ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เมื่อดอกรักบาน

เมื่อดอกรักบาน

ชาร์ลส์ถูกครอบครัวมัวร์บังคับให้แต่งงานกับสการ์เล็ตต์แทนที่จะเป็นไรลีย์คนรักของเขา ทำให้เขาเย็นชาต่อภรรยามาตลอดสามปี จนกระทั่งไรลีย์ล้มป่วยหนัก เขาจึงเรียกตัวสการ์เล็ตต์กลับมาเพื่อขอหย่าหวังทำตามความปรารถนาสุดท้ายของหญิงคนรัก แม้จะเจ็บปวดแต่สการ์เล็ตต์ก็ยอมเซ็นใบหย่าให้ ทว่าชาร์ลส์กลับเริ่มลังเลและถ่วงเวลาจนเธอสับสน ท่ามกลางพันธะที่ยังไม่จบสิ้น เขาจะกล้าเผชิญหน้ากับความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเองได้ทันเวลาหรือไม่
ตอน
แชร์

ตอน 2

มุมมองของสการ์เล็ตต์:

“มีอะไรอีกเหรอ?” ฉันถามด้วยความแปลกใจ

“พรุ่งนี้ตื่นแต่เช้า แล้วไปหาริต้าพร้อมกัน”

“โอเค”

ฉันยังคงงง ๆ อยู่เล็กน้อย เขาไปแล้ว แต่ยังวกกลับมาเพื่อย้ำเรื่องนี้งั้นเหรอ?

“คืนนี้ผมจะนอนที่นี่”

เมื่อฉันได้ยินในสิ่งที่เขาพูด ฉันก็ตื่นขึ้นมาเต็มตาทันที เดิมทีฉันคิดจะถามเขาว่ามันจะสะดวกเหรอ แต่สุดท้ายฉันก็ไม่ได้ถามออกมา

“ผมกลัวว่าคุณจะเจ็ตแล็ก แล้วตื่นไม่ไหว” เขาพูดออกมาเรียบ ๆ

“อ๋อ เดี๋ยวนะ ฉันเก็บของก่อน เดี๋ยวฉันไปนอนห้องรับแขก

ฉันเดินไปที่กระเป๋าเดินทางของตัวเอง เตรียมจะลากกระเป๋าออกไป

แต่ชาร์ลสกลับเดินมาขวางฉันไว้

“กลัวผมขนาดนั้นเลยเหรอ?”

“เมื่อสามปีก่อน นคุณมัวร์บอกเองนี่คะว่าเราควรรักษาระยะห่างกัน” ฉันเงยหน้าจ้องตาเขา ก่อนจะสวนกลับ

เขาก้าวเข้ามาใกล้ ๆ ฉัน พร้อมจ้องตาฉันอย่างไม่พอใจ

“คุณอยู่นี่แหละ”

ฉันปล่อยมืออย่างไม่รู้ตัว ทำให้กระเป๋าเดินทางหล่นกระแทกพื้น หัวใจฉันเต้นระส่ำขึ้นทุกที

ชาร์ลสเดินผ่านฉันไปที่โซฟา เขานั่งลงบนโซฟา แล้วเริ่มปลดกระดุมเสื้อ

“ผมจะนอนที่โซฟา” ชาร์ลสเอ่ยออกมาเรียบ ๆ

ฉันเขกศีรษะตัวเองเบา ๆ เมื่อกี้ฉันคิดอะไรไปถึงไหนแล้ว! ฉันก้มลงไปเก็บกระเป๋าเดินทางขึ้นมาวางดี ๆ

ก่อนจะหันหลัง แล้วฉันก็ได้ยินเสียงเขาถอดเสื้อผ้าออก ก่อนจะเปิดตู้เสื้อผ้าหยิบเอาเสื้อผ้า แล้วเดินเข้าห้องน้ำไป

สามปีแล้ว ที่ผู้ชายคนนี้ก่อกวนฉันแม้กระทั่งในฝัน ผู้ชายที่เป็นสามีที่ถูกต้องตามกฎหมายของฉัน ตอนนี้อยู่ห่างจากฉันไม่กี่ฟุตเท่านั้น กลิ่นโคโลญจน์บนร่างเขายังคงอวล ทำเอาท้องไส้ฉันปั่นป่วน

