ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เมื่อดอกรักบาน

เมื่อดอกรักบาน

ชาร์ลส์ถูกครอบครัวมัวร์บังคับให้แต่งงานกับสการ์เล็ตต์แทนที่จะเป็นไรลีย์คนรักของเขา ทำให้เขาเย็นชาต่อภรรยามาตลอดสามปี จนกระทั่งไรลีย์ล้มป่วยหนัก เขาจึงเรียกตัวสการ์เล็ตต์กลับมาเพื่อขอหย่าหวังทำตามความปรารถนาสุดท้ายของหญิงคนรัก แม้จะเจ็บปวดแต่สการ์เล็ตต์ก็ยอมเซ็นใบหย่าให้ ทว่าชาร์ลส์กลับเริ่มลังเลและถ่วงเวลาจนเธอสับสน ท่ามกลางพันธะที่ยังไม่จบสิ้น เขาจะกล้าเผชิญหน้ากับความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเองได้ทันเวลาหรือไม่
ตอน
แชร์

ตอน 3

มุมมองของชาร์ลส์:

หลังจากส่งริต้าแล้ว ผมก็กลับมาสะสางธุระต่อที่ออฟฟิศ

พอตกค่ำ ผมก็ได้รับข้อความจากสเปนเซอร์

——ชาร์ลส์ นายจะมาไหม? เราอยู่กันพร้อมหน้าเลยว่ะ

——เดี๋ยวฉันไป

ผมพิมพ์ตอบไปพร้อมกับเดินออกจากออฟฟิศ

มิ้นต์ บาร์ เป็นคลับของสเปนเซอร์ ภายในบาร์มีนักท่องเที่ยวอยู่กันแน่นขนัด พอไปถึงผมก็เห็นสเปนเซอร์กับเดวิด เราเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก ๆ

“นายเจอสการ์เล็ตต์ยัง?” เมื่อสเปนเซอร์เห็นหน้าผมก็ถามขึ้นทันที

“อืม” ผมหยิบวิสกี้มารินให้ตัวเองแก้วหนึ่ง แล้วยกขึ้นจิบ

“นายจะหย่าจริง ๆ เหรอ?” สเปนเซอร์ขยับเข้ามาใกล้ ๆ ผม

“อืม” ผมจุดบุหรี่แล้วตอบอย่างรำคาญ

“ถึงยังไงสการ์เล็ตต์ก็โตมาพร้อมกับพวกเรา เธอเป็นคนดี นายกับริต้าใจร้ายกับเธอเกินไปหน่อยไหม?”

ผมได้แต่เงียบ แล้วกระดกวิสกี้ที่เหลือในแก้วเข้าปาก ที่เขาพูดเป็นเรื่องจริง

เมื่อคืนขณะที่พูดเรื่องหย่ากับสการ์เล็ตต์ เป็นผมที่รู้สึกประหม่า แต่ทางด้านสกาณ์เล็ตต์กลับนิ่งยิ่งกว่าผมเสียอีก ไม่เจอกันมาสามปี สการ์เล็ตต์ไม่ใช่เด็ก ๆ ที่มีอะไรก็จะแสดงออกทางสีหน้าอีกต่อไปแล้ว เธอดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาก

ไม่รู้ทำไม เจอเธอครั้งนี้ถึงทำให้ผมรู้สึกวุ่นวายใจ

“แล้วสการ์เล็ตต์ตกลงไหม?” เดวิดก็เข้ามาฟังเรื่องซุบซิบด้วยคน

“อืม”

เดิมทีที่ออกมาดื่มก็เพราะอยากจะอยู่เงียบ ๆ แต่เจ้าพวกนี้เอาแต่พูดเรื่องของสการ์เล็ตต์ไม่ขาดปาก

“แล้วนายอยากแต่งงานกับริต้าจริง ๆ เหรอ?”

