ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ย้อนเวลารัก องค์รัชทายาท

ย้อนเวลารัก องค์รัชทายาท

เมื่อศัลยแพทย์หนุ่มหลุดย้อนเวลามาอยู่ในร่างพระชายาขององค์รัชทายาท เขาจึงต้องเผชิญกับบททดสอบครั้งใหญ่ในดินแดนที่ไม่คุ้นเคย ท่ามกลางสมรภูมิชิงอำนาจและการเมืองในวังหลวงที่แสนอันตราย เขาต้องเรียนรู้วิธีการปรับตัวเพื่อเอาชีวิตรอด พร้อมกับพยายามเอาชนะใจองค์รัชทายาทผู้เย็นชาให้จงได้ เส้นทางความรักครั้งใหม่นี้เต็มไปด้วยอุปสรรคและการต่อสู้ที่ซับซ้อนเกินกว่าที่เขาจะจินตนาการถึงในโลกใบเดิมที่เขาจากมา
ตอน
แชร์

ตอน 2

เสียงพิณและขลุ่ยที่บรรเลงอย่างงดงามดังก้องไปทั่วพระราชวัง เหล่าขุนนางและแขกจากทั่วทุกสารทิศต่างมารวมตัวกันในงานพิธีอันยิ่งใหญ่ที่ทุกคนตั้งตารอคอยมานาน นั่นคืองานอภิเษกสมรสของ องค์รัชทายาทหลี่หยาง ผู้สง่างามแห่งแคว้นเจียง กับ องค์ชายหวังหยู่ จากแคว้นหลง ผู้ถูกส่งมาเป็นบรรณาการเพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรีระหว่างสองแคว้น

ภายในท้องพระโรงถูกตกแต่งด้วยผืนผ้าไหมสีแดงสด ประดับด้วยลวดลายมังกรและหงส์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความรุ่งเรืองและอำนาจ ทุกอย่างถูกจัดเตรียมไว้อย่างประณีตและงดงาม เหล่าขุนนางและแขกที่ได้รับเชิญต่างอยู่ในเครื่องแต่งกายอันหรูหรา ก้มกราบถวายคำนับเมื่อองค์รัชทายาทก้าวเข้ามา

หลี่หยางก้าวเดินด้วยท่าทีที่สง่างาม มั่นคงในทุกย่างก้าว รูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้าคมคายและท่าทีแข็งแกร่งของเขาสะท้อนถึงความเป็นผู้นำที่ไม่มีใครเทียบได้ ไม่ว่ามุมไหนขององค์รัชทายาทผู้นี้ ต่างทำให้ผู้ที่มองต่างเคารพและเกรงขาม แม้เขาจะมีบุคลิกเงียบขรึม แต่ก็เป็นที่รักใคร่ของคนในราชสำนัก เนื่องจากความสามารถในการปกครองที่เฉียบขาดและมีเหตุผล

ในขณะที่หลี่หยางกำลังเดินเข้าไปยังบริเวณพิธี เสียงกลองและเครื่องดนตรีบรรเลงขึ้นอีกครั้งเพื่อประกาศการมาถึงขององค์ชายหวังหยู่ คู่สมรสบรรณาการขององค์รัชทายาท

องค์ชายหวังหยู่เป็นบุตรชายองค์เล็กของแคว้นหลง ซึ่งเป็นแคว้นที่มีความสำคัญในฐานะพันธมิตรทางการเมืองของแคว้นเจียง แต่แม้จะเป็นเพียงองค์ชายที่ถูกส่งมาเป็นบรรณาการ การปรากฏตัวของเขาในวันนี้กลับเต็มไปด้วยความงดงามและสง่าผ่าเผย

องค์ชายหวังหยู่มีรูปร่างบอบบาง ใบหน้าอ่อนโยนที่ดูเปราะบางราวกับหยกขาว น่าทะนุถนอมยิ่งกว่าสตรีใด ร่างบางสวมชุดสีแดงเลือดนกปักลวดลายหงส์ทอง ประดับด้วยอัญมณีล้ำค่าที่ส่องแสงระยิบระยับในแสงเทียน ความงดงามและความโดดเด่นขององค์ชายแห่งแคว้นหลงทำให้แขกทุกคนต่างพูดถึงด้วยความชื่นชม

แม้การแต่งงานครั้งนี้จะเป็นส่วนหนึ่งของการเชื่อมความสัมพันธ์ทางการเมือง แต่ทั้งหลี่หยางและหวังหยู่ต่างก็รู้ดีว่ามันไม่ใช่เพียงเรื่องของแคว้น แต่ยังเป็นการเชื่อมโยงชะตากรรมของพวกเขาเข้าด้วยกันอีกด้วย