ฉันเดินไปข้างเตียงแล้วค่อย ๆ เอนกายลงนอนอย่างช้า ๆ จากนั้นก็ซุกกายลงไปในผ้าห่ม พลางฟังเสียงน้ำที่ไหลลงมาจากฝักบัว

ทันทีที่เสียงน้ำในห้องน้ำเงียบลง ฉันรีบหลับตาปี๋ เสมือนว่าตัวเองหลับไปแล้ว กระทั่งลมหายใจของฉันแผ่วเบา และเอื่อยเฉื่อย

มีห้องนอนแขกอีกตั้งหลายห้อง ทำไมจะต้องมาเบียดกันอยู่ในห้องเดียวด้วย ไม่ได้เจอกันสามปี ผู้ชายคนนี้ชักเข้าใจยากขึ้นทุกที

ผ่านไปนานแล้ว ทว่าในห้องก็ยังเงียบกริบ ฉันแอบลืมตาดู ถึงได้เห็นเขานอนหันหลังให้ฉันอยู่บนโซฟา ฉันที่กำลังเกร็ง ๆ อยู่ ถึงโล่งใจขึ้นมา ฉันรู้ดีว่าไม่มีทางเกิดอะไรขึ้นในคืนนี้แน่ แต่เเล้วฉันก็รู้สึกผิดหวังขึ้นมา

******

วันต่อมา เมื่อฉันตื่นขึ้นมา ชาร์ลสก็ไม่อยู่ในห้องแล้ว พอฉันหันไปดูเวลา ก็เห็นว่าสิบโมงกว่าแล้ว!

ฉันกระโดดลงจากเตียง แล้วรีบอาบน้ำอย่างรวดเร็ว พอออกมาจากห้อง ฉันก็เห็นชาร์ลสนั่งอ่านหนังสืออยู่บนโซฟา

“ทำไมไม่ปลุกฉัน!” ฉันตะโกนใส่เขา

“ปลุกแล้ว เหลือแต่ไม่ได้สาดน้ำเย็นปลุกคุณเท่านั้นแหละ” ชาร์ลสไม่ได้หันหน้ามาตอบฉันด้วยซ้ำ น้ำเสียงเขาราบเรียบจนฟังไม่ออกว่าเขาคิดอะไรอยู่

“เมื่อวาน... ค่อนข้างเหนื่อยน่ะ โทษที ไปกันเถอะ!” ฉันเอ่ยออกมาอย่างรู้สึกผิด ดูเหมือนฉันจะหลับลึกมาก

“กินอะไรก่อนเถอะ”

“ห้ะ? แล้วริ...”

“ไม่ต้องรีบหรอก ผมนัดเธอไปกินมื้อกลางวันด้วยกัน”

เมื่อวานบอกว่าต้องตื่นแต่เช้าไม่ใช่เหรอ? หรือฉันฟังผิดไป? ผู้ชายคนนี้ตั้งใจจะแกล้งฉันงั้นเหรอ?

ฉันกินอะไรง่าย ๆ แล้วก็บอกให้ชาร์ลสรีบไป ไม่ใช่ว่าฉันรีบร้อนจะไปหาริต้า ฉันก็แค่อยากจะรีบจัดการเรื่องกวนใจนี่ให้มันจบ ๆ ไปสักทีต่างหาก

ฉันเงียบกริบตลอดทางที่ไปร้านอาหาร ชาร์ลสเองก็ไม่พูดอะไรเลยสักคำ เป็นสามีภรรยากันมาสามปี แต่สุดท้ายก็ต้องมาลงเอยแบบนี้ ทั้งตอนนี้ฉันยังต้องไปพบคู่หมั้นเป็นเพื่อนสามีตัวเองด้วย

และแล้วรถก็จอดลงที่ร้านอาหาร เรนบาว ดรีม ร้านอาหารมิชลินสามดาว ร้านนี้เป็นร้านอาหารที่หรูหราที่สุดในเมืองนี้ ฉันเองยังไม่เคยมาด้วยซ้ำ แม้แต่ตอนที่เป็นคุณนายมัวร์แล้ว ชาร์ลสก็ยังไม่เคยพาฉันมาที่แบบนี้เลย