“อืม”

“นายแน่ใจนะ! นายจะเอาตัวเองไปเสี่ยง เพียงเพราะเมื่อก่อนเธอเคยช่วยนายไว้จริง ๆ น่ะเหรอ?” เดวิดพูดแล้วก็ใส่อารมณ์ออกมา เขาไม่ทันระวัง ทำให้แก้วไวน์ในมือหกราดเสื้อของผม

“เฮ้ย!” ผมสบถออกมาอย่างหัวเสีย

“โทษที” เดวิดรีบขอโทษ

ผมออกจากบาร์มาอย่างหงุดหงิด แล้วเรียกไดร์เวอร์เพื่อกลับบ้านไปเปลี่ยนชุด เดิมทีคิดว่าจะกลับบ้าน แต่ไม่รู้อะไรดลใจให้ผมบอกคนขับว่าไปที่ถนนการ์ดเนอร์

******

ไฟในบ้านสว่างไสว มีเสียงหัวเราะดังรอดออกมาทางหน้าต่าง ผมเห็นรถเบนซ์ที่คุ้นตาคันหนึ่งจอดอยู่ในโรงรถ

ดูเหมือนคุณแม่กับคุณย่าผมจะมาที่นี่

ผมรีบก้าวเท้าเข้าไป แต่ยังไม่ทันจะเดินไปถึงประตู ประตูก็เปิดออกมาเสียก่อน

“ชาร์ลส ทำไมไม่รับโทรศัพท์แม่!” แม่พุ่งเข้ามาหาผม แล้วตวาดใส่ผมอย่างไม่พอใจ

“เมื่อกี้ผมประชุมอยู่ครับ”

“แล้วทำไมกลิ่นเหล้าคลุ้งตัวแบบนี้ กินเหล้ามาเหรอ? รีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเลยไป แม่หนีผมไปด้วยท่าทีรังเกียจ

พอผมเข้าไปในบ้านก็เห็นคุณย่ากับสการ์เล็ตต์นั่งอยู่ในห้องนั่งเล่น พวกเขาพูดคุยกันอยู่อย่างสนุกสนาน บนโต๊ะยังมีพายแอปเปิ้ลกับผลไม้วางอยู่ด้วย

“คุณย่าครับ” ผมเข้าไปทักทาย แล้วหยิบพายแอปเปิ้ลขึ้นมา แต่คุณย่ากลับตีมือผม

“ไปให้พ้น ย่าเตรียมมาให้สการ์เล็ตต์”

“ชาร์ลส เสื้อคุณไปโดนอะไรมาคะ ฉันช่วยคุณเปลี่ยนนะ” สการ์เล็ตต์ว่าแล้วก็ลุกเดินมาหาผม

“พวกเธอแต่งงานกันมาก็ตั้งนานแล้ว ทำไมเรียกกันเสียห่างเหินขนาดนี้” คุณย่ามองผมอย่างสงสัย

“เรียกแบบนี้ไม่ดีเหรอคะ?” สการ์เล็ตต์หยุดเท้าลง แล้วหันไปถามคุณย่า

“พวกหนุ่มสาวเขาไม่ได้เรียกกันว่า ‘ที่รัก’ หรือไม่ก็ ‘เบบี๋’ อะไรเทือกนั้นหรอกเหรอ?”

สการ์เล็ตต์ชะงักค้างอยู่กับที่ ก่อนจะเอ่ยขึ้นเบา ๆ “ที่... ที่รักฉันช่วยคุณเปลี่ยนเสื้อผ้านะคะ”

เธอเดินเข้ามาหาผม แล้วช่วยผมถอดสูทตัวนอกออก อย่างกับเราสองคนสนิทกันมากยังไงอย่างงั้น

“ต้องอย่างนี้สิ” คุณย่าพูดออกมาอย่างพอใจ

คุณย่ารักสการ์เล็ตต์มาก หลายปีมานี้สการ์เล็ตต์ไปเมืองนอก คุณย่าก็มักจะถามถึงเธอบ่อย ๆ ส่วนผมก็ตอบแบบขอไปทีทุกครั้งไป

ทันใดนั้น คุณย่าก็พูดขึ้นว่า

“เอ่อ...ชาร์ลส ย่านัดหมอไว้ให้แล้ว ช่วงนี้อย่าดื่มเหล้าเยอะนักนะ อาทิตย์นี้ไปตรวจร่างกายหน่อย”

ผมอึ้งไป

“คุณย่าครับ ผมเพิ่งตรวจร่างกายไป ผมแข็งแรงดีครับ”

“แข็งแรงดีก็ต้องตรวจ นี่ก็หลายปีแล้ว เหลนของย่าล่ะ นี่ต้องไม่ใช่ความผิดของสการ์เล็ตต์แน่ ต้องเป็นเพราะแกนั่นแหละ”