พิธีเริ่มต้นขึ้นโดยมีการถวายบรรณาการและสวดมนต์ตามธรรมเนียม เสียงของพระราชครูที่สวดมนต์ก้องกังวานไปทั่วห้องโถงใหญ่ แขกทุกคนต่างเงียบสนิท ตั้งใจฟังถ้อยคำที่เป็นมงคล เมื่อถึงเวลาสำคัญ องค์รัชทายาทหลี่หยางและองค์ชายหวังหยู่ต่างคุกเข่าลงหน้าพระบัลลังก์ของจักรพรรดิแห่งแคว้นเจียงเพื่อถวายบังคม

“วันนี้ ข้ารับบุตรของแคว้นหลงเป็นพระชายาองค์รัชทายาท เพื่อสานสัมพันธ์ระหว่างแคว้นทั้งสองให้มั่นคง ข้าขอให้ทุกคนให้ความเคารพพระชายาเหมือนกับที่ให้ความเคารพต่อองค์รัชทายาทของข้า” ฮ่องเต้ที่เป็นองค์จักรพรรดิกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและสง่างาม ขุนนางทุกคนต่างพยักหน้าเห็นด้วย การแต่งงานครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการสร้างพันธมิตรทางการเมือง แต่ยังช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่แคว้นเจียงด้วย

หลังจากพิธีทางศาสนาเสร็จสิ้น ทั้งสององค์ก็ยืนขึ้นเคียงข้างกัน หลี่หยางมองหวังหยู่ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงบและมั่นคง แม้ว่าเขาจะไม่เคยแสดงอารมณ์ให้ใครเห็นมาก่อน แต่ในสายตาของเขากลับแฝงไปด้วยความเย็นชาที่มีต่อคู่สมรสใหม่ของเขา หวังหยู่เองก็มองกลับด้วยกังวลเล็กๆ แม้ว่าการแต่งงานนี้จะเกิดขึ้นจากเหตุผลทางการเมือง แต่เขาก็พร้อมที่และยินดีที่จะทำหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มที่

งานเลี้ยงฉลองในค่ำคืนนั้นเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความสนุกสนาน อาหารและเครื่องดื่มถูกจัดเต็มเพื่อเลี้ยงรับรองแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมในพิธี ขณะที่บรรยากาศในงานเต็มไปด้วยความหรูหราและความยินดี ถึงหวังหยู่จะรู้สึกยินดีที่จะถูกส่งมาเป็นบรรณาการ แต่ในขณะเดียวกันแต่พอได้เห็นสีหน้าของคู่สมรสกลับทำให้กลับร่างบางรู้สึกถึงความกดดันบางอย่างที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ หวังหยู่รู้สึกว่าชีวิตใหม่ของเขาจะเต็มไปด้วยความท้าทายและภาระที่ต้องรับผิดชอบมากมายเขาอาจจะรับมือไม่ไหว

หลี่หยางที่นั่งอยู่ข้าง ๆ หวังหยู่ หันมามองด้วยแววตาที่เป็นเย็นชา “เจ้าดูเครียดเกินไปสำหรับงานมงคล ไม่ดีใจหรืออย่างไรที่ได้ข้าเป็นพระสวามีตามที่เจ้าต้องการ” เขากล่าวเบา ๆ อย่างดูถูกองค์ชายขี้โรคอ่อนแอที่คิดอยากแต่งงานกับเขา

หวังหยู่หัวเราะออกมาเล็กน้อย “ท่านคิดมากเกินไป ข้าแค่หวังว่าจะทำหน้าที่ได้ดีเท่าที่ควร เพื่อให้บ้านเมืองของเรายิ่งใหญ่”

หลี่หยางยิ้มเบา ๆ ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “ไม่ต้องกังวล ข้าคิดอยู่เสมอ เราสองคนไม่ใช่เพียงคู่สมรส แต่เรายังเป็นพันธมิตรในทุกเรื่อง ดังนั้นไม่จำเป็นที่ต้องคิดมาก และไม่จำเป็นต้องอยู่ด้วยกันและได้รับความรักจากกัน ข้าหมายถึงต่างคนต่างอยู่น่ะ”

