
คุณหมอครับให้ผมเป็นพ่อของลูกเถอะ
ตอน 3
เช้าวันถัดมา
โลกออนไลน์ยังคงเต็มไปด้วยการแชร์คลิปไลฟ์สดของคุณหมอสาวที่จับชู้ด้วยการเซอร์ไพรส์วันเกิดแฟนหนุ่มอย่างดุเดือด
ทุกคนที่อยู่ฝั่งเธอต่างเข้าใจและเห็นอกเห็นใจคนที่ถูกนอกใจด้วยกัน แต่ผู้บริหารโรงพยาบาลที่เกี่ยวก้อยทำงานด้วยอาจไม่ได้เห็นใจเธอเหมือนคนบนโลกออนไลน์
จนกระทั่ง...
เกี่ยวก้อยได้รับโทรศัพท์จากเลขาผู้อำนวยการให้เข้าพบด่วน!
ท่ามกลางบรรยากาศในห้องที่มีผู้อำนวยการกับผู้บริหารหลายคนกำลังนั่งรอเธอเพื่อสอบถามเรื่องที่เกิดขึ้น พอหมอเกี่ยวก้อยเดินเข้ามาเธอรู้สึกเหมือนกำลังถูกสอบสวนจากตำรวจทั้งโรงพัก
“หมอเกี่ยวก้อย...” ผู้อำนวยการเริ่มพูดพลางจ้องหน้าเธอเขม็ง “ทางเรารู้เรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว ไลฟ์สดของคุณมันถูกแชร์ว่อนเน็ต คุณคิดว่าจะทำอย่างไรกับภาพลักษณ์ของโรงพยาบาลที่เสียหายจากการกระทำของคุณ?”
หญิงสาวที่ถูกตรวจสอบเงยหน้าขึ้นมองผู้อำนวยการ ทุกคนในห้องต่างมองมาที่เธอด้วยสายตาที่รอคำตอบอย่างร้อนรน เกี่ยวก้อยสูดหายใจลึก ๆ ก่อนจะตอบตามความจริง
“ฉันขอโทษค่ะที่ระงับอารมณ์ไม่อยู่ และไม่คิดว่ามันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่โตขนาดนี้”
“เกี่ยวก้อยคุณเป็นหมอนะ ต้องรู้สิว่าอะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ แล้วอย่ามาอ้างว่าระงับอารมณ์ไม่อยู่เพราะคุณจงใจประจานสองคนนั้นอย่างชัดเจน ทำแบบนี้คนอื่นจะมองอาชีพเรายังไง” ผู้บริหารหญิงสูงวัยที่นั่งข้างผู้อำนวยการพูดเสียงแข็ง
หมอเกี่ยวก้อยกำมือแน่นอยากตอบโต้กลับไปเต็มที่ แต่ต้องอดทนอดกลั้นไว้ เธอคิดในใจ ‘หมอก็คนเปล่าวะ ไม่ใช่เทวดานางฟ้าจากสวรรค์ที่จะอดทนเป็นคนดีได้ตลอดเวลา’
“ทางเราอาจต้องพิจารณาพฤติกรรมของคุณขั้นเด็ดขาดเพราะมันกระทบกับภาพลักษณ์ของโรงพยาบาล และความเชื่อมั่นจากคนไข้”
เกี่ยวก้อยรู้ดีว่าตัวเองคงไม่สามารถหลีกเลี่ยงผลที่ตามมาได้ ทุกอย่างที่เธอทำในวันนั้นมันส่งผลกระทบทั้งชีวิตส่วนตัวและหน้าที่การงาน
หญิงสาวจึงน้อมรับผลของการกระทำที่เกิดขึ้น หลังจากพูดคุยเสร็จเรียบร้อยแล้ว เกี่ยวก้อยลงไปร้านกาแฟหาเครื่องดื่มเย็น ๆ เพื่อให้สมองโปร่ง
ภายในกระเป๋าสตางค์มีรูปตัวเธอเอง ยายสำราญ และกัปตันน้องชายอยู่ในเฟมเดียวกัน เธอนิ่งงันอยู่ครู่หนึ่งก่อนคิดได้ว่ากลับไปทำงานที่บ้านดอนนาหอมดีกว่า
@คอนโด LKL
