
เมื่อดอกรักบาน
ตอน 2
มุมมองของสการ์เล็ตต์:
“มีอะไรอีกเหรอ?” ฉันถามด้วยความแปลกใจ
“พรุ่งนี้ตื่นแต่เช้า แล้วไปหาริต้าพร้อมกัน”
“โอเค”
ฉันยังคงงง ๆ อยู่เล็กน้อย เขาไปแล้ว แต่ยังวกกลับมาเพื่อย้ำเรื่องนี้งั้นเหรอ?
“คืนนี้ผมจะนอนที่นี่”
เมื่อฉันได้ยินในสิ่งที่เขาพูด ฉันก็ตื่นขึ้นมาเต็มตาทันที เดิมทีฉันคิดจะถามเขาว่ามันจะสะดวกเหรอ แต่สุดท้ายฉันก็ไม่ได้ถามออกมา
“ผมกลัวว่าคุณจะเจ็ตแล็ก แล้วตื่นไม่ไหว” เขาพูดออกมาเรียบ ๆ
“อ๋อ เดี๋ยวนะ ฉันเก็บของก่อน เดี๋ยวฉันไปนอนห้องรับแขก
ฉันเดินไปที่กระเป๋าเดินทางของตัวเอง เตรียมจะลากกระเป๋าออกไป
แต่ชาร์ลสกลับเดินมาขวางฉันไว้
“กลัวผมขนาดนั้นเลยเหรอ?”
“เมื่อสามปีก่อน นคุณมัวร์บอกเองนี่คะว่าเราควรรักษาระยะห่างกัน” ฉันเงยหน้าจ้องตาเขา ก่อนจะสวนกลับ
เขาก้าวเข้ามาใกล้ ๆ ฉัน พร้อมจ้องตาฉันอย่างไม่พอใจ
“คุณอยู่นี่แหละ”
ฉันปล่อยมืออย่างไม่รู้ตัว ทำให้กระเป๋าเดินทางหล่นกระแทกพื้น หัวใจฉันเต้นระส่ำขึ้นทุกที
ชาร์ลสเดินผ่านฉันไปที่โซฟา เขานั่งลงบนโซฟา แล้วเริ่มปลดกระดุมเสื้อ
“ผมจะนอนที่โซฟา” ชาร์ลสเอ่ยออกมาเรียบ ๆ
ฉันเขกศีรษะตัวเองเบา ๆ เมื่อกี้ฉันคิดอะไรไปถึงไหนแล้ว! ฉันก้มลงไปเก็บกระเป๋าเดินทางขึ้นมาวางดี ๆ
ก่อนจะหันหลัง แล้วฉันก็ได้ยินเสียงเขาถอดเสื้อผ้าออก ก่อนจะเปิดตู้เสื้อผ้าหยิบเอาเสื้อผ้า แล้วเดินเข้าห้องน้ำไป
สามปีแล้ว ที่ผู้ชายคนนี้ก่อกวนฉันแม้กระทั่งในฝัน ผู้ชายที่เป็นสามีที่ถูกต้องตามกฎหมายของฉัน ตอนนี้อยู่ห่างจากฉันไม่กี่ฟุตเท่านั้น กลิ่นโคโลญจน์บนร่างเขายังคงอวล ทำเอาท้องไส้ฉันปั่นป่วน
ฉันเดินไปข้างเตียงแล้วค่อย ๆ เอนกายลงนอนอย่างช้า ๆ จากนั้นก็ซุกกายลงไปในผ้าห่ม พลางฟังเสียงน้ำที่ไหลลงมาจากฝักบัว
ทันทีที่เสียงน้ำในห้องน้ำเงียบลง ฉันรีบหลับตาปี๋ เสมือนว่าตัวเองหลับไปแล้ว กระทั่งลมหายใจของฉันแผ่วเบา และเอื่อยเฉื่อย
มีห้องนอนแขกอีกตั้งหลายห้อง ทำไมจะต้องมาเบียดกันอยู่ในห้องเดียวด้วย ไม่ได้เจอกันสามปี ผู้ชายคนนี้ชักเข้าใจยากขึ้นทุกที
ผ่านไปนานแล้ว ทว่าในห้องก็ยังเงียบกริบ ฉันแอบลืมตาดู ถึงได้เห็นเขานอนหันหลังให้ฉันอยู่บนโซฟา ฉันที่กำลังเกร็ง ๆ อยู่ ถึงโล่งใจขึ้นมา ฉันรู้ดีว่าไม่มีทางเกิดอะไรขึ้นในคืนนี้แน่ แต่เเล้วฉันก็รู้สึกผิดหวังขึ้นมา
******
วันต่อมา เมื่อฉันตื่นขึ้นมา ชาร์ลสก็ไม่อยู่ในห้องแล้ว พอฉันหันไปดูเวลา ก็เห็นว่าสิบโมงกว่าแล้ว!
