเห็นว่าเหยาจีมีความสามารถพิเศษในเรื่องการเพาะปลูกเหมาะสมที่จะบ่มเพาะพลังในสายเทพพฤกษา 

ที่สำคัญที่สุดคือร่างกายของเหยาจีมีกลิ่นอายบางประการที่สัมพันธ์กับต้นท้อ แม้แต่ท้อสวรรค์ที่เพาะปลูกได้ยากเย็นก็สามารถเริ่มเพาะปลูกได้ด้วยฝีมือของเซียนน้อยเหยาจีถึง 3 ต้นเลยทีเดียว 

ด้วยเหตุนี้มหาเทพมู่ซีจึงยังไม่เคยยกตำแหน่งเทพผลท้อให้กับเทพหน้าใหม่คนใด ตั้งใจเก็บตำแหน่งนี้ไว้ให้เหยาจีเป็นการเฉพาะ แต่ยามนี้มันเกิดอะไรขึ้นกับเซียนน้อยใสซื่อบริสุทธิ์ผู้นี้กัน?

“ท่านมหาเทพทั้งสาม ข้ารู้ว่าท่านเรียกตัวข้าออกมาจากเกาะด้วยเหตุใด ข้ายอมรับผิดเองเจ้าค่ะ ผลท้อสวรรค์ที่หายไปเป็นข้าที่กินมันไปแล้ว ขอพวกท่านลงโทษข้าด้วย”

เสียงฮือฮากระซิบพูดคุยกันดังลั่นขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ มีทั้งตำหนิเซียนน้อยที่ภายนอกบริสุทธิ์ไร้เดียงสาแต่ไม่อาจรู้ลึกถึงจิตใจ บ้างก็คิดว่านางอาจรับผิดแทนผู้อื่น และเสียงส่วนใหญ่ก็เป็นการแสดงความเสียใจกับเซียนหนุ่มหลวนหลงที่อุตส่าห์ได้รับเลือกแต่กลับต้องมาผิดหวังเอาตอนจบ

“เหยาจีมีผู้ใดข่มขู่ให้เจ้ารับผิดแทนหรือไม่ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่เจ้าจะถูกลงโทษในสถานหนักเลยทีเดียวนะ บอกพวกเรามาเราสามคนจะให้ความยุติธรรมแก่เจ้าเอง”

“ไม่มีผู้ใดบังคับข้าได้เจ้าค่ะท่านมหาเทพทั้งสาม ข้าต้องขอโทษผีเสื้อเกล็ดแก้วทุกตัวด้วยซ้ำที่ทำให้ชื่อเสียงของเขาต้องมัวหมองเพราะข้า แต่เป็นข้าที่แอบกินทั้งผลท้อธรรมดา ผลท้อโอสถบนเกาะมามากมายมายาวนาน และสุดท้ายก็ห้ามใจไม่ไหวเด็ดผลท้อสวรรค์มากัดกินไปตั้งแต่เมื่อ 1,000 ปีก่อนในยามที่มันยังสุกไม่เต็มที่เจ้าค่ะ”

คำสารภาพที่เด็ดเดี่ยว แววตาที่มองตอบกลับมายังท่านมหาเทพทั้งสามของเหยาจีเต็มไปด้วยความจริงทุกประการ จนแม้แต่มหาเทพมู่ซีที่คิดจะปกป้องเหยาจีเอาไว้ก็ต้องยอมจำนนกับคำกล่าวที่ออกมาจากใจไร้การโป้ปดนั้น

“กฎย่อมเป็นกฎ เจ้าทำผิดครั้งใหญ่เลยทีเดียวเด็กน้อย โทษของเจ้าก็คือการถูกขับออกจากสวรรค์และต้องไปอยู่ในแดนมนุษย์!!"