สการ์เล็ตต์ชะงักฝีเท้า และหันมามองผม เธอทำหน้าเฝื่อน ๆ แต่ดูอีกทีก็เหมือนจะขำ

ทันใดนั้นเอง เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าเสื้อสูทของผมก็ดังขึ้นมา สการ์เล็ตต์หยิบมันออกมาจากกระเป๋าเสื้อ บนหน้าจอปรากฏชื่อของริต้า ทำให้สีหน้าสการ์เล็ตต์เปลี่ยนไป

“ผู้หญิงคนนั้นเหรอ?” โอ้พระเจ้า!” แม่ผมอุทานออกมา

ผมไม่ตอบ แต่ปิดเสียงโทรศัพท์ลง

“ผู้หญิงคนนั้นอีกแล้วใช่ไหม? ชาร์ลส ย่าบอกแกแล้วใช่ไหม แกเป็นผู้ชายที่มีเมียแล้ว ทำไมถึงยังไปยุ่งกับแม่ริต้าอะไรนั่นอยู่อีก แกทำแบบนี้ไม่รู้สึกผิดกับสการ์เล็ตต์บ้างเหรอไง แล้วก็ก่อนหน้านี้ที่มีข่าวลองชุดแต่งงานนั่นน่ะ มันเรื่องอะไรกัน?” คุณย่าตวาดลั่น

“มันไม่ใช่อย่างที่คุณย่าคิดนะครับ”

“ถ้างั้นทำไมแกไม่รับสาย? ”

ผมพูดไม่ออก ต่อหน้าคนอื่นผมยังพอจะโกหกได้ แต่ต่อหน้าคุณย่า ผมไม่เคยโกหกท่านได้เลย

คุณย่าโกรธจนตัวสั่น สการ์เล็ตต์จึงรีบไปรินน้ำมาให้คุณย่า

“นั่งลงก่อนเถอะค่ะคุณย่า เดี๋ยวฉันให้ชาร์ลสไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนนะคะ” สการ์เล็ตต์ว่าพลางดันผมขึ้นไปบนห้องนอนชั้นบน

“เอาเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวที่สามบนชั้นมาให้ผมที”

ผมถอดเสื้อที่เต็มไปด้วยคราบไวน์แดงออก ‘ไอ้บ้าเดวิด คราวหน้าฉันไม่เอาแกไว้แน่’

จู่ ๆผมก็รู้สึกเสียวสันหลัง ผมหันกลับไปมอง

ถึงได้เห็นว่าสการ์เล็ตต์ถือเสื้อเชิ้ตมองผมแล้วยืนนิ่ง พวงแก้มทั้งสองของเธอแดงระเรื่อ

“ยังจะดูต่อไหม?”

สการ์เล็ตต์รีบหลับตาปี๋ ผมยังไม่ใส่เสื้อผ้าในทันที แต่เดินเข้าไปตรงหน้าเธอ

ผมได้มองสการ์เล็ตต์ให้ชัด ๆ ในคราวนี้เอง เธอไม่ใช่เด็กสาวอย่างเมื่อก่อนอีกแล้ว สามปีที่เธออยู่ฝรั่งเศสทำให้เธอเติบโตเป็นสาวที่งามสะพรั่ง กลายเป็นกุหลาบงามแสนเย้ายวน

เธอหลับตาพริ้ม ขนตายาวเฟื้อยนั่นสั่นระริก ริมฝีปากเธอเหยียดเม้ม คล้ายกำลังข่มกลั้นอะไรอยู่ พวงแก้มนั้นแดงซ่านขึ้นเรื่อย ๆ

ผมจึงเอื้อมมือไปคว้าเสื้อเชิ้ตมาสวมอย่างรวดเร็ว

พอเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อย เราก็กลับลงไปที่ห้องนั่งเล่นด้วยกัน

“ชาร์ลส ย่าอยู่ได้อีกไม่นานแล้ว แกไม่คิดจะทำตัวดี ๆ กับสการ์เล็ตต์อีกเหรอ คิดจะทำให้ย่าโมโหตายหรือไง?” คุณย่ายังคงต่อว่าผม

“คุณย่าครับ ถ้าคราวหน้าคุณย่าอยากมา” ก็โทรบอกผมได้นะครับ เดี๋ยวผมจะไปรับเอง” ผมไม่รู้จะตอบอะไรคุณย่า เลยเปลี่ยนเรื่องแทน

“ไม่ต้อง แกอยู่ไม่ติดบ้านแบบนี้ ฉันไม่อยากจะคาดหวังอะไรกับแกแล้ว ฉันก็แค่จะมาดูว่าแกรังแกสการ์เล็ตต์หรือเปล่า”