“คุณมัวร์คะ คุณริเวอร์รี่รอคุณอยู่ที่ชั้นสองแล้วค่ะ” พนักงานต้อนรับเข้ามาทักทายชาร์ลสอย่างคุ้นเคย ดูเหมือนชาร์ลสจะเป็นลูกค้าประจำของที่นี่

ฉันเดินตามชาร์ลสเข้าไปในลิฟต์

“เจอริต้าแล้วก็ทำตัวให้ดูมีความสุขหน่อย อย่าทำหน้าบึ้งแบบนี้” ชาร์ลสพูดอย่างเย็นชา

“ฉันรู้แล้ว” ฉันฝืนยิ้มให้เขา

“สการ์เล็ตต์ ไม่ได้เจอกันตั้งนาน” ทันทีที่เห็นเราเดินเข้าไป ริต้าก็ยิ้มรับเราด้วยสีหน้าเบิกบาน ริต้าแทบจะไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปเลย หน้าตาเธอเหมือนกับในทีวีไม่มีผิด เธอยังดูสาวและสวย คงจะหมดเงินไปไม่น้อยถึงมีใบหน้าที่งดงามแบบนี้ได้ ดูไม่ออกเลยว่าเธอล้มป่วยมานานแล้ว

“ไม่ได้เจอกันนานนะ” ฉันเอ่ยทักทายเธอ แล้วก็ยิ้มออกมา

“หายเจ็ตแล็กหรือยัง? เมื่อวานฉันกลัวว่าเธอจะตื่นเช้าไม่ไหว ก็เลยนัดเป็นตอนเที่ยงน่ะ”

“หลับสบายดี ถึงยังไงที่นี่ก็เป็นบ้านเกิดนี่เนอะ”

“สามปีมานี้ ลำบากเธอแย่เลยนะ ต้องโทษที่ฉันสุขภาพไม่ดี ต้องขอบคุณชาร์ลสที่ไม่ทิ้งฉันไปไหน ฉันถึงได้ดีขึ้นมาได้” ริต้าพูดแล้วก็เริ่มไอออกมา ชาร์ลสยื่นแก้วน้ำให้เธอ

พอชาร์ลสเจอริต้าแล้ว ก็เหมือนกับน้ำค้างแข็งที่ฉาบเคลือบเขาอยู่ละลายไปจนหมด ราวกับเปลี่ยนไปเป็นคนละคนอย่างไรอย่างนั้น ต่างกับตอนที่อยู่กับฉันลิบลับ

อาหารจานหลักวันนี้เป็นสเต็กเนื้อ ชาร์ลสค่อย ๆ บรรจงหั่นสเต็กให้ริต้า ยากนักที่จะเห็นเขาใส่อกใส่ใจคนอื่นถึงขนาดนี้

“ไม่ลำบากเลย ฉันสบายมาก แล้วยังเอาใบปริญญากลับมาด้วยนะ” ฉันถือมีดกับส้อมเพื่อหั่นสเต็กเนื้อเป็นชิ้น ๆ พลางยิ้มบาง ๆ ให้ริต้า

“อยู่ฝรั่งเศสมาสามปี มีแฟนหรือยัง? เทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ปีนี้ เราวางแผนจะไปฮันนีมูนกันที่นั่น”

แฟนเหรอ? ในฐานะคุณนายมัวร์ ฉันจึงไม่เคยมองผู้ชายคนอื่นเลย ลึก ๆ ในใจฉันยังคงหวังที่จะได้ความรักจากชาร์ลสอยู่

“มีผู้ชายคนหนึ่ง เขาเป็นจิตรกรน่ะ” ฉันรีบคว้าผู้ชายคนหนึ่งที่แล่นขึ้นมาในหัวออกมาพูด ฉันต้องทำให้ริต้าวางใจ ตามที่ชาร์ลสสั่งเมื่อวาน

ฉันเห็นมีดกับส้อมในมือชาร์ลสสั่นเล็กน้อย

“มีรูปหรือเปล่า?”

