ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย วาสนารักคุณชายจอมวุ่นวาย

วาสนารักคุณชายจอมวุ่นวาย

เมื่อครอบครัวเผชิญวิกฤต เขมกรจึงจำใจแลกเปลี่ยนบางสิ่งจนกลายเป็น เกาหยุนเอ๋อร์ คุณชายผู้ไร้ความทรงจำที่เคยประกาศตัวเป็นภรรยาของ ซ่งหยวนเจ๋อ ต่อหน้าสาธารณชน ทว่าอีกฝ่ายกลับไม่โกรธเคืองและคอยตามติดดูแลอย่างใกล้ชิด ทั้งเลี้ยงอาหารและให้ขี่หลัง จนหยุนเอ๋อร์เริ่มมีอาการใจสั่นอย่างประหลาดเมื่ออยู่ใกล้ชิดอ้อมกอดและสายตาที่อ่อนโยนของหยวนเจ๋อ เขาจึงกังวลว่าตนเองกำลังเจ็บป่วยร้ายแรงโดยหารู้ไม่ว่าความใกล้ชิดนี้กำลังเปลี่ยนเป็นความรักที่ลึกซึ้ง
ตอน
แชร์

ตอน 3

ตอนที่ 3

“ครับ...ผมรับได้”

พ่อกับแม่ให้ชีวิต เลี้ยงดูเขาอย่างดีที่สุดเท่าที่จะได้ ตอนนี้ถึงเวลาที่เขาจะต้องแสดงความกตัญญูและตอบแทนพระคุณแล้ว อีกทั้งสิ่งที่ทำก็ไม่ได้เกิดความสามารถด้วย

“ผมยินดีแลกเปลี่ยนกับคุณครับ”

“เจ้าช่างเป็นบุตรที่กตัญญูจริง ๆ เป็นโชคดีของข้าที่เลือกคนมิผิด”

เสียงที่ได้ยิน...เหมือนจะมีแววสำเริงสำราญใจมิน้อย ในขณะที่เขมกร...ได้แต่เฝ้ารอคอยด้วยใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ สิ่งที่ต้องการจะเป็นจริงได้หรือไม่...

“เจ้ายังมีความปรารถนาอีกหรือไม่”

“ถ้าเป็นไปได้...ผมแค่อยากรู้ว่าจะมีเวลาเหลืออยู่กับครอบครัวอีกนานเท่าไหร่ เท่านั้นเองครับ” ถ้าจะต้องแลกเปลี่ยน...ถ้าจะฟังแล้วตีความไปไม่ผิด สิ่งที่ต้องแลกเปลี่ยนคือ...ชีวิตของเขาที่จะต้องจากไป

ถึงจะรู้อย่างนี้ เขมกรก็ไม่คิดจะเปลี่ยนใจ แต่เพียงแค่อยากมีเวลาอยู่กับครอบครัวอีกสักหน่อย...จะแค่หนึ่งวัน หรือจะหนึ่งชั่วโมง ถ้าไม่ได้ ก็ขอ...หนึ่งวินาที เขาก็เอา

ขอเพียงเท่านี้...จริง ๆ

“เหมือนเจ้าจะเป็นคนมักน้อย แต่ในความเป็นจริงแล้วสิ่งที่เจ้าปรารถนานั้นถือว่ายิ่งใหญ่อยู่นะ”

“ไม่ได้หรือครับ” นี่เขาจะต้องจากพ่อกับแม่และน้อง ๆ ไปโดยไม่ทันจะได้สั่งเสียล่ำลาหรือไงกัน

“เห็นแก่เจ้าที่เป็นบุตรกตัญญู ถือว่าข้าให้เจ้าสมหวังก็แล้วกัน สามวันจากนี้ข้าขอให้เจ้าใช้ชีวิตกับครอบครัวอย่างมีความสุข”

แล้วทุกอย่างก็มืดสนิท เขมกรยังคงยืนอยู่ที่เดิม...ใต้ต้นไม้ใหญ่ริมแม่น้ำที่ด้านหน้าไม่ได้มีอะไรเลยสักนิด จนคิดว่าไปเมื่อครู่คงเป็นความคิดความคาดหวังของตนเอง แต่เมื่อกลับไปถึงบ้านก็เห็นความเปลี่ยนแปลง...