ฉันกระโดดลงจากเตียง แล้วรีบอาบน้ำอย่างรวดเร็ว พอออกมาจากห้อง ฉันก็เห็นชาร์ลสนั่งอ่านหนังสืออยู่บนโซฟา
“ทำไมไม่ปลุกฉัน!” ฉันตะโกนใส่เขา
“ปลุกแล้ว เหลือแต่ไม่ได้สาดน้ำเย็นปลุกคุณเท่านั้นแหละ” ชาร์ลสไม่ได้หันหน้ามาตอบฉันด้วยซ้ำ น้ำเสียงเขาราบเรียบจนฟังไม่ออกว่าเขาคิดอะไรอยู่
“เมื่อวาน... ค่อนข้างเหนื่อยน่ะ โทษที ไปกันเถอะ!” ฉันเอ่ยออกมาอย่างรู้สึกผิด ดูเหมือนฉันจะหลับลึกมาก
“กินอะไรก่อนเถอะ”
“ห้ะ? แล้วริ...”
“ไม่ต้องรีบหรอก ผมนัดเธอไปกินมื้อกลางวันด้วยกัน”
เมื่อวานบอกว่าต้องตื่นแต่เช้าไม่ใช่เหรอ? หรือฉันฟังผิดไป? ผู้ชายคนนี้ตั้งใจจะแกล้งฉันงั้นเหรอ?
ฉันกินอะไรง่าย ๆ แล้วก็บอกให้ชาร์ลสรีบไป ไม่ใช่ว่าฉันรีบร้อนจะไปหาริต้า ฉันก็แค่อยากจะรีบจัดการเรื่องกวนใจนี่ให้มันจบ ๆ ไปสักทีต่างหาก
ฉันเงียบกริบตลอดทางที่ไปร้านอาหาร ชาร์ลสเองก็ไม่พูดอะไรเลยสักคำ เป็นสามีภรรยากันมาสามปี แต่สุดท้ายก็ต้องมาลงเอยแบบนี้ ทั้งตอนนี้ฉันยังต้องไปพบคู่หมั้นเป็นเพื่อนสามีตัวเองด้วย
และแล้วรถก็จอดลงที่ร้านอาหาร เรนบาว ดรีม ร้านอาหารมิชลินสามดาว ร้านนี้เป็นร้านอาหารที่หรูหราที่สุดในเมืองนี้ ฉันเองยังไม่เคยมาด้วยซ้ำ แม้แต่ตอนที่เป็นคุณนายมัวร์แล้ว ชาร์ลสก็ยังไม่เคยพาฉันมาที่แบบนี้เลย
“คุณมัวร์คะ คุณริเวอร์รี่รอคุณอยู่ที่ชั้นสองแล้วค่ะ” พนักงานต้อนรับเข้ามาทักทายชาร์ลสอย่างคุ้นเคย ดูเหมือนชาร์ลสจะเป็นลูกค้าประจำของที่นี่
ฉันเดินตามชาร์ลสเข้าไปในลิฟต์
“เจอริต้าแล้วก็ทำตัวให้ดูมีความสุขหน่อย อย่าทำหน้าบึ้งแบบนี้” ชาร์ลสพูดอย่างเย็นชา
“ฉันรู้แล้ว” ฉันฝืนยิ้มให้เขา
