ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย คุณหมอเจ้าแผนการ

คุณหมอเจ้าแผนการ

ท่ามกลางความสวยงามที่สะกดสายตาและความร่าเริงที่ทำให้ใจสั่นไหว แม้ปากจะคอยพร่ำบอกว่ายังไม่พร้อมเปิดใจให้ใครเข้ามาในชีวิต แต่ลึกๆ ในความรู้สึกที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในนั้น เขากลับปรารถนาที่จะได้ครอบครองเธอเพียงผู้เดียวอย่างไม่อาจต้านทานได้ เรื่องราวความรักสุดละมุนที่เต็มไปด้วยแผนการอันแยบยลเพื่อดึงดูดใจเธอคนนั้นให้มาอยู่ข้างกายจึงเริ่มต้นขึ้นในโลกยุคปัจจุบันที่แสนวุ่นวายใบนี้
ตอน
แชร์

ตอน 3

ตอนที่ 3 ความจำเสื่อม

“ถ้างั้นพวกพี่ฝากด้วยนะคะ” พยาบาลทั้งสามคนเดินออกไป เมื่อเห็นว่าได้เวลาพักทานข้าวเที่ยงแล้ว ภายในห้องตอนนี้จึงเหลือแค่เขาและเธอสองคนเท่านั้น

“...........” ตอนนี้เธอกำลังนอนมองมาที่เขาตาแป๋ว ผ้าก๊อตสีขาวถูกพันรอบศีรษะตรงที่มีแผล

“คุณจำผมได้ไหม” คำถามแรกของกาวินหมายถึงเราเคยเจอกันแล้วครั้งหนึ่งเมื่อเดือนก่อน เขาจำเธอได้ แล้วเธอล่ะจำเขาได้หรือเปล่า แต่ใบบัวกลับส่ายหน้าให้กาวินเบาๆเป็นคำตอบ แล้วก่อนที่คำถามที่สองจะเอ่ยขึ้น อยู่ๆเสียงโทรศัพท์มือถือของคุณหมอกาวินก็ดังขึ้นมาขัดจังหวะซะก่อน

Rrrrrrrr

“ผมขอรับสายนี้สักครู่นะครับ” กาวินเดินออกห่างจากเตียงของคนไข้พอสมควร จากนั้นเขาก็กดรับสายของคุณแม่ทันที

“ครับคุณแม่”

“ตาวินแม่มีข่าวดีจะบอก” น้ำเสียงตื่นเต้นของคุณสิริโฉมดูมีความสุขอย่างเห็นได้ชัด

“ข่าวดีอะไรของคุณแม่ครับ”

“แม่หาผู้หญิงที่ลูกจะแต่งงานด้วยได้แล้วนะ” กาวินตกใจในสิ่งที่คุณแม่ของเขาพูด จนมือถือที่อยู่ในมือเกือบหล่น แต่พอเขาตั้งสติได้ จึงรีบพูดกับคุณแม่ด้วยน้ำเสียงออดอ้อนทันที

“โธ่คุณแม่...ผมไม่ชอบผู้หญิงพวกนั้นหรอกครับ” กาวินรู้ดีว่าผู้หญิงที่คุณแม่หาให้ก็คงไม่พ้นลูกสาวเพื่อนๆของท่านแน่นอน ซึ่งพวกเธอแต่ละคนเขาก็รู้จักเกือบหมด เพราะกาวินมักจะถูกคุณแม่บังคับให้ออกงานสังคมกับท่านอยู่บ่อยๆ นั่นจึงทำให้กาวินรู้จักพวกเธออยู่ไม่น้อย

“ก็แกมัวแต่ทำงาน แม่อยากอุ้มหลาน ถ้าแกไม่หาเองแม่จะหาให้ไง” ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่คุณแม่พูดเรื่องนี้กับเขา กาวินฟังจนชินแล้ว

“คุณแม่รีบหรือครับ” คำถามนี้กาวินแค่แหย่คุณแม่เล่น น้ำเสียงก็ออกจะกวนหน่อยๆ

“แต่งเดือนหน้าเลยดีไหมล่ะ” ดูท่านพูดเข้า กาวินยังไม่เคยรู้สึกถูกใจผู้หญิงคนไหนเลยสักคน นอกจากคนที่นอนมองมาทางเขาตาปริบๆอยู่ตอนนี้