“หนูสบายดีค่ะคุณย่า” สการ์เล็ตต์รีบบอก

“อย่าลืมงานครบรอบหกสิบปีบริษัทวันพรุ่งนี้ด้วยล่ะ พาสการ์เล็ตต์ไปซื้อชุดราตรีสวย ๆ ด้วย อย่าทำให้ย่าโมโหอีก

“ครับคุณย่า”

ผมใช้เวลานานกว่าจะส่งคุณย่ากับคุณแม่กลับไปได้

เห็นแบบนี้แล้ว ผมก็ยิ่งไม่รู้ว่าจะบอกเรื่องหย่ากับพวกท่านยังไงดี

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย พันธะร้ายเจ้านายเถื่อน (Series of my bad boy)
7.9
ภายใต้เงาของอำนาจมืดในโลกมาเฟียยุคใหม่ ความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งเริ่มต้นขึ้นเมื่อชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลตราหน้าหญิงสาวข้างกายว่าเป็นเพียงทาสรับใช้ที่ไร้ทางสู้ เขาบีบบังคับให้เธอต้องยอมสยบต่อคำสั่งทุกอย่างโดยไม่มีสิทธิ์โต้แย้ง สถานะอันต่ำต้อยกลายเป็นพันธะร้ายที่จองจำเธอไว้ในกรงขังแห่งความเถื่อนทราม ท่ามกลางความตึงเครียดและบรรยากาศที่กดดัน เธอต้องเผชิญกับบททดสอบหัวใจที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดในฐานะขี้ข้าผู้ภักดีเพียงแค่ในนามเท่านั้น
หน้าปกนวนิยาย ความลับของเมียสาว
9.4
ดำดิ่งสู่โลกลับหลังม่านของเหล่าภรรยาในคอลเลกชันเรื่องสั้นสุดร้อนแรงที่จะเผยความปรารถนาอันลึกซึ้งของพวกเธอซึ่งคุณอาจไม่เคยคาดคิดมาก่อน พบกับเรื่องราวการเติมเต็มรสชาติชีวิตที่เต็มไปด้วยความเร้าใจ ไม่ว่าจะเป็นความกระหายส่วนตัวที่แอบซ่อนไว้ หรือแผนการลับที่สามีตัวแสบเป็นผู้จัดฉากและส่งเสริมให้เกิดขึ้นด้วยตัวเอง มาร่วมติดตามเส้นทางชีวิตของเมียสาวแต่ละคนว่าบทสรุปของความสัมพันธ์และแรงอารมณ์ที่พลุ่งพล่านเหล่านี้จะนำพาพวกเธอไปสิ้นสุดลงที่ตรงไหน
หน้าปกนวนิยาย ความรักก็เหมือนสัตว์ร้าย ความเกลียดก็เหมือนกรงขัง
9.7
สามีผู้เชี่ยวชาญสัตว์ป่าของฉันปล่อยให้สิงโตที่เขารักขย้ำลูกชายจนเสียชีวิตอย่างโหดเหี้ยม แต่เขากลับเลือกปกป้องสัตว์ร้ายและชู้รักที่เป็นคนดูแลกรง แทนที่จะเสียใจให้กับความสูญเสียครั้งนี้ เมื่อความจริงปรากฏว่าโศกนาฏกรรมไม่ใช่แค่อุบัติเหตุแต่เกิดจากความละเลยเพื่อชู้รัก ความแค้นของฉันจึงปะทุขึ้น ฉันตัดสินใจกำจัดสิงโตที่เขาภูมิใจและส่งสัญญาณหาพี่ชายร่วมแก๊งมาเฟียทั้ง 108 คน เพื่อล้างแค้นด้วยเลือดให้สาสมกับที่เขาพรากแก้วตาดวงใจของฉันไป
หน้าปกนวนิยาย รักวุ่น ๆ ของนายวายร้าย (ออสติน)
9.8
ออสตินคือชายหนุ่มที่ทำตัวราวกับเป็นเจ้าชีวิตของใบพลู เขามักใช้อำนาจกดขี่จนเธอรู้สึกเหมือนคนไร้หัวใจที่ต้องยอมจำนนต่อการเอาเปรียบอยู่เสมอ แม้ภาพลักษณ์ภายนอกจะดูเย็นชาและควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้าเพื่อประชดประชัน แต่ความจริงแล้วการกระทำที่โหดร้ายเหล่านั้นเป็นเพียงวิธีแสดงออกที่ผิดเพี้ยนเพราะเขาอยากใกล้ชิดเธอเพียงเท่านั้น ใบพลูต้องทนทุกข์กับความร้ายกาจนี้โดยไม่อาจล่วงรู้เลยว่า เมื่อไหร่ที่วายร้ายอย่างเขาจะยอมเผยความรู้สึกที่แท้จริงออกมาเสียที