“สการ์เล็ตต์ ไม่ได้เจอกันตั้งนาน” ทันทีที่เห็นเราเดินเข้าไป ริต้าก็ยิ้มรับเราด้วยสีหน้าเบิกบาน ริต้าแทบจะไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปเลย หน้าตาเธอเหมือนกับในทีวีไม่มีผิด เธอยังดูสาวและสวย คงจะหมดเงินไปไม่น้อยถึงมีใบหน้าที่งดงามแบบนี้ได้ ดูไม่ออกเลยว่าเธอล้มป่วยมานานแล้ว
“ไม่ได้เจอกันนานนะ” ฉันเอ่ยทักทายเธอ แล้วก็ยิ้มออกมา
“หายเจ็ตแล็กหรือยัง? เมื่อวานฉันกลัวว่าเธอจะตื่นเช้าไม่ไหว ก็เลยนัดเป็นตอนเที่ยงน่ะ”
“หลับสบายดี ถึงยังไงที่นี่ก็เป็นบ้านเกิดนี่เนอะ”
“สามปีมานี้ ลำบากเธอแย่เลยนะ ต้องโทษที่ฉันสุขภาพไม่ดี ต้องขอบคุณชาร์ลสที่ไม่ทิ้งฉันไปไหน ฉันถึงได้ดีขึ้นมาได้” ริต้าพูดแล้วก็เริ่มไอออกมา ชาร์ลสยื่นแก้วน้ำให้เธอ
พอชาร์ลสเจอริต้าแล้ว ก็เหมือนกับน้ำค้างแข็งที่ฉาบเคลือบเขาอยู่ละลายไปจนหมด ราวกับเปลี่ยนไปเป็นคนละคนอย่างไรอย่างนั้น ต่างกับตอนที่อยู่กับฉันลิบลับ
อาหารจานหลักวันนี้เป็นสเต็กเนื้อ ชาร์ลสค่อย ๆ บรรจงหั่นสเต็กให้ริต้า ยากนักที่จะเห็นเขาใส่อกใส่ใจคนอื่นถึงขนาดนี้
“ไม่ลำบากเลย ฉันสบายมาก แล้วยังเอาใบปริญญากลับมาด้วยนะ” ฉันถือมีดกับส้อมเพื่อหั่นสเต็กเนื้อเป็นชิ้น ๆ พลางยิ้มบาง ๆ ให้ริต้า
“อยู่ฝรั่งเศสมาสามปี มีแฟนหรือยัง? เทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ปีนี้ เราวางแผนจะไปฮันนีมูนกันที่นั่น”
แฟนเหรอ? ในฐานะคุณนายมัวร์ ฉันจึงไม่เคยมองผู้ชายคนอื่นเลย ลึก ๆ ในใจฉันยังคงหวังที่จะได้ความรักจากชาร์ลสอยู่
“มีผู้ชายคนหนึ่ง เขาเป็นจิตรกรน่ะ” ฉันรีบคว้าผู้ชายคนหนึ่งที่แล่นขึ้นมาในหัวออกมาพูด ฉันต้องทำให้ริต้าวางใจ ตามที่ชาร์ลสสั่งเมื่อวาน
ฉันเห็นมีดกับส้อมในมือชาร์ลสสั่นเล็กน้อย
“มีรูปหรือเปล่า?”
