ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ย้อนเวลารัก องค์รัชทายาท

ย้อนเวลารัก องค์รัชทายาท

เมื่อศัลยแพทย์หนุ่มหลุดย้อนเวลามาอยู่ในร่างพระชายาขององค์รัชทายาท เขาจึงต้องเผชิญกับบททดสอบครั้งใหญ่ในดินแดนที่ไม่คุ้นเคย ท่ามกลางสมรภูมิชิงอำนาจและการเมืองในวังหลวงที่แสนอันตราย เขาต้องเรียนรู้วิธีการปรับตัวเพื่อเอาชีวิตรอด พร้อมกับพยายามเอาชนะใจองค์รัชทายาทผู้เย็นชาให้จงได้ เส้นทางความรักครั้งใหม่นี้เต็มไปด้วยอุปสรรคและการต่อสู้ที่ซับซ้อนเกินกว่าที่เขาจะจินตนาการถึงในโลกใบเดิมที่เขาจากมา
ตอน
แชร์

ตอน 3

แม้บรรยากาศในงานแต่งงานจะเต็มไปด้วยความรู้สึกยินดีและการเฉลิมฉลอง แต่ลึกลงไปในใจขององค์รัชทายาทหลี่หยาง เขากลับรู้สึกไม่สบอารมณ์เท่าไรนัก แม้จะปฏิบัติตามหน้าที่และวางท่าอย่างสง่างามต่อหน้าเหล่าขุนนางและแขกที่ถูกเชิญมาร่วมงาน แต่ในใจของเขากลับเต็มไปด้วยความขัดแย้ง

ตั้งแต่แรกที่เขาได้เห็นหวังหยู่ องค์ชายจากแคว้นหลง หลี่หยางก็รู้สึกถึงความเปราะบางในตัวของชายผู้นี้ ใบหน้าที่งดงามและร่างกายที่บอบบางราวกับผู้หญิง ทำให้เขารู้สึกว่าหวังหยู่คงจะไม่เหมาะกับตำแหน่งพระชายาแห่งองค์รัชทายาท ความอ่อนโยนที่แสดงออกมาทำให้หลี่หยางอดไม่ได้ที่จะตั้งคำถามในใจว่า คนเช่นนี้จะมีความแข็งแกร่งพอที่จะยืนเคียงข้างเขาในฐานะคู่ชีวิตและผู้สนับสนุนทางการเมืองได้จริงหรือ

หลังจากงานเลี้ยงฉลองจบลง หลี่หยางพาหวังหยู่กลับมายังพระตำหนักของเขาเพื่อเตรียมตัวเข้าสู่พิธีราตรีสมรสตามธรรมเนียมโบราณ พอพวกเขาอยู่กันเพียงลำพัง ความเงียบสงัดเริ่มเข้าครอบงำบรรยากาศ

หวังหยู่ที่นั่งอยู่บนเตียงหรูที่ปูด้วยผ้าไหมสีแดงเงางาม พยายามจะทำตัวให้ดูผ่อนคลาย แต่ก็รู้สึกได้ถึงความตึงเครียดที่แผ่ออกมาจากหลี่หยาง

“องค์รัชทายาท  ท่านเหนื่อยหรือไม่” หวังหยู่ถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนและระมัดระวัง

“ไม่หรอก” หลี่หยางตอบสั้น ๆ น้ำเสียงของเขาเย็นชาและเรียบเฉย ก่อนจะหันหลังไปยืนมองออกไปนอกหน้าต่าง ท่าทีที่หลี่หยางแสดงออกมาไม่เพียงแต่ทำให้หวังหยู่รู้สึกแปลกใจ แต่ยังทำให้เขารู้สึกเหมือนกับว่าตนเองถูกปฏิเสธอย่างเงียบ ๆ

“ข้าเข้าใจว่าการแต่งงานครั้งนี้เป็นเรื่องของการเมือง ข้ารู้ว่าท่านอาจยังไม่พร้อมยอมรับข้า...” หวังหยู่พูดเบา ๆ พยายามที่จะทำความเข้าใจและแสดงถึงความอดทน

หลี่หยางหันกลับมามองหวังหยู่ด้วยสายตาเย็นชา “เจ้าไม่จำเป็นต้องทำให้เรื่องนี้ดูซับซ้อน การแต่งงานครั้งนี้เป็นสิ่งที่ข้าต้องทำเพื่อรักษาสันติภาพระหว่างแคว้น และเจ้า... ก็แค่บรรณาการเท่านั้น” คำพูดที่แหลมคมของเขาทำให้บรรยากาศในห้องยิ่งตึงเครียดขึ้น