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เมียสายมูพารวย! ปลูกผักก็ปัง รักก็รุ่ง
9.0
หลินเยว่เลี่ยงเดินทางข้ามมิติมาอยู่ในร่างของหญิงสาวที่โดนข่าวลืออันตรายทำลายชื่อเสียงจนครอบครัวตกอยู่ในความยากลำบาก ไม่มีทางหนีออกจากสถานการณ์ยากลำบาก เธอจึงตัดสินใจยอมแต่งงานกับชายหนุ่มจากหมู่บ้านใกล้เคียงที่มีรอยแผลเป็นบนร่างกาย เมื่อเข้ามาอยู่ในบ้านสามี เธอต้องเผชิญกับภาระปัญหามากมาย พ่อของสามีป่วยเรื้อรังไม่สามารถรักษาให้หายได้ แม่เลี้ยงมีอุบายเจ้าเล่ห์คอยกดดัน และยังมีพี่น้องหลายคนที่สร้างเรื่องรบกวนเธอไม่หยุด แต่หลินเยว่เลี่ยงไม่ได้มาถึงโลกนี้ด้วยมือเปล่า เธอพกพาระบบฟาร์มและพลังวิเศษที่มาจากเกมที่เธอสร้างขึ้นเอง เธอใช้พลังพิเศษปลูกผักสุดพิเศษขายสร้างรายได้ให้ครอบครัว ค่อยๆแก้ไขปัญหาทางการเงินของบ้านทีละอย่าง เธอเชื่อว่าเพียงแค่เธอและสามีคอยเคียงข้างกัน มีปัญหาอะไรก็สามารถผ่านพ้นไปได้ ตามที่เธอคิด เมื่อทั้งสองคู่สมรสครองรักกันอย่างเข้มแข็ง โชคลาภก็เริ่มหลั่งไหลเข้ามาอย่างอัศจรรย์ ความเป็นอยู่ของทั้งครอบครัวค่อยๆดีขึ้นเรื่อยๆ แม้แต่อาการป่วยของพ่อสามีก็ทุเลาลงจนเกือบหายดี สามีที่เคยเป็นคนหน้าเคร่งขรึม ไม่ค่อยพูดจา ก็เปลี่ยนใจกลายเป็นคนอ้อนรัก ประกาศอย่างชัดเจนว่าเขาจะรักและตามใจภรรยาผู้นำโชคคนนี้ไปตลอดชีวิต
หน้าปกนวนิยาย ชะตารักบุปผางาม
8.2
โชคชะตาที่ยากจะคาดเดานำพาหญิงสาวผู้หนึ่งย้อนเวลากลับสู่อดีตเพื่อแก้ไขความผิดพลาดที่เธอเคยทำไว้โดยไม่ตั้งใจ การเดินทางครั้งนี้ทำให้เธอได้พบกับบุรุษจากชนเผ่าฮู่เหลียนผู้แสนป่าเถื่อนในสายตาผู้อื่น ทว่าเธอกลับมองเห็นตัวตนที่แท้จริงและแง่มุมที่ดีงามของเขา ท่ามกลางอุปสรรคมากมายที่ถาโถมเข้ามา เธอกลับพบว่าตนเองต้องติดอยู่กลางความรักอันยิ่งใหญ่กับชายหนุ่มถึงสองคน สุดท้ายแล้วบทสรุปของหัวใจจะเป็นไปตามอำนาจแห่งฟ้าดินหรือจะเป็นตัวเธอเองที่ลิขิตเส้นทางรักนี้
หน้าปกนวนิยาย ข้ามีสามีคือสมุหนายกใหญ่
9.5
สายลับสาวข้ามมิติมาสวมร่างกู้เจียว สตรีชนบทอัปลักษณ์สติฟั่นเฟือนที่เคยบังคับเซียวลิ่วหลัง ชายหนุ่มรูปงามให้แต่งงานด้วยจนเขาเกลียดชังนางเข้ากระดูกดำ ทว่าความฝันบอกเหตุกลับเผยความลับว่าสามีผู้เย็นชาคนนี้จะกลายเป็นขุนนางใหญ่ที่กุมอำนาจสูงสุดในราชสำนัก เพื่อความอยู่รอดและอนาคตที่มั่นคง กู้เจียวคนใหม่จึงสลัดคราบเดิมทิ้ง นางใช้ไหวพริบปกป้องเขาจากภยันตรายและศัตรูรอบด้าน มุ่งมั่นขจัดทุกขวากหนามเพื่อผลักดันและปูทางให้เซียวลิ่วหลังก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของอำนาจตามลิขิตสวรรค์อย่างสมบูรณ์แบบ
หน้าปกนวนิยาย สามีข้าจะเกี้ยวท่านเอง
9.8
วิญญาณเร่ร่อนได้รับโอกาสเกิดใหม่ในร่างของอันจิ่งเถียน สตรีอาภัพที่ถูกอดีตคู่หมั้นอย่างหวงเจี่ยวหลงทิ้งขว้างอย่างไม่ใยดี ทว่านางจำเป็นต้องมีปราณมังกรจากเขาเพื่อประคองวิญญาณให้คงอยู่และตามหาตัวตนที่แท้จริง ภารกิจยั่วยวนบุรุษปากร้ายผู้แสนรังเกียจนางจึงเริ่มต้นขึ้น แม้เขาจะมองว่านางคือสตรีมารยาที่ใช้เล่ห์กลอาคมอันน่ารังเกียจเพียงใด แต่นางผู้เป็นตัวแม่ด้านมารยาก็พร้อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อมัดใจเขาให้จงได้ ท่ามกลางความวุ่นวายของโลกภูติผีและเวทมนตร์คาถาที่เต็มไปด้วยความขบขัน
หน้าปกนวนิยาย หวามรักในรอยทราย
7.8
น้ำตาลตัดสินใจเดินทางกลับสู่อารันดาตามเสียงเรียกร้องของหัวใจ เพื่อพบกับชี้คฟีรอสชายหนุ่มผู้มั่นคงในรักต่อเธอ ทว่าค่ำคืนแรกกลับเกิดเหตุไม่คาดฝัน เมื่อเธอถูกลักพาตัวจากห้องนอนไปตื่นขึ้นในกระโจมกลางทะเลทราย พร้อมกับร่างโชกเลือดของชี้คหนุ่มที่นอนหมดสติอยู่เคียงข้าง ท่ามกลางอุปสรรคและหญิงสาวมากมายที่จ้องจะแย่งชิงเขา น้ำตาลต้องพิสูจน์ว่าความรักและความเชื่อใจของเธอจะแข็งแกร่งพอที่จะฟันฝ่ากระแสลมร้อนและอันตรายในดินแดนแห่งนี้ไปได้หรือไม่
หน้าปกนวนิยาย ท่านอ๋องบัดซบ!!! «王爷! 您是昏庸人。»
8.9
จากอ๋องน้อยผู้แสนน่ารักกลับกลายเป็นคนเสเพลที่เลื่องชื่อว่าบัดซบที่สุดในแผ่นดิน ทว่าเบื้องหลังความไร้แก่นสารนี้คือความลับของพ่อมดจากต่างมิติที่ต้องดิ้นรนในโลกแห่งลมปราณ ซึ่งมองว่าเวทมนตร์เป็นเพียงพลังสวะไร้ค่า เขาจึงจำเป็นต้องแสร้งทำตัวเหลวแหลกเพื่อหลีกหนีจากภาระหน้าที่และการแย่งชิงบัลลังก์อันวุ่นวาย พลิกผันชีวิตจากยอดจอมเวทสู่การเป็นท่านอ๋องจอมลวงโลกเพื่อเอาตัวรอดในดินแดนที่ตัดสินทุกอย่างด้วยกำลังภายใน