ความอยากรู้อยากเห็นของริต้าทำเอาฉันตั้งตัวไม่ทัน ฉันเหลือบไปมองชาร์ลส แต่เขากลับไม่ได้มองฉัน

“ยังไม่ได้คบกันน่ะ ในโทรศัพท์ก็เลยไม่มีรูปเขาอยู่เลย” ฉันยิ้มบาง ๆ แล้วก้มหน้าก้มตาหั่นสเต็กต่อ

“งั้นในเฟซบุ๊กมีไหม?” ริต้าถามต่ออย่างไม่ลดละ

“ฉันลองหาก่อนนะ” ฉันว่าพลางคว้าโทรศัพท์ขึ้นมา แล้วยืมตัวเพื่อนที่เรียนด้วยกันมาหลอกว่าเป็นคนคุย ฉันพลันนึกถึงปิแอร์ขึ้นมาได้ เขาเข้ากับฉันได้ไม่เลว จากนั้นก็เข้าไปที่หน้าเฟซบุ๊กของปิแอร์ แล้วค้นเปิดรูปที่เขาถ่ายหน้าหอไอเฟลมาขึ้นมา ปิแอร์ไว้ผมยาวดูเซอร์ ๆ แต่ใบหน้าของเขากลับหล่อเหลาคมคายมาก ปิแอร์ดูเป็นศิลปิน ซึ่งแตกต่างจากชาร์ลสโดยสิ้นเชิง ฉันยื่นโทรศัพท์ให้ริต้า

“เป็นหนุ่มปารีสห่าม ๆ จริง ๆ ด้วย ฉันดีใจแทนเธอจริง ๆ สการ์เล็ตต์ ตอนแรกฉันยังคิดอยู่เลยว่าฉันกับชาร์ลสทำผิดต่อเธอ” ริต้าพูดจบก็ยื่นโทรศัพท์ให้ชาร์ลสดูรูป

ชาร์ลสเหลือบมองผ่าน ๆ แล้วเอ่ยขึ้นอย่างเย็นชา “สมกันมากดีหนิ”

“เขาจะมาอเมริกาหรือเปล่า?” ริต้ายื่นโทรศัพท์ส่งคืนให้ฉัน

“เขายังจัดนิทรรศกาลศิลปะอยู่ที่เมืองลียงในยุโรปน่ะ อีกเดือนหนึ่งก็จะมาจัดนิทรรศการที่อเมริกา” ฉันโกหกออกไป ภารกิจอันดับหนึ่งของฉันในวันนี้ก็คือทำให้ริต้ามีความสุข ไม่ว่าด้วยวิธีไหนก็ตาม หลังจากเซ็นใบหย่าแล้วฉันคงไม่ได้เจอริต้าอีก ไม่อย่างนั้นฉันคงต้องคิดอีกว่าจะหลอกปิแอร์มาที่นี่ได้ยังไง

“เธอรักเขาหรือเปล่า?” ริต้าถาม

ฉันพลันอึ้งไป

“รักสิ” ฉันพยายามทำให้เป็นธรรมชาติอย่างที่สุด ไม่อยากเผยพิรุธใด ๆ ออกมาทั้งนั้น

“งั้นก็เยี่ยมไปเลย! ชาร์ลส ดูเหมือนเราจะไม่ต้องเป็นห่วงสการ์เล็ตต์แล้วล่ะ เรามาอวยพรให้สการ์เล็ตต์กันเถอะนะ” ริต้าว่าพลางชูแก้วเหล้าขึ้นมา

ชาร์ลสก็ชูแก้วขึ้นตาม

“สการ์เล็ตต์ สัญญากับฉันนะ ว่าเธอต้องมีความสุข” ริต้ามองฉันด้วยสีหน้าจริงใจ แต่ฉันรู้ดีว่าภายใต้ใบหน้านี้ ซ่อนใบหน้าจริง ๆ ของเธอเอาไว้

“แน่นอน เธอก็ด้วย”

เราดื่มเครื่องดื่มในแก้วจนหมดรวดเดียว

มือฉันสั่นเล็กน้อยตอนที่วางแก้วลง ฉันรู้สึกคลื่นไส้ขึ้นมาทันที ฉันอยากจะจบมื้ออาหารนี้ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ฉันไม่อยากจะใกล้ชิดกับผู้หญิงเสแสร้งคนนี้อีกต่อไปแล้ว

“โทษทีนะ ฉันขอไปเข้าห้องน้ำเดี๋ยว” ฉันหาข้ออ้างปลีกตัวออกไป ฉันอยากไปสูดอากาศข้างนอกสักหน่อย

พอฉันกลับมา ชาร์ลสก็กำลังลุกขึ้นพยุงริต้า และช่วยเธอสวมเสื้อคลุมกำมะหยี่

“ริต้าไม่สบาย ผมจะไปส่งเธอ อีกเดี๋ยวผมจะ...”