หวังหยู่ถึงกับชะงัก แม้เขาจะพยายามรักษาความสงบนิ่ง แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าคำพูดของหลี่หยางนั้นสร้างบาดแผลให้กับจิตใจของเขา ท่ามกลางรอยยิ้มและการปรบมือจากผู้คนในงานแต่งงาน หวังหยู่รู้ดีว่ามันเป็นเพียงภาพลวงตา ที่เบื้องหลังนั้นยังเต็มไปด้วยกำแพงของความไม่ไว้ใจ

“ข้าอาจดูเปราะบางในสายตาของท่าน แต่ข้าหาได้อ่อนแออย่างที่ท่านคิด” หวังหยู่กล่าวด้วยน้ำเสียงมั่นคงกว่าที่ผ่านมา เขาไม่ต้องการถูกมองข้ามหรือถูกเหยียดหยาม แม้จะเป็นเพียงองค์ชายจากแคว้นเล็ก ๆ แต่เขาก็มีศักดิ์ศรีของตนเอง

หลี่หยางเลิกคิ้วเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำพูดของหวังหยู่ แววตาของเขาแฝงด้วยความท้าทายเล็ก ๆ “งั้นหรือ ข้าหวังว่าเจ้าจะพิสูจน์คำพูดของเจ้าได้” แม้หลี่หยางจะพูดอย่างไม่สนใจ แต่ลึก ๆ แล้วเขารู้สึกถึงความมุ่งมั่นบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในตัวของหวังหยู่ ซึ่งแตกต่างจากความอ่อนโยนที่เขาเห็นจากภายนอก เขาคิดว่ามันเป็นเพียงเล่ห์เหลี่ยมขององค์ชายผู้อ่อนแอแค่นั้น

หลี่หยางถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะหันกลับไปนั่งลงบนเก้าอี้ เขายังไม่แน่ใจนักว่าหวังหยู่จะสามารถยืนเคียงข้างเขาได้จริง ๆ หรือไม่ แต่สิ่งหนึ่งที่เขารู้สึกได้ในตอนนี้คือ ความสง่างามที่แฝงอยู่ภายใต้ความเปราะบางของชายผู้นี้อาจไม่ใช่สิ่งที่เขาคาดคิดมาก่อน เขาไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่าหวังหยู่งดงามจริงๆ

“นอนเถอะ คืนนี้เจ้าเหนื่อยมามากแล้ว” หลี่หยางกล่าวเพียงเท่านั้นเพื่อตัดบทสนทนา ก่อนจะเดินออกไปจากห้อง ปล่อยให้หวังหยู่ยืนอยู่เพียงลำพังท่ามกลางความเงียบ

หวังหยู่รู้สึกเหมือนถูกทิ้งไว้กลางความเย็นชา แต่ในใจของเขากลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะพิสูจน์ตัวเองให้หลี่หยางเห็นว่าเขาไม่ได้เป็นเพียงบรรณาการที่อ่อนแอ แต่เขามีความสามารถพอที่จะยืนเคียงข้างองค์รัชทายาทผู้แข็งแกร่งคนนี้ได้

หลี่หยางที่เพิ่งกล่าวประโยคสุดท้ายจบก็เตรียมจะก้าวออกจากห้องหอ ใจของเขาเต็มไปด้วยความรำคาญและหงุดหงิดจากทุกอย่างที่เกิดขึ้นในค่ำคืนนี้ แต่ทันทีที่เขาหันหลังเพื่อเปิดประตูออกจากห้อง กลับมีข้าราชบริพารที่ยืนขวางอยู่หน้าประตู

“องค์รัชทายาท โปรดอภัยพะยะค่ะ แต่ตามธรรมเนียมโบราณของราชวงศ์ ข้ามีหน้าที่ต้องขอให้องค์รัชทายาทประทับอยู่ในห้องหอจนถึงรุ่งเช้า” ท่านกงกงกล่าวอย่างสุภาพ ขณะที่คุกเข่าลงแสดงความเคารพ

หลี่หยางขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิด “ประเพณีหรือ” น้ำเสียงของเขาแฝงไปด้วยความเย็นชาและอึดอัดใจ แม้เขาจะเป็นผู้ที่เคารพธรรมเนียมราชวงศ์ แต่ในคืนนี้ ความอดทนของเขาดูเหมือนจะถึงขีดจำกัด

หวังหยู่ที่ยืนอยู่ข้างหลังเห็นท่าทีของหลี่หยางแล้วรีบเข้ามาหมายจะช่วยเกลี้ยกล่อม “องค์รัชทายาท ตามธรรมเนียมโบราณจริง ๆ แล้ว การอยู่ในห้องหอจนถึงรุ่งเช้าถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตคู่ ข้าว่าพวกเรา….”