หน้าปกนวนิยาย หวงรัก พันธะสวาท
8.0
“เลือกเอานะคะ ระหว่างความสุขของคุณกับชีวิตของสิปรางค์” กรกันต์รู้ว่านั่นไม่ใช่เพียงคำขู่ของคนอกหัก ทว่ามันคือคำอาฆาตของคนที่แค้นฝังใจต่างหาก มาร์ตินี่อีกแก้วจึงถูกสาดลงคออย่างรวดเร็ว ค่ำคืนนี้เขาที่จะใช้มันดับความทุกข์ทั้งหมดที่มี เครื่องดื่มมึนเมาทั้งหลายที่ถูกนำออกมาด้วยคงช่วยให้ลืมบางสิ่งบางอย่างได้อย่างไม่ยากเย็นนักลืม แต่ภาพที่เขาเห็นตรงหน้า สิปรางค์ยังคงก้มๆ เงยๆ อยู่ในห้องลองชุด หญิงสาวมาทำอะไรตรงนี้ ตอนนี้สี่ทุ่มกว่าแล้ว เธอควรพักผ่อนเพื่อใครอีกคนไม่ใช่หรือ? ด้วยความสงสัย บวกกับฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่แล่นพล่านในกระแสเลือด กรกันต์ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งนาทีก็หยุดอยู่ตรงหน้าเธอ กลิ่นแอลกอฮอล์ฉุนกึกทำให้สิปรางค์เงยหน้าขึ้นมอง “เฮีย” แต่พอเห็นสีหน้าแดงก่ำของเขา เธอก็ทำท่าจะผละหนี “เดี๋ยวสิ” กรกันต์รีบรั้งแขนเธอไว้ ขณะที่ชั่งใจอยู่ชั่วครู่แล้วเอ่ยขึ้นว่า “คุยกันก่อนได้ไหม” เขาขอร้องเสียงเครียด ทั้งปาก ทั้งตา มันสั่นไปหมด เพราะมั่นใจว่าหากปล่อยมือเธอไป โอกาสแบบนี้คงไม่มีอีกแล้ว สิปรางค์มองแววตาแดงก่ำของเขาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไม่ปรากฏความรู้สึกใดๆ ออกมา “เราไม่มีอะไรต้องคุยกันค่ะ นี่ก็ดึกแล้ว...ปรางค์ขอตัวนะคะ” หญิงสาวตัดบทอย่างคนใจร้าย ไม่อาทรต่อความน้ำเสียงเว้าวอนของเขาของสักนิด ซ้ำร้ายยังสลัดมือเขาออกอย่างไร้เยื่อใย ในจังหวะที่กำลังจะหมุนตัวหนี จู่ๆ เขาก็พุ่งมากอดจากด้านหลัง “ปรางค์...” เขาพูดแค่นั้นก็เงียบหายไปหลายนาที ส่วนเธอก็ยังยืนยันเจตนาเดิม วันนี้หัวใจเเข็งแกร่งกว่าเมื่อวาน เพราะฉะนั้นความอบอุ่นจากลำแขนทั้งสองจึงไม่สามารถทำให้เธอหวั่นไหวได้อีก ในเมื่อเขาอยากกอด อยากยื้อให้ตัวเองเจ็บปวด...ก็ตามใจ “พรุ่งนี้...” กรกันต์พยายามบังคับเสียงตัวเองไม่ให้สั่น “เฮียจะเป็นของคนอื่นแล้ว เราจะคุยกันดีๆ สักครั้งไม่ได้เลยเหรอ?” “...” “หยุดทำตัวห่างเหิน หยุดทำเหมือนระหว่างเรามันไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันสักทีได้ไหม!” “แล้วเรายังมีอะไรที่เกี่ยวข้องกันอีกคะ สายเลือดเดียวกันก็ไม่ใช่ เพื่อนกันก็ไม่ใช่ ยิ่งคนรัก...ก็ยิ่งไม่มีวันได้เป็น!” “แต่ปรางค์ท้อง...” เขาหยุดพูด ท่ามกลางความร้อนผ่าวที่หัวตาทั้งสอง “ลูกของเฮีย...