คำพูดของหลี่หยางแม้จะเอ่ยเบาๆ แต่ก็ทำให้หวังหยู่รู้สึกจุกแน่นในอกขึ้นมา ความสงบที่ซ่อนอยู่ในน้ำเสียงขององค์รัชทายาททำให้เขารู้สึกไม่มั่นใจในอนาคตที่กำลังจะมาถึงเขาจะต้องรับมือกับอะไรบ้าง แม้ว่าการแต่งงานครั้งนี้จะเริ่มต้นจากเหตุผลทางการเมือง แต่หวังหยู่รู้ดีว่าที่มาก่อนที่จะเป็นเหตุผลทางการเมือง คืออะไร เขาเพียงเป็นองค์ชายที่อ่อนแอขี้โรค จึงไม่ค่อยได้ทำอะไรที่เป็นความกล้าหาญดุจที่องค์ชายอื่นๆ เขาทำกัน แม้กระท่ังการฝึกเพลงดาบ เสด็จพ่อยังไม่ให้เขาได้จับดาบเลย หวังหยู่ถูกเลี้ยงมาเยี่ยงบุตรสาว เขามีทั้งความขี้โรคและความอ่อนแออยู่ในตัว หวังหยู่ได้มีโอกาสเจอหลี่หยางเพียงเจอครั้งเเรกเขารู้เลยว่าตัวเขาต้องได้มีผู้ชายที่เข้มเเข็งแบบหลี่หยางดูแลเท่านั้น ร่างอ้อนแอ้นขององค์ชายเล็กจึงขอเข้าเฝ้าเสด็จพ่อเพื่อจะบอกวัตถุประสงค์ของตัวเองที่ต้องการจะแต่งงานกับหลี่หยาง