ก่อนที่หวังหยู่จะพูดจบ หลี่หยางที่ยังคงโมโหอยู่กลับไม่ฟังคำอธิบายของเขา เขายกมือขึ้นโดยไม่คิดอะไร และผลักหวังหยู่ออกไปอย่างไม่ทันได้ระวังตัว

“ข้าไม่ต้องการฟังอีกแล้ว!”

แต่แรงผลักที่เต็มไปด้วยความโกรธและหงุดหงิดนั้นมากเกินไป หวังหยู่ที่บอบบางอ่อนแอและไม่ได้คาดคิดถึงการกระทำนี้ เซถลาหงายหลัง ศีรษะของเขาชนเข้ากับเสาไม้ที่ตั้งอยู่ข้างหลังอย่างจัง

โครม!

ดังสะท้อนในห้องหอ ก่อนที่ร่างของหวังหยู่จะร่วงลงกับพื้นอย่างไม่มีสติ

“หวังหยู่!” หลี่หยางร้องออกมาด้วยความตกใจ ใบหน้าของเขาเปลี่ยนจากความโกรธเป็นความหวาดหวั่นในทันที เขารีบพุ่งตัวไปยังร่างของหวังหยู่ที่นอนแน่นิ่งไร้สติอยู่กับพื้น เลือดซึมออกมาจากบริเวณศีรษะ ทำให้เขารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน

ท่านกงกงและองค์รักษ์ที่ยืนอยู่หน้าประตูเองก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบวิ่งเข้ามาดูพระชายาที่หมดสติ

“ไท่อี ไปเรียกจินไท่อีมาเร็ว!" เสียงหชท่านกงกงเสียงร้องตะโกนดังขึ้นทั่วทั้งตำหนักสั่งองค์รักษ์ ให้ไปเรียก ไท่อีหรือหมอหลวงมาดูอาการพระชายา

หลี่หยางอุ้มช้อนร่างไร้สติของหวังหยู่ไปวางไว้บนเตียงนอน ก่อนที่จะนั่งลงข้างๆเพื่อเฝ้าดูอาการ ใบหน้าที่เคยมั่นคงและเยือกเย็นกลับเต็มไปด้วยความสับสนและความรู้สึกผิดอย่างรุนแรง เขาไม่เคยคาดคิดว่าการผลักเบา ๆ ของเขาจะส่งผลรุนแรงเช่นนี้

ไม่นานนัก ไท่อี หมอหลวงประจำราชสำนักก็เร่งรีบมาถึง จินไท่อีรีบและวินิจฉัยอาการอย่างรวดเร็ว

“องค์พระชายาได้รับบาดเจ็บบริเวณศีรษะ ข้าจะต้องดูแลอย่างใกล้ชิด” หมอหลวงกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง ก่อนจะรีบสั่งให้อี๋เซิงผู้ช่วยนำพระชายาหวังหยู่ไปยังไท่อีหย่วน ซึ่งเป็นสำนักหมอหลวง แต่หลี่หยางไม่ต้องการให้ใครมาแตะต้องพระชายาเขาจึงเป็นคนที่อุ้มหวังหยู่ไปที่ไท่อีหย่วนเอง

หลี่หยางได้แต่ยืนมองหมอหลวงดูอาการของหวังหยู่ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดที่เกาะกินหัวใจ เขาไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายหวังหยู่ แต่ความโกรธที่ไม่ได้ควบคุมทำให้เกิดสิ่งที่ไม่คาดคิด ตอนนี้ สิ่งที่เหลืออยู่ในใจของเขาคือความหวาดกลัวว่าเขาอาจจะทำให้หวังหยู่ได้รับบาดเจ็บร้ายแรง