อยู่ในนี้” มือหนากำลังเลื่อนลงไปหน้าท้องที่นูน ทว่ากลับถูกสิปรางค์ปัดออกอย่างรวดเร็ว “ห้ามแตะต้องเขานะ!” เธอพลิกตัวหนี สองมือโอบท้องตัวเองไว้ด้วยความหวงแหน สิปรางค์ไม่มีท่าทีแปลกใจสักนิดที่เขารู้ว่าเธอท้อง ถ้าเขาดูไม่ออกนี่สิ...คงเป็นเรื่องแปลกพิกล หูตาของกรกันต์มีไปทั่ว จนเธอคร้านกวาดตามองหา หากชายหนุ่มอยากรู้นัก เธอก็จะสนองความต้องการนั้นด้วยความจริงที่เขาจะทำได้แค่เพียงมอง... ทว่านาทีนั้นเองเธอเพิ่งสังเกตเห็นว่ามีหยาดน้ำใสๆ เปรอะเปื้อนซีกแก้มด้านซ้ายของอีกฝ่าย เขาจะร้องไห้ทำไมกัน ในเมื่อคนถูกกระทำมาตลอด คือ เธอ! “คนใจร้าย...ห้ามแตะต้องหัวใจของปรางค์อีก!” อาการหวงแหนเกินเหตุนั้น สร้างความประหลาดใจให้กับชายหนุ่มมหาศาล กรกันต์ตัดสินใจขยับเท้าเข้าหา แต่พอเห็นเธอเตรียมขยับหนีราวกับรังเกียจกัน เขาจึงยืนนิ่ง “ปรางค์...” เสียงเขาอ่อนล้านัก อาจเพราะหัวใจมันแห้งเหือดมาหลายเดือน ความจงเกลียดจงชังที่เธอแสดงออก มันจึงส่งผลกระทบต่อหัวใจเขาอย่างจัง “เขาเป็นของปรางค์คนเดียว เฮียไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะรับรู้ถึงการมีอยู่ของเขาด้วยซ้ำ และการที่ปรางค์มาที่นี่ไม่ได้หมายความว่าปรางค์จะยอมเฮียทุกอย่างหรือจะขออะไรก็ได้ อย่าลืม...ว่าปรางค์ก็ยังเป็นปรางค์อยู่วันยังค่ำ เมื่อก่อนเคยร้ายยังไง วันนี้ก็จะเป็นอย่างงั้น ในเมื่อต่างคนต่างอยู่ไม่ได้ พรุ่งนี้เฮียก็คอยดูฤทธิ์เดชของผู้หญิงคนนี้ได้เลย” คำกล่าวของเธอไม่เกินจริงสักนิด สิปรางค์มาที่นี่เพราะหน้าที่และคำขอของผู้มีพระคุณก็เท่านั้น หากแต่กรกันต์ยังยื้อ ไม่ยอมปล่อยวางเรื่องระหว่างกันดังที่เคยพูด พรุ่งนี้เธอก็จะทำให้เขาเห็นว่าการไม่รักษาคำพูดเป็นอย่างไร “ปรางค์จะทำอะไร” สายตาของเขาเต็มไปด้วยคำถาม ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ดูจะเลือนหายไปหลังจากได้กลิ่นกายอ่อนๆ ของเธอ “อยากรู้ก็มีชีวิตอยู่ให้ถึงพรุ่งนี้สิ”
หน้าปกนวนิยาย เงาซ่อนรัก  Love Shadow
8.1
เด็กสาวที่เติบโตมาในฐานะผู้อาศัยภายใต้การอุปการะของป้า กลับต้องเผชิญกับจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในชีวิต เมื่อความผิดพลาดเพียงคืนเดียวกับลูกชายเจ้าของบ้านนำไปสู่การแต่งงานที่ไร้ซึ่งความรัก เขาจำต้องรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยความไม่เต็มใจ ทว่าพันธะสมรสนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของฝันร้าย เมื่อเหตุการณ์เลวร้ายและอุปสรรคต่าง ๆ พากันโถมเข้าใส่ชีวิตของเธอนับตั้งแต่วันที่ก้าวเข้าสู่สถานะภรรยาอย่างเป็นทางการ