บ้านยังคงเหมือนเดิม แต่แม่ไม่ได้ล้มป่วย ไอจนหน้าดำหน้าแดงและร่างกายก็ไม่ได้ผอมบางมีแต่หนังหุ้มกระดูก ใบหน้าก็อิ่มเอิบอย่างคนที่มีสุขภาพดีและมีความสุข น้องคนเล็กที่ผอมแห้ง ตัวขาวจนซีด แทบไม่มีเลือดฝาดให้เห็นก็เป็นเด็กที่น่ารักน่าชัง ยิ้มแย้มง่าย อ้วนท้วนอย่างคนที่มีสุขภาพดี ทำให้ทุกคนหลงรักได้ทุกวัน

เมื่อหันไปมองพ่อที่ปกติแล้วมักจะมีอาการเหนื่อยล้าและเคร่งเครียด นั่งกลุ้มใจด้วยไม่รู้ว่าจะหาเงินจากที่ไหนมาคืนเจ้าหนี้ที่ส่งคนมาคอยเมียงมองและข่มขู่ บางครั้งก็พูดทำนองว่า

“ก็แค่ทำงานเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้เสี่ยไปเท่านั้น เรื่องเงินที่ยืมมาก็หมดกัน แล้วยังจะมีเงินไว้ใช่จ่าย รักษาเมีย รักษาลูก จะทำอะไรก็ทำได้ง่ายไม่ต้องคิดอะไรมาก งานสบาย เงินก็หาได้ง่าย ทำไมพวกมึงถึงได้โง่กันขนาดนี้วะ”

ที่เมื่อพ่อได้ยิน...ก็จะโกรธจนหัวฟัดหัวเหวี่ยง คงอยากต่อยตีกับคนพวกนั้น แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะนอกจากจะไม่มีฝีมือแล้ว ยังจะห่วงใยพวกเราแม่ลูก อีกทั้งคนพวกนั้นก็มีปืนด้วย!

เขมกรได้แต่อึ้ง...ทุกอย่างเป็นไปอย่างที่เขาคาดหวังเอาไว้ภายในเวลาอันรวดเร็ว มันดีกว่าที่คิดไว้ด้วยซ้ำ ไม่คาดคิดด้วยซ้ำว่างานที่มั่นคง ที่แม้จะเหนื่อยกายแต่ไม่เหนื่อยใจคือการทำอาหารของแม่ที่มีคนมาถามไถ่และขอร้องให้ทำให้อยู่เรื่อย ๆ ด้วย ทำให้พ่อกับแม่วางอนาคตไว้ว่า...จะหาทำเลดี ๆ เปิดร้านอาหาร ตอนเช้าก็ขายข้าวราดแกงและแกงถุง ตอนเที่ยงก็ขายอาหารตามสั่ง ถ้ามีพ่อเป็นผู้ช่วย ทุกอย่างก็จะเป็นไปได้ด้วยดี

เมื่อเห็นว่าตอนนี้พ่อกับแม่มีงานทำที่ดีแล้ว ทุกคนในครอบครัวก็มีแต่รอยยิ้มและความสุขที่ฉายชัดอยู่บนใบหน้าและดวงตา เขมกรก็โล่งใจไปได้มาก สิ่งที่เขาแลกเปลี่ยนไปไม่เสียเปล่าแล้ว แต่ก็ยังมีอีกเรื่องจะต้องเฝ้าดูว่าจะเป็นจริงหรือไม่ แล้วเวลาผ่านไปไม่ถึงวันด้วยซ้ำ เรื่องที่รอคอยอยู่ก็มาถึง...