“คุณแม่ผมมีแฟนแล้วครับ” ไม่รู้ว่าเพราะอะไรทำให้กาวินต้องพูดออกไปแบบนั้น แต่สิ่งหนึ่งที่คิดได้ตอนนี้ก็คือต้องเอาตัวรอดก่อนที่คุณแม่จะจับแต่งงานเข้าจริงๆ แล้วหญิงสาวตรงหน้าก็ช่างน่ารักเหลือเกิน กาวินถูกใจเธอตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น ถึงจะไม่รู้ว่าเธอเป็นใคร บ้านอยู่ไหน พ่อแม่เป็นใครก็ตาม

“ห๊ะ!! จริงหรือลูก” น้ำเสียงดีใจปนตื่นเต้นของคุณสิริโฉม เมื่อได้ฟังลูกชายพูดแบบนี้ท่านก็ยินดีมากๆ

“เอ่อ...แค่นี้ก่อนนะครับ ผมต้องทำงานแล้ว” กาวินแอบรู้สึกผิดที่ต้องโกหกคุณแม่ แต่ก็แอบอมยิ้มเมื่อได้สบตากับดวงตากลมโตที่กำลังมองเขาอยู่ตอนนี้

“เดี๋ยวๆ พรุ่งนี้แม่จะเดินทางไปหาคุณพ่อนะ ว่าจะไปสักหนึ่งเดือน แม่โทรมาบอกแค่นี้แหละ” เมื่อลูกชายทำแต่งานบ้านก็ไม่ค่อยได้กลับ การพูดคุยระหว่างแม่กับลูกจึงต้องใช้โทรศัพท์เพื่อสื่อสาร

“คร๊าบๆ เดินทางบ่อยอย่างกับเป็นเจ้าของสนามบินเองเลยนะครับ”

“แกมีปัญหาเหรอ ตาวิน” อุ๊ย!

“เปล่าครับๆ ผมมิกล้า เชิญคุณโฉมเที่ยวให้สนุกนะครับ”

“ไอ้ลูกคนนี้นี่ แค่นี่นะ”

“คร๊าบ...สวัสดีครับ” สายสนทนาได้ถูกตัดไป พร้อมกับรอยยิ้มที่ได้พูดแหย่คุณแม่เล่น

แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าเขายังมีภารกิจที่ต้องทำอยู่ กาวินสูดหายใจเข้าปอดอีกครั้ง ก่อนที่จะเดินเข้ามาหาคนที่นอนมองเขาอยู่บนเตียงผู้ป่วยในขณะนี้

“ว่าไงครับ คุณจำผมได้ไหม” กาวินเดินเข้าไปยืนข้างๆเตียงคนไข้ที่เธอกำลังนอนอยู่อีกครั้ง พร้อมกับเอ่ยถามเธอด้วยสีหน้านิ่งๆ

“ฉันเป็นใคร แล้วมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง...” เมื่อเธอพูดจบประโยคเท่านั้นแหละกาวินนิ่งไป แต่เขาก็ยังไม่อยากจะปักใจเชื่อกับสิ่งที่เธอพูด ถึงศีรษะของเธอจะถูกกระทบกระเทือนแต่ก็ไม่น่าจะเป็นมากถึงขั้นความจำเสื่อมได้

“คุณจำอะไรได้บ้าง ไหนลองเล่าให้หมอฟังหน่อยซิครับ” น้ำเสียงอ่อนโยนของกาวินยังคงพูดคุยกับเธอด้วยความเป็นมิตร

“คือ หนู...” ใบบัวจำแม้นกระทั่งชื่อของตัวเองก็ไม่ได้

“หนูจำอะไรไม่ได้เลยค่ะ” กาวินยังคงไม่ยอมเชื่อ เขาคิดว่าเธออาจจะแค่เล่นละครอยู่ก็ได้ อาจจะอยากเรียกร้องค่าทำขวัญอะไรแบบนั้น

‘ดี...ถ้าอย่างนั้น ขอลองพิสูจน์ดูสักหน่อยแล้วกัน’ แต่การลองพิสูจน์ของกาวินในครั้งนี้ กำลังใช้หัวใจของตัวเองเป็นเดิมพันเลยเชียวล่ะ

“แล้วจำได้ไหมว่าเราเป็นอะไรกัน” กาวินถามคำถามใหม่ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเหมือนเดิม ตอนนี้สีหน้าและแววตาของใบบัวยังคงนิ่งๆ งงๆ จากนั้นเธอก็ส่ายหน้าให้เขาเบาๆอีกครั้งเป็นคำตอบ

“จำไม่ได้จริงเหรอว่าเราเป็นอะไรกัน” กาวินจับจ้องสายตาไปที่เธอแล้วเริ่มเล่นละครชุดใหญ่