“ข้า... ข้าไม่ควรทำแบบนั้น” หลี่หยางพึมพำเบา ๆ ขณะมองร่างของหวังหยู่ที่ยังไม่ได้สติ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเสียใจ และเต็มไปด้วยความโศกเศร้าและความรู้สึกผิดที่ไม่อาจลบเลือนได้

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย BAIT NAVA เหยื่อของนาวา(จบ)
8.7
สายลม นักศึกษาปีสี่ผู้สู้ชีวิตต้องเผชิญกับความวุ่นวายครั้งใหญ่ เมื่อโชคชะตานำพาให้เธอพบกับ นาวา ชายหนุ่มลุคเถื่อนที่มีรอยสักเต็มตัวและนิสัยดุดัน แม้เธอจะพยายามหลีกหนีผู้ชายอันตรายคนนี้เพียงใด เขากลับยิ่งรุกคืบเข้ามาในชีวิตเธออย่างไม่ลดละ พร้อมประกาศตัวตนที่เอาแต่ใจและเปิดเผยอดีตอย่างตรงไปตรงมาจนเธอตั้งตัวไม่ติด ท่ามกลางความกดดันจากการทำงานและเรียน สายลมจะจัดการอย่างไรกับผู้อยู่เหนือการควบคุมคนนี้ที่คอยวนเวียนไม่ยอมห่างไปจากชีวิตเธอเสียที
หน้าปกนวนิยาย รักร้อนเพลิงพิศวาส
9.7
จันยาวีร์ถูกรัฐภูมิจองจำไว้ด้วยความแค้นหลังเธอพยายามลักลอบขโมยของล้ำค่าจากเขา ชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลตัดสินใจลงทัณฑ์สิบแปดมงกุฎสาวด้วยยาปลุกอารมณ์ชนิดรุนแรงจากตลาดมืดเพื่อดัดนิสัย แม้เธอจะพยายามขัดขืนเพียงใดก็ไม่อาจต้านทานฤทธิ์ยาที่ทำให้ร่างกายร้อนรุ่มและกระหายในกามารมณ์อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ท่ามกลางความทรมานจากแรงปรารถนาที่พลุ่งพล่าน รัฐภูมิเฝ้ามองเหยื่อสาวด้วยความสะใจก่อนจะเริ่มบทเรียนพิศวาสอันเร่าร้อนเพื่อสั่งสอนที่เธอริอ่านมากระตุกหนวดเสืออย่างเขา
หน้าปกนวนิยาย พันศักดิ์
8.8
“กลางวันแสกๆ ไม่อายฟ้าอายดิน” พันศักดิ์เบือนหน้าหนีจากภาพตรงหน้า เด็กสาวใบหน้าเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตา ตัวสั่นเทาสะบัดมือหนีมองเขาด้วยสายตาตัดพ้อ ก่อนจะเดินกระเผลกๆ ออกจากกระท่อม หนุ่มใหญ่สบถยาวเหยียดเมื่อหันไปเห็นก้นขาวๆ ของเด็กสาววัยสิบแปด เธอเอาเสื้อผ้าขาดๆ ปิดบังเนื้อตัว ร้องไห้สะอึกสะอื้นเดินหนีด้วยเนื้อตัวสั่นเทา “จะไปไหน” ร่างสูงใหญ่เกือบร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตรตามมากระชากแขนเล็กของเด็กสาว เธอสะดุ้งสุดตัวยังร้องไห้ไม่ขาดสาย “มังคุดจะกลับบ้าน” มังคุดตอบเสียงสั่นๆ สะอื้นจนตัวโยน “เดินแก้ผ้าไปแบบนี้น่ะเหรอ” ขาเอ่ยถามอย่างหงุดหงิดใจไม่น้อย “แล้วจะให้มังคุดทำยังไง” เด็กสาวถามเสียงสะอื้น “เอาใบกล้วยปิดไหมกันอุจาดตา” เขาประชดแต่เธอกัดปากตัวเองแล้วสะบัดมือหนี “โกรธรึที่มาขัดจังหวะ” พันศักดิ์เลิกคิ้วขึ้นถาม “ปากร้าย