“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวฉันกลับเอง”

ฉันมองชาร์ลสโอบริต้าเดินออกจากประตูของร้านอาหารไป ทันใดนั้นร่างทั้งร่างที่เกร็ง ๆ ของฉันก็ผ่อนคลายลง

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย พันธะร้ายเจ้านายเถื่อน (Series of my bad boy)
7.9
ภายใต้เงาของอำนาจมืดในโลกมาเฟียยุคใหม่ ความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งเริ่มต้นขึ้นเมื่อชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลตราหน้าหญิงสาวข้างกายว่าเป็นเพียงทาสรับใช้ที่ไร้ทางสู้ เขาบีบบังคับให้เธอต้องยอมสยบต่อคำสั่งทุกอย่างโดยไม่มีสิทธิ์โต้แย้ง สถานะอันต่ำต้อยกลายเป็นพันธะร้ายที่จองจำเธอไว้ในกรงขังแห่งความเถื่อนทราม ท่ามกลางความตึงเครียดและบรรยากาศที่กดดัน เธอต้องเผชิญกับบททดสอบหัวใจที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดในฐานะขี้ข้าผู้ภักดีเพียงแค่ในนามเท่านั้น
หน้าปกนวนิยาย ความลับของเมียสาว
9.4
ดำดิ่งสู่โลกลับหลังม่านของเหล่าภรรยาในคอลเลกชันเรื่องสั้นสุดร้อนแรงที่จะเผยความปรารถนาอันลึกซึ้งของพวกเธอซึ่งคุณอาจไม่เคยคาดคิดมาก่อน พบกับเรื่องราวการเติมเต็มรสชาติชีวิตที่เต็มไปด้วยความเร้าใจ ไม่ว่าจะเป็นความกระหายส่วนตัวที่แอบซ่อนไว้ หรือแผนการลับที่สามีตัวแสบเป็นผู้จัดฉากและส่งเสริมให้เกิดขึ้นด้วยตัวเอง มาร่วมติดตามเส้นทางชีวิตของเมียสาวแต่ละคนว่าบทสรุปของความสัมพันธ์และแรงอารมณ์ที่พลุ่งพล่านเหล่านี้จะนำพาพวกเธอไปสิ้นสุดลงที่ตรงไหน
หน้าปกนวนิยาย ความรักก็เหมือนสัตว์ร้าย ความเกลียดก็เหมือนกรงขัง
9.7
สามีผู้เชี่ยวชาญสัตว์ป่าของฉันปล่อยให้สิงโตที่เขารักขย้ำลูกชายจนเสียชีวิตอย่างโหดเหี้ยม แต่เขากลับเลือกปกป้องสัตว์ร้ายและชู้รักที่เป็นคนดูแลกรง แทนที่จะเสียใจให้กับความสูญเสียครั้งนี้ เมื่อความจริงปรากฏว่าโศกนาฏกรรมไม่ใช่แค่อุบัติเหตุแต่เกิดจากความละเลยเพื่อชู้รัก ความแค้นของฉันจึงปะทุขึ้น ฉันตัดสินใจกำจัดสิงโตที่เขาภูมิใจและส่งสัญญาณหาพี่ชายร่วมแก๊งมาเฟียทั้ง 108 คน เพื่อล้างแค้นด้วยเลือดให้สาสมกับที่เขาพรากแก้วตาดวงใจของฉันไป
หน้าปกนวนิยาย รักวุ่น ๆ ของนายวายร้าย (ออสติน)
9.8
ออสตินคือชายหนุ่มที่ทำตัวราวกับเป็นเจ้าชีวิตของใบพลู เขามักใช้อำนาจกดขี่จนเธอรู้สึกเหมือนคนไร้หัวใจที่ต้องยอมจำนนต่อการเอาเปรียบอยู่เสมอ แม้ภาพลักษณ์ภายนอกจะดูเย็นชาและควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้าเพื่อประชดประชัน แต่ความจริงแล้วการกระทำที่โหดร้ายเหล่านั้นเป็นเพียงวิธีแสดงออกที่ผิดเพี้ยนเพราะเขาอยากใกล้ชิดเธอเพียงเท่านั้น ใบพลูต้องทนทุกข์กับความร้ายกาจนี้โดยไม่อาจล่วงรู้เลยว่า เมื่อไหร่ที่วายร้ายอย่างเขาจะยอมเผยความรู้สึกที่แท้จริงออกมาเสียที