“เราเป็นเมียพี่ไง” กาวินใช้คำว่าเมียกับเธอ ไม่รู้ว่าคำนี้เขาจะเล่นแรงเกินไปหรือเปล่า แต่ใบหน้าของเธอก็ยังคงมองมาที่เขาเรียบเฉยไม่ได้บ่งบอกความรู้สึกอะไร นั่นจึงทำให้กาวินเริ่มเชื่อว่าเธออาจจะจำไม่ได้จริง เพราะถ้าแกล้ง เขาคิดว่าประโยคเมื่อสักครู่นี้ที่เขาพูดยังไงใบหน้าของเธอก็ต้องมีสะดุดบ้างแหละ แต่สีหน้าและแววตาของเธอกลับไม่ได้รู้สึกอะไรเลย ราวกลับสิ่งที่เขาพูดเมื่อสักครู่พูดเรื่องลมฟ้าอากาศซะอย่างนั้น

“............” หลังจากที่กาวินพูดจบประโยค หญิงสาวตรงหน้ากลับไม่ได้มีท่าทีอะไรเลย เขามองไม่ออกเลยว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่ในใจ หรือไม่เธออาจจะไม่ได้คิดอะไรเลยก็ได้ เขาแสดงละครฉากนี้ออกมาได้ดีเกินคาด ซึ่งถ้าเธอแกล้งยังไงเขาก็ต้องจับได้ แต่ถ้าเธอไม่ได้แกล้งมีหวังเขาคงต้องหาทางสารภาพ

“จำไม่ได้ค่ะ” เธอมองมาที่ใบหน้าของเขาตาแป๋ว กาวินเผลอสบตากับดวงตากลมโตคู่นี้อยู่สักครู่...รู้สึกว่าเธอช่างมีเสน่ห์ดึงดูดเขาได้มากเหลือเกิน

“คุณ...”เมื่อหญิงสาวตรงหน้าอยากจะพูดอะไรสักอย่าง แต่กาวินก็พูดขัดขึ้นมาเสียก่อน

“ไม่ๆๆ พี่หมอ” กาวินชี้นิ้วมาที่ตัวเอง พลางบอกให้เธอเรียกเขาว่าพี่หมอ ไม่ให้เรียกคุณ

“พี่หมอ...” เธอลองเรียกชื่อเขา แต่ถึงอย่างนั้นสำหรับใบบัวแล้ว ก็ยังไม่รู้สึกคุ้นหน้าคุ้นชื่อที่เขาให้เธอเรียกอยู่ดี แต่ในใจของเธอกลับเชื่อที่เขาพูดอย่างสนิทใจ อาจจะเป็นเพราะอาชีพและน้ำเสียงของเขามันน่าเชื่อถือ เธอเชื่อในสิ่งที่เขาพูดโดยไม่ได้รู้สึกแคลงใจอะไรเลย

“ครับ” กาวินเผลอมองใบหน้าจิ้มลิ้มตรงหน้าอย่างชื่นชม

“หนูหิว” เสียงของเธอทำให้กาวินออกจากภวังค์ ไม่คิดว่าคนอย่างเขาจะรู้สึกชอบใครได้มากเท่านี้มาก่อน ชอบตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอแล้ว ซึ่งตัวเขาเองก็ไม่คิดว่าจะได้เจอเธออีก ไม่ว่าเธอจะความจำเสื่อมจริงหรือว่าแกล้ง เขาก็จะขอจีบเธอให้ติดให้ได้

“ได้สิเดี๋ยวพี่ไปหาอะไรมาให้ทาน รอแป๊บนึงนะ” กาวินลงไปซื้ออาหารมาให้เธอ สักพักเขาก็กลับขึ้นมา เขาซื้อของกินมาหลายอย่าง มีทั้ง ข้าว ผลไม้และขนม ซึ่งกาวินไม่เคยดูแลคนไข้คนไหนดีเท่ากับเธอคนนี้มาก่อน

ระหว่างที่กาวินเดินถืออาหารพวกนี้ขึ้นมา ก็เจอกับหมอแสงเพื่อนรักเข้าพอดี

“ไอ้หมอ มึงซื้ออะไรมาเยอะแยะเชียวไหนแบ่งบ้างซิ” แสงเหนือเป็นผู้ชายขี้เล่น ชอบกวนโอ๊ยเพื่อนอยู่ตลอดเวลาถ้ามีโอกาส

“กูไม่ได้ซื้อมาให้มึง”

“อย่าขี้งกน่า เราเพื่อนกัน...” แสงเหนือให้ความเป็นเพื่อนเข้าหา ถึงแม้จะพอมองออกว่าซื้อมาเยอะขนาดนี้คงไม่ได้กินคนเดียวแน่ๆ