เสี่ยเจ้าหนี้เงินกู้หน้าเลือดและทำเรื่องผิดกฎหมายอีกหลายอย่างก็จมมุมตำรวจถูกจับพร้อมกับหลักฐานการกระทำความผิดที่ไม่รู้ว่ามาจากไหนมากมายเสียจนคิดว่าถ้าเสี่ยตัวร้ายไม่ถูกตัดสินประหารชีวิตก็คงจะติดคุกตลอดชีวิต ไม่ได้ออกมาทำร้ายคนอื่นได้อีกแน่

“ขอบคุณครับ” จากที่ได้ประสบพบมา เขมกรเชื่อว่าคำพูดนี้จะลอยไปกับลม ไปถึงคนผู้นั้นแน่นอน

เมื่อทุกอย่างเป็นไปอย่างที่ต้องการ ก็ดูเหมือนว่าเขมกรเริ่มจะไร้ตัวตนสำหรับทุกคน ที่โรงเรียน เพื่อนร่วมห้องมองผมเหมือนกับคนแปลกหน้า ประมาณว่าเด็กคนนี้เป็นใคร เรียนอยู่ห้องพวกเราด้วยเหรอ เมื่อกลับบ้าน...เขาก็ได้รู้ว่า ตนเองได้เสียชีวิตไปนานแล้ว

แม้จะทำใจรับรู้ไว้แล้ว หากเมื่อรู้ความจริงเช่นนี้ เขมกรก็เข่าอ่อนและทรุดลงนั่งอยู่หน้าบ้านไปเหมือนกัน จากนั้นสติที่รับรู้ของเขาก็ขาดหายไป เมื่อฟื้นมาอีกครั้ง เขาก็ได้กลายมาเป็นคุณชายรองของตระกูลเกา มีนามว่า ‘เกาหยุนเหลียง’

“มีอันใด”

มันยากมากเลยกับการรับมือการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ หากเมื่อตกลงใจไปแล้ว เขาจะทำสิ่งใดได้เล่า นอกจากจะต้องทำใจยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นและทำมันให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่การรับมือและอยู่กับสภาพใหม่นี้มันก็ยุ่งยากและลำบากไม่น้อยเลย กล่าวอันใดผิดไปสักหน่อย ก็ถูกมองราวกับเป็นตัวประหลาด เป็นคนสติไม่ดี มีเสียงนินทาว่าอาจจะถูกผีเข้าไปอีก

“นายท่านเรียกหาคุณชายขอรับ”

“ท่านพ่อเหรอ” เขมกรถามกลับพลางเลิกคิ้วขึ้นด้วยความแปลกใจ สำหรับท่านพ่อแล้ว เจ้าเกาหยุนเหลียงเป็นลูกที่ไม่เอาไหน ไม่ได้ความ ไม่ได้เรื่อง ดีแต่สร้างปัญหา เป็นลูกที่มิได้ดั่งใจ

มีลูกนิสัยมิดีอย่างเกาหยุนเหลียง คนเป็นบิดามารดาจะมิปวดหัวจนอยากจะตายวันละหลายรอบก็มิแปลกแล้วล่ะ

“เจ้าพอรู้ไหม ท่านพ่อมีธุระอันใดกับข้า”

เขมกรถึงกับแอบถอนหายใจ เพียงแค่เอ่ยปากออกไปก็ได้เห็นใบหน้าและสายตาเอือมระอาของผู้ที่ถูกถาม เป็นเช่นนี้แล้วเชื่อได้เลยว่า...มีเรื่องแน่นอน

ไอ้เจ้าบ้าเกาหยุนเหลียง...จะขยันสร้างเรื่องไปถึงไหน!

เขมกรมีความรู้สึกอยากจะนอนหลับแล้วควานหาวิญญาณไอ้เจ้าบ้าเกาหยุนเหลียงให้เจอ จะได้ตบศีรษะหนัก ๆ สักสามสี่ครั้งระบายความหงุดหงิดที่เกิดขึ้น

ไอ้เจ้าบ้าเกาหยุนเหลียง ขยันสร้างเรื่องไปถึงไหนฮึ! นี่ถ้าหากมิได้เป็นบุตรชายของฮูหยินใหญ่ละก็...ป่านนี้ท่านพ่อคงจะรีบหาทางขับไล่ให้ออกไปจากบ้านเสียแล้วล่ะ

“คือ...”

คิ้วหนากระตุกเมื่อคนที่ถูกถามมิกล้าตอบ ยิ่งเมื่อเหลียวมองมาแล้วเห็นใบหน้าที่กลืนมิเข้าคายมิออกของบ่าวรับใช้ที่ถูกสั่งให้มาตาม เขมกรก็โกรธขึ้นมา คราวนี้ไอ้เจ้าบ้าเกาหยุนเหลียง ไปสร้างเรื่องวุ่นวายอะไรไว้อีกล่ะ!