หลังจากเกิดเรื่องราวเมื่อหลายวันก่อน ทุกคนในโรงพยาบาลเอกชนต่างรับรู้ว่าเกี่ยวก้อยหมอแผนกอายุรกรรมตัดสินใจยื่นใบลาออกไปทำงานที่บ้านเกิด
ที่สำคัญเธอลบแอ็กเคานต์โซเชียลมีเดียที่ให้ความรู้เกี่ยวกับการแพทย์ออกทั้งหมดถือเป็นการเยียวยาสภาพจิตใจทางหนึ่ง
เกี่ยวก้อยพยายามมูฟออนไปข้างหน้าด้วยการลืมเรื่องราวที่เกิดขึ้นและตั้งใจว่าจะเริ่มต้นใหม่ให้ดีที่สุดในฐานะหมอประจำโรงพยาบาลชุมชนเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ในอำเภอบ้านดอนนาหอม
อีก 2 กิโลเมตรจะถึงอำเภอบ้านดอนนาหอม
เสียงจีพีเอสดังขึ้นในรถเพื่อเตือนให้รู้ว่าอีกไม่กี่นาทีจะถึงบ้านเกิดของเธอแล้ว ทว่าโชคร้ายรถยนต์ของเกี่ยวก้อยดันเสียกลางทางทำให้วุ่นวายต้องโทรหารถยกและนำไปซ่อมที่อู่ หญิงสาวจึงต้องนั่งรถสองแถวเข้าไปแทน
ภาพของชุมชนต่างจังหวัดที่ดูความอบอุ่น คนบ้านใกล้เรือนเคียงรู้จักกันหมด แต่ในขณะเดียวกันก็ซ่อนความยากจนและความลำบากไว้ในทุกซอกมุมของมัน
เธอรู้สึกดีใจที่ได้กลับมารับใช้บ้านเกิด และที่สำคัญได้เป็นตัวของตัวเอง ไม่ต้องรักษาภาพลักษณ์ตลอดเวลา
ในขณะที่ร่างเพรียวบางกำลังลากกระเป๋าเข้ามาในชุมชน เธอสะดุดตากับแผงขายขนมไทยที่ดูเปลี่ยนไปจากสมัยก่อนเยอะเลย หญิงสาวเดินเลือกซื้อขนมตาลอย่างเพลิดเพลินใจ
“แม่หนูคนสวย ใช่เกี่ยวก้อยหลานยายสำราญที่อยู่ท้ายซอยหรือเปล่า” คุณป้าในชุดม่อฮ่อมสีน้ำเงินเอ่ยถามด้วยความสงสัย ถึงแม้คนตรงหน้าจะจำเธอไม่ได้ แต่เกี่ยวก้อยจำทุกคนได้เสมอ
“ใช่ค่ะป้าศรี หนูเกี่ยวก้อยเอง ตอนนี้กลับมาทำงานเป็นหมอที่โรงพยาบาลของชุมชนของเราแล้วนะ” ริมฝีปากอวบอิ่มคลี่ยิ้มสดใสให้ป้าศรี
“โอ้โห! ไม่เจอกันหลายปีเปลี่ยนไปจนจำไม่ได้เลย ป๊าดสวยประล่ำประเหลือ” ป้าศรีวางตะหลิวลง และเดินไปตักน้ำให้หญิงสาวตรงหน้าดื่มคลายร้อน
“ดีเลยลูก บ้านเราจะได้มีหมอเก่งๆ เพิ่มมาอีกคน” ชาวบ้านหลายคนได้ยินป้าศรีกับเกี่ยวก้อยคุยกันก็แวะเข้ามาทักทายเช่นกัน เพราะไม่เพียงแค่ความสวยที่สะดุดตา แต่ยังอัธยาศัยดี ไม่ถือตัวอีกด้วย
“แหม ป้าๆ ก็ชมหนูเกินไปจ้ะ” ใบหน้าสวยยิ้มไม่หุบ ดวงตากลมโตกวาดสายตามองไปรอบชุมชน
“ผ่านไปหลายปี บ้านดอนนาหอมของเรายังเหมือนเดิมเลยนะจ๊ะ ดีจังที่มีไฟฟ้า น้ำประปาเข้าถึงกว่าแต่ก่อน”
“มันก็ดีขึ้นตามกาลเวลาแหละ แต่ก็ไม่ได้ขนาดนั้นหรอก” ป้าศรีกับชาวบ้านคนอื่นพูดไม่ทันขาดคำก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
คุณอาจจะชอบ