“เพื่อนพ่อมึงสิ กูไม่ได้ซื้อมากินเอง”

“อ้าว...แล้วมึงซื้อมาให้ใคร” สีหน้าอยากรู้อยากเห็นสุดๆของแสงเหนือ ทำให้กาวินถึงกลับมองบน นี่ถ้ามือเขายังว่างจะดีดใบหูมันสักที

“สอดรู้สอดเห็นทุกเรื่องเลยนะมึง ว่างมากนักหรือไง” แสงเหนือยกนาฬิกาข้อมือเรือนหรูให้กาวินดูแล้วพูดว่า...

“ตอนนี้มันเวลาพัก ว่าแต่ซื้อไปให้ใครเหรอ”

“กูไม่บอก...ถอยไป” กาวินเริ่มออกเดินอีกครั้ง กลัวว่าคนที่กำลังหิวจะรอนาน

“ไปด้วย...” ด้วยความอยากรู้ของแสงเหนือจึงเดินตามกาวินมา ซึ่งกาวินก็ได้แต่ส่ายหน้าไปมาให้กับความเผือกของเพื่อน ที่จริงแล้วสำหรับกาวินกับแสงเหนือแล้วเพื่อนกันความลับไม่มีอยู่แล้ว แต่กาวินแค่นึกสนุกแกล้งเพื่อนเล่นก็เท่านั้น เพราะถึงเขาไม่บอกเดี๋ยวมันก็หาความจริงจนได้แหละ

“เฮ้ยๆเดี๋ยวๆ ห้องคนไข้...อย่าบอกนะว่าเธอคนนั้น...” แสงเหนือได้ข่าวมาบ้าง แต่ยังไม่เคยเห็นหน้าหญิงสาวที่อยู่ด้านใน แสงเหนือเริ่มอยากจะรู้แล้วว่าหญิงสาวคนนี้มีอะไรดีเพื่อนของเขาถึงได้ดูแลเธอดีขนาดนี้

“กลับไปได้แล้ว”

“ไม่เอากูขอเข้าไปดูหน้าเธอหน่อย คนไข้พิเศษซะด้วย” แสงเหนือส่งสายตาไปที่ถุงอาหารในมือเพื่อน ที่ก่อนหน้านี้กาวินไม่เคยเอาใจคนไข้คนไหนดีเท่ากับครั้งนี้มาก่อน

“กูก็แค่แสดงความรับผิดชอบเท่านั้น...ไม่มีอะไรหรอกน่า”