“มิเป็นไร เดี๋ยวข้าไปหาท่านพ่อก็ได้รู้แล้วล่ะ”

อย่างไรเรื่องมันก็เกิดขึ้นมาแล้ว ย้อนกลับไปแก้ไขก็มิได้ รู้ในยามนี้แล้วได้อะไรล่ะ มีแต่ความมิสบายใจเสียเปล่า ๆ แต่ถึงจะคิดเช่นนี้แล้ว เขมกรก็ยังไม่สบายใจอยู่ดีนั่นแหละ

เกาฮูหยินรักใคร่เป็นห่วงเป็นใยบุตรชายดั่งแก้วตาดวงใจ หากตอนนี้ผู้ที่อยู่ภายในกายนี้กลับมิใช่บุตรชายของนางแล้ว ตัวเขาผู้ทำการแลกเปลี่ยน คิดว่าสิ่งหนึ่งที่น่าจะต้องทำก็คือ การแก้ไขชื่อเสียและเรื่องราวมิดีทั้งหลายที่เกาหยุนเหลียงเคยกระทำเอาไว้ อีกทั้งยังจะต้องตอบแทนคุณมารดาของเจ้าของร่างและ...เจ้าของร่างนี้ที่ให้เขามาอยู่อาศัย

“คุณชาย...”

“มีอันใดอีกเหรอ” หรือว่าเรื่องที่ถูกเรียกไปมันจะเร่งด่วนและใหญ่จนรอมิได้ เขมกรขมวดคิ้วเข้าหากัน

“ผู้ที่มา...คุณชายซ่งหยวนเจ๋อขอรับ”

ซ่งหยวนเจ๋อ?

ซ่งหยวนเจ๋อ...เป็นผู้ใดกัน?