ความอยากรู้อยากเห็นของริต้าทำเอาฉันตั้งตัวไม่ทัน ฉันเหลือบไปมองชาร์ลส แต่เขากลับไม่ได้มองฉัน
“ยังไม่ได้คบกันน่ะ ในโทรศัพท์ก็เลยไม่มีรูปเขาอยู่เลย” ฉันยิ้มบาง ๆ แล้วก้มหน้าก้มตาหั่นสเต็กต่อ
“งั้นในเฟซบุ๊กมีไหม?” ริต้าถามต่ออย่างไม่ลดละ
“ฉันลองหาก่อนนะ” ฉันว่าพลางคว้าโทรศัพท์ขึ้นมา แล้วยืมตัวเพื่อนที่เรียนด้วยกันมาหลอกว่าเป็นคนคุย ฉันพลันนึกถึงปิแอร์ขึ้นมาได้ เขาเข้ากับฉันได้ไม่เลว จากนั้นก็เข้าไปที่หน้าเฟซบุ๊กของปิแอร์ แล้วค้นเปิดรูปที่เขาถ่ายหน้าหอไอเฟลมาขึ้นมา ปิแอร์ไว้ผมยาวดูเซอร์ ๆ แต่ใบหน้าของเขากลับหล่อเหลาคมคายมาก ปิแอร์ดูเป็นศิลปิน ซึ่งแตกต่างจากชาร์ลสโดยสิ้นเชิง ฉันยื่นโทรศัพท์ให้ริต้า
“เป็นหนุ่มปารีสห่าม ๆ จริง ๆ ด้วย ฉันดีใจแทนเธอจริง ๆ สการ์เล็ตต์ ตอนแรกฉันยังคิดอยู่เลยว่าฉันกับชาร์ลสทำผิดต่อเธอ” ริต้าพูดจบก็ยื่นโทรศัพท์ให้ชาร์ลสดูรูป
ชาร์ลสเหลือบมองผ่าน ๆ แล้วเอ่ยขึ้นอย่างเย็นชา “สมกันมากดีหนิ”
“เขาจะมาอเมริกาหรือเปล่า?” ริต้ายื่นโทรศัพท์ส่งคืนให้ฉัน
“เขายังจัดนิทรรศกาลศิลปะอยู่ที่เมืองลียงในยุโรปน่ะ อีกเดือนหนึ่งก็จะมาจัดนิทรรศการที่อเมริกา” ฉันโกหกออกไป ภารกิจอันดับหนึ่งของฉันในวันนี้ก็คือทำให้ริต้ามีความสุข ไม่ว่าด้วยวิธีไหนก็ตาม หลังจากเซ็นใบหย่าแล้วฉันคงไม่ได้เจอริต้าอีก ไม่อย่างนั้นฉันคงต้องคิดอีกว่าจะหลอกปิแอร์มาที่นี่ได้ยังไง
“เธอรักเขาหรือเปล่า?” ริต้าถาม
ฉันพลันอึ้งไป
“รักสิ” ฉันพยายามทำให้เป็นธรรมชาติอย่างที่สุด ไม่อยากเผยพิรุธใด ๆ ออกมาทั้งนั้น
“งั้นก็เยี่ยมไปเลย! ชาร์ลส ดูเหมือนเราจะไม่ต้องเป็นห่วงสการ์เล็ตต์แล้วล่ะ เรามาอวยพรให้สการ์เล็ตต์กันเถอะนะ” ริต้าว่าพลางชูแก้วเหล้าขึ้นมา
ชาร์ลสก็ชูแก้วขึ้นตาม
“สการ์เล็ตต์ สัญญากับฉันนะ ว่าเธอต้องมีความสุข” ริต้ามองฉันด้วยสีหน้าจริงใจ แต่ฉันรู้ดีว่าภายใต้ใบหน้านี้ ซ่อนใบหน้าจริง ๆ ของเธอเอาไว้
“แน่นอน เธอก็ด้วย”
เราดื่มเครื่องดื่มในแก้วจนหมดรวดเดียว
มือฉันสั่นเล็กน้อยตอนที่วางแก้วลง ฉันรู้สึกคลื่นไส้ขึ้นมาทันที ฉันอยากจะจบมื้ออาหารนี้ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ฉันไม่อยากจะใกล้ชิดกับผู้หญิงเสแสร้งคนนี้อีกต่อไปแล้ว
“โทษทีนะ ฉันขอไปเข้าห้องน้ำเดี๋ยว” ฉันหาข้ออ้างปลีกตัวออกไป ฉันอยากไปสูดอากาศข้างนอกสักหน่อย
พอฉันกลับมา ชาร์ลสก็กำลังลุกขึ้นพยุงริต้า และช่วยเธอสวมเสื้อคลุมกำมะหยี่
“ริต้าไม่สบาย ผมจะไปส่งเธอ อีกเดี๋ยวผมจะ...”
“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวฉันกลับเอง”
ฉันมองชาร์ลสโอบริต้าเดินออกจากประตูของร้านอาหารไป ทันใดนั้นร่างทั้งร่างที่เกร็ง ๆ ของฉันก็ผ่อนคลายลง
คุณอาจจะชอบ