“เหรอ...” แสงเหนือลากเสียงยาวล้อเลียนเพื่อน พลางผลักประตูเข้าไปด้านในทันที

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96FJF” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96FJF
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย 365 วัน ฉันจะ (ไม่) รักเธอ
8.6
ปฐพี ชายหนุ่มรูปงามผู้เย็นชาและเกลียดผู้หญิงเข้าไส้จนถูกขนานนามว่าเป็นปีศาจในคราบเทพบุตร กลับกลายเป็นคนที่จีน่า สาวสวยลูกครึ่งผู้สดใสแอบหลงรักมาโดยตลอด ทว่าความรักครั้งนี้กลับเต็มไปด้วยอุปสรรคและความลับที่เธอซ่อนไว้ เมื่อชายที่เธอรักกำลังจะเข้าพิธีวิวาห์กับพี่สาวแท้ๆ ของตนเองด้วยเหตุผลบางประการ ท่ามกลางความขัดแย้งและพันธะทางครอบครัวที่บีบคั้น บทสรุปความสัมพันธ์ที่ยากจะคาดเดาระหว่างเขาและเธอจะลงเอยอย่างไรในท้ายที่สุด
หน้าปกนวนิยาย ทัณฑ์เถื่อน
8.2
มณีมณฑ์เผชิญหน้ากับอพอลโล่ด้วยความโกรธแค้น ท้าทายให้เขาใช้กฎหมายจัดการแทนการใช้อำนาจป่าเถื่อนรังแกเธอ แต่อพอลโล่กลับข่มขู่ด้วยวิธีการทรมานที่แสนเจ็บปวดพร้อมบีบบังคับให้เธอทำความสะอาดห้อง แรงโทสะทำให้หญิงสาวขว้างปาสิ่งของใส่เขา ทว่าชายหนุ่มกลับจู่โจมเข้าประชิดตัวและพันธนาการเธอไว้ด้วยความรุนแรง เขาตราหน้าและสบประมาทว่าผู้หญิงที่ร้อนแรงอย่างเธอคงถูกศรวัณทิ้งขว้างอย่างไม่ใยดี พร้อมยิ้มหยันว่าแท้จริงแล้วเธอก็พร้อมจะทอดกายให้คนที่เกลียดชังอย่างเขาได้ทุกเมื่อ
หน้าปกนวนิยาย ประมูลรักซาตาน
7.8
จันทร์เจ้า นักศึกษาพยาบาลสาวเคยช่วยชีวิตภควัต ชายแปลกหน้าผู้บาดเจ็บสาหัสในโรงแรมแห่งหนึ่งอย่างลับๆ ก่อนเขาจะหายตัวไปโดยทิ้งไว้เพียงจี้เพชรและข้อความขอบคุณ สี่ปีต่อมาโชคชะตาเล่นตลกเมื่อเธอถูกนำตัวเข้าสู่การประมูลราวกับเป็นเพียงสินค้าชิ้นหนึ่ง และผู้ที่ชนะการประมูลครั้งนี้กลับกลายเป็นชายที่เธอเคยช่วยชีวิตไว้ในอดีต การหวนกลับมาพบกันท่ามกลางสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงครั้งนี้ กำลังจะเปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาลในวังวนแห่งความรักและอันตราย
หน้าปกนวนิยาย กาลครั้งหนึ่งฉันก็เคยมีสุข
8.2
ความสัมพันธ์แปรเปลี่ยนเป็นความซับซ้อนเมื่อครูสาวธรรมดาก้าวล่วงเส้นแบ่งขอบเขตกับเหยนเฉิน ชายหนุ่มที่เธอแอบรัก ค่ำคืนอันลึกซึ้งทิ้งความสับสนว่าเขาจะมอบสถานะคนรักให้กับเธอหรือไม่ ในงานเลี้ยงที่เธอเฉิดฉายท่ามกลางหญิงสาวมากมายที่รายล้อมเขา เธอตัดสินใจแสดงความมุ่งมั่นว่าพร้อมจะเป็นผู้หญิงของเขาด้วยใจจริงโดยไม่หวังเงินทอง ทว่าความกล้าหาญนั้นกลับถูกตีกลับด้วยถ้อยคำอันแสนเย็นชา เมื่อเขาตั้งคำถามอย่างทิ่มแทงใจว่าคนอย่างเธอนั้นมีความเหมาะสมเพียงพอที่จะยืนเคียงข้างเขาในฐานะแฟนแล้วจริงๆ หรือ
หน้าปกนวนิยาย สิ้นสุดเส้นทางของความรัก
9.0
ความภักดีที่พร้อมพรมอบให้รัฐศาสตร์ รุ่นพี่ที่เธอรักมานานจนสร้างครอบครัวและมีลูกชายด้วยกัน กลับพังทลายลงอย่างไม่เป็นท่า เมื่อสามีที่เคยแสนดีและให้เกียรติเธอมาตลอด กลับเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ความห่างเหินเริ่มก่อตัวขึ้นจนกลายเป็นบาดแผลลึกในใจ และในวันที่ลูกน้อยอายุเพียงสามขวบ เขากลับเอ่ยปากขอหย่าอย่างเยือกเย็น โดยอ้างว่าได้พบผู้หญิงคนใหม่ที่เติมเต็มชีวิตได้ดีกว่าเธอ ทิ้งให้เธอต้องเผชิญกับความเจ็บปวดจากการถูกทรยศในชีวิตคู่ที่เคยเชื่อว่ามั่นคง
หน้าปกนวนิยาย นางบำเรออุ้มรัก
8.9
ณัฐรวีถูกลดทอนคุณค่าให้เป็นเพียงนางบำเรอที่เมฆาใช้เป็นที่ระบายความแค้น เขาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธออย่างทารุณและคอยย้ำเตือนว่าเธอเป็นได้แค่เศษหญ้าใต้เท้า ไม่มีสิทธิ์เทียบชั้นกับคนรักตัวจริงของเขา แม้ต้องเผชิญกับความเจ็บปวดทั้งกายและใจจากการกระทำที่ไร้ความปรานี แต่ในวันที่เธอตัดสินใจหนีไปจากชีวิตที่มืดมนนี้ ณัฐรวีไม่ได้จากไปเพียงลำพัง ทว่าเธอยังหอบหิ้วเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาที่กำลังเติบโตในครรภ์หนีไปพร้อมกัน ทิ้งให้ความผูกพันที่แฝงไปด้วยความเกลียดชังกลายเป็นเพียงอดีต