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย BAIT NAVA เหยื่อของนาวา(จบ)
8.7
สายลม นักศึกษาปีสี่ผู้สู้ชีวิตต้องเผชิญกับความวุ่นวายครั้งใหญ่ เมื่อโชคชะตานำพาให้เธอพบกับ นาวา ชายหนุ่มลุคเถื่อนที่มีรอยสักเต็มตัวและนิสัยดุดัน แม้เธอจะพยายามหลีกหนีผู้ชายอันตรายคนนี้เพียงใด เขากลับยิ่งรุกคืบเข้ามาในชีวิตเธออย่างไม่ลดละ พร้อมประกาศตัวตนที่เอาแต่ใจและเปิดเผยอดีตอย่างตรงไปตรงมาจนเธอตั้งตัวไม่ติด ท่ามกลางความกดดันจากการทำงานและเรียน สายลมจะจัดการอย่างไรกับผู้อยู่เหนือการควบคุมคนนี้ที่คอยวนเวียนไม่ยอมห่างไปจากชีวิตเธอเสียที
หน้าปกนวนิยาย รักร้อนเพลิงพิศวาส
9.7
จันยาวีร์ถูกรัฐภูมิจองจำไว้ด้วยความแค้นหลังเธอพยายามลักลอบขโมยของล้ำค่าจากเขา ชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลตัดสินใจลงทัณฑ์สิบแปดมงกุฎสาวด้วยยาปลุกอารมณ์ชนิดรุนแรงจากตลาดมืดเพื่อดัดนิสัย แม้เธอจะพยายามขัดขืนเพียงใดก็ไม่อาจต้านทานฤทธิ์ยาที่ทำให้ร่างกายร้อนรุ่มและกระหายในกามารมณ์อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ท่ามกลางความทรมานจากแรงปรารถนาที่พลุ่งพล่าน รัฐภูมิเฝ้ามองเหยื่อสาวด้วยความสะใจก่อนจะเริ่มบทเรียนพิศวาสอันเร่าร้อนเพื่อสั่งสอนที่เธอริอ่านมากระตุกหนวดเสืออย่างเขา
หน้าปกนวนิยาย พันศักดิ์
8.8
“กลางวันแสกๆ ไม่อายฟ้าอายดิน” พันศักดิ์เบือนหน้าหนีจากภาพตรงหน้า เด็กสาวใบหน้าเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตา ตัวสั่นเทาสะบัดมือหนีมองเขาด้วยสายตาตัดพ้อ ก่อนจะเดินกระเผลกๆ ออกจากกระท่อม หนุ่มใหญ่สบถยาวเหยียดเมื่อหันไปเห็นก้นขาวๆ ของเด็กสาววัยสิบแปด เธอเอาเสื้อผ้าขาดๆ ปิดบังเนื้อตัว ร้องไห้สะอึกสะอื้นเดินหนีด้วยเนื้อตัวสั่นเทา “จะไปไหน” ร่างสูงใหญ่เกือบร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตรตามมากระชากแขนเล็กของเด็กสาว เธอสะดุ้งสุดตัวยังร้องไห้ไม่ขาดสาย “มังคุดจะกลับบ้าน” มังคุดตอบเสียงสั่นๆ สะอื้นจนตัวโยน “เดินแก้ผ้าไปแบบนี้น่ะเหรอ” ขาเอ่ยถามอย่างหงุดหงิดใจไม่น้อย “แล้วจะให้มังคุดทำยังไง” เด็กสาวถามเสียงสะอื้น “เอาใบกล้วยปิดไหมกันอุจาดตา” เขาประชดแต่เธอกัดปากตัวเองแล้วสะบัดมือหนี “โกรธรึที่มาขัดจังหวะ” พันศักดิ์เลิกคิ้วขึ้นถาม “ปากร้าย มังคุดไม่เคยคิดจะมีผัวทีเดียวสิบคนหรอกนะ” “อ้อ... นึกว่าอยาก” “ลุงศักดิ์!” เธอเสียงดังใส่เขายังร้องไห้สะอึกสะอื้นน้ำตาเปรอะเปื้อน กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด! เสียงกรีดร้องดังขึ้น พันศักดิ์อุ้มร่างเล็กขึ้นสู่อ้อมแขนหลังจากสะพายปืนลูกซองไปทางด้านหลัง เธอปัดป้องปิดบังเนื้อตัวเป็นพัลวัน “อย่าดิ้นสิ ตกลงไปแข้งขาหักไม่รู้ด้วยนะ” คนเถื่อนหน้าดุทำเสียงดุ เด็กสาวรีบหยุดดิ้นกอดคอหนาเอาไว้เพราะกลัวตก ยังสะอึกสะอื้นอยู่ไม่หาย เธอซุกหน้าที่อกกว้าง อับอายหนักหนาที่ต้องมาเปลือยกายต่อหน้าเขา “ทีหลังก็นัดมันมาทีละคนสิ สิบคนไม่ฉีกขาดรึ” “มังคุดเปล่านัดใครนะ พวกนั้นมาดักฉุดจะรุมข่มขืน ไม่เห็นหรือไงว่ามังคุดร้อง” เธอเถียงคอเป็นเอ็น “อ้อ... จะไปรู้เรอะ ผู้หญิงบางคนชอบร้องให้ผู้ชายตื่นเต้น” เธอกัดปากตัวเองเมื่อได้ยินเขาพูดแบบนั้น
หน้าปกนวนิยาย ยอดคุณหมอสกุลเฉิน
9.4
จากชายหนุ่มผู้ถูกตราหน้าว่าเป็นเพียงลูกเขยไร้ค่าและถูกดูแคลนว่าไม่ต่างจากขยะ ชีวิตของเขากลับพลิกผันอย่างสิ้นเชิงหลังจากเผชิญอุบัติเหตุไม่คาดฝัน เหตุการณ์นั้นนำพาให้เขาได้รับมรดกตกทอดอันล้ำค่าจากบรรพบุรุษตระกูลเฉินโดยบังเอิญ พลังลึกลับนี้เปลี่ยนให้เขากลายเป็นหมอเทวดาผู้มีทักษะการรักษาเหนือชั้นเกินกว่าที่ใครจะคาดถึง จากชีวิตที่เคยมืดมนกลับกลายเป็นตำนานบทใหม่ที่เต็มไปด้วยความสามารถด้านการแพทย์อันยอดเยี่ยมและทรงพลังในโลกปัจจุบัน
หน้าปกนวนิยาย เรือนนารีสกุล
8.5
ท่ามกลางป่าสนและขิมะอันหนาวเหน็บแห่งเสี่ยวเป้ย เรือนนารีที่เคยงดงามกลับปิดตายเป็นความลับนับสิบปีหลังการตายปริศนาของเจ้าของเรือน ทว่าภายในนั้น เจียวเจี๋ย พี่สาวผู้สืบทอดตระกูลเจียว ยังคงซ่อนตัวสมาชิกที่เหลือรอดรวมถึง เจียวลู่ น้องสาวคนเล็กให้พ้นจากสายตาภายนอก แม้กาลเวลาจะผ่านไปแต่เพลิงแค้นจากการถูกลอบสังหารล้างตระกูลเมื่อสิบปีก่อนยังไม่มอดดับ สองพี่น้องที่รอดตายอย่างปาฏิหาริย์ในวันนั้น กำลังรอคอยเวลาทวงคืนความยุติธรรมให้แก่สายเลือดที่ถูกพรากไปอย่างไม่เป็นธรรม
หน้าปกนวนิยาย ย้อนเวลากลับมาเป็นท่านแม่
9.7
เฉียวลู่ดาราสาวชื่อดังต้องพักงานเพราะข่าวฉาวจึงเลือกกลับบ้านเกิดจนพบเหตุการณ์เปลี่ยนชีวิต ด้านฉีหมิงเยี่ยนอนุชาฮ่องเต้แคว้นฉีได้รับบาดเจ็บสาหัสจนความจำเสื่อมขณะปฏิบัติภารกิจลับและได้รับความช่วยเหลือจากตระกูลเฉียว ส่วนเซียวยิ่นฮ่องเต้แคว้นเซียวผู้ไร้ทายาทได้สั่งทหารออกตามหาอดีตฮองเฮาและโอรสตามคำทำนายอย่างลับๆ ขณะที่ฉินอี้เหยาต้องแสร้งลืมอดีตหลังพาลูกน้อยหนีตายจากเหตุการณ์ร้ายแรงเพื่อรักษาชีวิตรอดในดินแดนแห่งนี้