มังคุดไม่เคยคิดจะมีผัวทีเดียวสิบคนหรอกนะ” “อ้อ... นึกว่าอยาก” “ลุงศักดิ์!” เธอเสียงดังใส่เขายังร้องไห้สะอึกสะอื้นน้ำตาเปรอะเปื้อน กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด! เสียงกรีดร้องดังขึ้น พันศักดิ์อุ้มร่างเล็กขึ้นสู่อ้อมแขนหลังจากสะพายปืนลูกซองไปทางด้านหลัง เธอปัดป้องปิดบังเนื้อตัวเป็นพัลวัน “อย่าดิ้นสิ ตกลงไปแข้งขาหักไม่รู้ด้วยนะ” คนเถื่อนหน้าดุทำเสียงดุ เด็กสาวรีบหยุดดิ้นกอดคอหนาเอาไว้เพราะกลัวตก ยังสะอึกสะอื้นอยู่ไม่หาย เธอซุกหน้าที่อกกว้าง อับอายหนักหนาที่ต้องมาเปลือยกายต่อหน้าเขา “ทีหลังก็นัดมันมาทีละคนสิ สิบคนไม่ฉีกขาดรึ” “มังคุดเปล่านัดใครนะ พวกนั้นมาดักฉุดจะรุมข่มขืน ไม่เห็นหรือไงว่ามังคุดร้อง” เธอเถียงคอเป็นเอ็น “อ้อ... จะไปรู้เรอะ ผู้หญิงบางคนชอบร้องให้ผู้ชายตื่นเต้น” เธอกัดปากตัวเองเมื่อได้ยินเขาพูดแบบนั้น
หน้าปกนวนิยาย ยอดคุณหมอสกุลเฉิน
9.4
จากชายหนุ่มผู้ถูกตราหน้าว่าเป็นเพียงลูกเขยไร้ค่าและถูกดูแคลนว่าไม่ต่างจากขยะ ชีวิตของเขากลับพลิกผันอย่างสิ้นเชิงหลังจากเผชิญอุบัติเหตุไม่คาดฝัน เหตุการณ์นั้นนำพาให้เขาได้รับมรดกตกทอดอันล้ำค่าจากบรรพบุรุษตระกูลเฉินโดยบังเอิญ พลังลึกลับนี้เปลี่ยนให้เขากลายเป็นหมอเทวดาผู้มีทักษะการรักษาเหนือชั้นเกินกว่าที่ใครจะคาดถึง จากชีวิตที่เคยมืดมนกลับกลายเป็นตำนานบทใหม่ที่เต็มไปด้วยความสามารถด้านการแพทย์อันยอดเยี่ยมและทรงพลังในโลกปัจจุบัน
หน้าปกนวนิยาย เรือนนารีสกุล
8.5
ท่ามกลางป่าสนและขิมะอันหนาวเหน็บแห่งเสี่ยวเป้ย เรือนนารีที่เคยงดงามกลับปิดตายเป็นความลับนับสิบปีหลังการตายปริศนาของเจ้าของเรือน ทว่าภายในนั้น เจียวเจี๋ย พี่สาวผู้สืบทอดตระกูลเจียว ยังคงซ่อนตัวสมาชิกที่เหลือรอดรวมถึง เจียวลู่ น้องสาวคนเล็กให้พ้นจากสายตาภายนอก แม้กาลเวลาจะผ่านไปแต่เพลิงแค้นจากการถูกลอบสังหารล้างตระกูลเมื่อสิบปีก่อนยังไม่มอดดับ สองพี่น้องที่รอดตายอย่างปาฏิหาริย์ในวันนั้น กำลังรอคอยเวลาทวงคืนความยุติธรรมให้แก่สายเลือดที่ถูกพรากไปอย่างไม่เป็นธรรม
หน้าปกนวนิยาย ย้อนเวลากลับมาเป็นท่านแม่
9.7
เฉียวลู่ดาราสาวชื่อดังต้องพักงานเพราะข่าวฉาวจึงเลือกกลับบ้านเกิดจนพบเหตุการณ์เปลี่ยนชีวิต ด้านฉีหมิงเยี่ยนอนุชาฮ่องเต้แคว้นฉีได้รับบาดเจ็บสาหัสจนความจำเสื่อมขณะปฏิบัติภารกิจลับและได้รับความช่วยเหลือจากตระกูลเฉียว ส่วนเซียวยิ่นฮ่องเต้แคว้นเซียวผู้ไร้ทายาทได้สั่งทหารออกตามหาอดีตฮองเฮาและโอรสตามคำทำนายอย่างลับๆ ขณะที่ฉินอี้เหยาต้องแสร้งลืมอดีตหลังพาลูกน้อยหนีตายจากเหตุการณ์ร้ายแรงเพื่อรักษาชีวิตรอดในดินแดนแห่งนี้