หน้าปกนวนิยาย หวงรัก พันธะสวาท
8.0
“เลือกเอานะคะ ระหว่างความสุขของคุณกับชีวิตของสิปรางค์” กรกันต์รู้ว่านั่นไม่ใช่เพียงคำขู่ของคนอกหัก ทว่ามันคือคำอาฆาตของคนที่แค้นฝังใจต่างหาก มาร์ตินี่อีกแก้วจึงถูกสาดลงคออย่างรวดเร็ว ค่ำคืนนี้เขาที่จะใช้มันดับความทุกข์ทั้งหมดที่มี เครื่องดื่มมึนเมาทั้งหลายที่ถูกนำออกมาด้วยคงช่วยให้ลืมบางสิ่งบางอย่างได้อย่างไม่ยากเย็นนักลืม แต่ภาพที่เขาเห็นตรงหน้า สิปรางค์ยังคงก้มๆ เงยๆ อยู่ในห้องลองชุด หญิงสาวมาทำอะไรตรงนี้ ตอนนี้สี่ทุ่มกว่าแล้ว เธอควรพักผ่อนเพื่อใครอีกคนไม่ใช่หรือ? ด้วยความสงสัย บวกกับฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่แล่นพล่านในกระแสเลือด กรกันต์ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งนาทีก็หยุดอยู่ตรงหน้าเธอ กลิ่นแอลกอฮอล์ฉุนกึกทำให้สิปรางค์เงยหน้าขึ้นมอง “เฮีย” แต่พอเห็นสีหน้าแดงก่ำของเขา เธอก็ทำท่าจะผละหนี “เดี๋ยวสิ” กรกันต์รีบรั้งแขนเธอไว้ ขณะที่ชั่งใจอยู่ชั่วครู่แล้วเอ่ยขึ้นว่า “คุยกันก่อนได้ไหม” เขาขอร้องเสียงเครียด ทั้งปาก ทั้งตา มันสั่นไปหมด เพราะมั่นใจว่าหากปล่อยมือเธอไป โอกาสแบบนี้คงไม่มีอีกแล้ว สิปรางค์มองแววตาแดงก่ำของเขาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไม่ปรากฏความรู้สึกใดๆ ออกมา “เราไม่มีอะไรต้องคุยกันค่ะ นี่ก็ดึกแล้ว...ปรางค์ขอตัวนะคะ” หญิงสาวตัดบทอย่างคนใจร้าย ไม่อาทรต่อความน้ำเสียงเว้าวอนของเขาของสักนิด ซ้ำร้ายยังสลัดมือเขาออกอย่างไร้เยื่อใย ในจังหวะที่กำลังจะหมุนตัวหนี จู่ๆ เขาก็พุ่งมากอดจากด้านหลัง “ปรางค์...” เขาพูดแค่นั้นก็เงียบหายไปหลายนาที ส่วนเธอก็ยังยืนยันเจตนาเดิม วันนี้หัวใจเเข็งแกร่งกว่าเมื่อวาน เพราะฉะนั้นความอบอุ่นจากลำแขนทั้งสองจึงไม่สามารถทำให้เธอหวั่นไหวได้อีก ในเมื่อเขาอยากกอด อยากยื้อให้ตัวเองเจ็บปวด...ก็ตามใจ “พรุ่งนี้...” กรกันต์พยายามบังคับเสียงตัวเองไม่ให้สั่น “เฮียจะเป็นของคนอื่นแล้ว เราจะคุยกันดีๆ สักครั้งไม่ได้เลยเหรอ?” “...” “หยุดทำตัวห่างเหิน หยุดทำเหมือนระหว่างเรามันไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันสักทีได้ไหม!” “แล้วเรายังมีอะไรที่เกี่ยวข้องกันอีกคะ สายเลือดเดียวกันก็ไม่ใช่ เพื่อนกันก็ไม่ใช่ ยิ่งคนรัก...ก็ยิ่งไม่มีวันได้เป็น!” “แต่ปรางค์ท้อง...” เขาหยุดพูด ท่ามกลางความร้อนผ่าวที่หัวตาทั้งสอง “ลูกของเฮีย...