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96JZU” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96JZU
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ถูกอัลฟ่าของฉันปฏิเสธ แต่ถูกมงกุฎของฉันทวงคืน
8.4
อัลฟ่าธามคู่แท้ของฉันเลือกฉลองให้ลูกของลิตา หมาป่าไร้ฝูง โดยเมินเฉยต่อฉันที่กำลังตั้งครรภ์ทายาทตัวจริงได้สี่เดือน เมื่อลิตาจัดฉากว่าถูกฉันทำร้าย ธามกลับใช้พลังอัลฟ่าขับไล่ฉันอย่างทารุณ ต่อมาเธอลงมือทำร้ายฉันจนเลือดออกหวังปลิดชีพลูกในครรภ์ พร้อมป้ายความผิดว่าฉันจะฆ่าลูกเธอ ธามเลือกช่วยลูกของลิตาและทิ้งฉันให้นอนรอความตายอย่างไม่ใยดี แต่ความลับสำคัญกำลังจะถูกเปิดเผย เมื่อครอบครัวของฉันมารอรับโอเมก้าที่เขาตราหน้าว่าไร้ค่า แท้จริงแล้วคือเจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์จากฝูงที่ทรงอำนาจที่สุด
หน้าปกนวนิยาย ถูกอัลฟ่าหักหลัง  ตื่นขึ้นเป็นลูน่า
8.1
ในฐานะคู่แห่งโชคชะตา ฉันเฝ้ารอวันที่จะได้เป็นลูน่าเคียงข้างอัลฟ่าที่ฉันรัก แต่เขากลับทรยศฉันในพิธีสำคัญด้วยการเลือกหญิงอื่นเพื่ออำนาจ ทั้งยังทำลายชีวิตและป้ายสีฉันอย่างเลือดเย็น แม้จะถูกบีบให้เป็นเพียงเมียเก็บฉันก็ปฏิเสธและหนีไปสร้างชีวิตใหม่จนได้เป็นลูน่าผู้สง่างามเคียงคู่รักใหม่ที่จริงใจ ทว่าอดีตคู่ครองกลับไม่ยอมปล่อยมือ เขาตามล่าและลักพาตัวฉันกลับไปสู่กรงขังมืดมิดที่เขาเรียกว่าบ้านอีกครั้ง
หน้าปกนวนิยาย วาสนานี้ ข้ามิอยากได้
9.2
ซินหยาน นักฆ่ามือฉกาจตัดสินใจจบชีวิตลงพร้อมภารกิจสุดท้ายเพื่อหนีจากการถูกองค์กรกำจัด แต่เธอกลับตื่นขึ้นในร่างของ จางซินหยาน ตัวละครในนิยายที่เคยอ่าน ซึ่งมีจุดจบอันน่าเศร้าจากการเป็นเพียงอนุที่ท่านแม่ทัพจ้าวไม่เคยเหลียวแล เมื่อได้รับโอกาสมีชีวิตใหม่ในวัยสิบสอง ซินหยานจึงตั้งมั่นที่จะเปลี่ยนโชคะตาเพื่อหลีกหนีจากความรักที่ขมขื่นและไม่ต้องตายอย่างโดดเดี่ยวเช่นในนิยาย ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกเมื่อเธอยิ่งพยายามหลบหลีกเท่าไร เธอกลับยิ่งถูกดึงดูดเข้าสู่วังวนแห่งปัญหาที่มิอาจเลี่ยงได้
หน้าปกนวนิยาย สนมเอกอย่างข้า สง่างามเหนือผู้ใด
9.3
ท่ามกลางวังหลังที่เต็มไปด้วยเล่ห์กล สนมเอกผู้เลอโฉมกลับครองตนอย่างเย็นชาโดยไร้ซึ่งความสิเน่หาต่อองค์จักรพรรดิ แม้ฮ่องเต้ผู้ยิ่งใหญ่จะพยายามหักห้ามใจและรักษาความเยือกเย็นเพียงใด แต่สุดท้ายพระองค์กลับเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ต่อแรงดึงดูดที่น่าค้นหา จนตกหลุมพรางแห่งความรักที่นางวางไว้อย่างไม่อาจถอนตัวได้ เรื่องราวความสัมพันธ์ที่ฝ่ายหนึ่งไร้ใจแต่ฝ่ายหนึ่งกลับคลั่งรักจึงเริ่มต้นขึ้นในฐานะสนมเอกผู้สง่างามเหนือใครในแผ่นดิน
หน้าปกนวนิยาย ลิขิตรักบรรพกาล : ภาคองค์ชายเก้ากับพระสนมบ้า
8.7
เมื่อศิลาสวรรค์ลิขิตให้เหวินฉางเทียนจวิน มหาเทพผู้ครองสามโลกต้องคู่กับเจียงอิ้งเยว่ มนุษย์สาวผู้ต่ำต้อย ทว่าหยกจันทราและด้ายแดงกลับแตกสลายจนวาสนาขาดสิ้น มหาเทพจึงจุติเป็นองค์ชายจ้าวเฟยหลงเพื่อตามหาสิ่งวิเศษและเผชิญวิบากรักกับนางผู้ถูกสาปให้เป็นแมวสีขาวในยามกลางวัน ความแตกต่างระหว่างเทพและมนุษย์ท่ามกลางคำสาปเผ่ามารจะสั่นสะเทือนสวรรค์และเปลี่ยนโชคชะตาที่เคยพลัดพรากให้สมหวังได้หรือไม่ในตำนานรักสี่พันปีนี้
หน้าปกนวนิยาย ไข่มุกหมื่นปรารถนา
7.9
อดีตว่าที่เซียนสาวผู้ผันตัวสู่หนทางปีศาจราคะอันดับหนึ่ง ถูกทวยเทพสะกดร่างไว้ ณ ภูผาเทียมเมฆา ทว่าดวงจิตยังลอบสิงสู่มนุษย์ผ่านร่างทรงของพรรคลิขิตจันทรา ชิงหรู หญิงสาวผู้ไร้ความทรงจำคือผู้ถูกเลือกให้มอบกายถวายร่าง จนต้องกลายเป็นคนพิการพูดไม่ได้ โดยมี กวงหมิน ชายหนุ่มลึกลับคอยปรนนิบัติรับใช้เคียงข้าง ท่ามกลางชะตากรรมที่ถูกลิขิตโดยจอมมาร ชิงหรูต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนของชีวิตและปริศนาเบื้องหลังผู้ที่คุ้มครองนาง ในใจหวังเพียงวาระสุดท้ายจะไม่เลวร้ายเกินไป