อยู่ในนี้” มือหนากำลังเลื่อนลงไปหน้าท้องที่นูน ทว่ากลับถูกสิปรางค์ปัดออกอย่างรวดเร็ว “ห้ามแตะต้องเขานะ!” เธอพลิกตัวหนี สองมือโอบท้องตัวเองไว้ด้วยความหวงแหน สิปรางค์ไม่มีท่าทีแปลกใจสักนิดที่เขารู้ว่าเธอท้อง ถ้าเขาดูไม่ออกนี่สิ...คงเป็นเรื่องแปลกพิกล หูตาของกรกันต์มีไปทั่ว จนเธอคร้านกวาดตามองหา หากชายหนุ่มอยากรู้นัก เธอก็จะสนองความต้องการนั้นด้วยความจริงที่เขาจะทำได้แค่เพียงมอง... ทว่านาทีนั้นเองเธอเพิ่งสังเกตเห็นว่ามีหยาดน้ำใสๆ เปรอะเปื้อนซีกแก้มด้านซ้ายของอีกฝ่าย เขาจะร้องไห้ทำไมกัน ในเมื่อคนถูกกระทำมาตลอด คือ เธอ! “คนใจร้าย...ห้ามแตะต้องหัวใจของปรางค์อีก!” อาการหวงแหนเกินเหตุนั้น สร้างความประหลาดใจให้กับชายหนุ่มมหาศาล กรกันต์ตัดสินใจขยับเท้าเข้าหา แต่พอเห็นเธอเตรียมขยับหนีราวกับรังเกียจกัน เขาจึงยืนนิ่ง “ปรางค์...” เสียงเขาอ่อนล้านัก อาจเพราะหัวใจมันแห้งเหือดมาหลายเดือน ความจงเกลียดจงชังที่เธอแสดงออก มันจึงส่งผลกระทบต่อหัวใจเขาอย่างจัง “เขาเป็นของปรางค์คนเดียว เฮียไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะรับรู้ถึงการมีอยู่ของเขาด้วยซ้ำ และการที่ปรางค์มาที่นี่ไม่ได้หมายความว่าปรางค์จะยอมเฮียทุกอย่างหรือจะขออะไรก็ได้ อย่าลืม...ว่าปรางค์ก็ยังเป็นปรางค์อยู่วันยังค่ำ เมื่อก่อนเคยร้ายยังไง วันนี้ก็จะเป็นอย่างงั้น ในเมื่อต่างคนต่างอยู่ไม่ได้ พรุ่งนี้เฮียก็คอยดูฤทธิ์เดชของผู้หญิงคนนี้ได้เลย” คำกล่าวของเธอไม่เกินจริงสักนิด สิปรางค์มาที่นี่เพราะหน้าที่และคำขอของผู้มีพระคุณก็เท่านั้น หากแต่กรกันต์ยังยื้อ ไม่ยอมปล่อยวางเรื่องระหว่างกันดังที่เคยพูด พรุ่งนี้เธอก็จะทำให้เขาเห็นว่าการไม่รักษาคำพูดเป็นอย่างไร “ปรางค์จะทำอะไร” สายตาของเขาเต็มไปด้วยคำถาม ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ดูจะเลือนหายไปหลังจากได้กลิ่นกายอ่อนๆ ของเธอ “อยากรู้ก็มีชีวิตอยู่ให้ถึงพรุ่งนี้สิ”
หน้าปกนวนิยาย เงาซ่อนรัก  Love Shadow
8.1
เด็กสาวที่เติบโตมาในฐานะผู้อาศัยภายใต้การอุปการะของป้า กลับต้องเผชิญกับจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในชีวิต เมื่อความผิดพลาดเพียงคืนเดียวกับลูกชายเจ้าของบ้านนำไปสู่การแต่งงานที่ไร้ซึ่งความรัก เขาจำต้องรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยความไม่เต็มใจ ทว่าพันธะสมรสนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของฝันร้าย เมื่อเหตุการณ์เลวร้ายและอุปสรรคต่าง ๆ พากันโถมเข้าใส่ชีวิตของเธอนับตั้งแต่วันที่ก้าวเข้าสู่สถานะภรรยาอย่างเป็นทางการ